วันวันเราทำห่าอะไรบ้าง (กร๊าก)

หมายเหตุ โพสต์ไปกับรูปไม่ได้ งงมาก
สรุป ไปดูเองแล้วกัน http://twitpic.com/a0z0to/full
………แล้วก๊อปพวกนี้ มาเพสใหม่หมด……
เดี๋ยวนี้จะเปิดเอนทรี่ด้วยรูปภาพ เพราะว่าจะได้มีรูปประกอบ
แบบที่นี่เราจัดแต่งไม่ค่อยเป็น (ขี้เกียจมากกว่า)
เราเลยเอารูปมายืนพื้นก่อนเลย กร๊ากก

มันคือรูป งานแจ๋ว ของเรา
(ถ้าอ่านออกก็อ่าน อ่านไม่ออก ไม่ต้องพยายาม)
จริง ๆ เราไม่ได้ทำแค่นั้นหรอก
มันอาจมากกว่านั้น
แต่เราทำกระดาษนี้ขึ้นมา
เพราะว่าเราอยากมีกำลังใจ ที่สร้างเอง
ด้วยการมองเห็นสีสวย ๆ (ถ้าไม่ลืมมาจิ้มปากกา บางทีเหนื่อยมาก ลืมก็มี)
ว่าเออ วันนี้หลายจุด
ซึ่งแปลว่าทำงานได้หลายอย่าง
งานบางอย่างอาจทำมากกว่าวันละหนึ่งครั้ง
แต่ก็จิ้มจุดเดียวพอ เปลืองที่ ขี้เกียจตีเส้นกระดาษ
แต่หน้านึงจะได้ประมาณครึ่งเดือนไง มากกว่านี้ จะเบียดไป

มันเป็นงานแล้วแต่เรานึกได้
พวกล้างจาน ขัดส้วม อะไรก็ว่าไป
อยากจะทำให้เยอะ ๆ แต่บางทีเวลาก็ไม่อำนวยนะ

และบางงานที่ทำทุกวัน แต่ไม่เขียนก็มี
เช่นเอาเท้าขัดพื้นห้องน้ำ เพราะพื้นมันลื่น เราใช้เท้าขัดว่ะ
(เอาเท้าขวา สวมไปที่ช่องว่างระหว่างตัวแปรงกับด้ามแปรงขัด แบบมือจับ
เพราะเท้าเราเล็ก สวมได้ไปครึ่งเท้าเลย 555
แล้วเราก็จะเตะขาไปมาที่พื้น เพื่อขัีดคราบลื่น ๆ ของสบู่ยาสระผมครีมนวดที่เกาะที่พื้น
ให้หลุดออกไป ตักน้ำราด ส่วนขาซ้ายก็ยืนเป็นหลักมั่น ๆ
((ขยับแต่ขาขวา ขยับสองขามีหวังหัวทิ่มฟาดคอห่านตาย))
ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจถ้าหากเห็นขาสองข้างของเรา ไม่เท่ากัน 555)
ใครว่าไง เราไม่แคร์ เพราะพื้นสะอาดได้เหมือนกัน
และเราเท้าเราก็สวยมาก กร๊ากกก
และอุ่นข้าว และกับข้าวต่าง ๆ ตั้งแต่สามอย่างถึงเป็นสิบ ๆ อย่าง
เราก็อุ่นเอง ขี้เกียจเขียน เพราะทำเป็นเวลาแล้ว มากน้อยแล้วแต่วัน

ของที่เขียนคือเอาเข้าห้องน้ำนะ
เราจะเป็นคนเช็คของด้วย หลัก ๆ คือต้องไม่ขาด
แต่เกิน ไม่เป็นไร เช่น เราวางสบู่แล้ว
แม่ไม่ชอบ จะแกะสักสิบห่อก็ไม่เป็นไร
(เพราะไม่ถูกใจ เดี๋ยวเราจับใส่ถุงตาข่าย
เอาไว้ล้างมือได้อยู่ เราหาทางจัดการของพวกนี้ได้
ไม่ใช่ปัญหาเลย ชิล ๆ
คิดว่าถ้าเป็นพนักงานจัดร้านคงเป็นพนักงานดีเด่น
แต่ห้องน้ำคงไม่ได้สะอาดหรูมากทั้งห้อง
เพราะเราไม่ได้ชอบขัดห้องน้ำ
เราขัดแค่โถส้วมไม่ให้อุจาด แต่ไม่ได้สะอาดปิ๊งเหมือนใหม่
ขัดแล้วจะอ้วก อย่าว่าดัดจริตเลย ได้แค่นี้แหละ
แล้วก็อ่างล้างหน้า ด้านบน ด้านล่างไม่ขัด เพราะไม่ได้ใช้งานหนิ
และทางเดิน ไอ้ที่วางของ เราเช็ดบ้าง แต่ไม่บ่อย)

งานบ้านที่เราเกลียดมากที่สุดคือ ทิ้งผักผลไม้เน่า และอาหารเน่า
เพราะว่ามันทำให้เราเสียเวลามากเกินไป
และแม่ก็ซื้อของเยอะเกินไป
(เราไม่ได้ว่าแม่นะ เราบอกหลายครั้งแล้ว ว่าเรื่องนี้มันกลายเป็นปัญหาหนักมากของเรา)
ป๋าก็ด่าแม่ไง แต่แม่เขาก็จะเถียง ว่า “เวลาเขาจะกิน ไม่มีใครซื้อให้” (เขาเลยต้องซื้อมาตุน)
แต่เขาซื้อมาเยอะไป ก็กินไม่ทัน
เรากล้าสาบานได้เลย ว่าเราทิ้งแต่ของที่เน่า
เราเจอหนอนเยอะมาก แต่ก็ยังไม่คิดจะชิน กรี๊ดตลอด
เจอหนอนแมลงวันที่กลายเป็นแมลงวัน บินรอบบ้าน
หลายครั้งเรานั่งร้องไห้ ว่า เออ อยู่บ้าน แทนที่กูจะได้พักผ่อน
ดันเครียดได้อีก
แบบที่เคยบอกว่า ผักผลไม้อาหารพวกนี้
เราไม่ทิ้งก็ถูกป๋าด่า เราทิ้งก็ถูกแม่ด่า สรุปถูกด่าได้ตลอด
เป็นคุณ คุณจะรู้สึกแย่ป่าววะ สับสนสิ้นดี แต่เราก็เสียดายเงินมากนะ
ซื้อแล้วไม่ได้กิน เพราะเยอะไปกินไม่ทัน เราว่าถ้าคิดมูลค่านับแต่เราเกิด
เราว่าทิ้งของที่ไม่ได้กินเนี่ย อาจมูลค่าถึงแสน ๆ เลยก็ได้ คาดว่าอ่ะ เพราะทีละสิบ
ทีละร้อย อาทิตย์นึงทิ้งเยอะมาก เรียกว่าถมที่ก็เต็มอ่ะ เราเอาไปเทจนสูงมาก ๆ
เต็มบ่อหมักขยะข้างบ้านอ่ะ เหนื่อย เครียด ทิ้งทุกวันแหละ เล็ก ๆ น้อย ๆ
ดูท่ากินแล้วขี้จะแตก เราทิ้งหมดแหละ เราธาตุอ่อน กินแล้วอาจตายได้ – ขี้แตกตาย)

แต่เราก็พยายามจัดการเท่าที่สามารถแหละ
สำเหนียกได้ว่้า อยู่สบายกว่ามนุษย์คนอื่นอีกหลายเท่า
ทำเท่าที่ให้บ้านยังพอจะมีมุมน่าอยู่อ่ะ
(เราคงไม่อยากนั่งดมผักเหม็น ๆ หรอก เพราะปกติ
วันธรรมดา เราอยู่ในครัวตลอด กินในครัว ไม่ต้องเดิน)

นอกจากงานบ้านแล้ว
เราก็ต้องทำงานตัวเองด้วย

เอาหลัก ๆ เลยดีกว่า
เราจะมีลิสต์ของตัวเอง ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ ยกเว้นติดจริง ๆ

วันอาทิตย์ กลางวันจะเผื่อไว้ให้ว่าง
เผื่อป๋าให้ไปช่วยทำนู่นนี่ ในสวน จัดบ้าน ฯลฯ
กลางคืน รีดผ้าทุกคนในบ้าน (ของป๋า เอบอกไม่ต้องรีด
แต่เราเห็นแล้วแย่ เลยรีดให้ ไหน ๆ ก็เปิดเตารีดแล้ว
ของแม่ก็ไม่กี่ตัว)
แต่เราโอเค เพราะเราดูทีวีตอนรีดผ้าด้วย ถือเป็นงานที่เมื่อย
แต่ไม่เหนื่อยนัก ยังพอเป็นการพักผ่อนได้
พับลิชงานแปล ตอนก่อนเที่ยงคืน จริง ๆ กำหนดอัพเดทคือวันจันทร์ แต่เราทำก่อน

วันจันทร์ เราจะจัดให้เป็นวันว่าง คือ ถ้าไม่ว่างทบมา ก็จะมาทำวันจันทร์ (ยกเว้นทบมาเยอะ ก็จะกลายเป็นไม่ว่าง) แต่คือเป็นวันค่อนข้างชิล

วันอังคาร มีซักผ้า กับรองน้ำใส่ขวด (เครื่องกรองน้ำ) สำหรับทำกับข้าว

วันพุํธ พฤหัส แปลงาน

วันศุกร์ ซักผ้า

วันเสาร์ เผื่อไว้เที่ยว ไปนู่นนี่ ถ้าแม่พาไป
(และเป็นวันเคลียร์งานแปล ถ้ามีปัญหา)

อ่านหนังสือรามบ้าง แต่ไม่ค่อยอ่าน ขี้เกียจ (เฮ้อ อีนี่)
อ่านแล้วหลับว่ะ

ประมาณนี้ซึ่งจริง ๆ มันไม่ซับซ้อนหรอก
และเราพอมีเวลาให้กับทุกคนอยู่แล้ว
(ทุกคนจริง ๆ แต่เป็นทุกคนที่เราเห็นว่า
ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้เรา
หรือบีบคั้น กดดัน คุกคามเรา)
แต่แน่ ๆ ถ้ามามาก ๆ
เราก็ต้องเลือก ครอบครัว และเพื่อนสนิทก่อน
ก็หมดเวลาช่วยคนอื่นแล้ว กร๊าก

แต่นอกจากนี้ เวลาเราเล่นเน็ต คุณคิดว่าเราทำห่าอะไรบ้าง

ประการแรก เราจะดูเว็บออกแบบ
ดูตลอด เพราะเลือกเรื่องมาแปลไง นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ดู

ประการถัดไป ทุกวันที่เปิดคอม เราจะเปิดไฟรฟอก
เพราะเราตั้งหน้าแรกเป็นเว็บแม่ เนื่องจากไม่มีคนเข้า
เราก็ต้องกดเข้าเอง เรื่อย ๆ เดี๋ยวคนก็เยอะเอง กร๊ากก

และเราจะตาม follow ทวิตเตอร์คนอื่น
ทุกวัน วันละยี่สิบสามสิบคน ตามแต่อยากกด
และไม่ถอดออก เพราะถึงใครจะตามมาฟอลโลวกลับ
หรือไม่ เราไม่แคร์
เรารู้แต่ว่า ทุกครั้งที่เราฟอลโลวเขา เท่ากับเราโปรโมตตัวเอง
(เว็บเรา) เขาอาจจะกดมาดู และกดไปเว็บ
มันช่วยได้

