ไหน ๆ เอนทรี่ที่แล้ว เขียนเกี่ยวกับงาน ต่อด้วยไอ้นี่

มันเป็นที่เขียนไว้เมื่อวันปีใหม่ 2554
ดูคร่าว ๆ ก่อน

1. ราม ป.ตรี มนุษย์อิงค์ที่ลงไว้ จะต้องผ่านมากกว่าตก

ตั้งใจอย่างแรงว่าต่อจากนี้ไป จะไม่ตกอีกแล้ว

ซึ่งก็จะพยายามทำให้ได้ ขี้เกียจลงทะเบียนสอบซ่อม

เปลืองเงิน เปลืองเวลาไป
((ยังคงสอบตก แต่ผ่านมากกว่า แต่ก็ยังคงตกจนเทอมนี้ ที่ตกเพราะยังพยายามไม่พอ))

2. อาทิตย์นึงต้องแปลงานให้ได้มากกว่า 4 เรื่อง

ถ้าอาทิตย์ไหนไม่ถึง 4 เรื่อง ต้องเอาทบไปอาทิตย์หน้า

ห้ามตัดทิ้ง ต้องมีวินัย แม้งานเล็กงานน้อยก็ต้องมีวินัย

((อันนี้วินัยจัดมาก แปลสตอก เป็น 5 เรื่อง แต่ผลงานก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ -*- คละเคล้า พยายามทำให้เข้าใจง่าย เพราะว่าเราก็ไม่ได้รู้ลึก จะเขียนในแนว ชวนคิด ชวนดูรูป แนะนำเว็บซะมากกว่า วินัยจัดมาก อาทิตย์ที่แล้ว แปลไป 10 เรื่อง ทบมา อาทิตย์นี้ยังไม่ได้ทำสักเรื่อง กำลังจะเริ่มหา และทำภายในสองสามวันนี้))

3. จัดห้องคอมเป็นห้องนอนให้ได้

เพื่อที่เราจะได้นอนก่อนเที่ยงคืนสักที ทุกวันนี้จะตายแล้ว
((ยัง และเรายังคงนอนตีสามแทบทุกคืนT_T))

4. เลิกโพสต์คำหยาบลงโซเชียลเน็ตเวิร์ค

(อันนี้ทำยาก เพราะเป็นสันดานแล้ว แต่จะพยายาม)
((ใช่ เป็นสันดาน เลิกไม่ได้หรอก แต่จะำำพยายามเลิกพาดพิงคนอื่น กลัวตาย))

5. แต่งเพลงสำหรับใช้เป็นเพลงบรรยาย/เพลงประกอบวีดิโอ

แล้วแจกฟรี ที่เคยเขียนบอกไว้ที่เพจสอนแต่งเพลง

ที่บ่น ๆ ว่าอยากทำเพลงจบการศึกษา อนุบาล ประถม มัธยม

อาชีวะ พาณิชย์ ช่างกล อุดมศึกษา ป.ตรี โท เอก

เพลงงานบวช งานแต่ง งานกินเลี้ยง สารพัดงาน

จะทำเป็นไฟล์แบบพอทนฟังได้ แถมมีคอร์ด มีโน้ตให้เอาไปเล่นต่อได้

เผื่อทนฟังไฟล์เราไม่ไหวแต่ชอบเนื้อและทำนอง

(เป็นโน้ตเพลงแบบที่เราทำตลอดแหละ โน้ตมะละแหม่ง)

แล้วไปโพสต์แจกฟรีในบล็อก ใครจะเอาไปใส่วีดิโอ

(เครดิตให้ จะขอบใจมาก) ได้ตามอัธยาศัย

อยากให้มี ขอแค่ ปีละเพลงก็พอแล้ว

(ไม่ได้ว่างมาก ถ้าได้ปีละเพลง ก็โอเคแล้ว

จนแก่คิดซะว่าหากเราอยู่ได้ถึงอายุ 60 ก็มีเพลงตั้ง 30 กว่าเพลง

ก๊ากกกก)

เพลงเดียวพอ เพลงไหนก่อนดี เดี๋ยวทำก็รู้

ตามดูที่บล็อกมายสกายสอนแต่งเพลงแหละ

(( ไม่มีอารมณ์ว่ะ ไม่มีจริง ๆ เหนื่อย เหนื่อยมาก ๆ มีเรื่องมากมาย มีคนฝากให้เขียน แต่ไม่มีอารมณ์เขียน เขียนเพลงไม่ได้ ท่าจะแย่))

