หญ้าปักกิ่ง กับ หากรักมาต้องหาที่ให้รัก

ปกหน้า
click to comment

ปกหลัง
click to comment

หนังสือเล่มนี้อยู่กับเรา (บนชั้นวางหนังสือของเรา) มานานเกือบสิบปี (ไม่ถึงแต่ก็เกือบ) แต่เราไม่เคยหยิบอ่านเลย เพราะว่าเราคิดว่า มันน่าจะเป็นหนังสือที่วิชาการจัดสุด ๆ จนเราคงอ่านไม่รู้เรื่อง

เมื่อเดือนที่แล้ว เราถล่มชั้นวาง

เรากะจะเอาเล่มนี้ไปบริจาค

แต่ด้วยนิสัยของเรา ที่ก่อนจะยกอะไรบริจาค หรือทิ้งไป เราจะต้องเอามาดู เอามาอ่านก่อน เผื่อมีเงินซ่อนอยู่ ก๊าก… ไม่ใช่ ๆ เผื่อว่าจะมีประโยชน์ หรือมีรูปสวย ๆ มีข้อความชวนคิด

แต่พอเราอ่าน อืม เจ๋งมาก เจ๋งสุด ๆ คือเราชอบหนังสือที่ให้ความรู้และความเชื่อ (หรือศรัทธา หรืออะไรสักอย่าง เรียกไม่ถูก) แบบอธิบายดี ไม่งมงาย

ที่สำคัญ อ่านเสร็จ เราอยากหามากินเลยด้วยซ้ำ หญ้าปักกิ่งเนี่ย
เราเลยไปบอกป๋า ว่า “ป๋าฮับ หาหญ้าปักกิ่งมาปลูกกันเถอะ อยากกิน ๆ”
“หน้าบ้านก็มี”
“ตรงไหนฮับป๋า”
“ในกระถางไง ข้างชาฮกเกี้ยนแถวรังผึ้งไง”
“เย้ย! นึกออกแล้ว”

ป๋าปลูกหญ้าปักกิ่งไว้กระถางนึง ตั้งนานมากแล้ว เราไม่เคยรู้เลยว่ามันคือหญ้าปักกิ่งอ่ะ นึกว่าที่นอนแมว เพราะแมวมันชอบขึ้นไปนอน (แมวเวร) ตอนนี้รอซื้อดินก่อน จะขยายพันธุ์ให้มีเยอะ ๆ แล้วค่อยกิน

ถ้ากินแล้วจะมาเล่าว่าเป็นไง

หามาอ่านเถอะ เราชอบตรงที่รายละเอียดเขาพูดถึงเรื่องของน้ำใจ ของ คุณลุงณรงค์ (ผู้เผยแพร่หญ้าปักกิ่งอ่ะ) ที่มีต่อผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีความหวัง มีกำลังใจ ซึ่งเหมือนกับที่เราชอบสรุปทุกครั้งในบล็อกอื่น ๆ อ่ะนะ ว่า จริง ๆ แล้ว ความคิดนั้นสำคัญที่สุด
เช่น ถ้าคนป่วยคิดว่าโอ๊ยจะตายแล้ว จะตายแล้ว ก็คงตายแหง ๆ ตายเพราะความคิดของตัวเองสะกดตัวเองให้เป็นไปแบบนั้น
แต่ถ้าคิดว่าจะหายป่วย ต้องหายป่วย ฉันหายดี มีความสุขจากการได้รับความเมตตา ได้รับความช่วยเหลือ อยู่อย่างมีความหวังว่าจะกลับไปเป็นปกติ แบบนี้น่าจะหายป่วยเร็วขึ้นนะ

ยังไงไปอ่านดูแล้วกัน
เล่มเดียวกันป่าวไม่รู้ แต่คนแต่งคนเดียวกัน
เซิร์ชจาก หอสมุด มศว เผื่อใครจะเข้าไปอ่านดู