และหาอะไรโพสต์บ้าง เพื่อประเทืองปัญญาตนเองและเพื่อน ๆ
ที่มีโอกาสเห็นโพสต์
ประจักษ์แล้ว ว่า การโพสต์ หรือแชร์สาระ
ย่อมได้รับการตอบรับที่ดี จากคนอื่น มากกว่า
การบ่นด่า คนติดตามก็จริง แต่ไร้่ค่าอ่ะ

โพสต์ไปทุกที่นะ fb tw G+ เราไม่อยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่หนึ่ง
ถ้าไม่มีว่าไปโพสต์ไรเลย คือ ไม่ว่างเล่นเน็ต หรืองานเยอะจัด
เพราะเป็นโรคจิต ชอบโพสต์ ชอบแชร์ ประสาทมาก ๆ
(ดูเวลาออกนอกบ้านดิ โพสต์แม่งแทบตลอดเวลา
อยากอวดว่าได้ท่องเที่ยวไรงี้ แบบมีปมด้อยไรงั้นแหละ
กร๊ากกก)

เวลาแชร์เรื่องดี ๆ เราถือว่าได้ช่วยหลายทางนะ
ช่วยให้ตัวเองฉลาดขึ้น เพราะต้องตามหาเรื่องที่ดีดีมาแชร์
ช่วยโปรโมตเพจนั้น หรือแหล่งข้อมูลนั้น
ช่วยให้คนอ่านได้รู้ (ถ้าเขามาอ่าน)
มีแต่ข้อดี

นอกจากนั้น ก็ไปตอบกูเกิลกูรู
(กรุ๊ปเฟสบุ๊ค หรือเพจ)
แต่ตรงโปรไฟล์เราต้องชัดเจน
ว่าเว็บเราคือเว็บอะไร
ช่วยโปรโมตเว็บได้จริง
และถ้าเราตอบดี (คำถาม หรือแสดงความคิดเห็น)
เขาก็ได้ประโยชน์ด้วย
(เราก็ได้โปรโมตตัวเอง)

ถามว่าเราโปรโมตตัวเองแล้วจะยังไง
เราก็ไม่รู้หรอก ว่าประโยชน์ตรงไหน
เงินก็ไม่ได้ ชื่อเสียงก็ไม่ค่อยมี เวลาก็เสียนิด ๆ
แต่เราว่าคุ้มว่ะ มันทำให้เรายังมีสังคมอ่ะ
เราต้องการสังคม (ดี ๆ) ให้รู้สึกว่าชีวิตยังได้ทำอะไร
ที่เป็นประโยชน์

ถ้าเขาไม่ชอบ เขาไม่ถูกใจ เขาก็ไม่อ่านเองแหละ
ไม่ต้องไปคิดไร
เราแค่ไปประชาสัมพันธ์เท่านั้น
โดยที่ไม่ได้คุกคาม ไม่ใช่จดหมายลูกโซ่
มันเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เท่านั้นเอง

แค่บางทีเราอาจจะเสียเวลากับเรื่องพวกนี้มากไปหน่อยแค่นั้นเอง
กร๊ากก
(บางทีเห็นเรากดไลค์ เม้นต์ เฟสบุ๊ค บ้าบอคอแตกทั้งวัน
มีหลายแบบ บางทีเรารู้สึกตื้อ เราก็หาอะไรเผื่อได้ไอเดีย
บางทีเราเครียด เราอยากระบาย นั่งเล่นเฟสบุ๊คไปเลย
สี่ชม. แต่ไม่ได้เล่นเกม ไม่ชอบ เสียดายสายตา
ส่วนใหญ่ไปเที่ยวเล่นตามแฟนเพจต่าง ๆ มากกว่า
หาข้อความดี ๆ ให้กำลังใจตัวเอง
หรือทุกข์มาก ๆ เนี่ย เราจะไปตอบกูรู เพราะเวลาเห็น
บางคำถามในกูรู เราจะรู้สึกเลยว่าปัญหาเราเล็กมาก
เราจะไม่หาคนคุย เพราะเรากลัวคนนั้นจะมา
ลำเลิกบุญคุณใส่เรา หากเขาเจตนาไม่ดี ไม่หวังดี
เพื่อนสนิทกันยังไม่เคยเจอว่าแบบนี้นะ
((แต่เพื่อนระบายใส่ได้ เรามีเวลารับฟังแคไหน
ก็แค่นั้น)) แต่ในเน็ตมี เคยคุย คุยนิดหน่อย
มีแสดงอาการประมาณว่า บุญคุณมันล้นเหลือ
ประมาณจริง ๆ กับการอ่านแชตที่กูบ่นเนี่ย
น่ากลัว กลัวมันจะมาทำอะไร (น่ากลัวจริง ๆ นะ เลิกแชตไปตั้งสองสามปีแล้ว
เหมือนผู้ชายในแชต ที่ถามทำไร เนี่ย หากเราใส่ มันจะประมาณอยากดูแล “ถุย”)
คนในเน็ตล้วนประสงค์ร้าย คิดแง่นี้ไว้ก่อนเลย
รับฟังเรา เพราะหวังผล ไม่ได้หวังดีกับเราอย่างแท้จริง
รู้สึกได้จริง ๆ เราจึงไม่แชตกับคนอื่นไง
แชตกับเพื่อนสนิทเท่านั้น คนอื่นทักให้ตาย เมลมา
ถ้าเราดูประเด็นแล้วไม่ใช่เรื่องทั่วไป ไม่น่าไว้ใจ กูก็ไม่ตอบ
ไม่ไว้วางใจ ไม่อยากให้ใครมาประสงค์ร้าย)
ดังนั้นหากบางทีเห็นเราเม้นมาก ตอบกูรูมาก ๆ
ให้คิดไว้ก่อนเลย ว่าบางทีเราอาจมีเรื่องเครียด หงุดหงิด
อารมณ์เสีย (แต่ไม่เหวี่ยงแน่นอนอ่ะ)
เหวี่ยงใส่บล็อก ต่อหน้ามากสุดก็ชัดสีหน้า หรือกระชากเสียง
(ไม่มีวีนเหวี่ยงแล้ว กลัวบาปกรรม กับทุกคนอานะ
บางทีถูกวีนเหวี่ยงเพราะวีนเหวี่ยงคนเขาไว้ ไรเงี๊ย
ทั้งชาติก่อน ชาตินี้ อะไรก็ว่าไป พยายามรักษาอารมณ์ห้ดีไว้ดีกว่า)

แต่เราก็มีความสุขเรื่อย ๆ นะ ไม่ได้บ้าตลอดเวลา เครียดตายห่าพอดี

*****ปล.เวลามีงานมาเพิ่ม จะใครใช้ก็ตาม
เราจะไม่ได้ปฏิเสธทันที (ยกเว้นออกข้างนอก
ที่ไปไม่ถูก กูปฏิเสธทันที ขี้เกียจสร้างปัญหาเพิ่ม
แม่ไม่ให้ไปไหน ทำไงได้ แต่เอาเหอะ ชิน)
แต่เราจะคำนวณให้ก่อนว่า เราจะทำให้วันไหน
ตอนไหน เราจะดูตามแผนการทำงานของเรา
(ไม่ซับซ้อนหรอก) คือถ้าไม่เร่งเนี่ย ไม่เครียดเลย

หากไม่รีบ เราว่างเมื่อไร เราก็ทำให้ได้หมดแหละ
ไม่ใช่จะหาเวลายากเย็นอะไร
เวลามีเท่ากันทุกคน กร๊ากกก

แต่ส่วนใหญ่ที่เราบ่น เราบ่นเพราะมาเร่งใส่เรา
มาแว๊ด ๆ ใส่เรา (เราแว๊ดกลับได้ทุกคนนะ ไม่สนว่าเป็นใคร
เราจะมองว่า เวลาของเขา มีค่า กว่าเวลาของเราเหรอ
ในเมื่อเขามาใช้งานเรา เขาควรนึกถึงเราด้วยไม่ใช่เหรอ
เมื่อเราคือตัวแปรนึงนะ ทุกอย่างมันมีขั้นมีตอน
ถ้าเราช้า ผิดกำหนดที่ตกลง ค่อยมาด่าเรา เข้าใจ๊)
ไม่ได้ดูเวล่ำเวลา ใช้งานเรา ไม่ขอบคุณแล้วยังจ้องจะด่า
อะไรแบบนี้อ่ะ เราถึงกลายเป็นคนนิสัยไม่ดี ในสายตาหลายคน
ทั้งที่จริง ๆ เขาเองก็มีส่วนผิดด้วย ไม่ใช่เราผิดคนเดียว
ความผิดของเรา เรารู้ตัว (เราชอบโทษตัวเอง) แต่ความผิดของเขา เขาจะรู้หรือเปล่า?
(เพราะให้เราโทษตัวเองฝ่ายเดียว ก็ไม่ไหว หากว่าเขาผิดด้วย
เราจะแบกความผิดมากมายขนาดนั้นได้ยังไง ไม่สงสารเราเหรอ กร๊ากกก)
ทุกอย่างที่เราทำได้ เราก็ทำให้ได้หมด
บางอย่างใหม่ แต่ไม่เหนือบ่ากว่าแรง มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้งานด้วย

แต่เราคงไม่สามารถทำให้ได้ทุกคน
เพราะมันคงทำให้เราดู “โง่” และ “ดีเกินไป”
เอาแค่ว่า ทำให้ครอบครัว และเพื่อนสนิทมิตรสหาย
ที่ดี ๆ ต่อกันแล้วกัน

เพราะคนหลายคน (ที่เคยเป็นเพื่อนเรา)
บ้างก็เอาเปรียบเรา จนเราคิดว่ามันมองว่าเราโง่
อันที่จริง เราไม่ได้โง่ เราแค่จัดให้เขาตามน้ำใจเขาที่เคยมีมา
และความพึงพอใจของเรา
เมื่อน้ำใจเขาน้อยลง ทำให้ความพึงพอใจของเราหมด
ทุกอย่างก็จบ ไม่นับว่ามีบุญมีคุณอะไีรต่อกันอีก
((ยกเว้นบุญคุณระดับชีวิต คนให้ไม่ต้องคิด แต่คนรับคิดแน่นอน
เราอ่ะคนนึง เราระลึกเรื่องนี้อ่ะ))
(ไม่เอาเปรียบใคร และไม่ให้ใครมาเอาเปรียบ
เพราะเราต้องเอาเวลา ไว้ดูแลตัวเราเอง
และคนที่ดี ๆ กับเราด้วย
เพราะเราไม่ใช่แม่พระ ไม่ใช่ท่านมโหสถ)
แต่ส่วนใหญ่ไม่เคยทำงี้ใส่ใครนะ
เลิกช่วยเป็นบางช่วง ถ้าเขาดีใหม่ ก็ยังช่วยได้ใหม่อีก
คือช่วยตามความประพฤติเท่าที่ทราบ
เจตนาเขา เรายากจะรู้
แต่เจตนาเรา เรารู้
ถ้าเราสะดวก และช่วยได้ เราก็อยากช่วยแหละ
บางทีความช่วยเหลือจากเรา อาจจะทำให้โลกของเขาน่าอยู่ขึ้นอีกนิดนึง
(สังเกตป่ะ ว่าเราจะชอบชม กรี๊ด คนที่มีน้ำใจ
เราไม่เคยมองว่าคนมีน้ำใจเป็นคนโง่อ่ะ
ยกเว้นคนที่แสดงน้ำใจเพราะหวังผล แล้วไม่ได้ผลดันดีแตก
อันนั้นแล้วแต่คน แต่คนที่มีน้ำใจจริง ๆ ก็มีอ่ะ
ที่ออกรายการทีวี หรือแม้แต่คนทั่วไป ยังพอหาได้
ถ้าหาไม่เจอ จงเป็นซะเอง)