6. เย็บชุดทำงานแบบที่เราชอบใส่

ให้ประณีตเหมิือนที่เขาตัดขายเลย อย่างน้อย 1 ชุด

(ทุกวันนี้เย็บแต่กางเกง แถมตะเข็บเละมาก โคตรเน่า

ผลงานหยาบมาก หยาบเหมือนหน้าคนทำ ก๊าก)
((ไม่ทำ ไม่มีความสามารถ ซื้อใส่ง่ายกว่า จักรมีไว้ซ่อมแซมเสื้อผ้า เท่านั้นเอง ทำจักรพังอีก ซ่อมแล้วก็ไม่ดีเหมือนเดิมกะว่ามีรถเมื่อไร จะยกไปเข้าศูนย์ ยกไปเฉย ๆ ไม่ไหว หนัก 8 โล ตอนยกมา หลังแทบหัก))

7. บริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาเด็ก

อย่างน้อย 2 ทุน

ทุนแบบทั้งปีการศึกษาอ่ะนะ (ปีที่แล้วให้ทุนเดัยว)

((เยอะ เยอะมาก บริจาคตลอดอ่ะ ทั้งทุน ทั้งน้ำท่วม เวลาเศร้า เวลาเครียด แต่ก็ดี ถ้ามี แล้วให้พอที่เราจะไม่เดือดร้อน ก็ควรช่วยกันบริจาค ถือว่าช่วย ๆ กันไป))

8. ทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้เป็นระบบกว่านี้

(ทำมาหลายปีแล้ว แต่เน่า เงินเกินบ้าง เงินขาดบ้าง งงเองบ้าง)

((เน่าเหมือนเดิม))

9. ถ้าไม่สบอารมณ์ จง นับ 1 – 100 ให้จบ แล้วค่อยพูด

((ไม่เคยนับ))

10. มองหาลู่ทางทำงานเพิ่ม หางาน อะไรที่เกี่ยวกับงาน

(ไม่ระบุเจาะจง เพราะไม่รู้จะระบุอะไร ยังสรุปอะไรไม่ได้)

((มองอยู่ จะทำงานกับซุง ต้องช่วยกันคิดแล้ว มันวิกฤติแล้วจริง ๆ ชีวิต — ละอายใจเอง ไม่มีใครมาด่าแรง ๆ หรอก ละอายใจเอง -*-))

เฮ้ิอ ปีหน้าจะเขียนอะไรดี

Advertisements

เคยคิดไหม ว่าอยากจะทำอะไร? (อาชีพ)

เราจะเขียนไงดีวะ นึกไม่ออก

จริง ๆ เราเขียนเกี่ยวกับเรื่องสิ่งที่อยากทำบ่อยมาก ในมัลติพลาย จะเขียนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นทำแบบสำรวจอาชีพ ทำเยอะมาก http://pranitee.multiply.com/tag/%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD เข้าขั้นประสาทแดก

แต่สรุปก็ยังไม่ได้ทำเท่าไร

ก็มานั่งคิด ๆ (จริง ๆ เรื่องนี้เราคิดเรื่อย ๆ อยู่แล้ว) แต่ ณ เวลานี้ อาชีพที่น่าจะบูมที่สุด คือ ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ บูมแน่ ๆ อ่ะ (คือความต้องการมีทั่วหัวระแหง)

นอกนั้นไม่รู้เลยอ่ะ

แต่อยากเท้าความกลับไป ถึงความใฝ่ฝันเมื่อครั้งเยาว์วัย จนถึงแก่ป่านนี้ เท่าที่เราจำได้

ตั้งแต่เกิด เวลาคนถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
เด็กมาก ๆ ตอบว่า ครู เหตุผลคือ โลกนี้มีกี่อาชีพไม่รู้ แต่พ่อแม่ของเราเป็นครู เรารู้จักอาชีพเดียว

พออยู่ป.3 ตอบในห้องไปว่า อยากเป็นนางสาวไทย -*-
แต่ตอบเบา ๆ เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ แม่งตะโกนลั่นห้อง โคตรอับอายเลยอ่ะ