หญ้าปักกิ่ง : สมุนไพรทางเลือกของผู้ป่วยมะเร็ง / สุภาภรณ์ ปิติพร, สุดใจ พรหมเกิด.
by สุภาภรณ์ ปิติพร.
กรุงเทพฯ : ชมรมหญ้าปักกิ่งต้านมะเร็ง, 2545.
ISBN:
974-90256-6-0
Description:
152 หน้า : ภาพประกอบ.
Add Author:
สุดใจ พรหมเกิด.
Subject:
มะเร็ง — การรักษาด้วยสมุนไพร.
หญ้าปักกิ่ง — การใช้รักษา.
หญ้าปักกิ่ง — การปลูก
หญ้าปักกิ่ง.
ยาสมุนไพร.
Add to my list
Copy/Holding information
Location Collection Call No. Copy Barcode Status
Central Library ชั้น 6 615.32486 ส838ห 31011103329173 On shelf Request Copy
Central Library ชั้น 6 615.32486 ส838ห ร.2 31011103329199 On shelf Request Copy
Ongkharak Library ชั้น4 RC271.H47 ส838 2545 31011001459031 On shelf Request Copy

………………………….
อีกเล่ม เราซื้อเองในงานหนังสือ (ไม่มีในหอสมุด มศว หาซื้อเองแล้วกัน) เมื่อตอน อยู่ป.ตรี ปีสอง เทอมสาม (ซัมเมอร์)

ปกหน้า
click to comment

ปกหลัง
click to comment

ตอนนั้นไปกับเบลว์ ซื้อกันคนละเล่ม
พี่กุดจี่ ยังถามเลยว่าเป็นนักข่าวสำนักไหน (แบกกล้องไปถ่ายรูปขาวดำ) น่าเสียดายหาไฟล์ไม่เจอ ไม่งั้นจะเอารูปพี่กุดจี่มาโพสต์ให้ดูด้วย
click to comment

เราอ่านเล่มนี้เป็นครั้งที่สอง (ครั้งแรก อ่านนานแล้วตอนที่ซื้อมาแหละ อ่านวันเดียวจบ จำได้ว่าเร็วมาก และไม่ได้อะไรมาก) เล่าให้เบลว์ฟังว่าอ่านจบแล้ว เบลว์ยังงงเลยว่า “ธี่ อ่านหรือเปิดผ่าน ไมมันเร็วจัง” ก็อ่านแหละ แต่คนไม่มีความรัก อ่านหนังสือรัก ก็ไม่เข้าใจหรอก ก๊าก…

ก็เหมือนตะกี้ คือเราถล่มชั้นหนังสือ แล้วพบว่าเล่มนี้ ตอนที่ซื้อมา เราอ่านเร็วมาก เลยหยิบมาอ่านอีกทีดีกว่า

อ่านอีกที อืม กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
มีเรื่องที่กรี๊ดมาก ๆ หลายเรื่อง (จากทั้งหมด สามสิบสามเรื่อง) จริง ๆ ชอบทุกท่านเขียนเลยแหละค่ะ กรี๊ดสุด ๆ แต่เขียนทุกเรื่องไม่ไหว เพราะว่าเราไม่มีเวลาเยอะพอ ขอเขียนเลขหน้าแล้วกันนะคะ ขออภัยจริง ๆ (ถ้าคุณ ๆ อยากรู้ว่าเรื่องจะเป็นยังไง หรือท่านใดเขียน คุณจะได้ไปเสาะหามาอ่าน กร๊าก ๆ)