เอาว่ามีอะไรก็ทำไปว่ะ อาจทำมากกว่านี้ แต่ขี้เกียจพิมพ์แล้ว
จะแปลงาน

บ่นเพราะอะไร? เราเบื่อชีวิตนิด ๆ (เดิม ๆ แหละ สมเพชเรื่อง
การนอนของตัวเอง ขี้เกียจบ่นแล้ว)
เลยมาบ่นว่า เราทำอะไรบ้าง (ไม่ได้อวด ไม่ได้ลำเลิก ไม่ได้มี
เจตนาไม่ดี แค่จะมาให้เห็นวิธีการให้กำลังใจตนเอง
และอยู่กับตนเองของเรา ว่าเรามีชีวิตประมาณนี้)
สิ่งที่เราทำมันอาจไม่ยิ่งใหญ่หรอก เล็กน้อยจริง
แต่มันมีแผน ถูกวางเป็นขั้น ๆ (แม้แต่บล็อกนี้ ก็อยู่ในแผน
เราหงุดหงิดมาก แต่เราก็ไปทำงานของเราก่อน
แล้วถึงมาเขียน ก็ไม่ได้แรงเท่าที่คิดว่าจะบ่นนะ
ตอนแรกอยากบ่นแรง ๆ แต่เหนื่อยว่ะ จะทำงาน หมดแรงบ่น
แค่อยากบอกเล่า)
และเป็นการพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด เท่าที่จะพึ่งพาตนเองได้
และพยายามมีน้ำใจกับคนอื่น ๆ เท่าที่สามารถจัดการได้
ตามความเป็นจริง
เพราะมันจะทำให้เรามีความสุขกับการที่ยังคงมีสังคมอยู่

สังคมไม่ต้องแคร์เราก็ได้ ถ้ามันจะเป็นเช่นนั้น
แต่เราจะยังแคร์สังคมของเรา เท่าที่ยังทำได้ เพราะเรารู้ว่า
เรายังทำประโยชน์ให้กับสังคมของเราได้อยู่
ซึ่งมันทำให้เรารู้ว่าเรายังไม่ตาย (เรายังหายใจ)
เรายังมีคุณค่า (เขียนเหมือนจะลาตาย) บ้า

เฮ้ย แถมได้ไหม เมื่อสองสามเอนทรี่ก่อน
ที่เราเล่าเรื่อง น้องผู้ชายฆ่าตัวตาย
คนเล่า มาเล่าว่า (เมื่อหลายวันก่อน เราลืมมาเล่า)
ว่าน้องผู้หญิงเขียน fb ว่าเดี๋ยวจะตามไป
น่ากลัวว่ะ
เราว่าน่ากลัวมาก ๆ
ข่าวเด็กไปทำไรกันในโรงหนัง หรืออื่น ๆ เทือกนี้
บางทีเราว่าโทษเด็กไปก็ไม่มีประโยชน์ว่ะ
เราว่าไม่ต้องโทษใครหรอก แต่ทุกฝ่ายน่าจะพยายาม
สร้างสติให้คนได้เนอะ
ไม่มีใครดีแบบสุด ๆ หรอก ใจทุกคนคิดเลวได้ แต่ที่เขาไม่ทำเลว
เพราะมีสติยั้งคิดได้ไง ว่าถ้าทำไปแล้วอาจส่งผลกระทบกับชีวิตเขา
เราเข้าใจว่าเป็นงี้นะ ไม่รู้วะ ไปกินข้าวแล้วแปลงาน กร๊าก ๆ

มีอะไรก็ทำไปเรื่อย ๆ ทำแล้วไม่เดือดร้อนใคร ก็ทำต่อไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ เรียนรู้จากการทำอะไรไปเรื่อย ๆ 😀 (ร้องเพลงหรือไง)

Advertisements

เผื่อใจ

เผื่อใจ

จิ๊กมาจากเพื่อนในเฟสบุ๊ค กราบขอบพระคุณ ที่โพสต์มาให้เราจิ๊ก
วันนี้เอาสั้น ๆ แล้วกัน จริง ๆ เราเผื่อใจได้ตั้งแต่เล็กแล้ว เพราะไม่ใช่คนประสบความสำเร็จถี่ ๆ ผิดหวังบ่อย เราจึงชิน แต่ข้อความนี้ น่าแชร์ต่อ จึงยกมาด้วย 😀 เป็นแง่คิดที่ดีมาก

จริง ๆ ช่วงนี้เรามีเรื่องให้คิด (แต่เราชอบนะ ไม่ได้เป็นการคิดมาก แต่เป็นการคิดแบบมีคติสอนใจ) ว่า ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม คนเราต้องหัดเผื่อใจ เพราะไม่มีอะไรที่จะเหมือนดังใจเราไปหมด อาจมีแต่ก็บังเอิญ หรือไม่ก็เป็นความตั้งใจ แต่ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นเสมอไป หากว่ามันจะไม่เสมอไป เมื่อเผื่อใจได้แล้ว ชีวิตจะมีความสุขขึ้น เพราะว่าไม่มีใครเกิดมาเพื่อใครหรอก ทุกคนเกิดมาเพื่อใช้เวรกรรมที่เคยทำ และมีโอกาสได้สร้างกรรมดี

จงดีกับคนที่ดี
และจงวางเฉยกับคนที่ไม่ดี ถ้าเราไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงอะไรเขาได้
แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงเขาได้ ก็จงชักชวนเขามาทำความดี
ถ้ามีบุญวาสนาร่วมกัน ก็จะมีโอกาสได้ทำความดีร่วมกัน

ถึงแม้เราจะมีความทุกข์ในใจเยอะ เยอะมาก ขี้เกียจเล่า แต่เราไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ เรารู้แค่ว่า เราจะไม่สร้างปัญหาเพิ่ม และทำทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ ซึ่งสิ่งที่ทำนั้นจะต้องเป็นประโยชน์อยู่บ้างไม่มากก็น้อย และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน โลกนี้มีความซับซ้อน ไม่ต้องถือสาหาความมากมาย

ความไม่สบายใจต่าง ๆ ที่เราต้องรับมา ไม่ได้เกิดจากคนอื่นกระทำใส่เราฝ่ายเดียว เราเองก็ผิดด้วยที่ไปรับเรื่องเหล่านั้นมารบกวนจิตใจ หรือเราเองด้วยที่ไม่รู้จักตนเอง แล้วไปก่อปัญหาให้ปัญหาติดตามมา หลายครั้งมาจากความไม่รู้ และหลายครั้งมาจากกรรมเก่า (กดที่รูปมีlinkที่เราเจอมา เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ) ไม่ต้องเครียดอะไร ทำความดีต่อไป ไม่ต้องคิดมาก โลกนี้ล้วนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

สำเนา ปิดประเด็นของเมื่อบ่าย

จะพยายามพิมพ์ไวไว เพราะรู้สึกว่าอยากเล่า ถ้าใครอ่านแล้วเป็นครู หรือเป็นพ่อแม่คน หรือใครก็ตามเหอะ เอาไว้สอนเด็กได้ (รวมถึงคนที่ไม่รู้ เพราะคนหลายคนก็ไม่รู้ ไม่อยากใช้คำว่าอ่อนต่อโลก คำว่าอ่อนต่อโลกเป็นเหมือนคำดูถูกนะ แต่ส่วนตัวเราขอใช้คำว่าคนที่ไม่รู้ และนึกถึงแต่ตัวเอง) ย้ำอีกครั้งว่าไม่มีเจตนาไม่ดี แต่อยากให้รู้ว่าเรื่องแบบนี้มีจริง ไม่ใช่มีแต่ในละคร (สำหรับคนที่ไม่รู้ จะได้รู้ คนที่รู้ ก็แล้วแต่)

ที่เราเล่าไปเมื่อกลางวัน เราได้รู้เพิ่ม ตอนแรกเรากะไม่เล่า แต่คิดอีกที อันนี้คงต้องเล่า จะได้ปิดประเด็นไปเลย

ใจเราอยากให้ลูกศิษย์เราอ่าน แต่เราคงไม่บังคับใครมาอ่าน เอาว่าใครอ่านก็อ่านเหอะ (ต้องบอกว่าตอนเราสอนหนังสือ เราก็เห็นเด็กเรามีประเด็นชู้สาว แต่ก็ไม่อะไรมากมาย คือไม่เอาใจไปรู้ดีกว่า เพราะเราไม่ใช่ครูประจำชั้น เราไม่อยากเสือกชีวิตคนอื่น ทว่าถ้าเห็นอะไรที่รู้สึกว่าไม่ดีไม่งาม เช่นเด็กป.5จีบเด็กป.6 เราก็เตือน บอกเท่าที่รู้ ในสิ่งที่สมควรกับเขามากกว่า เพราะเด็ก ๆ เขาอาจจะขาดวิจารณญาณ “ไม่ใช่ว่าโง่นะ แต่คือเขายังรู้ไม่มากเท่าผู้ใหญ่ที่ผ่านชีวิตมามากกว่าแค่นั้นเอง” ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ขี้เกียจบ่นมาก เมื่อยมือ)

ย้ำอีกทีว่าไม่มีเจตนาโทษใคร แต่อยากเล่าเป็นอุทธาหรณ์ (ใกล้ตีสาแล้ว บอกตรง ๆ กลัว แต่พยายามไม่คิดอะไร ถ้ากลัวมาก จะบอกน้องว่าน้อง ป้าอยากชีวิตของน้องได้สอนคนอื่น แค่นั้น หากเป็นบุญบ้างขอส่งให้น้อง น้องจะได้รับหรือไม่ได้รับตามแต่ชะตาฟ้าลิขิต แต่อยากให้รับรู้เจตนาว่าเป็นเช่นนี้)
เราได้ทราบเรื่องเพิ่มว่า เมื่อวันศุกร์ น้องผู้ชายที่เสีย กับน้องผู้หญิง และเพื่อนพวกเขาอีกจำนวนหนึ่ง ไปทำรายงานที่บ้านน้องผู้ชาย แล้วน้องผู้ชายเหมือนจะไปเอาขนมมาเลี้ยงเพื่อน ชวนน้องผู้หญิง (ซึ่งคบหาดูใจกันอยู่ ไม่รู้รายละเอียด) ไปช่วยยก (คือไปสองคน) บ้านน้องผู้ชายใหญ่มาก ทว่าน้องผู้ชายไม่ได้พาน้องผู้หญิงไปยกขนมมาเลี้ยงเพื่อน แต่กลับพาไปข่มขืน พอแม่น้องผู้หญิงรู้ (แน่นอนน้องผู้หญิงทำถูกที่ฟ้องแม่ คบกันยังไง ก็ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้ ประมาณว่า จากแหล่งข่าวบอกว่า ไม่เคยทั้งคู่มั้ง หรือไงไม่รู้ แต่ผู้หญิงอ่ะไม่เคยแน่นอน) แม่น้องผู้หญิง เขาไม่พอใจเรื่องประมาณนี้อยู่แล้ว คือเลิกกับพ่อน้อง และแต่งงานใหม่ก็เลิก พอรู้ว่าลูกสาวถูกทำร้ายแบบนี้ แม่น้องผู้หญิงก็เอาเรื่องเขาสิ ลูกเขาทั้งคน มาย่ำยีได้ยังไง (จะคบกันยังไงก็ไม่มีสิทธิ์) เช้าวันอาทิตย์ตำรวจก็เต็มบ้านน้องผู้ชายค่ะ ประมาณว่าให้ไปเรียนหนังสือได้ แต่ต้องรายงานตัว แต่ปิดเทอมต้องไปอยู่สถานพินิจ หรือไงเนี่ยแหละ