หลังจากนั้นเหมือนนึกไม่ออก

ช่วงมัธยม ไล่ไม่ค่อยถูก แต่มีช่วงนึงที่ดาราชื่อ แอม วฤนดา สมศิริ หรือไงเนี่ย เขาเรียนกฎหมาย เขาท่องกฎหมายออกรายการเกมโชว์สักรายการ พูดเลย ความผิดแบบนี้ ผิดมาตรานี้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ โอ้ย ฟังแล้วชอบมาก ตั้งใจเลย กรูจะเป็นทนาย
พอโตขึ้นอีกหน่อย หรือดูละครมาก พบว่าทนายเหี้ย ๆ แต่เก่ง สามารถว่าความให้คนถูกกลายเป็นคนผิดได้ เลยไม่อยากเป็นแล้วทนาย

พอม.3 ต้องเขียนในระเบียน โห ม.1-3 4-6 เลยนี่หว่า (ระเบียนอยู่ใกล้มือ)
ม.1 ไกด์ ครู หมอฟัน
ม.2 หมอฟัน ครูสอนดนตรี นักธุรกิจ
ม.3 หมอฟัน ครูสอนดนตรี ทนายความ (ตอนนี้แน่เลย ที่ดูดาราชื่อแอมน่ะ)
ม.4 นักจิตวิทยา ครู เว็บมาสเตอร์
ม.5 นักจิตวิทยา ครู เว็บมาสเตอร์
ม.6 นักจิตวิทยา ครู นักวิจัย (ผีห่าซาตานตัวไหนมาดลให้กรูเขียนเยี่ยงนี้ ตอนนี้เกลียดสุด ๆ อ่ะ นักวิจัย กร๊ากกก)
เอิ่ม แต่ มหาวิทยาลัย จากใจเลยนะ (ไม่เคยโกหก) ลอกเพื่อนว่ะ เพราะไม่รู้ว่าประเทศไทย มีมหาวิทยาลัยชื่ออะไรบ้าง อย่าว่าโง่เลย นอกจากบ้านกับโรงเรียนก็ไม่รู้จักที่ไหนเลย โง่จริง ๆ อ่ะ เพราะว่าไม่เคยได้ไปไหนเลย ตอนนั้นนั่งรถรับส่ง แล้วก็ห้างนะ ไปปีละครั้งเห็นจะได้ คือแบบ ก็ไม่ได้เดือดร้อนนะ เราว่าเราเป็นพวกเฉย ๆ อ่ะ ออกแนวหัวรุนแรงเรื่องพวกการเอาเปรียบกันในหมู่เพื่อนฝูง ความเห็นแก่ตัว (แบบเป็นนักบ้าอะไรไม่รู้ แต่ไม่สนใจ เที่ยว เทิ่ว เรียนพิเศษอะไร ไม่มี สยามคืออะไร ไปทำไม กูไม่สนใจ ไม่สนจริง ๆ ไม่เคยขอไปเรียนพิเศษเลย รู้อย่างเดียว อยากทำอะไรก็ขอแม่ แม่ไม่ให้ก็ไม่ทำ ขอไปฝึกงานที่โรงพยาบาล ตามเพื่อน แต่อันนี้เหมือนไม่ค่อยอยากด้วย ไม่ได้รบเร้า เพราะไม่ได้อยากเป็นหมอ จำได้ตอน ม.4อ่ะนะ เพื่อนไปแม่งยกห้อง แต่เราไม่ไปอยู่คนเดียวมั๊ง ฮาป่ะ ตลกดี อ้าวก็กูไม่ได้อยากเป็นหมออ่ะ เออ เคยอยากเป็นหมอฟันอ่ะ เหตุผลคือ เล็ก ๆ เราทำฟันบ่อย รู้สึกว่าหมอคงรวยมาก ได้เงินจากแม่เราไปมหาศาล 555+ เออ แต่ขอไปทำงานปิดเทอม ร้านอาหาร ร้านฟาสฟู้ด ไม่ได้หรอก แค่ขอไปเดินห้าง แม่ยังตามไปนั่งโต๊ะข้าง ๆ เลย เพื่อนแซวแม่งทุกนัด จนมันเลิกชวนเราอ่ะ แต่นะ ตอนนั้นเราก็เฉย ๆ ว่ะ ห่าเอ๊ย ฤาชีวิตกูจะเฉยนานเกินไป 555+)
นอกนั้นเรื่อยเปื่อยมาก แต่เรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
และอยู่โรงเรียน เด่นมาก เพราะเป็นคนนำร้องเพลงชาติ 555+