เราชอบ
– “หนังสือกับดอกไม้” หน้า ๕๗-๕๙ อ่านแล้วกรี๊ด ตรงกับที่ใจเราอยากพูดสุด ๆ อ่ะ
– เรื่อง รักแท้ของพจมาน หน้า ๑๕๕ ขำมาก เราขำก๊ากทั้งเรื่อง ชอบ ๆ ข้อคิดของเรื่องนั้นหรูเริดประเสริฐศรีสุด ๆ
– เรื่อง อยากหวนกลับไปรักเธอ หน้า ๑๘๕ เรื่องนี้ให้แง่คิดที่เรารู้สึกอยากพูดกับทุกคน ให้ระวังในเรื่องนี้ คือ เรื่องความเกรงใจ คนรักกัน อยู่กันทุกวัน ย่อมเบื่อหน่ายกัน แต่ลึก ๆ ก็ยังผูกพัน แต่ก็นะ บางทีความที่ชิน (จนชินชา) กันแล้ว ก็อาจทำให้ลืมนึกถึงจิตใจกัน จนขาดความเกรงใจ เหมือนกับในเรื่องนี้ ที่ผู้หญิงจู้จี้จุกจิกเซ้าซี้งี่เง่ากับผู้ชายมากเกินไป ส่วนผู้ชายก็ไม่นึกถึงจิตใจผู้หญิงเลย เอาคนอื่นมานอนในห้อง แถมตอนทะเลาะกันยังด่าถึงสารรูปของผู้หญิงอีก เราว่ามันร้ายแรงมาก ๆ เราอ่านเรื่องนี้แล้ว เราหดหู่มาก ถ้าเขาทั้งคู่มีความเกรงใจกันมากกว่านี้ ก็คงไม่จบเศร้าขนาดนี้ เศร้าว่ะ
– เรื่อง รักแต่ หน้า ๒๑๓ เศร้ามาก
เชื่อไหม เรื่องอื่น ๆ ในเล่มนี้ เราจำเนื้อหาไม่ได้เลย แต่เรื่องนี้อ่ะเราจำได้ ตอนอ่านอ่ะ นึกเลย “อ๋อ เรื่องนี้เองว่ะ ที่เศร้าแดกสุด ๆ นึกถึงบรรยากาศแบบสกู๊ปชีวิต ช่อง ๗” มันเศร้าแบบ โชคชะตาเล่นตลก พระเจ้ากลั่นแกล้ง น่าสงสารเหลือเกิน มันเศร้าแบบบอกไม่ถูก แต่มันเศร้ามาก ๆ อ่านจบแล้ว เราถามตัวเองว่า ถ้าเราเป็นพี่ไท เราจะโกรธนาไหม?
– เรื่อง แทนสร้อยเปลือกหอย หน้า ๒๒๙ ชอบมาก เราเป็นแบบนั้นแหละ คิดแบบนั้นเหมือนกัน (ในฐานะคนให้) แต่ถ้าคิดแบบในฐานะคนรับ เราขออะไรก็ได้อ่ะ ขอให้มาจากใจก็พึงพอใจแล้ว กรี๊ด ๆ
– เรื่อง สัญญาหน้าเสาธง หน้า ๒๓๓ เราเนี่ย อีเหี่ยว ของจริงเลย (แม้ไม่เคยมีคนเรียกว่าอีเหี่ยวก็เถอะ มีแต่อีฟู อีสิว อีเตี้ย อีขี้ฟ้อง ฯลฯ) แต่ประมาณนั้นเลย สมัยมัธยม เราเจอประมาณนี้เลยแหละ แต่ดีที่เราไม่เจอคนแบบ “ผม” และไม่เคยมีใครต้องมาสัญญาหน้าเสาธง กร๊าก อ่านแล้วคิดถึงตัวเอง ตลกดี ดีใจที่ธรรมชาติสร้างเราให้เป็นแบบอีเหี่ยวว่ะ เป็นแบบนี้ถือว่าโชคดีมากแล้ว ไม่ต้องมีใครมายุ่งยากวุ่นวาย ไม่ต้องมีใครมาสนใจ สบายดี (หุ ๆ)
– เรื่อง เอ่ยคำว่ารักบ้างก็ได้ หน้า ๒๖๗ ตรงตัว
– เรื่อง ต้น ชบา และ พ่อตาบอด หน้า ๒๙๑ จริง ๆ ไม่ได้สะดุดอะไร แต่สะดุดที่ ผู้แต่งบอกแรงบันดาลใจ ที่เป็นที่มาของเรื่อง ว่ามาจาก การฟังเพลง ต้นชบากับคนตาบอด ของวงเฉลียง แต่ในขณะที่ เราไม่เคยฟังเพลงนั้น แต่อ่านเรื่องนี้ จึงทำให้เราอยากฟังเพลงนั้นขึ้นมา (แรงบันดาลใจ สามารถกลับมากลับไป กลับไปกลับมาได้ เป็นแบบนี้จริง ๆ ลอง ๆ คิดดู สนุกดี)