ซึ่งเราคาดว่า น้องผู้ชายคงช็อก จากการที่คิดว่ามีอะไรกับแฟน ก็น่าจะมีความสุข กลายเป็นซวย (เราคาดว่าบ้านใหญ่ คงมีฐานะ มีหน้ามีตา พ่อแม่ตัวน้องเขาซ้ำเติมด้วยป่าว อันนี้ไม่อาจทราบได้ แต่เชื่อว่าเป็นไปได้สูงมาก) พอสักตีหนึ่ง (คือเช้าวันจันทร์แล้วน่ะ) เขาโทรหาน้องผู้หญิง บอกทุกขั้นตอนที่จะฆ่าตัวตาย ด้วยการผูกคอตาย แล้วบอกว่าถ้าเขาเงียบไปคือเขาตายแล้ว น้องผู้หญิงติดต่อพ่อแม่น้องผู้ชาย แต่ไม่มีคนรับ (เขานอนกันหมดแหละ เวลานั้น) และแน่นอน น้องผู้ชายก็ตาย

น่าสะเทือนใจมากนะ แบบนี้ ไม่ต้องโทษใคร ทุกคนเขาได้ทำตามหน้าที่ของเขาแล้ว
ตอนนี้คนที่น่าห่วงคือน้องผู้หญิง (คุณคิดว่าคนที่คบหาดูใจกัน รักกันหรือเปล่าล่ะ เราว่าเขารักกันนะ แต่รักกันก็ไม่ควรมาทำกันแบบนี้ ถ้าน้องผู้หญิงเขาท้องขึ้นมาจะว่าไง เขาฟ้องแม่เพราะเขาคงกลัวแบบนี้ ทว่าแม่เขาเอาเรื่องแรง เพราะมันก็สมเหตุสมผลของเขา น้องผู้ชายตัดสินใจโทรมาบอกว่าจะฆ่าตัวตายเนี่ย คาดว่าคงน้อยใจน้องผู้หญิงว่า คบกันรักกัน ทำไมเอาแม่มาเกี่ยว ((เราเดานะ ถ้าผิดขอโทษ เดาจากความเป็นไปได้)) พอแม่มาเกี่ยว เขาเลยต้องมีคดี เสียอนาคต แต่ก็นะ ผลจากความเห็นแก่ตัวของน้องเองอ่ะ โทษใครไม่ได้จริง ๆ น้องผู้หญิงน่าสงสารมาก เขาจะเต็มไปด้วยความรู้สึกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งครูประจำชั้นเขาห่วง กลัวว่า “น้องผู้หญิงจะฆ่าตัวตายตามน้องผู้ชาย” เพราะต้องทั้งรัก ทั้งเกลียด ทั้งโกรธ ทั้งกลัว ทั้งงง ทั้งสับสน และยังต้องเจอกับแรงกดดันจากสังคมที่รู้เรื่องของเขา เราบอกแหล่งข่าวว่าให้ไปแนะนำให้น้องผู้หญิงย้ายโรงเรียน หรือพักก่อน เขาจะรู้สึกหรือไม่รู้สึก บางทีเขาอาจไม่บอก แต่เป็นห่วง เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมากนะ น่าวิตกอ่ะ ภายในสี่วันชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงแบบ… ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร เปลี่ยนแรง เมื่อวานเขาไม่ได้่มาเรียนไง ไปหาหมอ วันนี้ก็หาผ.อ.เล่าเหตุการณ์)

มาเล่าก็เท่านี้แหละ อยากจะบอกว่าน้องผู้ชายตาย เหมือนน้องมองว่าเรื่องนี้มันจะจบ แต่จริง ๆ น้องทิ้งปัญหาให้คนอีกมากมาย ครูบาอาจารย์วิ่งวุ่นเรื่อง (เฮ้ยเป็นครูอ่ะเครียดจริง ๆ นะ ขนาดเสียชีวิตที่บ้านก็เกี่ยวอ่ะ เพราะเรื่องสืบเนื่องมาจากที่โรงเรียน) เอาว่าพอแค่นี้แล้วกัน ยังไงอยากย้ำว่า “ขอให้ชีวิตของน้องได้เป็นอุทธาหรณ์ให้กับคนอื่น ๆ ที่อาจจะมีความรู้สึกแบบนี้ในตอนนี้ หรือในอนาคต”

การทำตามใจตนเอง (เห็นแก่ตัว) ไม่สามารถสร้างความสุขที่แท้จริงได้
จงทำหน้าที่ของตนตามสมควรแก่เวลา อยู่ในวัยเรียนต้องเรียนก่อน
แม้บางคนที่ทำแบบนี้ จนน้องผู้ชายเลือกจะดำเนินรอยตาม
(อาจเลียนแบบ หรือไม่เลียนแบบไม่รู้ แต่แน่นอนว่าต้องมีเหตุปัจจัย)
อาจไม่เจอผลแบบนี้ แต่เขาก็เจอแบบอื่น ไม่มีใครหนีกรรมของตัวเองพ้น เปลี่ยนศาสนาก็หนีไม่พ้นหรอก พูดแบบไม่ยึดศาสนาใด ใครทำอะไรใครไว้ ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดมารับผลของการกระทำนั้น เราเชื่อแบบนี้

ก่อนทำอะไร ขอให้คิดให้ดี

สิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ต้องผ่านไป คนเราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ถ้าปัจจุบันรู้ผิดชอบชั่วดี แยกแยะได้แล้ว แม้ทำดีไม่มาก หากไม่ทำเลว ก็ถือว่าโอเคแล้ว
((เราจะเลิกด่าในบล็อกให้ได้อ่ะ กรรมที่ทำ ๆ อ่ะ ตามมาแน่ ๆ ปากหมามาเยอะ คือ ช่วงนี้บอกตรง ๆ มองอะไรก็ปลง ๆ ว่ะ แต่นะพรุ่งนี้จะฮาเหมือนเดิมแล้วกัน))

ขอปิดประเด็นนี้ ราตรีสวัสดิ์ 2:02

เขียนที่เฟสบุ๊ค แต่อยากสำเนาที่นี่ด้วย เรื่องน้องที่ผูกคอตาย

((น่ากลัว)) ((เฮ้ยยาวมากอ่ะ อยากให้อ่านให้จบ กะจะไม่เขียนบล็อกไปอีกอาทิตย์เลยว่ะ เขียนจากจิตวิญญาณ)) มีเรื่องเล่านิดหน่อย พอดีแป๊บ ๆ จะรู้สึกว่าอยากเล่า สลับกับไม่อยากเล่า (คืออาจไม่ดี และฉันจะแปลงาน) แต่สุดท้ายเล่าดีกว่า เพราะถ้าไม่เล่าก็จะอยากเล่า ไม่อยากเล่า จนไม่ได้ทำงาน (ขนาดไม่ได้ทำงาน อีชั้นแทบล้างบ้านแล้วเมื่อเช้า ได้งานบ้านเยอะมาก)

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเย็น เราได้ทราบว่า มีนักเรียน ม.5 ผูกคอตาย (ขอไม่ให้รายละเอียดใดใด) คนเล่าบอกว่า ไม่ค่อยรู้รายละเอียด แต่คร่าว ๆ คือ นักเรียนคงผูกคอตายที่บ้าน วันอาทิตย์มั้ง สาเหตุน่าจะมาจาก ไปมีอะไรกันกับเพื่อนในห้อง // เราก็ขัดไปว่า น้องที่เสีย เป็นผู้หญิงอ่ะดิ // เปล่า น้องที่ตาย เป็นผู้ชาย // เราก็งงว่า เฮ้ย ผู้ชายเนี่ยนะ ฆ่าตัวตาย // ประมาณว่า ผู้ปกครองฝ่ายหญิงรู้เรื่อง แล้วจะมาเอาเรื่อง หรือไงเนี่ยแหละ แล้วคงแบบว่านะ เราก็เดาไม่ถูกหรอก (น้องไม่ต้องมาบอก กลัว) เขาคงหาทางออกไม่ไ้ด้ ก็เลยผูกคอตาย แหล่งข่าวว่า ไม่เป็นอันเรียนกันเลย

จริง ๆ แล้ว ชีวิตคนเราสั้นมากนะ
ไม่ได้มาโพสต์เพื่อจะซ้ำเติมน้องเขา หรืออะไรยังไงหรอก
แค่อยากจะบอกว่า เฮ้ย จริง ๆ คนที่เลวที่ชั่วกว่าน้องเขามีเยอะแยะ มันก็ตายยากตายเย็นเหลือเกิน เช่นเด็กช่างกลตีกัน แต่คงเป็นกรรมเวร หรือไม่ก็อื่น ๆ ที่เราไม่รู้ว่ะ เพราะการฆ่าตัวตายเนี่ย อาจมีปัจจัยมากกว่านั้น ไม่ต้องกรรมเวรแต่ปางก่อน บอกไม่ถูก “แต่ที่รู้คือ คนที่ฆ่าตัวตาย เนี่ยจะบาปมากกกกกกก จะไม่มีสิทธิ์ได้รับบุญที่คนส่งไปให้ ญาติจะทำบุญส่งไปให้แค่ไหนก็ไม่มีทางถึง ไม่มีสิทธิ์ไปเกิดถ้ายังไม่หมดอายุในชาตินี้ จะต้องเป็นวิญญาณร่อนเร่ ไร้ร่าง (ก็ตัวเองทำลายร่างของตัวเองหนิ) ทำอะไรก็ไม่ได้ ต้องฆ่าตัวตายซ้ำ ๆ ๆ ๆ ๆ จนกว่าจะหมดเวรกรรม” นี่คือแบบที่เรารู้มาอ่ะ ไม่ใช่ฟังอะไรแหล่งเดียวนะ ไม่เชื่อก็ไปค้นคว้าเองแล้วกัน

เลยอยากจะบอกว่า อย่าฆ่าตัวตายเลย (คนศาสนาอื่นเราไม่ทราบนะ แต่เราคิดว่าก็คงไม่ดีหรอก เพราะว่าอุตส่าห์มีร่างอยู่ ก็ทำลายร่างตัวเองเนี่ย อกตัญญูว่ะ คงไม่เจริญแน่ ๆ และแน่นอน ทำลาย(ฆ่า)คนอื่นก็เช่นกัน บาปกรรม)

กลับไปที่ปัญหา ปัญหาของน้องเขา เป็นปัญหาใหญ่ไหม อันนี้เราว่าแล้วแต่คนมองนะ แต่สำหรับเขาคงที่สุดแล้ว ไม่งั้นเขาคงไม่เลือกที่จะตาย

แต่อยากให้คนอื่น ๆ อย่าคิดแบบเขา เพราะการตาย ไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด อย่างน้อยก็ไม่ได้แก้ปัญหา (ทว่าเป็นการสร้างปัญหาใหม่ให้คนอื่น ๆ ที่อยู่ข้างหลัง)