ออกนอกเรื่องไปไกล

เหมือนเคยตอบว่าอยากเป็นหมอนะ แต่ก็จำไม่ได้ว่าตอนไหน
อาจจะประถมปลายแหละ

แต่ที่จำได้อีกทีคือ ตอนม.6 จริง ๆ อยากเอนท์ไปเชียงใหม่ (กูต้องบ้าแน่ ๆ) แต่อยากมาก หากแต่ที่บ้านไม่ให้ (พอดีแค่เกริ่น ๆ ว่าอยากไปเรียนเชียงใหม่ คณะหอกหักอะไรก็ว่าไป)
ปล.จุฬาดีที่สุด ธรรมศาสตร์เลิศมาก ไรเงี๊ย เราไม่เคยรู้นะ เรารู้แต่ว่าพ่อแม่เราจบมศว และ ณ ตอนนั้นพี่เราก็เรียน มศว เราว่าเราอยากแปลก ๆ ดูบ้าง (เพราะปกติ กูก็เป็นคนแปลก ๆ อยู่แล้ว) แต่พอที่บ้านไม่ให้ ก็เลยสอบตรง มศว กับบูรพา เทคโนการศึกษา เหตุผลคือจะเรียนอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องเจอแคลคูลัส กับฟิสิกส์ (กูเรียนแล้วป่วยมาก) คิดโง่ ๆ แต่นะ สิ่งที่ผ่านไปแล้ว ย่อมดีที่สุดแล้ว (ถ้าไม่พอใจ ก็จงทำวันนี้ให้ดีกว่า) สอบตรงที่บูรพานี่ไม่มีสอบข้อเขียน แต่ มศว มี (พอดีตอนนั้นชอบรุ่นพี่คนนึง พี่เขาชวนให้ไปเรียนที่ มธ. คณะสักอย่าง จำไม่ได้ ออกแนวศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใจอยากไปมาก เพราะตอนนั้นชอบพี่เขามาก (โคตรเก่งอ่ะคนนี้ เก่งโคตรรรรรรรรรรร) กร๊ากก เราแรด แต่นะ ก็แค่แรดแบบเด็ก ๆ (ไม่ได้เป็นพวกร่าน) เขาอุตส่าห์แนะนำ (เรียนที่เดียวกับเขา) แต่ที่บ้านด่าได้อีก สุดท้ายเลยไม่คิดจะไปแล้ว 555+) และพอไปสอบเอนท์จริง ๆ เออ มันบัดซบดีเนอะ คือเราไม่นิยมในระบบ แล้วพอดีได้สอบตรง บูรพาอ่ะได้แล้ว อาจารย์ที่สัมภาษณ์ยังบอกว่า คุณเก่ง ถ้า (ประมาณ) มีโอกาส คงได้สอนคุณ ไรเงี๊ย ฟังแล้วงงมาก สัมภาษณ์คนแรกด้วย เลยดีใจมาก ตอนนั้นกลัวไม่มีที่เรียน เพราะคาดว่าเอนท์ไม่ติดแน่กรู คะแนนเอนทร์ห่วยแตกมาก ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เลข เข้าไปกามั่ว บัดซบ เด็ก ๆ อ่านกรุณาอย่าทำตาม คือสิ้นคิดสุด ๆ แล้วอ่ะ แต่ที่เหลือตั้งใจนะ แต่คะแนนก็ไม่ดีอ่ะ ควายมาก) แต่ตอนหลังไป มศว (ยอมไม่รายงานตัวที่บูรพา เพราะมั่นใจว่าได้มศวแน่ ๆ เพราะที่มศว อาจารย์ก็บอกว่าเกรดดีมาก เข้าไปถึงรู้ว่า เราเกรดเป็นที่ 1 แต่นะเกรดไม่สามารถวัดความสำเร็จของคนได้หรอก เราประจักษ์เองแล้ว)