ต้นชบากับคนตาบอด – เฉลียง

– เรื่อง เรื่องรักเรื่องนี้ หน้า ๒๙๗ ภาพรัก ไร้รัก รู้รัก เป็นรัก
– เรื่อง บ้านและบทเพลง หน้า ๓๐๕ โดย ประชาคม ลุนาชัย เรื่องนี้เขียนชื่อผู้แต่ง เพราะเราชอบ ประชาคม ลุนาชัย ทั้งที่เคยอ่านหนังสือของเขาแค่เล่มเดียว คือ คนข้ามฝัน เราไม่รู้ว่าทำไมเราชอบ แต่คงเพราะชื่อสกุลของเขาเพราะดี? และเขาเป็นคน (จ.) ยโส (เอซังมาเล่าใ้ห้ฟัง) ตอนนั้นเขาเคยมา มศว (ตอนเออยู่ ป.ตรี ปี ๑) เอซังขอลายเซ็นเขามาด้วย ทั้งที่หนังสือที่ยื่นให้เขาเซ็นนั้นเป็นหนังสือในห้องสมุด ร.ว.บ. ที่แม่ยืมมาให้เอ พอเราเห็นลายเซ็น เราก็กรี๊ด ๆ แล้วไปอ้อนวอนขอร้องแม่ ให้แจ้งหนังสือหายกับจ่ายค่าปรับให้ที เพราะเราต้องการหนังสือเล่มนี้อ่ะ ก๊าก… (ไม่คืนหนังสืออ่ะ) นอกเรื่องมาเยอะ เอาว่า การเขียนเรื่องบ้านและบทเพลงของเขา ก็แปลกดี เราชอบมาก เป็นการเล่าด้วยเพลงทีละท่อน สลับกับคำบรรยาย (พอดีเราชอบแต่งเพลง เราจึงคิดว่านี่อ่ะ เป็นวิธีที่เจ๋งดีนะ ไม่ต้องแต่งให้จบเพลงในทีเดียวหรอก ค่อย ๆ แต่งทีละท่อนไปเรื่อย ๆ ใช้ประสบการณ์ที่พบมาเป็นข้อมูลในการเขียนเนื้อร้อง มันสวยงามดีนะ-เพลงที่เขียนด้วยชีวิตจริงอ่ะ ลองเขียนดูสิ) ถึงเราจะรู้สึกว่าความต่อเนื่องในเรื่องนี้ดูไม่ค่อยต่อ เรารู้สึกว่าสะดุดเพราะความสงสัยหลายจุด แต่มันก็สวยงามมาก และความคิดของนงนรีก็เหมือนกับความคิดของเรามาก ๆ (สงสัยเราคิดตาม ก๊าก…)
– เรื่อง ผีเสื้อกับดอกไม้ไฟ หน้า ๓๒๙ สนุกมากจริง ๆ ชอบอ่ะ คนเขียนรู้ใจด้วย ว่าคนอ่านอยากถามอะไร เมื่อตอนที่อ่านเรื่องนี้จบ
– “ขอฟังเพลงรัก” หน้า ๓๓๕ นี่แหละ ตรงกับที่ ดร.อาจองเคยพูด ทำไมเพลงถึงมีแต่เพลงอกหัก เพลงเศร้า ขอฟังเพลงรัก บ้างได้ไหม
เราตั้งใจไว้แล้วว่า ถ้าไม่ได้มีประเด็นอะไร ต่อไปเราจะแต่งแต่เพลงรัก หรือ เพลงให้กำลังใจ หรือ เพลงสรรเสริญ หรือ เพลงรื่นเริง หรือ เพลงปลุกใจ ไม่แต่งเพลงเศร้า ไม่แต่งเพลงอกหัก เพราะเพลงแบบนี้ มีมากเกินไปแล้ว เอิ๊ก ๆ

ไปแล้ว เกินเวลาจนได้
กะจะเขียนแค่ชั่วโมงเดียว คือ ต้องถึง 12:51 กลายเป็น 13:29 แต่เอาเถอะ ถือว่าก็เร็วกว่าวันอื่น เจอกันคราวหน้า โชคดีค่ะ

เออ แถม http://www.imeem.com/pranitee/photo/kClaXnr2ZY/ ลองกดย้อนไปข้างหน้า หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้าง วิธีรับมือกับเหตุสุดวิสัยและภัยพิบัติ ถ้าอ่านไม่ออก ไปซื้ออ่านแล้วกัน ไม่อยากสแกน

Advertisements