ถ้าใครมีปัญหา อย่างแรกให้ถามตัวเองก่อนเลย ว่า ตัวเองมีส่วนในการก่อให้เกิดปัญหานั้นไหม

>> ถ้าตัวเองไม่มีส่วนในการก่อปัญหา ก็ควรทำใจ เลี่ยงได้เลี่ยงไป เพราะคนบางคนมันก็เลว ขยันสร้างเวรสร้างกรรมกับคนอื่น ซึ่งบางทีอาจเป็นเวรเป็นกรรมแต่ชาติปางก่อน ที่เราเคยได้ก่อกับเขาไว้ ชาตินี้เขาจึงมาเอาคืนบ้าง ทำใจ ในส่วนของเราก็อโหสิกรรมให้เขาไป แต่ส่วนของเขา มันก็แล้วแต่เขา (มันเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเรา) ต่อให้เราเอาปืนไปจ่อหัวเขา บอกให้เขาอโหสิกรรมให้ ถ้าใจเขาไม่อโหสิกรรม ก็ไม่มีประโยชน์ ฉะนั้นพยายามอย่าไปสร้างกรรมใหม่กับเขา อย่างที่บอกคือเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไป การตอบโต้ไม่ได้ทำให้เกิดผลชนะหรือแพ้ แต่จะยิ่งทำให้ต้องไปเจอะเจอกันอีกในชาติอื่น ๆ เป็นศัตรูกันอีกในชาติอื่น ๆ ซึ่งเชื่อว่าลึก ๆ คงไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้ จริงป่ะ (ตัวเราก็ทุกข์ และเชื่อเหอะว่าเขาเองก็หาความสุขไม่ได้เช่นกัน ไม่มีใครมีความสุขได้จริง ๆ หรอก)

>> ถ้าตัวเรามีส่วนในการก่อปัญหานั้น (อย่างของน้องคือ กรณีนี้) ก็ต้องยอมรับผิด แค่ยอมรับผิดก็ทำให้อะไรอะไรดีขึ้นได้ (แต่ไม่ได้แปลว่าความผิดนั้นจะหายไป)  ก็ในเมื่อทำผิดจริง ๆ ก็ต้องรับผลของความผิดนั้น ไม่เจอวันนี้พรุ่งนี้ ก็ต้องเจอในสักวัน ต้องเจอแน่นอน หนีไม่พ้นหรอก

บุญ และ บาป ดี และ เลว ไม่ได้หักลบกันได้เหมือนรายรับรายจ่าย ทำอะไรไว้ มันจะย้อนกลับมาหาแน่นอน

คือไม่ใช่มองแต่โลกสวย แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาชู้สาวทำนองนี้ ไม่ได้เพิ่งมี มันมีมานานเนแล้ว ไม่ได้อยากให้มองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องมองว่าเป็นความเห็นแก่ตัว (หรืออะไร ไม่อยากจะไปสรุป) ของคนอย่างมากที่สุดคือสองคน กรณีที่สมยอม (หรือคนเดียว หากน้องที่ตายไปข่มขืนน้องอีกคน คือเราไม่ทราบรายละเอียด แต่อยากเล่าให้เห็นภาพ) ที่มองเห็นแต่ความพึงพอใจชั่ววูบ มากกว่าที่จะมองเห็นผลที่จะตามมาในอนาคต ซึ่งยังไงก็ต้องมีผลตามมาแน่ ๆ จากการกระทำที่ไม่สมควรแก่เวลาและสถานภาพของพวกเขาในขณะนี้

จำไว้ว่าทุกอย่างที่คุณทำ (ใครทำอะไรก็ตามแต่) มันส่งผลได้ทั้งทางบวกและทางลบ ต่อให้ทำเรื่องดีหรือเรื่องชั่ว ผลที่ตามมาก็สามารถเป็นไปได้มากกว่าหนึ่งอย่าง (อาจมีทั้งคนรัก คนเกลียด คนสรรเสริญ คนสาปแช่ง คนพอใจ คนไม่พอใจ ฯลฯ แล้วแต่คนอื่น ที่มันก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา) ฉะนั้นก่อนทำอะไร ขอให้คิดให้ดี ๆ ก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป
จำไว้ คนทุกคนล้วนกำหนดความคิดและการกระทำของตัวเองได้ (การกระทำอาจแล้วแต่คน คนใดมีโอกาสมากกว่า ก็อาจได้ทำสิ่งต่าง ๆ มากกว่า แต่มันไม่สำคัญเท่าความคิดหรอก ไม่ค่อยมีโอกาสทำอะไร หากคิดดี ก็เป็นสุขได้เหมือนกัน)

ถ้าหากคุณเป็นคนขยัน ขอให้ขยันทำความดีด้วย
ถ้าคุณเป็นคนขี้เกียจ ก็ขอให้ขี้เกียจทำความเลวด้วย
ถ้าคุณเป็นคนทำอะไรรวดเร็วฉับไว ก็ขอให้รวดเร็วฉับไวในการช่วยเหลือสังคมด้วย
ถ้าคุณเป็นคนทำอะไรช้าอืดอาด ก็ขอให้ช้าอืดอาดในการเอาเปรียบคนอื่นด้วย
มีโอกาสดี ๆ เข้ามามาก ก็ควรมอบโอกาสดี ๆ ให้แก่คนอื่นด้วย
มีโอกาสน้อย ก็คิดซะว่า โอกาสน้อย ๆ นี้ คงทำให้เราได้ฝึกตนมากขึ้น ต้องพยายามให้มากขึ้น
ฯลฯ
คือในทุกนิสัย หรือทุกสภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนเรา มันสามารถเพิ่มคุณสมบัติที่จะก่อให้เกิดบุญกุศลกับตนเองได้ตลอดเวลาอยู่แ้ล้ว ฉะนั้นไม่ต้องไปคิดมาก ว่าจะต้องวิ่งหาที่ทำบุญทำทานให้ประสาทแดก เพราะจริง ๆ ทำบุญทำทานน่ะดี แต่ถ้าขยันทำบุญ แต่ก็ยังคงทำบาปอยู่ มันก็ชดเชยกันไม่ได้ (บางคนชอบทำบาป แต่ก็ทำบุญเยอะ เพราะคิดว่าจะหักล้างได้ จริง ๆ แล้วคือหักล้างไม่ได้)

บ่นมายาวเนี่ย “อยากให้ทุกท่านพึงระวังรักษาศีลของตนเองให้ดีก่อน อย่างน้อยที่สุด หากท่านสร้างความสุขให้ใครไม่ได้ ก็จงอยู่เฉย ๆ เพื่อเป็นการลดบาปเวรที่จะมีต่อกัน
(ขอเพิ่มตรงนี้ ที่เขียนในเฟสบุ๊ค เราอ่านทวนแล้วงง “ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าไม่ได้สร้างความสุข
และไม่อยู่เฉย ๆ ทว่าไปสร้างความทุกข์ให้คนอื่น ความทุกข์ที่คุณสร้างให้คนอื่น
มันก็สามารถส่งผลให้ท่านหาความสุขในชีวิตไม่ได้เลย เช่นเดียวกัน”)

น้องที่ตายไปแล้ว น้องไม่ได้พ้นปัญหา และเชื่อว่าพ่อแม่น้อง รวมถึงน้องผู้หญิง พ่อแม่น้องผู้หญิง คงรู้สึกแย่หนักหนากับการตัดสินใจของน้อง ทว่า ทุกชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

ก่อนทำอะไร ขอให้ระลึกไว้ว่ายังไงก็ต้องมีผลตามมา และผลที่ตามมาก็มีทั้งผลดีและผลไม่ดี แต่ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ก็ยังคงเป็นสัจธรรม
*จะช้าหรือเร็ว ไม่มีใครหนีกรรมพ้น

ป้าแอมซังกับ app facebook

ไม่มีอะไรมาก เพราะขี้เกียจนั่นเองค่ะ

สิ่งที่ทำให้อยากทำแอพเฟสบุ๊ค เพราะ เห็นปัจจุบันมีหลายแอพ เช่น

http://apps.facebook.com/feelinginlove

เมื่อวานเพิ่งเล่น ที่มันดูฮาดี (อันนี้เป็น สุ่ม ว่า เวลาปิ๊งใคร จะแสดงอาการยังไง)
รู้ก็รู้แหละว่ามันมั่ว มันเป็นการสุ่ม (random) น่ะ แต่ก็ชอบ เพราะมันฮาดี
ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งที่เจ้าของแอพ ต้องการ คือการให้มันแพร่กระจายไปได้ไวไว
ยิ่งแพร่กระจายมากเท่าไร ก็เท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์เพจของเจ้าของแอพมากเท่านั้น

เนื่องจากแอพพวกนี้ จะเล่นได้ ก็ต่อเมื่อ กดไลค์เพจก่อน
บางคนยังไม่รู้เลยว่าจุดประสงค์จริง ๆ คือแบบนี้
เพราะมันคิดแต่จะเล่นแอพไง ระบบขึ้นว่าให้ทำอะไรก็กด ๆ ไป

เราอยากได้บ้าง
เผื่อเพจสอนแต่งเพลงของเรา http://www.facebook.com/praniteemysky จะได้
มีคนไลค์เยอะขึ้น (จริง ๆ ไม่เยอะขึ้นไม่ว่า แต่ทุกวันนี้ ดันมีคนอันไลค์ด้วยสิ เค้าเสียใจ TT)
เลยอยากจะหาทางให้มีคนไลค์เรื่อย ๆ อยู่ไง ด้วยการใช้แอพแบบนี้

และจริง ๆ ก็พอจะเห็นว่ามีคนรับจ้างทำแอพ แต่แบบไม่อยากจ้าง
เราอยากทำเอง เพราะว่ามันภูมิใจ และจะได้เอาไปสอนต่อ (แหม ทำได้ ก็ต้องสอนได้)
และที่ยิ่งมันใจ เพราะเมื่อปี 2551 เราเคยทำแอพ (เวลานั้น จะเรียกว่าควิซ แต่ยูอาร์แอล
ว่า เป็น app.facebook แบบนี้แหละ) เราก็ยังกดไปเรื่อย ๆ จนทำได้แล้ว
ทำเป็น คุณพร้อมเรียนป.โท (อันนี้คนเล่นมากกว่าสองหมื่น ภายในข้ามคืน งงมาก 555)
กับ คุณมีความสามารถในการแต่งเพลง (อันนี้คนเล่น ไม่แน่ใจถึงพันไหม แต่ไม่เยอะเท่า
อัน ป.โท)
ก็เลยอยากลองทำดูอีกที มันไม่น่าเกินความสามารถของเรา

ทว่ารอบนี้ ก็ลองหาข้อมูลดูก่อน

เจอว่ารับจ้างทำแอพ (ไม่รู้ว่ายังไง เผื่อใครจะจ้างก็ถามไปแล้วกัน แต่เราคงยังไม่จ้าง)
http://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=457582787591387&id=214790375304506

อันนี้กว้างไป แต่เผื่อใครเริ่มต้น (ตรงนี้เราทำเป็น
เหมือนคราวที่แล้วแล้วอ่ะ)
http://facebook.maahalai.com/developer/915/

อ่านนี้เข้าใจกว่า http://facebook.maahalai.com/developer/458/

วีดิโอ
http://www.youtube.com/watch?v=0dTKVdEe5bE
http://www.youtube.com/watch?v=OFdansAKreY&feature=related

http://www.youtube.com/watch?src_vid=0dTKVdEe5bE&v=JV7NCU2AZGA&annotation_id=annotation_885946&feature=iv