เออ ลืมเล่า ตอนม.6 มีความรู้สึกเยอะมาก เคยอยากเรียนวนศาสตร์ของม.เกษตรด้วย เพราะว่าทำแบบทดสอบของเว็บอะไรสักอย่าง ได้แบบนั้น จะเรียนเลยนะ (แม่ง กูเชื่ออะไรง่ายชิบหาย แต่แบบเชื่อพวกแบบทดสอบไงว่าต้องเข้ากับจริตเรา) ที่บ้านบอกว่า คณะนี้มีรับน้องตาย กล้าไปเหรอ เลยไม่กล้า -*-

แล้วก็อยากเรียน ม.เกษตร เพราะว่าเคยไปตอนม.4 ไปสอบเคมีโอลิมปิกกับเข้าค่ายเคมีโอลิมปิก (รวมแล้วแค่ 2 วัน เครียด ป่วย สละสิทธิ์ ให้แม่มารับกลับบ้าน -*- แต่นะ ที่อื่นไม่เคยไปไง จุฬาก็ไปแค่สมัครเอนท์ คือเหมือน ณ ตอนนั้นรู้จักแต่ ม.เกษตร มศว ยังไม่รู้จักเลย ไม่เคยไป // โถกู โลกทัศน์โคตรคับแคบมาก)

กะว่า ถ้ายังไงจะเรียนจิตวิทยาที่ม.เกษตร
แต่มีช่วงนึง บอกกับย่า ว่าจะเรียนคณะเกษตร มาทำสวนบ้านย่า (จริง ๆ อยากนี่อ่ะ เห็นเราดัดจริตก็เหอะ เราชอบต้นไม้นะเว้ย) ย่าด่าใหญ่เลย บอกว่า เลี้ยงจนโต จะส่งให้เป็นเจ้าคนนายคน ดันอยากมาทำไร่ทำนาทำสวนตากแดดตัวดำ
// โอ้ย ฟังเสร็จ เลิก ๆ ล้มเลิก

สรุปก็ไปเรียนเทคโน ระหว่างเรียนไม่ได้โรยกลีบกุหลาบนะ เพราะว่าเทคโนนี่โลดโผน เรานี่ร่วมกิจกรรมน้อยสุด (แม่ไม่ให้ไป เพื่อนด่าบ้างเรื่องกิจกรรม โอ้ยสรุปโดนด่า ทุกทาง แต่ก็นะจบมาได้ ขอบคุณความอดทนของดิฉัน จบมาแบบโลกทัศน์แคบ ๆ แต่เพื่อนน่ารัก เคยมีอาจารย์บอกว่า เพื่อนมัธยมจะสนิทที่สุด แต่เราขอบอกว่า เพื่อนมหาวิทยาลัยที่เรียนเอกเดียวกันและรับปริญญาพร้อมกันต่างหากที่สนิทที่สุดเพราะมันได้ผ่านการต่อสู้บนเส้นทางเดียวกันมาอ่ะ เพื่อนมัธยม ถ้าเรียนคนละสาขา ต่อให้ตอนมัธยมสนิทแค่ไหน ก็ต่อไม่ค่อยติดแล้ว จริง ๆ นะ แต่เราก็รักเพื่อนสนิทตอนมัธยมของเรานะ รักมาก แต่หลัง ๆ พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง หรือเราพูดไม่รู้เรื่องเองก็ไม่รู้ ที่เขียนถึงเนี่ย เพื่อจะบอกว่า กลุ่มเพื่อน มีความสำคัญกับชีิวิตมาก ๆ โอเคคุณหาเพื่อนใหม่ได้ตลอดเวลา แต่ความไว้วางใจ เพื่อนป.ตรีเท่านั้น ที่ถือว่าน่าไว้วางใจได้ระดับมาก ๆ อ่ะ เราคิดงี้นะคะ ใครไม่คิดก็ไม่เป็นไร)

ตี 2 แ้ล้ว เตรียมไปดีกว่า ป๋าตื่นมากรูตายแน่ๆ

แต่เออ อีกนิด
ล่าสุดบอกป๋าไปว่า ป๋า แอมอยากเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ (เราชอบทำงานในห้องแลป เราชอบเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพมาก น่าเสียดายที่เราโง่ไม่ยอมทนเรียน เราอยากทำงานในห้องแล็ป ใส่ชุดสีขาว และฉีดพ่นแอลกอฮอลที่มือ (โคตรฮาอีนี่) เอาเข็มเขี่ย ชิ้นเนื้อเยื่อลงวุ้นในจานเพาะเลี้ยง กร๊าก ๆ — เราเคยอบรมที่ลาดกระบัง 4 วัน ชอบมาก ขอบอก ชอบมากแต่วิทย์ไง แคลคูลัสลอยมา เลยไม่เรียน -*-)
ป๋าบอกว่า หนูมีความรู้เหรอ โอเค จบข่าว ตอนนี้ไม่มี