พูดตรง ๆ ดู แต่ทำตามไม่ถูก อันที่เป็นของฝรั่ง พอจะเวิร์ค แต่ก็ไม่ง่ายอยู่ดี
เจออันฝรั่งจากดูของไทยเนี่ยแหละ ก็ยังดีว่ามีคนสอน แต่ก็ทำตามไม่ได้
ประเด็นหลัก ๆ คือ พูดถึงโค้ดน้อยไป คนมีพื้นเรื่องเว็บ และภาษาเทือก ๆ นี้น้อย
ไม่มีทางทำได้ เพราะไม่รู้ที่มาที่ไป เราพอรู้โค้ด แต่ก็ไม่พอที่จะทำได้
ทีสำคัญ เราไม่มีโฮสต์ที่เก็บไฟล์ฐานข้อมูลมาสุ่มน่ะ งงไปเลย

แปะ ๆ
จะทำเริ่มที่หน้านี้
https://developers.facebook.com/apps

อ่านไม่ไหว ถ้าเป็น sample จริง ๆ น่าจะดั๊มรูปภาพ
https://developers.facebook.com/docs/samples/

นี่คือโฮสต์ที่มาพร้อมกับเฟสบุ๊ค ที่วีดิโอทั้งสองอัน บอกว่าอย่าเลือกเพราะยากลำบากมาก
https://devcenter.heroku.com/articles/facebook

แซด คือ ภายในช่วงนี้เราคงทำไม่ได้ เราคิดว่า ช่างเหอะ
แต่คือเผื่อ ๆ ไว้ไง
จริง ๆ แอพที่เราชอบมากกว่าคือ แอพที่มีฟอร์ม ไว้เก็บข้อมูลได้
อย่างแอพของ https://apps.facebook.com/cornettopromotion/
มันน่ารักมาก ๆ มีแบบฟอร์มรับรหัสใต้ฝาไอติมคอนเนตโต้
แต่คือต้องล็อกอินใหม่ทุกครั้ง (ยูสเซอร์ พาสเวอร์ด สั้น ๆ ด้วยหรือไงเนี่ย)
(ก็จริงว่ะ ทำไมไม่ให้ลิงค์กับแอคเคาวน์เฟสบุ๊คเบ็ดเสร็จ แต่เขาคงมีเหตุผล)
แต่ก็คือจำไม่ได้ว่า ครั้งแรกที่เล่นเนี่ย ต้องไลค์เพจคอนเนตโต้ด้วยมั้ง
เราไปแลกเสื้อมาแล้วรอบนึง ยี่สิบฝา (ยังไม่ส่งให้เลย หรือรอส่งทีเดียว)
ตอนนี้ไปกรอกอีกรอบ ได้แล้วสิบฝา หนุกดี
ชอบ ๆ เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการเหนี่ยวรั้งลูกค้าด้วยการจูงใจ
ตามหลักจิตวิทยาอย่างนี้เรียกว่า  token economy? ป่าววะ
คือแบบสะสมแต้ม รับของกำนัล
ชอบอ่ะ ชอบมาก ๆ
เพจไหนมีแบบนี้ เราคงไปเล่นบ่อย ๆ เลย (ถ้าเราชอบสินค้าของเพจอานะ)
อย่างคอนเนตโต้นี่เราชอบกินไง ถามว่าอยากได้เสื้อไหม จริง ๆ แล้วเฉย ๆ
แต่ว่าอยากรักษาสิทธิ์ แต่มันก็กระตุ้นการซื้อไอติมได้ไง กร๊าก กร๊าก

จริง ๆ เฟสบุ๊ค ออกพวกคูปองส่วนลด ให้เพจทำได้หรือเปล่า ไปเช็คเองนะ เหมือนคุ้น ๆ
ไปและ ปวดหลัง
ของแถม การโปรโมตโพสต์ อันนี้อาจง่ายกว่าจ้างทำแอพ
เสียเงินให้เฟสบุ๊คโดยตรงผ่านบัตรเครดิต

http://facebook.maahalai.com/fanpage/1310/

ลองดู โปรโมตกันไป

ส่วนเรา เอาว่าทำได้ก็มาสอน ถ้าไม่เห็นสอน คือ ทำไม่ได้ว่ะ กร๊ากกกกกก
หาวิธีอื่น ๆ ต่อไป เพราะเพจตัวเองเนี่ยก็ไม่ได้โปรโมตด้วยการใช้เงินเลย
มีแต่ชวนเพื่อนในเฟสบุ๊คกดไลค์เพจ กับโพสต์เป็นลายเซ็นอีเมล  หรือแปะเป็น link
ประชาสัมพันธ์ผ่านทางทุกโซเชียลเน็ตเวิร์คที่เรามีและเซ็ตได้ ยูทูป ซาวน์คลาว
กูเกิลกูรู กูเกิลพลัส ทวิตเตอร์ เฟสบุ๊คส่วนตัว ฯลฯ เราประชาสัมพันธ์ดะทุกทาง
อาจทำให้คนเห็นและไลค์ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ขอให้ได้ประชาสัมพันธ์
แต่เราคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่เขากดไลค์
บางทีเขาอาจจะอยากให้กำลังใจตามที่เราเขียนขอไว้ก็ได้ ถ้าเป็นงี้ก็ดีใจ มีกำลังใจ 😀

อานะ ก็หาทางไปเรื่อย ๆ ไว้คิดอะไรออกจะมาเขียนใหม่

ตอนนี้เราชอบเขียนบล็อกที่เวิร์ดเพรส เพราะว่า เซตไว้ยังไงจำไม่ได้ (ซับซ้อนเกิน)
เซตว่า เมื่อพับลิชแล้ว จะส่งเข้าอีเมลด้วย (เราต้องการเก็บสำเนาบล็อกเราไว้ด้วยอ่ะ
ขี้เกียจก๊อปปี้เอง และขี้เกียจรอจากฟีดเบอร์เนอร์ หลายวันกว่าอีเมลฟีดจะมา)

ส่วนตัวแอมไม่คิดมากนะ แต่แอมเอามาฝากผู้หญิง ผู้ชายที่ขี้หึงมาก ๆ อ่ะ

ความคิดที่อยากจะเขียนเรื่องนี้มาจากว่า ขวัญใจของแอม
โทรมาหาแอม (ปกติ) แล้วพอดีเรามีการพูดไปถึงว่า คอมเม้นต์นึง (คอมเม้นต์เพลง)
ว่าเหมือนวงนึง แล้วคนคอมเม้นต์เขาเขียนเหมือนเขาสนิทกับเรามาแต่ชาติปางไหน
เขาเขียนว่า “โบราณเหมือนกันนะเราเนี่ย” ประมาณนี้
ซึ่งเราบอกขวัญใจเรา ว่าเราไม่ชอบคนที่เม้นแบบนี้
(เพราะเราคิดว่ามันทำให้คนที่ไม่รู้จักเรา เข้าใจว่า เขาสนิทกับเรา ใช้คำระดับสนิทไป)

ขวัญใจเราก็บอกว่า จะถามเหมือนกันว่าสนิทกับคนเม้นต์เหรอ (หึงเหรอ? แต่ถามอ่ะดีแล้ว
ถ้าใครถามเรื่องส่วนตัวแล้วเราตอบ แปลว่าเราแคร์ ถ้าใครถามเรื่องส่วนตัว
แล้วเราเงียบ ให้รู้ว่า ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของมึงค่ะ จริง ๆ นะ และเราพร้อมรับ
คนด่าแบบนี้ เหมือนกัน ถ้าเราไปเสือกเรื่องของใครมากเกินไป เราไม่โกรธ
เราจะได้รู้ตัว ว่าเรามีสิทธิ์แค่ไหน เราไม่เคยโกรธใครในเคสนี้ อย่างมากก็น้อยใจ
แล้วก็ทำใจ เพราะทุกคนล้วนมีชีวิตจิตใจวิญญาณเป็นของตนเอง คริคริ)

เราตอบว่า เราไม่รู้จักมัน ไอ้คนที่เม้นต์อ่ะ ไม่รู้จักกันเลย รู้อย่างเดียวว่าเขากดไลค์เพจ
เพราะว่าเช็คได้ เวลากดไปดูโปรไฟล์ จะขึ้นไง ว่้าถ้ามีเพื่อนเหมือนกันคือคนไหน
ถ้ากดไลค์เหมือนกันคือไลค์เพจอะไร

นอกนั้นไม่รู้จัก ถึงเคยตอบในเพจหรือเปล่าก็จำไม่ได้ ไม่เคยจำ เราจำแต่
ขวัญใจกับคนที่แนะนำสาระดี ๆ (กราบขอบพระคุณ)

ก็ถือว่าโอเค ชัด ๆ ไป ว่าเราได้ตอบไปแล้ว

เราไม่ชอบให้คนที่เรารักเราแคร์ ระแวงว่าเราเป็นพวกตีสองหน้า
ตอแหล แรด เห็นแก่ตัว ชั่ว ฯลฯ
เพราะเรารู้ตัว ว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่เป็นเลยแม้แต่น้อย
คนที่รู้จักเรา จะรู้ว่าเรา สนุกสนาน เมื่อต้องการสร้างความบันเทิง
เงียบเมื่อใช้สมอง หรือพัก กรี๊ดกร๊าดเมื่อรู้สึกสนอกสนใจ
กล้าแสดงออกมาก ๆ (แต่ไม่ใช้การสัมผัสเนื้อตัวหรือความโป๊) เพื่อเรียกร้องความสนใจ
เช่นอยากออกทีวี หรือเกณฑ์ของรายการเป็นงั้น สมมติเราได้ออกราชรถมาเกย
เราบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าเราจะกรี๊ดดังมาก และแรด ๆ เพราะรายการเขาบอกว่า
ถ้าหนุกหนาน ฮา เด่น จะเปิดให้นาน ๆ เลย จะไม่ตัดต่อทิ้งเลย
เราทำอะไร เราทำตามจุดประสงค์
และเราไม่เคยแรด ไม่เคยอ่อยเหยื่อใคร
แม้แต่กับคนที่เรารัก เราก็ไม่ทำ เราจะทำในสิ่งที่เขาพึงพอใจ และเราไม่เดือดร้อน
และเราไม่ตีสองหน้า หรือตอแหล เพราะเราขี้เกียจจำ เวลาใครว่าเราตอแหล
เรามักจะพบว่า เขานั่นแหละที่สู้เราไม่ได้ แล้วใส่ร้ายเราแบบนั้น
เราไม่ใช่คนดีมากมาย แต่เราแค่เหนื่อย เข้าใจป่ะ
ปกติกูมีเรื่องเหนื่อยเยอะแล้ว กูคงไม่หาเรื่องเหนื่อยเพิ่ม

ฉะนั้น ใครก็ตาม ที่พยายามทำเหมือนสนิทกับเรามาก ทำให้เราเหนื่อยมากขึ้น
เพราะเราแคร์คนที่เราแคร์ ว่าเขาอาจจะเข้าใจผิดได้ (เพราะเหมือนละครอ่ะ
ตัวร้ายใส่ร้าย พระเอก นางเอก มักจะเชื่อเลยวะแม่ง ไม่ค่อยไปถามเล๊ยว่าความจริงเป็นไง)
แต่เดิม พวกมันเลยจะถูกเราตอกหน้าหงาย แบบทันที
ด้วยการพูดไปตรง ๆ เลยว่ารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร ทำไมใช้คำแบบนี้
ให้เกียรติเราบ้าง ให้เกียรติคนอื่นบ้าง
แต่ล่าสุด ปัจจุบันและอนาคต เราใช้การเงียบแทนแล้ว เพราะเราเหนื่อย
เหนื่อยที่จะไปต่อล้อต่อเถียง อย่างมากก็แค่ทำให้เรารู้ว่า เราน่าสนใจ
พวกเขาถึงตามมาโพสต์ มาแรด ๆ ใส่เรา
บางคนอาจไม่นับว่าแรดก็ได้ แต่ส่อเจตนาที่ไม่จริงใจ
ใช้จิตวิทยาชั้นต่ำกับเรา เราถือว่าเขาดูถูกเรา ไม่ให้เกียรติเรา
จิตวิทยาขั้นต่ำก็เช่น
…………………………………….. นี่จากกูเกิลกูรู

ดีแล้วนะหนู
ตัดชื่อออก 9 มิ.ย. 2555, 16:19:58
เรื่องสลับคู่น่ะ
(ชื่อเขา) อ่านเจอหนูเข้าไปตอบทุกวันนี้หายากวัยรุ่นน่ารักๆแบบนี้จะคิดได้อย่างนี้ดูจากรูปแล้วหนูเป็นคนมีเสน่ห์ สิทธิการิยะดี เสียแต่…
………………………………….
พอเจอคำว่าเสียแต่…
มันทำให้เรารู้สึกว่า เขาต้องการให้เราตอบกลับไปแน่ ๆ
ฉะนั้นเราคงไม่ตอบ เพราะเรารู้ว่าเราไม่มีอะไรเสียแต่แน่นอน
อย่างมากเราก็ ปากจัด หน้าเหมือนผี ขี้เกียจสันหลังยาว ฯลฯ ข้อเสียเยอะ ๆ ของเรา
เรารู้ตัว ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกเราเพิ่ม เพราะเขาไม่ได้เป็นพ่อแม่+ไม่ใช่คนสำคัญของเรา
หรือในเคสนี้ ถ้ามองให้แย่กว่านั้นคือ ถ้าเราถามกลับไป เขาอาจจะบอกว่า
เสียแต่ ที่หนูมีแฟนแล้ว หรือมีขวัญใจแล้ว (เพราะเราคิดว่าคำถามนั้น
((คำถามไหนกูยังจำไม่ได้เลย)) เราน่าจะตอบแบบว่าเรามีคนที่เรารักแล้ว
ก็คือขวัญใจเรา เรารักมาก อย่าอ้วก รักคือปรารถนาดี ไม่ได้คิดชั่ว ๆ เหี้ย ๆ อ่ะ
เราคิดอะไร เราทำอะไร เรานึกถึงหน้าเรา หน้าพ่อแม่เรา หน้าขวัญใจเรา หน้าทุกคน
ที่เรายังต้องเกี่ยวข้อง อะไรที่มันเป็นสิทธิ์ที่ไม่ได้เดือดร้อนมนุษย์คนอื่น เราก็แค่ใช้สิทธิ์
แต่เราไม่เคยละเมิดสิทธิ์ใคร และเราไม่สนด้วยว่าขวัญใจเราจะคิดเหมือนเราไหม
เรารู้แค่ว่า อะไรที่เราสามารถ ((ไม่มากหรอก)) เราไม่เดือดร้อน เราช่วยเขาได้
เราก็อยากช่วย เต็มใจช่วย เพราะที่ผ่านมา เขาก็เป็นกำลังใจ และทำให้เรารู้สึกมีความสุข
รู้สึกฉลาด รู้สึกมีธรรมะ มีสติ มีเหตุผล และเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคลมากขึ้น
เราไม่ได้รู้สึกดีกับเขาทุกเรื่อง บางเรื่องก็ไม่ชอบ แต่ทุกวันนี้เราพยายามไม่นับ
เพราะเราคิดแค่ว่า การได้รู้จักเขา ได้เรียนรู้สิ่งดี ๆ จากเขา มันก็คุ้มค่า มีความหมาย
และสำคัญสูงสุดแล้ว เราคงไม่เอาความงี่เง่าของเรา ที่แบบไม่พอใจเขา ไปแลก
กับสิ่งดี ๆ เหล่านั้นแน่ ๆ (เพราะเคยทะเลาะกัีนแล้ว เราเสียใจมาก เสียใจโคตร)
เรายอมเป็นเพื่อนที่ดีตลอดไป ถ้าจะได้แค่นั้น ก็เป็นได้ ไม่เป็นไร ยังไงก็ยังดีกว่า
การได้เป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาชั่วคราว แล้วสุดท้ายต้องเสียเขาไปตลอดกาล
เราขอทำ เท่าที่เรามีสิทธิ์ทำ ทำเรื่องดีงาม พากันเจริญก้าวหน้า ไม่ทำให้เขาเดือดร้อน
โอเคแล้ว)ที่เราคิดแบบนั้น เำพราะเคยมีคนเมล และข้อความ แบบนี้มา ไม่ได้เป็นร้อย
แต่ถึงสิบไหม คิดว่าถึง เฟสบุ๊คนะ มีคนมาแรดใส่เยอะ ข้อความแบบน่ารักนะเรา
มันชอบ
-*- โคตรหลอน แรก ๆ เราบล็อก กลัว หลัง ๆ ลบข้อความทิ้งแล้วเฉย ๆ คิดว่า
คงเป็นแบบนี้กับหลายคน ลบเพื่อจะได้ไม่ไปเห็นข้อความอีก
อะไรที่คิดว่าไม่ดี อย่าไปใส่ใจมอง
เชื่อว่านาน ๆ ไป มันก็นึกไม่ออกแล้ว ใส่ใจทำไม มันนอกเหนือการควบคุมของเรา
พวกนี้มันไม่จริงใจหรอก
(กว่าจะพิสูจน์ความจริงใจต้องใช้เวลาเท่านั้น และเยอะมาก เช่นกับขวัญใจ
โดนเราด่ามากี่รอบแล้ว นับไม่ถ้วนอ่ะ เรารู้สึกผิด แต่ดีแล้ว อย่างน้อยเราก็
พบว่าเขาเป็นคนที่อัธยาศัยดีจริง ๆ ไม่แปลกที่คนมากมายจะหลงรักเขา
ซึ่งมันแล้วแต่เขาแหละ ตราบใดที่เขายังให้ความสำคัญกับเรา
เขาก็ยังเป็นคนสำคัญของเรา เพราะเราก็รักเขาเช่นกัน คนอื่นจะเหวี่ยง
เราเพราะมันรักเขา เลยเกลียดเรา เราก็ไม่แคร์ เรารู้แค่ว่า เราไม่ได้สร้าง
ความเดือดร้อนใส่ใคร เมื่อเขาดีกับเรา เราก็ดีกับเขา ก็โอเคแล้ว
และหากคอนแทกของเขาดีกับเขา เขาจึงดีกับคอนแทกของเขา ก็คือเรื่องปกติ
คนเราดีต่อกันเป็นสิ่งดีงาม
แต่คอนแทกของเขาไม่ดีกับเรา ก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็ไม่คิดจะไปดีกับคอนแทก
ที่นิสัยไม่ดีของเขาเหมือนกัน (ใครทำอะไร บาปกรรมย่อมเป็นของเขา
เราอย่าทำแล้วกัน เราจงปล่อยวาง คิดซะว่าคนเราต่างกัน เราไม่อยากมี
เวรกรรมกับเขาอ่ะ)
เอาว่าเราไม่ทำให้เขาทุกข์ก็พอแล้ว (ไม่ก่อความทุกข์ให้ใคร ก็เลิศแล้ว)
ส่วนใครจะทำให้เขามีความสุข หากเขาพอใจ เราก็ต้องยินดี ร่วมมุทิตาจิต
เพราะมันก็เป็นชีวิตเขา ไม่มีอะไรซับซ้อน)

กลับ ๆ ต่อ ๆ
พวกที่โพสต์มั่ว ๆ มางี้ มันแย่ เพราะมีความเห็นแก่ตัว เอาแต่ความสุข ความพอใจของมัน
ไม่ได้คิดเลยว่าคนอื่นเขาจะเดือดร้อนไหม จากคำโพสต์เหวี่ยง ๆ ของมัน
ส่วนตัว เราไม่เคยอยากรู้ว่าใครรักเรา
แค่ทำดีกับเรา และไม่ทำเราเดือดร้อน หงุดหงิดรำคาญไม่พอใจ เราก็โอเคด้วยแล้ว
นี่มาเขียนแบบนี้เนี่ย คงคิดว่าเผื่อ ๆ ไง ว่าถ้าเราเหี้ย ๆ มั่ว ๆ ร่าน ๆ ชั่ว ๆ อาจตอบไป
อาจมีลุ้น หรือไม่เราก็ดูน่าโง่เหมือนหลอกง่ายมั้ง ขอบอกเลย (มีคนเคยบอกว่าหน้าเราดูโง่)
บอกเลยว่าเรา “ไม่ตอบ” ไม่สน เรารู้สึกได้ว่าใครให้เกียรติหรือไม่ให้เกียรติเรา
คนไม่ให้เกียรติเรา เราจะคบทำไมให้ซวย ให้เดือดร้อน ให้ปัญหาเพิ่ม เหนื่อยอยากจะบอกว่า ในที่เราติดต่ออยู่ บางคนเราก็รู้ว่าเขาชอบเรา
แต่เขาให้เกียรติ มีมารยาท และคุยแต่เรื่องดีงามเป็นประโยชน์
ก็คบกันได้ยาวนาน เป็นเพื่อนมนุษย์ที่ดีต่อกัน สังคมดี มีความสุขความเจริญ
(คือจะบอกว่าเราไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตา คนที่มาจีบเรา ยังคบได้ ถ้าเขารู้และเข้าใจ
ว่าเขามีฐานะเป็นอะไร หรือแม้แต่คนที่เราเคยรักเขา แบบรู้กันว่ารัก
เราก็คบได้ คุยได้ อีพี่เพวเนี่ย มาให้ด่าบ่อย ๆ เราก็ไปด่ามันบ่อย ๆ
คือเป็นเพื่อนกันไปแล้ว ก็ได้แง่คิดความรู้ เราไม่ได้คิดจะรีเทิร์น เพราะถ้าเขาไปจากเรา
ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราต้องคิดรีเทิร์น คนมันไม่ใช่คู่กัน แต่เป็นเพื่อนกันได้
เพราะเราดีต่อกันมาตั้งแต่แรก ที่มีด่าที่ว่า คือจิกกัด ฮา ๆ เพราะว่าด้วยสันดาน
เขาและเรา มันเป็นงั้น พี่มันชอบมาโพสต์ดักคอ นิสัยไม่ดี แต่ก็ยอมรับว่า
เออ คำเม้่นต์ของพี่เพว บางทีมันก็ทำให้เราฉลาดขึ้น เรียกว่าคนที่เคยรักกัน
แบบหนุ่มสาว ถ้าวางตัวดีต่อกัน มันก็เป็นเพื่อนกันได้อยู่แล้ว
แต่อีกเคส อันนี้เล่านิด อ้วนหมูที่เราเคยบ้ามาหลายปี แต่ทุกวันนี้ไม่ติดต่อเลย
เราบอกได้เลย ว่าไม่ใช่เราเกลียดอะไรเขา และไม่คิดรีเทิร์นด้วย
เพราะการที่เขาเงียบใส่เรา มันเป็นการยืนยันแล้ว ว่าเขาไม่เหมือนเรา
นิสัยใจคอต่างกันเกินไป แต่ถามว่าถ้าแอดมาจะคุยกันได้ไหม
เราบอกได้เลยว่า คุยได้ เหมือนแบบพี่เพว เพราะเราไม่ได้อาฆาตอะไรเขา
ล่าสุดมี ไลน์ เขาเด้งมา ตรงแนะนำเพื่อน แต่เราไม่กดแอด เพราะเราไม่รู้ว่า
มันเด้งเพราะเขาเพิ่งใช้ไลน์หรือเปล่า แล้วยังเก็บเบอร์เราไว้ //เพราะเวลาโทร
จะได้ไม่รับ สายเรา -*-// ก็เลยเด้งมาเฉย ๆ เขาอาจจะไม่ได้แอดเรามาก็ได้
เราเลยปล่อยเฉย ๆ เพราะเราคิดว่าเราหน้าด้านมามากพอแล้ว กับเขาอ่ะ
แต่บอกได้เลยว่าไม่ถืออะไรแล้ว และขอโทษด้วย หากการที่เขาจากไป
มาจากสันดานไม่ดีของเรา ขี้เหวี่ยง เรื่องเยอะ และชีวิตเราที่แตกต่างกัน
เขาเคยบอกว่าไม่ต้องขอโทษ รู้สึกว่าจะเป็นข้อความสุดท้ายที่เราเห็นจากเขา
แต่เราก็รู้สึกอยู่ดี ว่า บางทีเราคงเรื่องเยอะไป เคยมีไปโพสต์หึงหวงห่าเหวเขาด้วย
มาคิดแล้ว ไกล อยู่ใกล้ก็เหมือนไกล อย่างที่บอก คนเราล้วนมีชีิวิตจิตใจและวิญญาณ
เป็นของตนเอง)

แต่ที่เล่าคือจะบอกไง ว่า ทุกท่าน อย่ารีบเข้าใจผิด เวลาที่เห็นอะไร ที่มันส่อว่า
คนที่คุณรัก (แฟนคุณ คนที่คุณแคร์ คนที่คุณหวง คนของคุณ ฯลฯ) อาจจะเจ้าชู้
หลายใจ เพราะความจริงมันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้
ถ้าเราเจอแบบนี้ จากของขวัญใจเรา
เราจะไม่ตีโพยตีพายว่าขวัญใจเราเจ้าชู้ เพราะ บางทีเขาอาจไม่รู้เรื่องเลย แบบที่เราไม่รู้จัก
พวกที่มันส่งข้อความมาหาเราก็ได้
อย่าไปตกหลุมพลาง ของคนอื่นที่เลว คอยทำให้พวกเราแตกกัน (มันจะได้แย่งไป มีเยอะ)
หรือคนบางคนเขียนแบบนี้ บางทีมันก็ไม่ได้คิดอะไรเลยนะ มันแค่เหวี่ยง ๆ ไปทั่วไง
ได้ใครก็เอาหมดไง

ฉะนั้นเราอย่าตีกันซะเอง
คนที่รักกัน (รักแบบไหนก็ตาม) ต้องเชื่อมั่น เชื่อใจกัน
เพราะความรักทุกความรักล้วนมีอุปสรรค
และอุปสรรคที่มากไป ก็ไม่ได้ทำให้คนเลิกรัก หากเขายังรักกันจริง ๆ

รักกันก็แค่ดูแลกันไป มากน้อยเท่าที่ทำได้ ไม่ผิดอะไร

สิ่งที่จะทำให้ใครที่ยังรักกัน ต้องจากกันไป (เหมือนไม่รักกัน) ก็น่าจะเป็น
ความรักที่มาพร้อมกับปัญหา (ที่เกินจะทนไหว) มากกว่าอ่ะ
แต่บางทีเขาอาจจะยังรักกันอยู่ หรือไม่รักกันก็ได้ ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเขาเอง

อย่าแตกคอกัน เพราะการระแวง เพราะความชั่วร้ายของคนอื่น (ที่อาจตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ
หรืออาจเป็นกรรมเวร ต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้มีความซับซ้อน)

นี่คือมุมจากความรักจริง ๆ ไม่ใช่ความหลง ถ้ารักจริง ๆ จะเข้าใจ และยอมรับในฐานะของตน

(ใครอ่านแล้ว งงก็ ช่วยไม่ได้ เพราะเราไม่ได้งง แต่เราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง)

ฉะนั้น อย่าสร้างปัญหาใส่กันเป็นดีที่สุด
ถ้าคุณรักกัน หากมีอะไรข้องใจ ถามกันไปตรง ๆ สิ่งที่เขาตอบกลับมา
สำคัญกว่าสิ่งที่คุณรู้เห็นจากคนอื่น
เวลา และความเป็นไป จะบอกคุณเอง ว่าคุณต้องทำยังไง
โลกนี้ซับซ้อน แต่
ความรักของคุณจะเป็นเรื่องง่ายสบายผ่อนคลายรู้สึกดีเป็นปกติ
หากคุณพร้อมที่จะเข้าใจ ว่าโลกนี้มีคนมากมายหลายประเภท
และเข้าใจว่าคนที่คุณรักนั้นเป็นคนประเภทไหน
คนอื่นไม่สำคัญจริง ๆ

ความรักอาจไม่ต้องลงท้ายด้วยการแต่งงาน มีชีวิตคู่ที่หรูหรามีระดับ
(เพราะคนเรารักและปรารถนาดีกับคนได้มากมาย และไม่ได้ต้องแต่งงานกับทุกคน)
ความรักไม่ได้ต้องมีแต่ความสุข แค่พร้อมจะเคียงข้างกันเมื่อมีความทุกข์
ความรักเยียวยาได้ทุกสิ่ง เรารักทุกคนที่ทำให้เราอยากเป็นคนดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

ข้อคิดตอนท้าย http://www.facebook.com/Lipta/posts/10150319646114972

Lipta · 410,818 like this

June 3, 2011 at 2:10pm ·

‎”คนฉลาด ไม่ได้เลือกคบคนที่สวยที่สุดในโลก แต่เลือกคนที่คบแล้วทำให้โลกสวยที่สุด”

Nathee Tongsak

ถ้าคุณไม่รู้จักเรา แล้วเกิดตกหลุมรักเรา โปรดจงเป็นคนดี โดยไม่ต้องมาโพสต์เหี้ย ๆ อ่อย ๆ
ใส่เรา แค่นี้ก็ให้คุณมั่นใจได้เลย ว่า “เรารักคุณที่คุณเป็นคนดี (ไม่เลว) เช่นกัน”
คนมากมายที่มีคนรัก ล้วนเป็นคนดี (อัธยาศัยดี นิสัยดี กลาง ๆ) ไปดูได้เลย
แต่คนพวกนั้น เขาก็ไม่ได้ต้องแต่งงานกับคนทุกคนหนิ ไม่ต้องว่างมาเจรจากับทุกคนหนิ
คนทุกคนล้วนมีสิทธิ์ในชีวิต จิตใจ และวิญญาณของตนเอง โปรดให้เกียรติเพื่อนมนุษย์
และคนที่มีรักแท้ให้กันจริง ๆ จะไม่มีวันทำร้าย ทำลาย คนที่เขารักอย่างแน่นอน
(รู้จักผ่อนปรน ปล่อยวาง พอดี สายกลาง ฯลฯ)

จงใช้ใจและหูของคุณรับฟังสารจาก”คนที่คุณรัก”เป็นหลัก อย่างอื่น หากได้ยิน ก็รับไว้
แต่ไม่ต้องปักใจเชื่อ ความจริงจะเลือกสิ่งที่ดีงามที่สุดให้กับชีวิตของคุณเอง
โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน แต่ถ้าเคว้งคว้างมาก จงหาธรรมะยึดเหนี่ยวจิตใจ
(ใช้ได้กับทุกคน)

ลึก ๆ เราเป็นคนที่ซีเรียสกับชีวิต และแก่ตั้งแต่เกิด อยากบวช อยากนิพพาน
แต่ก็ไม่ลืมโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ลืมพ่อแม่ ไม่ลืมคนทุกคนที่เราแคร์
และเราไม่แคร์ หากคนที่เราแคร์จะไม่แคร์เรา ถ้าเขาไม่ทำให้เราเดือดร้อน
เราโอเคอยู่แล้ว ถ้ามากไปก็เลิกแคร์ เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยงแท้
หากคิดอะไรไม่ออก ก็ำทำความดี ด้วยการไม่สร้างความเดือดร้อนใส่คนอื่น ง่ายสุดแล้ว

ไม่ได้ทวน เบลอ ๆ แต่อย่างที่อยากย้ำ คือ
จงอย่าเชื่อคำพูดของคนอื่นในทันที เพราะโลกนี้มีคนหลายจำพวก (ที่คุณอาจคาดไม่ถึง)
และถ้ารักกัน อย่าประชดกันค่ะ 😀

ฝากแอพแป๊บ

Name Category Price Date Status Options
ListNote Speech-to-Text Notes
Free
June 3, 2012
Complete
Google Translate
Free
June 3, 2012
Updated
VoiceTextPad
Free
June 3, 2012
Complete
Voice Text Clip
Free
June 3, 2012
Complete
Write SMS by voice
Free
June 3, 2012
Complete
Tourist language learn & speak
Free
June 3, 2012
Complete
Voice Translator Free
Free
June 3, 2012
Complete
Translator With Speech
Free
June 3, 2012
Complete
SoundHound
Free
June 3, 2012
Complete
Karaoke Anywhere
Free
June 2, 2012
Complete
Singing Teacher
฿82.17
June 2, 2012
Complete
PhoneStar Karaoke FULL
฿65.93
June 2, 2012
Complete
Sight Singer
฿127.09
June 2, 2012
Complete
Sight Singer Lite
Free
June 2, 2012
Complete
Who Sings It? 1980s Hits
Free
June 2, 2012
Complete
Pitch Perfect
Free
June 2, 2012
Complete
Perfect Ear's Realistic Piano
฿31.53
June 2, 2012
Complete
Vocal Scaler
Free
May 29, 2012
Complete
123s ABCs Handwriting Fun SET1
Free
May 29, 2012
Updated
AndroVid Video Trimmer
Free
May 29, 2012
Updated
Smart Voice Recorder
Free
May 29, 2012
Updated
Financial Calculators
Free
May 29, 2012
Updated
TV Thailand
Free
May 25, 2012
Updated
Travel Money - Share Expenses
Free
May 25, 2012
Updated
PicsPlay - FX Photo Editor
Free
May 25, 2012
Updated
Barcode Scanner
Free
May 25, 2012
Updated
English Thai Dictionary Free
Free
May 25, 2012
Updated
MP3 Cutter
Free
May 25, 2012
Updated
MusePad Lite
Free
May 25, 2012
Updated
คัดลายมือ Thai Handwriting
Free
May 25, 2012
Updated
Video SlideShow Maker
Free
May 25, 2012
Updated
Perfect Ear
Free
May 25, 2012
Updated
Google Search
Free
May 25, 2012
Complete
Easy Cache Cleaner
Free
May 25, 2012
Updated
Adobe Flash Player 11
Free
May 25, 2012
Updated
Instagram
Free
May 25, 2012
Updated
Twitter
Free
May 25, 2012
Updated
Super Piano (72 Key)
Free
May 25, 2012
Updated
Street View on Google Maps
Free
May 25, 2012
Updated
Google+
Free
May 25, 2012
Updated