เราอยากไปช่วยเจ๊หุย ทำเว็บขายเสื้อของเขา (เสื้อของเขา จะขายเป็นมือสอง) มาเป็นลัง ๆ เลย จากอเมริกา แต่เราต้องไปขลุกบ้านป้า ไปจัดแสง ถ่ายรูป คือคิดว่าทำได้แน่ ๆ ชอบ ด้วย เอามาลงเพจ แล้วหาทางโปรโมตให้ เวลามีคนสนใจก็ตอบ ให้เขาโอนเงินเข้าบัญชีเจ๊หุยไปเลย แล้วก็ส่ง SMS มาเบอร์เราก็ได้ กรณีเจ๊หุยไม่ว่างดูเพจ เราก็สรุปยอด สรุปที่อยู่ลูกค้าไปทางอีเมล ไรเงี๊ย ชอบชอบมาก ชอบทำงานหน้าคอม 555+ แต่นะ จะไปวันไหน ในเมื่อไปไหนเองไม่ได้

เราทำได้ทุกอย่างที่ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรมและไม่ขัดความรู้สึกของเรา ถ้าได้ตังค์ + เราไม่้ต้องเดินทาง อ่ะ เราอยากทำหมดแหละ ก็หาทางอยู่

วันก่อนคุณแม่จุ๊บก็บอกว่าแอมไม่เป็นฟรีแลนซ์รับออกแบบเว็บ ไรก็ว่าไปล่ะ คนที่แม่จุ๊บรู้จักได้เดือนเป็นหมื่นเป็นแสน มีลูกค้าต่างชาติ เราก็ตอบคุณแม่ไปว่า หนูไม่ค่อยมีความรู้เยอะ หนูกลัวว่าจะเสียชื่อมากกว่าได้เงินอ่ะค่ะ (ลึก ๆ ตอนนี้คือ ขอรามให้จบก่อน ปล.รามเนี่ย ไปเรียนมนุษย์อิงค์ให้แม่ เพราะแม่เคยว่าไว้ว่า ถ้าเราเรียนมนุษย์อิงค์แต่แรก ไม่ใช่เทคโน ชีวิตเราคงไม่เป็นแบบนี้ T.T เราก็เลยไปเรียน แต่นะ เราก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนเท่าไร แบบไม่เข้าเรียนไง อิอิ ก็บอกแล้วว่าไปไหนไม่ได้ โอ้ย จะพูดซ้ำทำไม)

เราไม่หนีไปนะ เราไม่ต้องการทำให้แม่เราทุกข์ใจ เข้าใจป่ะ ถึงเราจะดีเรื่องอื่นไม่ได้ แต่เราก็ไม่อยากเลวด้วยเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ เมื่อแม่ไม่ให้ไป เราก็จะดีในแบบของเรา ซึ่งถ้าใครไม่เข้าใจ เราก็ไม่รู้จะทำไง เพราะนี่มันเรื่องของเรา -*- ก็ทำเท่าที่ทำได้

ล่าสุด ขอไปงานนึง แม่ไม่พอใจใหญ่เลย ตะกี้เอง แม่บอกว่า ถ้าแอมอยู่บ้านวันนั้น แม่จะสบายใจมาก แอมทำให้แม่ไม่สบายใจ แต่นะเอซังมาเคลียร์ให้แล้ว แบบว่าไปด้วยกัน จบข่าว เห้อ ชีวิตกู บางทีความคิดที่แม่จะ้เปิดร้านซีรอกให้ คงเหมาะแล้ว แต่เมื่อไรเท่านั้นเอง 555

เออ แต่ ณ ปัจจุบัน เรารู้อย่างเดียว คือเราชอบสอน เราจะเป็นครู วิชาอะไรเดี๋ยวดูอีกที (ไปเรียนดนตรีเพิ่มเพื่อสอนดนตรี แล้วทำธุรกิจด้วย หรือไงดี)

จริง ๆ ถ้าญาติเราสักคนมีร้าน แล้วขอเราไปทำร้าน ไปเฝ้าหน้าร้าน ไปอะไรก็ว่าไป เราว่าแม่ให้ไปว่ะ 555+ นี่ก็อยากชวนลูกพี่ลูกน้องอยู่ จะลาออกจากงานปลายเดือนนี้แล้ว น่าสงสาร ทำงานแล้วเจอแบบเราเลย ได้เงินมากกว่าเรา สองเท่า เขายังไม่ทนเลยอ่ะ โรงเรียนเอกชนแม่งเหี้ยกับครูทุกที่เลยป่าววะ
กะว่าถ้าพี่สาวคนนี้ออกจากงาน แล้วไม่ทำงาน เราสองคนต้องหาธุรกิจทำด้วยกันแล้วแหละ เริ่มคิด ๆ แล้ว (พี่สาวเราคนนี้จบป.โทนิติศาสตร์)

และอีกประการ ถ้าอีก5ปี เรายังไม่เป็นโล้เป็นพายจะด้วยสาเหตุใดก็ตามแต่ เราจะได้เข้าสวนไปทำสวนกับคุณป๋าที่บ้านย่า 555+ ซึ่งนี่คือความฝันของเรา แดดร้อนไม่กลัว หน้ากรูกร้าน หน้าก็ด้าน ผิืวดำก็ช่างมัน ใส่ใจที่ไหน ขอแค่ทำอะไรก็ได้ ที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ได้ไปหนักหัวใคร ความสุขของคนเราแตกต่างกัน เราพยายามทำให้คนสำคัญของเรา ได้รับความสุขจากเรามากกว่าความทุกข์จากเรา (แม้ความสุขและทุกข์ ที่ว่า จะเป็นคนละชุด กับความสุขและทุกข์ของมนุษย์คนอื่น ๆ ก็ตาม) แต่นะ อะไรที่พอทำได้ ให้กำลังใจคนในโลกได้ เราก็จะยังทำต่อไป สวัสดีค่ะ 2:22 ไม่ตรวจทานนะคะ กรูรีบ กลัวป๋าตื่น 555

อยากให้มี เครื่องต้มน้ำอาบพลังแสงอาทิตย์ และเก็บน้ำร้อนไว้นาน ๆ

อยากให้มี (แบบราคาคนธรรมดาซื้อหาได้อานะ) เครื่องเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ มาทำเป็นน้ำอุ่นอาบ แบบเก็บตั้งแต่กลางวันแล้วมีระบบที่รักษาอุณภูมิน้ำได้ ให้มีน้ำร้อนใช้ไปตลอดเลย คิดไม่ออก เพราะไม่มีความรู้ แต่อยากได้ เพราะว่า หน้าหนาว แดดโคตรแรง แดดหน้าหนาว น่ากลัวมากกกกกกกกกก ร้อนโคตร แผดเผาสุด ๆ น้ำนอกบ้านร้อนจี๊ เลยเสียดายว่าทำไมไม่หาทางทำน้ำร้อนเก็บไว้ เพราะว่าอาบน้ำทีไร ได้อาบน้ำเย็นตลอด (อาบประมาณทุ่ม) คือไม่อุ่นน้ำอาบ เพราะไม่พอใช้ เป็นคนใช้น้ำเปลือง สระผมสองรอบ อาบน้ำสองรอบ (ล้างผลาญมาก) อาบน้ำทุกฤดู เหมือนกันตลอด เป็นคนสม่ำเสมอ (บ้าสม่ำเสมอ) เลยอยากได้อ่ะ น้ำอุ่นจากแสงอาทิตย์ (ท่อหรือถังที่เก็บต้องใหญ่มาก ๆ เป็นฉนวนกันความร้อนรั่ว ไรเงี๊ย 555+) บ้าไปแล้วอีนี่ ปล.ที่บ้านไม่มีเครื่องทำน้ำร้อน และไม่คงไม่มี เพราะถ้ามีค่าไฟคงระเบิดไปเลย ปล.เราทนอาบน้ำเย็นได้ แค่รู้สุกเหมือนใกล้ตายแค่นั้นเอง + เสียดายแดดแรง ๆ อ่ะ ไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย