ทำไมไม่มีแฟน ไม่มีคนคบ ทั้งที่คนที่ดูแย่กว่าก็ยังมี ไม่ดีตรงไหน?

16:30
หาเพลงนี้ฟัง http://www.youtube.com/watch?v=UHZH0TD4RpI
(why are we still friend – 98 degrees)
แปลว่าไรก็ไม่รู้ ไม่เคยนั่งแปล
แต่ไหน ๆ เราก็นอนไม่หลับแล้ว เราก็อยากเขียน (นั่งหัวเราะอยู่)

ใครจะว่าเราบ้าหรือไม่บ้า เราไม่สนใจนะ แต่เราคิดว่าเมื่อเราอยากเขียนอะไร
เราก็ควรจะเขียน เพราะไม่งั้นมันก็จะทำให้เราคาใจ ที่ไม่ยอมเขียน

เราตื่นมาเขียนเนี่ย ด้วยสาเหตุที่ว่า ขวัญใจของเรา (เราจะเรียกงี้ พอใจ
ไม่รู้เราเป็นขวัญใจของเขาไหม แต่เขาคือขวัญใจของเรา)
โทรมาถามเรา ด้วยตามหัวข้อ

ประมาณว่า ทำไมเขาถึงไม่มีแฟน ไม่มีคนคบ ทั้งที่คนที่ดูแย่กว่าเขา ก็ยังมีคนคบ
เขาไม่ดีตรงไหน?
แล้วตามด้วยบอกเราว่าอย่าหัวเราะนะ
เราก็หัวเราะ (เพิ่งนึกได้ว่าหัวเราะ อ้าวอีนี่วอน – ด่าตัวเอง แต่เราหัวเราะเพราะเราเครียด)
เรางงว่าเขาถามเราเนี่ย แปลว่าไร
แปลว่า เขาคิดว่าเราพูดตรงมาก น่าจะตอบเขาได้
แปลว่า เขาอยากบอกอะไรเราหรือเปล่า
แต่ในใจเราแอบสงสัย แล้วไปจีบใคร? (อีนี่หึง ทั้งที่ไม่รู้มีสิทธิ์หึงป่าว แต่หึงอ่ะ ไมวะ)

พูดไม่ถูก เล่าไปเนี่ย ก็เริ่มงงแล้วว่าจะเล่าทำไม
แต่นะ เขาโทรมาปลุกเราตื่น เรานอนไม่หลับแล้ว
เราก็จะบ่น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
แต่โทรมาเหอะ เราอยากให้เขารู้ว่าอย่างน้อยเราก็ยังอยู่ตรงนั้น (ตรงไหนไม่รู้ว่ะ แต่ก็ยังอยู่)

เอ่อ เพลงแม่งเศร้าว่ะ ปิดดีกว่า อีนี่แม่งนั่งร้องไห้ (เป็นคนอ่อนไหว ละครตัวเด่น ๆ ตาย
อีนี่ยังร้องไห้เลย อย่าใส่ใจ)

เอาว่า เราก็ตอบเขา เท่าที่เรารู้
คือ เราตอบไปว่า (พอดีคำถามของเขามีการชี้นำ)
เขาน่ะไม่ได้ไม่มีเสน่ห์ หรืออะไรนะ เขามีเสน่ห์มาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
อัธยาศัยก็ดี น่ารัก ((เราอ่ะโคตรรักเขาเลย ไม่สนด้วยว่าจะรสนิยมแบบไหน
เพราะว่าเรารักเขาในแบบที่เรารู้สึกจริง ๆ รู้สึกถูกชะตามาก รู้สึกชอบหลายอย่าง
ที่เขาเป็น และไม่ชอบหลายอย่างเหมือนกัน แต่ไม่ซีเรียส ชอบ 100% คงไม่ใช่คนแล้วแหละ เทวดา พ่อมด หมอผี เอ้ย ไม่ใช่ กร๊ากกก))
เรายังบอกด้วยซ้ำว่าในเน็ตอ่ะ เราเห็นเขาป๊อปปูล่าร์จะตายชัก
(เรานี่งอนมาหลายรอบแล้ว ก็มานั่งสมเพชตัวเองว่ากูไปงอนเขาทำไมวะ
เราเหมือนพวกงี่เง่าอ่ะ)

แล้วก็ถามเขาว่า ไปจีบเขาหรือยังล่ะ?
เขารู้หรือเปล่าว่าจีบ?
เขาเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร
(เราก็ไม่อยากได้ยิน เผื่อไม่ใช่เรา กร๊ากกกกกกกกก)

จากนั้น เราก็บอกเขาเหมือนที่แชมมี่เคยบอกเรา
(กับเพื่อนสนิทเนี่ยเราจะคุยเรื่องหัวใจกันเสมอ ยกเว้นมันเบื่อจะฟัง
อย่างรายอ้วนหมู เพื่อนเราบอกว่าเลิกพูดเหอะ รำคาญ คนคบกันยังไง
ไม่คุยกัน ไม่มาหากัน ไม่นู่นนี่นั่น กลายเป็นเราหลอกตัวเอง
เพื่อนเราพูด เรายังหลอกตัวเองต่อไปอีกตั้งนาน แต่ก็เฉย ๆ ว่ะ ช่างมัน
ทุกอย่างคือสิ่งที่ทำให้เรามีความคิดมากขึ้น)
แชมมี่บอกกับเราว่า “คนรักกัน ไม่จำเป็นต้องโทรหากันทุกวัน
แค่รักกัน มีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน ไม่ต้องไปอวดคนอื่น ไรเงี๊ย
เพราะไม่มีอะไรเลย ที่จะรับประกันชีวิตคู่ได้”
(อย่างแชมมี่กับแฟนเก่าของมัน ดูดีเหมาะสมกันมาก ((เราเคยเจอ)) สุดท้ายก็เลิกกัน
เราก็ไม่รู้มันว่ะ แต่ที่แน่ ๆ ผู้ชายรัก มันมากไป จนถ้าไม่ได้รักจากมันอีก
เขาจะฆ่ามัน ที่ผ่านมาพอระหองระแหงก็ขู่มันลามไปถึงแม่มัน ไรงี้ ไม่ไหววะ เป็นใครก็เผ่น)
มันยังบอกด้วยว่า เห็นพวกโทรหวาน ๆ กัน
ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็เลิก
รอดูได้เลย ((ขี้เกียจดูว่ะ – เรานึก))

แต่ละคู่ เขาก็มีความรักในแบบของพวกเขากันเอง
บางคู่รักกันหว๊านหวาน พอเลิกกันเป็นไง มองหน้ากันไม่ได้เลย
เกิดปัญหาในวงกว้าง ไรงี้เลยก็มี
แต่บางคู่ เขาก็รักกันเนิบ ๆ คือแบบต่างคนต่างก็รักกัน
ไม่ต้องบอกใคร ถ้าต่างคนต่างไม่มองหาใครใหม่ สักวันเขาก็ได้แต่งงานกัน
(เราเคยเล่าที่บล็อกอื่นถึงเคสที่ย่าเราเล่า
ว่ามีบ้านนึงเขาเป็นศัตรูกัน
แต่รุ่นลูกรักกัน
ผู้ชายมาขอผู้หญิงตั้งแต่สาว ๆ ขอเท่าไรพ่อแม่ผู้หญิงก็ไม่ให้
จนนู่นแหนะอายุ 50 กว่า พ่อแม่ผู้หญิงตายหมดแล้ว ถึงได้แต่งกัน
ย่าบอกชื่อด้วย เพราะคู่นี้ เขาอยู่แถวบ้านย่าอ่ะ มันไม่ใช่นิยายอ่ะ แต่มันมีจริง ๆ
ไม่ได้แช่งให้ใครตายนะ ช่างเหอะ แค่ยกตัวอย่างว่ะ ว่าถ้ารักกันทั้งคู่ ก็ได้คู่กันอยู่ดี

หรือแม้แต่พ่อของคุณอภิชาติ กับแม่ของคุณนนทวัชร์
ที่มารักกันตอนวัยดึกมาก แปดสิบกว่าไรงี้ ก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ให้เห็นว่า
คนเราถ้ารักกันทั้งคู่ และทั้งคู่ก็คิดว่าพวกเขาเกิดมาคู่กัน ยังไงก็ได้คู่กัน)

ส่วนตัวเราเลยเฉย ๆ เพราะถ้าเรามีคู่ เดี๋ยวเขาก็มา
ถ้าเขาไม่ใช่คู่ เดี๋ยวเขาก็ไป
ทำตัวให้ดีพอแล้ว
เร่ง รีบ บังคับกันไม่ได้ เรื่องแบบนี้ มันมีปัจจัยอื่นเยอะ โอกาส เวลา ความเหมาะสมอื่น ๆ

หรือแม้แต่คนที่คู่เขาตายกระทันหัน หรือตายไปอ่ะ
ถ้าเขายังรักคู่เขาอยู่ (ไม่ได้ฝังใจ หรืออะไรนะ)
เขาก็ยังคงรักคู่ของเขาอยู่

มันไม่ใช่เรื่องตายตัว
ไม่มีทฤษฎี

แต่ที่แน่ ๆ ความรัก เท่าที่เรารู้สึกได้อ่ะ คงตามเพลงนี้
http://www.youtube.com/watch?v=lfoX5Et2m60
(เถียงกันทำไม – พี่เบิร์ด)

เดี๋ยวเล่าไปเรื่อย ๆ คงมีสรุปนะ ตอนนี้ขอเล่าไปเรื่อย ๆ ก่อน
ไม่ได้มีอะไรในหัวเท่าไร อาจมีของเขวี้ยง ๆ ไว้
เล่าถึงนี่ดีกว่า

วันจันทร์ที่แล้ว (หนึ่งอาทิตย์ที่แล้ว)
เราไปเที่ยวกับน้องส้ม รุ่นน้องมหาวิทยาลัยที่สนิทกับเราที่สุดแล้ว
(กับส้มเนี่ย เราเคยทะเลาะกันด้วยนะ โดยเป็นช่วง ป.โท
ที่ส้มโทรมาวีนใส่เรา ว่าทำไมพี่ไม่บอกว่าเรียนแล้วจะเจองั้นเจองี้ เจอปัญหา
แล้วก็เยอะแยะ รู้งี้ไม่เรียนดีกว่า ((แต่เราเคยเตือนส้มแล้วว่าอย่ามาเรียน มันไม่เชื่อ))
มันมาเรียน รหัส51 แผน ข ภาคพิเศษ ยังมาแว๊ดใส่เรา รหัส50 แผน ก ภาคปกติ
(แผนที่เราเรียน จบยากกว่า) ซะยับเยิน
เราเลยใส่ส้มกลับไปเลยว่า “ส้มมาด่าใส่พี่แบบนี้ แล้วจะให้พี่ทำยังไง
ถ้าโทรมาเพื่อพูดแบบนี้ อย่าโทรมาเลยดีกว่า”
เราไม่คุยกับส้มไปเป็นปีเลยอ่ะ ตั้งแต่ 51 ถึงต้น 53 เลยมั้ง
เพราะส้มไม่โทรมา (ปกติเราไม่โทรหาใคร ถ้าไม่มีธุระ)
จนมีเฟสบุ๊คแหละ ถึงได้กลับมาสนิทกันเหมือนเดิม
กลับมาคุยกันเนี่ย ไม่มีใครขอโทษใครด้วย เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเถียงกันทำไม
ไม่เคยพูดถึงอีกเลย ((จริง ๆ ตอนส้มเริ่มโทร ก็ยังมีปรึกษาเรื่องป.โท
แต่เป็นพวกโปรแกรมแล้ว ทั้งที่ส้มก็รู้ว่าเราลาออกจากป.โทแล้ว ด้วยการไม่ลงทะเบียน))
เราก็คุยกัน เท่าที่รู้ ช่วยอะไรกันได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็พูดตรง ๆ หาคนแนะนำได้ก็บอกกัน
เรารู้แต่ว่า น้องคนนี้ก็เป็นน้องที่เราสนิทที่สุดในเอก
ส้มเรียนจบ ป.โท แล้วนะ (ไม่ใช่เพราะเราช่วยหรอก
จากเราแค่เล็กน้อย แต่ถ้าเรื่องกำลังใจ เราให้น้องเต็มร้อยอ่ะ) แค่อยากบอกเฉย ๆ
คนมันรักกัน ((เฮ้ย ไม่ใช่ทอมดี้นะเว้ย)) ยังไงก็ต้องหาทางกลับมาจูนกันได้เสมอแหละ)
นอกเรื่องไปเยอะ แต่ให้เห็นความรักอีกแบบ
ตอนรอส้ม เรานั่งเขียนเพลง ได้สองเพลง

เดี๋ยวจะพิมพ์ให้อ่าน
ลำดับ 130
23/7/55
ตอน 8:20 ถึงเท่าไรไม่ได้จด
โลตัสอ่อนนุช

“เพลงที่เธอเคยส่งให้ฉัน ในวันนั้น
ฉันรู้ความหมายของมัน แต่ฉัน ไม่เข้าใจเธอ
ฟังซ้ำกี่ครั้งก็ยังคงยิ้มได้เสมอ
และนึกไปถึงเธอ แต่ไม่ได้หวังอะไรมากมาย
นอกจากอยากให้เธอมีความสุข
แบบเดียวกับที่เคยรู้สึก ในวันนั้น
วันที่เธอได้มอบเำพลงให้กับฉัน
แม้ว่าวันนี้เราจะไม่เหมือนเดิม”

เหตุผลที่แต่งเพลงนี้
เพราะว่าตอนเที่ยงคืน ถึงประมาณตีสามเช้านั้นน่ะ
เรานอนฟังเพลงใน เอ็มพีสามเพลย์เยอร์
รอ ไม่ให้ตัวเองหลับ เพราะชาร์จแกแลกซี่แทบอยู่
(จะเอาไปถ่ายรูปเล่นกับส้มไง ลืมชาร์จตั้งแต่กลางวัน
ตอนแรกจะไม่เอาไป)
ก็เลยทำงั้น มันนานมาก จริง ๆ เราฟังเพลงของเรา แต่มันฟังครบหมดแล้ว
เลยไปเลือกโฟลเดอร์เพลงอันนั้น เป็นเพลงที่โหลดมาสมัยเรียนป.โท
จากพวกเว็บบิต หรือเว็บเท่าที่หาได้ และเพลงที่อ้วนหมู (ที่เราเคยรัก อย่าอ้วก) ส่งให้
ระหว่างที่ฟัง เราก็รู้สึกว่า อืม เพลงมันเพราะชิบหายเลยว่ะ
เพลงสากล ยุคตั้งแต่ 70 ถึง สองพันแหละ แต่ไม่ค่อยเพลงเต้น
เป็นเพลงดราม่า ๆ
เขาจะแปลเพลงส่งมาให้เราทุกวันศุกร์
แต่เขาไม่ได้ส่งให้เราคนเดียว เราเช็คแล้ว มีแค่สองเพลงเท่านั้น
ที่ส่งให้เราคนเดียว เพราะเขาส่งผิด (มั้ง)
นอกนั้นเขาจะส่งให้เพื่อนเขา (รุ่นพี่เราเช่นกัน)
ซึ่งเรารู้ว่าเป็นผู้หญิงที่เขาหมายปอง รู้มานานแล้ว อาจารย์ท่านนึงเคยเล่า ดังขนาดนั้น
และเป็นผู้หญิงที่ “พี่ที่เราชอบ” (แต่ไม่เคยคบ) เขาก็หมายปองเหมือนกัน
ผู้หญิงคนนี้ป๊อปมากกกกกกกกกก ในโรงเรียนเรา

เราเคยถามอ้วนหมูว่า เป็นแฟนเขา (พี่ผู้หญิงอีกคน) เหรอ
ถึงส่งเพลงให้เขากับหนู (จริง ๆ คิดในใจว่า ส่งให้เราทำไม อยากรู้)
เขาบอกว่า เปล่า  ถ้าเป็นแฟนคนนั้นได้ คงเหมือนดอกฟ้ากับหมาวัด
ไรงี้
เราก็เลยเข้าใจว่า เขาชอบเรา (กูหลอกตัวเอง)
แต่ที่ส่งให้พี่คนนั้นด้วย เพราะเขาอยากส่งให้ผู้หญิงที่เขารัก
(กูก็คิดไปได้)
จนเขาเลิกส่ง ก็นึกว่าเขายุ่ง ๆ
พอโทรไป แรก ๆ ก็รับ หลัง ๆ ไม่รับ ไม่โทรกลับ (เรากับเขา คุยกันทั้งชีวิต จะถึง 50 คำ
หรือเปล่ายังไม่รู้เลย)
แต่เราหลอกตัวเองไง เพราะว่าเพลงที่เขาแปลส่งมาให้อ่าน
มันเพราะมาก มันเหมือนว่าเขารักเรา
เขารักเราคนเดียว จะรักตลอดไป (กูเขียนไปได้ จะอ้วก
แต่ ณ เวลานั้น เรารู้สึกจริง ๆ หรือเพลงพวกนั้นมันมีเวทย์มนต์ -*-)
สรุป เขาไม่คุยกับเรา จนเราแว๊ดไปทางข้อความเฟสบุ๊ค ((ก่อนหน้านี้มีแ๊ว๊ดนิดหน่อย
เวลาเขาโพสต์เหมือนจีบสาว แต่ไม่มาก เพราะเราเริ่มคิดว่า เรามีสิทธิ์ทำงั้นไหมวะ
เหมือนจะไม่มี แต่เราแค่รู้สึกว่า ในฐานะอะไรก็ตาม เราอยากคุยกับเขาอยู่ –
ปกติได้คุยไหมเนี่ย — เหมือนรับมาแต่ทางเพลง ตอบกันก็แค่อีเมลบอกว่าเพลงเพราะ
มันแทบจะไม่มีบทสนทนาอื่น ๆ เลย ขอเบอร์ เรายังเป็นคนขอเลย กูหน้าด้านไปไหน
วะเนี่ย เรารู้อย่างเดียว ว่าเขาแอด HI5 เรา กับแปลเพลงส่งมาให้อ่านเอง ที่ไม่ได้ขอ
นอกนั้นเราิคิดเองเออเองไปหมด))
ว่า เราทำผิดอะไร ทำไมไม่คุยกับเรา ถ้าเราทำอะไรผิดเราขอโทษ แต่ถ้าเกลียดเรามาก  อันเฟรนด์เราไปได้เลย เพราะเราไม่อยากให้เขาไม่มีความสุข
(ตอนขอแอดเนี่ย เรารอนานมากกว่าจะอนุมัติ คือเราข้อความไปเหวี่ยงหลายรอบเลย
ด้วยความลำบากขนาดนั้น เราจึงไม่สามารถอันเฟรนด์เขาได้ เพราะเรารู้สึกว่า
ตอนขอแอด ลำบากเกิ๊น ถ้าเกลียดเรา ก็อันเฟรนด์ไปเองเหอะ)
ดูเหมือนเราทำอะไร เราสัมผัสได้ ว่าเขาไม่มีความสุข
ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าทำไม
เพราะเขาไม่เคยบอกเรา
เออ เพลงที่ก่อนที่เขาจะเลิกแปล (เพลงสุดท้ายมั้ง) เขาแปลเพลง จำชื่อไม่ได้อ่ะ แต่แปลเป็นไทยว่า จงจากไป ที่มีทั้งเวอร์ชั่นผู้ชายและผู้หญิง
เราอ่านเสร็จ คิด เพลงนี้ แปลว่า จะเลิกกะเราแล้วมั้ง (คบยังหรอก งง)
ซึ่งเขาก็เลิกแปลจริง ๆ ก่อนที่จะมีเฟสบุ๊คพอสมควร
พอมีเฟสบุ๊ค จนถึงอันเฟรนด์ (ขอบอก ไม่ถึงสองเดือนด้วยมั้งในสังคมเฟสบุ๊คเขาเนี่ย)
ก่อนเขาอันเฟรนด์เรา เขาตอบข้อความมาด้วยว่า “แอมไม่ผิด ไม่ต้องขอโทษ”
แล้วสักสิบนาที เขาก็อันเฟรนด์เรา
เราก็นั่งร้องไห้ ร้องห่ม (กูดราม่า) เสียใจมาก
แต่ก็ยังไปแอบดูเฟสบุ๊ึคเขาทุกวัน ๆ

(แทรกนิด อย่ารีบร้อนทำอะไร เพราะตะกี้ เี่ราเอาปลาอบออกจากไมโครเวฟ
อีท่าไหนไม่รู้ ร้อนหลุดมือ ร่วงทั้งสองจาน จานที่กำลังจะใส่
เช็ดพื้นไม่พอ
ไปเปิดอีกที เตาไม่ติดแล้ว ดีจริง ๆ ทำไมโครเวฟพังหรือตรู
รีบร้อนได้โล่ คือจะรีบคลุกข้าวแมวด้วย โอ้ย รีบ ๆ นี่แย่ว่ะแม่ง)
เดี๋ยวมาต่อนะ เซฟดราฟ์ไว้ก่อน (หกโมงเย็นแล้วโว้ย)

หกโมงห้าสิบสอง
อ่ะ เคลียร์ครัวใหญ่ ครัวเล็ก อาหารแมว ซักล้าง TT
ไมโครเวฟใช้งานไม่ได้อยู่ตอนนี้ แต่ช่าง เดี๋ยวเราหาทางเอง
เราไม่ได้รีบร้อนอ่ะ เราทำตามปกติ แต่ความประมาทเป็นหนทางแห่งหายนะ
การยกของร้อน ควรใช้สองมือ ไม่ใช่มือเดียว

กลับมา ถึงไหนแล้ว
เราแอบดูเฟสบุ๊คเขาทุกวัน
บางทีเห็นยังโพสต์ซึ้ง ๆ
(ไม่รู้เขาพูดถึงใคร เพราะเขาไม่ได้ใส่ชื่อ)
แล้วบางทีก็เหมือน ทำให้เราตัดใจไม่ได้
เพราะเรายังชอบบ่นถึงเขา คิดถึงเขา ห่าเหวไรเนี่ย
เคยมีวันนึง ช่วงเราสอบ วันนั้นตอนสักทุ่มมั้ง เราโพสต์ว่า อยากเห็นรูปอ้วนหมูบ้าง รูปใหม่ อะไรประมาณนี้
เชื่อไหม ตอนเที่ยงคืน เรากดไปดูเฟสบุ๊ึคเขา เขาเปลี่ยนรูป หล่อด้วย
เราก็ยิ่งคิดเลยว่าเขาต้องมาดูอยู่ ยังอาลัยอาวรณ์เราอยู่
เลยตัดใจไม่ได้
(อีกทั้งตอนใช้ไฺฮไฟว์ มันเช็คได้ใช่ป่ะ ว่าใครมาดูโปรไฟล์เราบ้าง
ตอนที่คนยังไม่ค่อยรู้อานะ เขาเข้ามาดูไฮไฟว์เราทุกวันเลย
เราก็เลยยิ่งคิดว่าเนี่ยเขายังมาดูอยู่ ดูหรือไม่ดู ไม่รู้โว้ย)

แต่แล้ว เราก็มีความรู้สึกแบบอื่นเข้ามา
นั่นคือ เรารู้สึกว่าเราคิดถึงขวัญใจเรา ((เดี๋ยวจะแทนว่าเขา)) คนอ่านงงแน่ หลายเขา เกิ๊น
เพราะว่าขวัญใจเรา เขาเหมือน.. เหมือนเขาตามเรานะ
อยู่ข้างเราด้วย แก้ต่างให้เราก็บ่อย หลายครั้งเราขำที่เขาไปแก้ต่างว่าเราใจดี
(บอกกับคนที่รู้จักเรามากกว่าเขาอีก ด้วยซ้ำ – พอดีรุ่นพี่เรามาเม้นต์ว่าเราดุไง)
เราก็เลยรู้สึกว่าเขาน่ารักดี เขาเอาใจ
เราไม่เคยเจอคนเอาใจ แล้วเราุถูกใจ (เคยมีคนเอาใจ แต่เราไม่ชอบมัน เราเลยรำคาญ)
พอวันนึงเขาโทรมา (เบอร์ทรูเราอยู่ในเฟสบุ๊ค ตอนนี้เอาออกแล้ว กันไม่ให้ใครใช้มุขนี้อีก)
เรารับ จริง ๆ เริ่มรู้แหละ แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ แกล้งเพราะอยากให้เขาพูดออกมาชัด ๆ
ว่าเขาเป็นใคร ไม่ใช่มาให้เราทาย เราไม่ชอบทาย
เราชอบคนตรงไปตรงมา

แต่คุยได้สิบนาที (เราคุยไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก) สายตัด
เราก็ไม่โทรกลับ เขาก็ไม่โทรมา
เราคิดว่าช่างเหอะ

แต่แบบหลังจากนั้น เห็นเขาโพสต์น้อย
ไม่ค่อยโพสต์ ไม่ค่อยมาเม้นต์
หายไปเลย
วันนึง 29 กันยายน ปีที่แล้วมั้ง เราสอบ
สอบวิชาอะไรไม่รู้ ที่จำได้คือเราไม่สนใจอ่านหนังสือสอบเลย
เราอยากรู้ว่าเขาเป็นอะไรป่าว เป็นห่วง
พอดีจดเบอร์ไปด้วย
เลยเอสเอมเอสไปหาตอนเก้าโมง (ใช้เบอร์วันทูคอล เบอร์หลักของเรา)
พอเที่ยง เขาก็โทรมา บอกตรง ๆ โคตรดีใจเลย
ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่คุยไม่รู้เรื่อง เพราะเสียงที่ ม ดังมาก
แล้วเราบอกว่าตอนเย็นเราจะโทรกลับ
แต่เราก็ไม่ได้โทร (แต่เราส่งเอสเอมเอสบอกเขานะว่าเราไม่โทร) เพราะเราก็บอกไม่ถูก
เรากลัวเราไปอ่อย ไปอะไรเขา เขามีฟงมีแฟนซ่อนอยู่ป่าว เราก็ไม่รู้
เราแค่ทำอะไรบางอย่างให้เขาแล้ว ((เขียนชัด ๆ กลัวรู้ แต่คิดว่าถ้าเจ้าตัวมาอ่านคงรู้))
เขียนจากจิตวิญญาณจริง ๆ
เพราะมันมาจากความรู้สึกของเรา
กับสิ่งที่ผ่านมาก เอาว่า
“… เขาบังอาจทอดทิ้งเราไป…”
ประมาณนี้ มาจากเรื่องจริงล้วน ๆ
เท่าที่เราคิดได้

แต่สองวันถัดมา เขาก็โทรหาเรา คุยกันนานมากกกก เก้าสิบนาที
หรือไง ไม่รู้ เขาโทรหาเราแหละ เรางก
แต่เราโทรกลับนะ หรือถ้ามีธุระด่วน ก็โทร
ที่ไม่โทร ไม่ใช่งกหรอก บางทีเราอาจจะกลัวก็ได้ ว่าเราจะต้องเจอกับ
เคสอ้วนหมูอีกครั้ง คือโทรไป (น้อยแล้ว) ก็ไม่รับ ไม่โทรกลับด้วย
ไม่ข้อความบอกด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรให้เราทั้งนั้น
เราไม่อยากเจอความรู้สึกแบบนั้น
แต่อย่างที่บอก ว่าถ้ามีประเด็น หรืออะไรด่วน เราโทรได้
จริง ๆ เราอยากโทรเยอะ ๆ ด้วยซ้ำ (กลัวจะเหมือนพี่เพวของเรา
ที่โทรจิกเราสมัยเรียนปีสอง สามเวลาหลังอาหาร จนเราคิดเลยนะ
ว่าจะโทรทำไมนัก หนูต้องทำงานทำการเหมือนกันนะโว้ย อีพี่นี่จิกกูจริงเล๊ย
จะคบเป็นแฟน ไม่ได้จะหาแม่อีกคน)
สรุปเรื่องโทรเนี่ย เราเจอมาแล้วสุดโต่งสองแบบ
ทั้งโทรมาก และโทรน้อย (ไม่โทร)

แต่ขวัญใจเรา โทรก็มากนะ แต่เราชอบ
เราชอบเวลาคุยกับเขา
เรารู้สึกว่า เรามีความสุขเวลาที่ได้ยินเสียงเขาอ่ะ
ได้แค่อัดเสียงส่งมาให้ฟังยังดีใจเลย
(รายก่อน ๆ ที่เราเคยคบ คือพี่เพว กับอ้วนหมู เราก็ขอ
ขอให้ร้องเพลงแล้วอัดมาให้ฟังหน่อย แต่พวกเขาไม่เคยทำให้
ซึ่งเราก็เฉย ๆ ช่างเขา เราขอแล้ว จะไม่ทำก็แล้วแต่)

เรียกว่าคุยเท่าที่สะดวกคุยได้
ถ้าไม่สะดวกเราก็ขอตัววาง
ไม่ได้ซีเรียสอะไรเลย
วันไหนไม่โทรก็ไม่เป็นไร
แล้วแต่ความสะดวกของเขา
และตามโอกาส ถ้าเรามีอะไรจะโทร เราก็โทรอยู่แล้ว

คุยกันมาเนี่ย มีทะเลาะกันนะ
เรางี่เง่า เพราะเราไม่ค่อยคุยกับใคร
ถ้าเราคุยกับใคร เราก็อยากเป็นคนสำคัญ
ก็มีไปวีนไปเหวี่ยง (คนที่ชอบเขา แล้วหาเรื่องเรา ก็มีับ้าง)
เรางี่เง่า แต่ก็ต้องเข้าใจ ว่านิสัยหลายอย่างของเขา
ก็ไม่ถูกใจเรา
ในขณะที่นิสัยหลายอย่างของเรา ก็ไม่ถูกใจเขาเช่นกัน
คนปกติหนิ ไม่ใช่เทวดา
แต่ทะเลาะกันทุกครั้ง
เราจะนั่งร้องไห้ (บางทีเขาไม่ได้ทะเลาะด้วยหรอก
เราคิดไปเอง แต่เราก็ไปปั้นปึงใส่เขา เงียบ การเงียบเป็นการเหวี่ยงที่น่ากลัวที่สุดของเรา
แต่น่าแปลก ที่ทุกครั้งที่เราเป็นงี้ เขาจะรู้ ไม่รู้ืำทำไมเขารู้
เราดีใจมาก แล้วเราก็ร้องไห้ใส่เขาหลายรอบแล้วด้วย
เวลาที่เขาจับได้ ว่าเราหาเรื่องเขาอีกแล้ว
กร๊ากกกกก ขนลุก)

เอาว่า ไม่รู้จะเขียนสาธยายไม อายเหมือนกัน
แต่กับขวัญใจเรา
เราบอกได้เลย ว่าเรารู้สึกสับสนตัวเองหลายรอบแล้ว
เพราะจริง ๆ เรารู้สึกว่าเรารักเขามาก ๆ
(เพื่อนสนิทเราที่เคยเจอเขายังบอกเลย ว่าตั้งแต่เราบ่นว่าเรารักใครมา
คนนี้ ดูน่ารักที่สุดแล้ว คนอื่นไม่น่านับว่าคบด้วยซ้ำ)
ไม่ว่าเขาจะมีรสนิยมแบบไหน หรือนิสัยลึก ๆ เป็นไง
เรารู้สึกว่า ถ้าเขาเป็นดารา
เราก็คงเป็นแฟนคลับของเขา ที่แม้ไม่ตามกรี๊ดเขาทุกงาน
ก็ตามทุกผลงานของเขา เพราะเราอยากเห็นความเป็นไปของเขา
อยากมีส่วนสนับสนุนเขา
เหมือนกับที่เรารู้สึกได้ ว่าเขาก็รู้สึกดี ๆ กับเรา
(ถึงไม่รู้ว่าลึก ๆ แปลว่าอะไร เพราะเขาไม่เคยบอกเรา
ถึงเขาบอกเรา เรื่องแบบนี้ก็ต้องดูไปนานนนนนน ด่วนสรุปไม่ได้)
เราจะไม่หาเรื่องเขา
ไม่งอนเขา
ไม่เต้นเป็นเจ้าเข้าเวลาใครมาชอบเขา หรือเขาไปชอบใคร
ถ้ามันคือความสุขของเขา เราจะทำยังไงได้
เราไม่ได้อยู่ในภาวะจำยอม จำทนนะ
แต่เพราะว่า เรารู้สึกว่าการที่เรารักใครสักคน
เราควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น และสิ่งดีงามที่เขาทำ
และถ้าคนอื่นทำให้เขามีความสุขได้มากกว่าเรา เราก็ต้องทำใจ
เพราะอย่างน้อยเราก็ได้ทำดีที่สุดแล้ว คือ เราก็ได้ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของเรา
(ก็รู้สึกแบบนั้น ถ้าไม่รู้สึกแบบนั้น ก็คงไม่ทำ เราไม่ใช่พวกอ่อยใคร
เป็นงานอดิเรก และเราไม่พูดเล่น กับใคร
เราคบใคร เราก็คบคนนั้น แม้เราบอกที่บ้านชัด ๆ ไม่ได้ ณ เวลานั้น ((ย้อนไปอ่าน อาจจะเข้าใจเคสพี่เพว) แต่เราก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องมือที่สามสี่ห้าแน่นอน ไม่เคยหาความซวยใส่ตัว และเราไม่เคยคิดทำร้ายคนที่เรารักด้วยการหักหลังเขา เพราะถ้าเราตัดสินใจรักเขา
ก็คือเรารักเขาจริง ๆ และมันต้องผ่านเวลาพิสูจน์มาพอสมควร
เราไม่เคยมีรักแรกพบ มันน้ำเน่า)
มีแปร๊บบบว่าเห็นปุ๊บช๊อบชอบเพราะว่าสเปคเลย แต่นั่นไม่ใช่รักว่ะ

ถึงไหนแล้วงง
จะเขียนอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ว่ะ กูแม่ง ว่างมากหรือไง
(ไม่เลย เดี๋ยวต้องทำปฏิทินงานด้วย)
แต่อยากเขียนเพื่อให้เห็นความรักหลาย ๆ ความรักที่เราประจักษ์มากับตาตัวเอง

ขอกลับไปที่เคสอ้วนหมูหน่อยแล้วกัน
เรารู้ว่าอ้วนหมูรักพี่ใส่ชื่อได้ไหมวะ กลัวงง เรียกว่าพี่สุดสวย แล้วกัน
อ้วนหมูรักพี่สุดสวยมาก ๆ เคยไปบอกรักพี่สุดสวยแล้วโดนปฏิเสธ สมัยยังเรียนมัธยม
พี่สุดสวยไม่คุยกับอ้วนหมู
และพี่สุดสวยเนี่ยก็เป็นที่หมายปองของพี่สุดเท่ ที่เรากรี๊ดมาก เพราะเขาเก่งมากกก
แต่พี่สุดเท่ไม่ชอบเรา เป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนฝูงเราและเพื่อนฝูงพี่สุดเท่ (รวมถึงอ้วนหมูด้วย)
ว่าเรากรี๊ด พี่สุดเท่ เข้าเส้นเลือด (กร๊ากกกก) แต่นะ ก็แค่กรี๊ดดดดดด
(นี่คือสักสิบปีมาแล้ว)
เรื่องเป็นไงบ้างเราไม่รู้หรอก ไม่ได้เสือกขนาดนั้น
แต่ที่เรารู้คือ พี่สุดเท่แต่งงานไปแล้วกับแฟนของเขา (คนที่เคยมาคุ้ยไฮไฟว์เราเพราะคิดว่าเป็นชู้ กร๊ากก พูดเล่น เขาคงหึง เราเข้าใจเขานะ แต่ไม่มีปัญหา เพราะเราไม่ได้คุยกับพี่สุดเท่เล๊ย จะคุยไร พี่เขาศัพท์แสงสูงส่ง เรางง เป็นไปได้ว่าแฟนพี่สุดเท่ อาจจะคุ้ยเมลพี่สุดเท่ จนเห็นเมลเราเคยคุยกับเขาเมื่อนานแล้ว เลยเอามาสืบ ว่ายังคุยกันไหม แต่ตอนนั้นเราบ่นถึงแต่อ้วนหมู พี่สุดเท่เขาผอม กร๊ากก)

และ พี่สุดสวยแต่งงานไปแล้วกับแฟนของเขา
ซึ่งอ้วนหมูก็ไปงานแต่งเขาด้วย เห็นรูปในเฟสบุ๊คใครไม่รู้่ บางทีเราก็กดไปเรื่อย
เพราะอย่าลืมว่าคนพวกนี้ คือเพื่อนรุ่นเดียวกับพี่สาวเราด้วย ซึ่งเพื่อนบางคนของพี่สาวเราก็แอดเรามาด้วย อยู่ว่าง ๆ ไม่มีไรทำ เราก็นั่งเสือกเรื่องชาวบ้าน

การที่เห็นพวกเขาแต่งงาน มันมีความสุขนะ รู้สึกยินดี
แม้พี่สุดเท่ จะเคยเป็นที่หมายปองของเรา (และเป็นที่มาของเพลงอ่อยภาคเรา
เพลงที่ร้องว่า ไม่รู้ว่าเธอไม่คิดอะไร หรือเธอนั้นจงใจจะปิดบัง
จึงไม่เคยบอกให้ฉันฟังว่าเธอนั้นมีใครอยู่แล้วในใจ
เพราะเขาไม่บอกเรา ว่าเขามีแฟน จนแฟนเขา คนละคนกับที่แต่งงาน
แว๊ดใส่เราทางแชต เรานี่ชอค แต่มาคิดอีกที ก็หนุกดี
ได้เห็นนิสัยผู้ชายอ่ะ แต่เขาก็เลิกกัน แล้วก็แต่งงานกับคนที่เหมาะกับเขา
เราเคยดูโพสต์ของแฟนเขา แฟนเขาเป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้แก่
ความคิดเป็นผู้ใหญ่ เหมาะกับเขา เห็นแล้วชอบแฟนเขาด้วยอ่ะ ดูเป็นผู้หญิงเก่ง –
เห็นป่ะ ขนาดเราเคยชอบพี่สุดเท่ รักมากกกกก เรายังยินดีเลย รู้สึกดีจริง ๆ
เพราะเราไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรต่อกันหนิ
ยังกรี๊ดเลยนะ ตอนเรากรี๊ดเขา เรารู้ว่าปีก่อนเขาสอบเศรษฐศาสตร์ได้คะแนนสูงสุด ที่หนึ่งของระดับ เราอยากโทรคุยกับเขา เลยหาเรื่องให้เขาติวเศรษฐศาตร์ให้เรา
เขาติวนิดเดียว แต่กลับยกสายให้ลุงเขา ซึ่งเป็นยอดนักเศรษฐศาสตร์ ทำงานธนาคารหรือไงเนี่ย ติวให้เราแทน (เขาบอกว่า ผมไม่ค่อยรู้หรอก ลุงผมเก่งกว่้าเยอะ ถามลุงผมได้)
โคตรอึ้งว่ะ รู้สึกว่าแค่ชอบเขาเนี่ย กลายเป็นรบกวนคนไปทั่ว รบกวนไปถึงลุงเขา
ตอนพิมพ์เนี่ยเราหัวเราะหัวทิ่ม แต่เราประทับใจอ่ะ
เราว่าคนแบบนี้น่ารักอ่ะ แต่ไม่ได้น่าแย่ง น่าแต่งงานด้วยนะ
ถ้าเขาไม่ได้รักเรา ทุกอย่างก็จบแล้ว
แต่เรารักเขาที่เขาคือนักปราชญ์ในความคิดเรา
ประทับใจไม่หาย
ปล.เราได้ที่หนึ่งวิชาเศรษฐศาสตร์ 555 ไม่ได้พูดเล่น พูดจริง)

ซึ่งการแต่งงานของพี่สุดสวย คงไม่มีผลกับพี่สุดเท่ เพราะต่างคนเขาก็ได้เจอคนที่เขาอยากใช้ชีวิตด้วยจริง ๆ แล้ว
แต่อ้วนหมูอ่ะดิ คงชอบช้ำระกำทรวง (เดาเอา)
เพราะเราไม่รู้อ่ะดิ ว่าเขาหาคนคบยัง มีแฟนยัง
สาวสวยที่หมายปอง แต่งงานไปแล้ว
เชื่อไหม เราเล่าออกมาไกลมาก
เราจะบอกว่าเรานอนฟังเพลง ((ยังกลับไปตรงนอนฟังเพลงได้))
แล้วหลายเพลงมันซึ้งมาก
และอ้วนหมูเขาส่งแปลเพลงให้พี่สุดสวยกับเราใช่ป่ะ
เราก็มาคิดไง ว่า บางที มันอาจจะเป็นเพราะพี่สุดสวย ยอมมาคุยกับเขา
เขาอยากคุยกับพี่สุดสวย
เขาเลยแปลเพลง โดยเอาเมลเราอีกเมล เป็นตัวเบรก ไม่ให้ดูน่าเกลียดไป
(ส่งให้สองคน)
ซึ่งบางทีคนที่อ้วนหมู อยากส่งเพลงให้ อาจมีคนเดียว คือพี่สุดสวย
ไม่ใช่เรา
เราฟังเพลงไป ก็คิดไป
แ่ต่ไม่ได้แค้นอะไร เพลงเพราะดี ชิล ๆ
เราคิดมากไป ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ก็ฟังเพลง
เพราะเพลงมันเพราะ จะใครฟัง ก็เพราะ เราไม่เคยจะไม่พอใจเพลงเพราะไม่พอใจใคร
เพลงมันเป็นแค่สื่อแทนคำพูด ((ที่บางทีเขาอาจไม่ได้พูดกับเรา))

((ว๊ายยยยย ได้ยินข่าว เอซังจะซื้อบ้าน คงใกล้แต่งงานแล้วสินะ กร๊ากกก))

มันทำให้เราตระหนักได้ว่า อย่าส่งเพลงให้คนหลายคน
อยากส่งให้ใคร จงส่งให้คนนั้นแค่คนเดียว
เพราะไม่งั้น อาจจะมีคนที่เสียใจเหมือนที่เราเสียใจ

ทวนเนื้อเพลงอีกครั้ง

“เพลงที่เธอเคยส่งให้ฉัน ในวันนั้น ((ก็เขาแปลเพลงส่งมาให้ หรืออาจหมายถึงคนอื่นที่เคยส่งเพลงให้เรา รวมถึงคนที่เราเคยคบ คบ))
ฉันรู้ความหมายของมัน แต่ฉัน ไม่เข้าใจเธอ ((คือเข้าใจเพลง ว่าสื่ออะไร ภาษาไม่เข้าใจ ใส่กูเกิลแปลก็ได้ แต่ไม่เข้าใจเธอ เพราะไม่เข้าใจว่าส่งให้ฟัง หรือจะบอกอะไร หรือบอกรักคนนู้น ไม่ใช่เรา ฝากแปะใส่เราด้วยเฉย ๆ กันอาย -*- กันน่าเกลียด))
ฟังซ้ำกี่ครั้งก็ยังคงยิ้มได้เสมอ ((เพราะเพลงมันเพราะ ไม่เคยสนใจว่าใครส่ง แต่จะนึกถึงคนส่ง ถ้าเขาน่ารักควรค่าแก่การนึกถึงต่อไป ไม่ว่าเขาจะอยู่ไหนก็ตามแต่))
และนึกไปถึงเธอ แต่ไม่ได้หวังอะไรมากมาย นอกจากอยากให้เธอมีความสุข แบบเดียวกับที่เคยรู้สึก ในวันนั้น ((วันที่ส่งเพลงมาน่ะ เขาต้องมีความสุขอยู่แล้ว แต่สุขที่ได้ส่งให้เรา หรือให้คนอื่น มันเป็นความสุขด้วยความรู้สึกมีความหวัง หัวใจของเขามีความหวัง ไรงี้ เราอยากให้เขามีความสุขแบบนั้น ))
วันที่เธอได้มอบเำพลงให้กับฉัน ((ที่ให้คนอื่นด้วย))
แม้ว่าวันนี้เราจะไม่เหมือนเดิม” ((อาจจะเหมือนเดิมก็ได้ของเขา คือเขาไม่ได้รักเราเรา เหมือนแต่แรก แต่เราเสือกคิดไปเอง ไม่เหมือนเดิม คือเราเสีัยใจ แต่ไม่มาก))

แต่เราไม่อยากรู้เหตุผล ถ้ามันจะไม่รู้ เราก็ไม่สนใจ
เพราะเรารักคนอื่นมากกว่าเขาแล้ว
เคยได้ยินป่ะว่า ถ้ามีคนรักอยู่ แต่ยังตกหลุมรักคนใหม่ได้
ให้เลือกคนใหม่  เพราะถ้าคนแรกดีจริง คุณจะไม่มีทางตกหลุมรักคนใหม่ได้เลย
กร๊ากกกก
ไม่มีอะไรซับซ้อน และไม่ใช่เรื่องที่จะมาด่าอะไรด้วย
เราแค่เล่า ว่าความคิดที่เป็นนิรันดร์ มันอาจจะไม่มีจริง
แต่ความรู้สึกดี ที่มีใครสักคนเคียงข้างกัน ไปจนกว่าจะแก่ตายอ่ะ (แม้จริง ๆ จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน) มันทำได้จริง
ซึ่งถ้าเขาไม่ได้ทำ ก็แปลว่าเขาคงคิดไม่เหมือนเรา หรืออย่างน้อยก็ไม่พยายาม
นั่นก็สรุปได้แล้วว่า เราแตกต่างกัน ไม่ได้เหมาะสมกัน เหมือนคู่พี่สุดสวย คู่พี่สุดหล่อ

แม้เคสอ้วนหมู กว่าเราจะตัดใจได้ มันนานมากกกกกกกกก เพราะเขาไม่พูด
และเพลงเพราะ ๆ ของเขา มันก็ฝังใจเรามากกกกกกกกกกกกกกกกก
เพราะมันเพราะมากๆๆๆๆ เราเข้าใจว่าเขาบอกเรา ซึ่งเรื่องจริงไม่รู้ เพราะเขาไม่ได้บอกเรา
เราไม่สามารถตรัสรู้เองได้
และคิดว่า ไม่เป็นไร แค่เขามีความสุขในแบบของเขา
เรามีความสุขในแบบของเรา
เพลงเพราะ ๆ เหล่านั้น ก็คือกำไรชีวิตที่เราได้ฟัง
และเขาก็ยังดูน่ารักในมุมที่เราเห็น เพราะเขาคือรุ่นพี่ของเรา เราก็เคยเห็นนิสัยทั่วไปของเขา กะอีแค่เขาไม่ได้รักเรา มันคงไม่ได้ทำให้เรารักเขาลดลง
แต่เราก็ไม่ได้หมายปองเขา เพราะถ้าแค่เป็นเพื่อนเรา คุยกับเรา ยังทำไม่ได้
ก็ไปเหอะ สักวัน เขาจะพบคนที่พอดี และดีพอสำหรับเขา
เพราะเราไม่คิดว่าคนคนนั้นจะเป็นเราแล้วแน่นอน

ส่วนเคสพี่เพว เราไม่คิดนาน เพราะพี่เขาบอกเลิก เราชอบออก
ชัดเจนดี  (ไปย้อนอ่านได้ เคยพูดถึงไปบ้าง)

อยากจะบอกว่าอ้วนหมูน่ะ เราไม่รู้ความเป็นไป เขาลิมิตเฟสบุ๊ค
แต่ถ้าเขายังไม่มีแฟน เรารู้เหตุผลหนึ่ง คือ เขาไม่คิดจะคุยกับใคร หรืออาจจะยังไม่โดนใจ มั้ง เรามั่นใจว่า ถ้าเขาคุยกับใคร แล้วคนนั้นเหมาะกับเขาจริง ๆ เขาคงได้แต่งงานแหละ เพราะหนึ่ง เราว่าเขาก็เป็นผู้ใหญ่ จบโท ทำงานเป็นบอส นิสัยโรแมนติก  (ดูจากแปลเพลง)
ชีวิตอิสระมาก ไม่ดูเสเพล ไม่เที่ยวผู้หญิง (เดาว่า เพราะนิสัยไม่ใช่) มีกินเหล้ากับเพื่อนฝูงตามประสา อันที่จริงที่เราเคยหึงเขา ส่วนใหญ่เราหึงไปงั้น อยากแสดงออกให้รู้ว่า “ฉันยังอยู่ตรงนี้ เกรงใจบ้าง” ซึ่งถ้าเป็นตามที่เราคิดได้ เรื่องพี่สุดสวยน่ะ เราก็ไม่มีสิทธิ์หึงเขาเลย ซึ่งนั่นคงเป็นที่มา ที่ทำให้เขาตัดเราออกจากชีวิตเขา ด้วยความสงสาร ที่เราเข้าใจผิด — เราคิดเฉยๆ เท็จจริงไม่ทราบ)

ส่วนพี่เพว ตอนแกบอกเลิกเรา เรารู้ว่าแกชอบพี่คนนึง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของแม่เรา กร๊ากกก โลกกลม แต่พี่ผู้หญิงคนนั้นก็ยืนยันพันเปอร์เซนต์ ว่าไม่รักเขา ยาวนานมากอ่ะ เห็นเพื่อนเขาแซวไง ((เห้ยเราไม่ได้ตามดูนะ บางทีเ้ข้าไปก็เจอ เราเป็นคนมีเซนส์อ่ะ จริง ๆ บางเรื่องที่แค่สงสัย ก็จะได้เห็นคำตอบ แต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง)) จากนั้นก็ได้รู้ว่าแกมีแฟน แล้วแฟนแกก็ขอเลิกไป แล้วแกก็ดูเจ้าชู้ ใจสปอต จีบสาว เยอะแยะ อกหัก เป็นพ่อเลี้ยงไร่แห้วเหมือนตั้งแต่ที่เรารู้จัก ทั้งที่ฐานะก็โอเค จบโทแล้ว จบคณะเหมือนอ้วนหมู เดะ ที่เดียวกัน
ได้งานใหม่แล้ว แต่ก็เห็นแกก็ยังไร่แห้วตามเดิม
ถ้าเราบอกแกตรง ๆ ได้ (ไม่กล้าบอก กลัวมองหน้าไม่ติด เพราะถึงเลิกคบกัน
แต่เราว่าพี่เพวก็เป็นพี่ที่ตรงไปตรงมา และช่วยเรื่องไอทีได้ ถ้าแกตอบเราอานะ
บางทีแกก็ไม่ยอมตอบ แกมาเม้นเราได้นะ แต่เราเม้น ถ้าไม่เข้าหูแก แกก็ลบทิ้งอ่ะ
ชิ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก เรายังชื่นชมพี่เพว บอกแล้ว ทุกคนที่เรารัก ก็จะยังเป็นคนที่เรารัก แม้ว่าจะไม่ใช่แบบคู่รัก) เราจะบอกแกว่า เลิกโพสต์อกหัก ๆ คนเขารู้หมดแล้วว่าพี่ไม่มีคนเอา 55555555555555
เชื่อว่าอีกไม่นานพี่เพวแกคงหาแฟนแต่งงานได้ เพราะแกพร้อม และแกอยาก
แต่ถ้าแกหาไม่ได้ คงเป็นชะตากรรมของแก
ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะัมันไม่ใช่ธุระอะไรของเรา
(หากใครชอบเรา คุณควรอิจฉาพี่เพว เหตุผลคือ เขาเป็นผู้ชายคนเดียว
ที่ไม่ใช่พ่อเรา ที่เคยจับไหล่เราแล้วมือสั่นเหมือนเจ้าเข้า
— จริง ๆ คือเขาโอบเรา เพื่อนสนิทเราที่อยู่บนเวที (มันขึ้นไปเล่นเกม) วันนั้นเราไปดูคอนเสิร์ตกับเพื่อนและพี่สาวน้องสาวเพื่อนรวมเจ็ดคน คอนเสิร์ตกลางวัน ที่สนามกีฬาแห่งชาติ แต่เราเฉย ๆ เรานึกว่าเขาจับไหล่เรา แค่รู้ว่ามือเขาสั่น
แต่เพื่อนเราที่บนเวที บอกว่า มุมจากเวทีนี่กอดไหล่เลยนะ เพื่อนแม่งด่าเราแรด ๆ ๆ
เรามาเล่าให้พี่สาวเราฟัง พี่เรายังขำกร๊ากกกเลย พี่เราบอกว่าไม่คิดว่าจะมือไวขนาดนั้น
เราไม่ได้แรดนะคะ ก็เรารู้สึกว่าเขาจับไหล่ เขายืนหลังเรา เราไม่รู้หนิว่าเขาทำท่าคล้ายกอด เรานึกว่าจับกันหาย เพราะโทรจิกก็แทบจะเหมือนแม่คนที่สองแล้ว กร๊าก
เนี่ยแค่นั้น นอกนั้นไม่เคยผู้ชายได้จับตัวเรา เพราะว่าเราน่ากลัวมาก มีวิญญาณเหี้ยนวนเวียนใกล้ ๆ ร่างหรือไงไม่ทราบ แต่ก็ดี เราไม่ชอบให้ใครล่วงเกินเราเหมือนกัน บางทีเราคงน่ากลัวมากกกกกกกจริง ๆๆๆๆ)

[นอกนั้นก็มีโดนตัวในรถเมล แต่ไม่ใช่ลวนลาม เคยโดนคนจะจับนม ก็เอากระเป๋าเบียดแม่งสุดขีด เอาว่าเราหวงตัวมาก ((ถ้าเคยอ่านเรื่องฆ่าตัวตาย จะเข้าใจ เรารู้สึกว่าเราต้องกตัญญูต่อร่างของเรา จะไม่ทำอะไรที่ทำให้ร่างมีอันเป็นไป เพรา ถ้าไม่มีร่าง จะหมดโอกาสทำความดี ทำประโยชน์)) แต่ไม่ใช่เหตุผลที่เราอยู่แต่บ้าน ที่อยู่แต่บ้านเพราะแม่ไม่อนุญาตให้ไปไหน ถ้าไปได้ก็ออกไปทำมาหากินแล้ว ไม่ให้เขากระทบกระเทียบเปรียบเปรยหรอก*]

ถ้ามีไปจับใคร จะเป็นเพราะตั้งใจไปลวนลามเขาเอง 555
เราเคยไปคว้ามือขวัญใจมาถือ (คิดถึง ไม่อยากให้ไปตจว.เลย) ขวัญใจเรา ค่อย ๆ แกะมือเราออก แต่ไม่ได้พูดอะไร หรือแสดงกริยาสะดุ้งตกใจแรง ๆ เขาแกะแบบนิ่ง ๆ
แต่เราอ่ะ นิ่งก็จริง ทว่าในใจอ่ะโคตรตกใจเลย
แล้วแต่ความคิดเขา บางทีเราคงไปแรดจับมือเขาเอง 555
แต่เราอยากจับอ่ะ เห็นหน้าก็อยากจับ หน้าเขาน่ารัก เราชอบมากกกกก เรียกว่าหล่อป่าวไม่รู้ รู้แต่ว่าเวลาเขายิ้มนะน่ารักมาก วันแรกที่เราเจอตัวจริงเขา ไม่รู้เขาเห็นอะเปล่าว่าเราตาเหลือก ((เขาเห็นเราก่อนแ้ล้ว เพราะเราอยู่ข้างล่าง เขามองลงมา คนไรโคตรระวังตัว
กลัวเราฆ่าไง กลัวเราเป็นแบบผู้หญิงอ้วนล่ำธิดาช้าง หรือไม่ก็ผู้ชายปลอมตัวมาพบเขามั้ง กร๊ากกก พูดเล่น)) พี่สาวเรากับเพื่อนพีสาวเรายกมือสวัสดีเขา เขาตกใจ เพราะเขาเดินตรงมาหาเรา แต่เรากลับไม่ได้สวัสดีเขา ในตอนนั้น เพราะเราเห็นว่าเขาสเปกมากกว่าที่เราคิด เคยเห็นรูป แต่ตัวจริง สวยกว่าในรูป ผู้ชายสวย ตาตี่ ขาวจั๊วะ ตัวสูงมาก ผอมมาก ((แว่น เดิมเขาใส่)) โอ้ยสเปคเราเมื่อครั้งยังเยาว์วัยมาเต็ม ๆ กรี๊ดมากอ่ะ เขาดูน่ารักมาก ๆ เหมือนตุ๊กตา ((บ้าไรวะกู กรี๊ดดดด)) แต่รู้สึกจริง ๆ ว่าเขาน่ารัีกอ่ะ เขาดูตาเจ้าชู้ด้วย บอกไม่ถูก
มีหลายอย่างที่อยากเขียน แต่ไม่เขียน เกี่ยวกับสิ่งที่เรารู้สึกกับเขา
แต่สรุปแล้วกัน ว่าหลายอย่างที่เราได้รับจากเขา (บางอย่างขอมา กร๊ากกก แองกี้เบิร์ด เอามาบูชา) เอาว่าทุกอย่าง ล้วนเป็นสิ่งที่เคยเกี่ยวกับความใฝ่ฝันของเรา
ซึ่งเท่าที่เราได้มา เราก็รู้สึกว่า ไม่มีเหตุผลใดเลย ที่เราจะต้องทะเลาะกับเขาแล้วเลิกคบกับเขา เราไม่ต้องการให้เกิดอะไรแบบนั้น
เพราะว่าเรารักเขามาก เหมือนหาเจออ่ะ
แต่เราไม่รู้หรอกว่าลึก ๆ เขาคิดไง คนนี้เราไม่ค่อยมีเซนส์ว่ะ แถมที่เคยคิดว่ามีเซนส์ ยังเป็นเซนส์มั่ว เซนส์ผิด เซนส์หาเรื่องให้เขาหนักใจอีก เพราะเราไปเหมือนฟ้องเขาว่าพี่คนนึงที่ดูชอบเขามาก (พี่ท่านนั้นเป็นเกย์) บล็อกเราเพราะเขาเกลียดเรา (เราเดาว่าพี่เกย์ ชอบเขามาก จึงเกลียดเรา เพราะเท่าที่ดู นอกจากเพื่อนเขา ก็มีเราที่เจ๋อในเฟสบุ๊คเขาบ่อยสุด นอกนั้นมีแต่ผู้ชายกับเกย์เต็มไปหมด)
จริง ๆ มันเหตุอื่นอีกเยอะ แต่นะเราก็ยอมรับแหละว่าเราหึง แล้วก็ทะเลาะกันเรื่องหึง (แต่ไม่พูดตรง ๆ)
ทั้งที่ก็เหมือนเคสอ้วนหมู คือ ไม่มีอะไรแน่ัชัด และเราอาจจะหลอกตัวเอง
ฉะนั้น เราจึงไม่พูดอะไรมาก เพราะถ้าเขาไม่ได้รู้สึกแบบที่เรารู้สึก
เราอาจจะต้องสูญเสียเขาไปตลอดกาล เหมือนเคสอ้วนหมู ซึ่งจริง ๆ เราไม่ต้องการ
(แค่ยังคุยกับเราได้แบบพี่เพวก็ยังดี คุยบ้างไม่คุยบ้าง ก็ยังดี เราทำใจได้อยู่แล้ว
เขาจะรักจะชอบใคร เรายินดีด้วยหมดแหละ ไม่เห็นน่าซีเรียส
เราอาจจะรักในพระธรรมในตัวพวกเขาก็ได้ เพราะกล้ายืนยันว่าทุกคนทีี่เรารัก เขาเป็นคนดีนะ เราคงไม่รักพวกเหี้ย ๆ หรอกค่ะ ถึงเราไม่ค่อยฉลาด ไม่สวย แต่เราเลือกมากนะคะ กร๊าก)

แต่เราว่าเราจะเลิกนิสัยหึงแล้ว มันไร้สาระ
ช่างเหอะ ถ้าคนที่เขาเกิดมาคู่กับเราจริง ๆ เขาคงสัมผัสได้ว่าเราขี้หึง กร๊ากกก
เมื่อวันนั้นมาถึง ก็จะรู้
แต่เมื่อมันยังไม่มาถึง เราก็จะดูแลความรู้สึกดี ๆ ที่เรามีต่อไปแบบนี้

เราจะอยู่ข้าง ๆ คนที่เรารักเสมอ ไปจนกว่าจะตาย (อยู่ข้าง ๆ หมายถึง สนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือ เท่าที่ทำได้ก็จริง แต่จะทำให้ดีที่สุด เท่าที่ไม่ลำบากใจ หรือทำให้ใครเดือดร้อน จนหาเรื่องเขา ((รวมถึงหาเรื่องเรา)) ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ก็ตามที เพราะบางทีมันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิต & เพราะเมื่อเรารัก ยืนยันได้ว่าคนนั้นมีค่าควรแก่การที่เราจะรัก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม อย่างน้อย ๆ ที่สุด ณ ตอนที่เราตัดสินใจรักเขา เขาก็มีความหมายกับความรู้สึกของเรา เพราะเราไม่ได้รักใครแบบนี้ไปทั่วอยู่แล้ว)
ไม่ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นยังไงก็ตาม เขาจะยังรับรู้ได้เสมอว่าเรายังอยู่ตรงนั้นเสมอ
จนกว่าวันที่เขาจะเลือกเขี่ยเราออกไปจากหัวใจเขานั่นแหละ เราถึงจะหายไป (หรือไม่จริง)
ความรู้สึก มันเกิดจากความรู้สึก หลอกตัวเองไม่ได้หรอก
เราก็ไม่ชอบหลอกตัวเอง เราเลยมาบ่นเนี่ย

*
เออ เมื่อคืนเราร้องไห้หนักมาก เพราะนอกจากแม่เราจะว่าเราที่เราขอนอน (แม่คะ ตีหนึ่งแล้ว หนูจะนอน เราพูดแบบนี้จริง ๆ ไม่ได้ตอแหล) เขาว่าเราว่าเราเร่งเขา
แล้วตอนเย็นเขาก็ว่าเราทีเหมือนเราอวดฉลาดตอบแทนม่า ว่าม่าไม่อยากได้กระเป๋า (ม่าคืนกระเป๋าทุกครั้ง เขาไม่ได้อยากได้กระเป๋า เขาเอาแค่ตังค์ ค่ารักษาพยาบาล)
แม่เขาพูดต่อมา ว่า ดีนะที่แม่ยังหาเงินใช้ได้
เรารู้ว่าเขากระทบเรา ((เขานิสัยแบบนี้))
เขาชอบว่าเราว่าำเราไม่ทำมาหากิน
แต่เขาเองไม่ปล่อยเราไปไหนเลย เราไปไหนที เขาแว๊ด ๆ เราหนักมาก
(จริง ๆ คือ เราไม่เป็นไปในแบบที่เขาต้องการไง แค่นั้นเอง)
เราเข้าใจแม่นะ แต่เราก็มีชีวิตของเรา
เราบอกไม่ถูกแล้วว่าเราอยากทำอะไร รู้สึกแย่
วันนี้จุ๊บฝากหาคนทำงาน คนที่โรงเรียนขาด
เรายังอยากไปทำเองเลย เพราะเราทำได้ แม่จุ๊บกับจุ๊บอ่ะ นิสัยเหมือนแม่เรา
เราคุ้นอยู่แล้ว และเราก็เคยไปทำ ดีซะอีก ได้ไปอยู่กับจุ๊บ
แต่ติดที่แม่เราไม่ให้ไปนอนกับจุ๊บ (ไม่ให้ไปนอนไหนเลย ชัดกว่า)
และถึงไปนอนกับจุ๊บก็เกรงใจจุ๊บ แต่บอกได้เลย ถ้าแม่ไม่ว่าไปแล้วจริง ๆ รามเริมไม่เรียนแม่งแล้ว รำคาญ อยากทำงาน จะได้เลิกกระทบกระเทียบสักที
เข้าใจเราป่ะ เราอยู่ในภาวะที่ทำห่าอะไรไม่ได้เลย
((ง่าย ๆ นะ นอนตีสาม แม่ไม่เก็บของ ไม่มีที่ที่นอน เช้าป๋าด่าบอกว่าอีพวกนี้ตื่นสาย
ขอที่นอนในบ้าน เห้ยไม่เข้าใจไมเป็นงี้
ยังไม่มีใครสะดวกช่วยกัน เราจะนอนห้องคอมเรา ทุกคนเป็นห่วงกลัวตายคาห้องไม่มีอากาศนัก จะนอนยังปัญหาเยอะเลย แล้วเราก็ทำอะไรไม่ได้ ไปนอนปลายเท้าก็โดนปลุก เราไม่ชอบให้คนปลุกอ่ะ เราอยากนอนยาว –ขวัญใจเราโทรมาปลุก โชคดี เราไม่วีน เราไม่วีนเพราะเราจำเสียงโทรศัพท์เราได้กร๊ากกก // เดี๋ยวหาว่าลำเอียง กะผู้ชายนี่หวานเชียว กับแม่นี่ เถียงแว๊ด ๆ นั่งร้องไห้ ใส่  ไม่ใช่ไง เพราะเราคิดว่านี่คือบ้านเรา ถ้าไม่ให้เรานอนตรงนี้ ก็ขอนอนตรงอื่น ไม่ต้องมาปลุกเราตื่น เพื่อมานอนที่นอนตอนตีสี่ตีห้า ไม่มีประโยชน์ เราไม่สามารถทนสภาพที่ว่า คนอยากจะนอน ยังนอนไม่ได้ เพียงเพราะแม่ไม่ต้องการให้นอนแบบนั้น (นอนพื้น ข้างเตียงป๋า กับเอ) ว่าว่าสกปรกบ้างแหละ แค่นี้รอไม่ได้บ้างแหละ ((โอ้ยใครจะรอ เรีัยกตั้งแต่ตีหนึ่ง ตีสามยังไม่ได้นอน)) ทีแม่ไม่อาบน้ำ ขึ้นไปปูที่นอนเราเนี่ยไม่สกปรกหรือไง เราแค่พูดตามข้อเท็จจริง เราไม่้ได้อยากด่าแม่ เราบาป
เมื่อคืนเราไม่ได้เถียงแม่ไง เพราะคำพูดของม่ากับย่าบอกว่าอย่าไปเถียงแม่
พอแม่ด่าเรา ด่าเรา ด่าเรา เราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งร้องไห้ ไปชั่วโมงครึ่ง แค่นั้น
มันเป็นความอัดอั้น และเราทำอะไรไม่ได้จริง ถ้าเราทำได้ เราคงไม่นั่งร้องไห้หรอก
เราก็รักแม่เรา และเรารักแม่เรา เราถึงไม่ทำเหมือนที่ลูกครูหลายคนทำ อย่าให้เราเล่า
เราไม่อยากเล่า ไปดูเหอะ ลูกครูหลายคน ไม่ได้เป็นแบบเรา ต่างกันหน้ามือเป็นหลังมือเลย พูดยาก พูดไม่ได้ แต่คงไม่ร้องไห้ตลอดหรอก เหนื่อย ทำเท่าที่ทำได้ เราว่าที่เราทำ เราก็ทำดีที่สุดแล้ว และเลือกทางที่ก่อให้เกิดปัญหากับคนน้อยที่สุดแล้ว))
เรื่องทำงานเนี่ย เคยอยากย้อนนะ แต่ไม่กล้า เพราะแรง เหตุผลนี้แม่อาจจะกรี๊ดเลยก็ได้
เพราะเขาเคยกรี๊ดเวลาที่เราว่าเขาผิด (เพราะส่วนใหญ่เขาชอบโยนความผิดให้เรา
เราพูดจริง ๆ ทุกคนชอบโยนความผิดให้เรา เรารู้ว่าเราผิด แต่ถ้าเรื่องไหนถ้าคนอื่นก็ผิดเราก็รู้ เราไม่โทษใครฝ่ายเดียว เวลามีความผิด หลายครั้งผิดด้วยกัน แต่ผิดคนละสาเหตุ)
เราแบกรับคำด่า คำตราหน้ามาเยอะมาก แต่นั่นทำให้รู้ว่า มันไม่ได้ทำให้เราเจริญขึ้นหรือลง ได้หรอก (แค่อาจจะทำให้คนโง่ เข้าใจเราผิด)
เราจะเป็นยังไง อยู่ที่เราทำอะไร ต่างหาก

(เราเล่าถึงแม่ เราไม่ได้โทษแม่ แต่เราแค่พูดว่าจริง ๆ ถ้าแม่ปล่อยวาง
แม่จะไม่รู้สึกลำบากเท่านี้ และไม่รู้สึกว่าเราคือตัวปัญหาขนาดนี้
แต่แม่รักเรามาก เวลาทะเลาะกัน เราจะร้องไห้ทั้งคู่ บางทีแม่ไปแอบร้องไห้ ในครัว)

มันเป็นเวรเป็นกรรม คู่เวรคู่กรรม เพราะเคยขอแล้ว พูดแล้ว เขาไม่เชื่อ เขาไม่ยอมถอยให้
เขาให้เราถอยเท่านั้น ((เพราะเราถอย เรายอมมาแต่เล็ก ไม่เคยขัดใจนะ มีดื้อ แต่ไม่เคยขัดใจ แม้ห้ามอะไร กลัวหมด เพราะคำพูดแม่ศักดิ์สิทธิ์มาก ที่ปรึกษาเราที่ท่านมีเซนส์มาก ๆ ท่านก็บอก))
แต่เราก็พยายามทำให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ และไม่คิดเรื่องไม่ดีด้วย
(แชมมี่เคยพูดว่า ก็รอให้แม่ตายก่อนถึงจะได้มีอิสระ ซึ่งเราฟังแล้วเราไม่ชอบ แต่ไม่ได้ด่ามัน เพราะมันพูดตรง เราไม่เคยอยากให้แม่ตาย ตอนแม่ผ่าตัดเนื้องอก เรายังบอกใครไม่รู้ ผีมั้ง ในฝัน เลยว่า ถ้าแม่จะตาย ขอให้เอาเราไปตายแทน เพราะว่าเราไม่มีประโยชน์
อยู่ไปก็ทำประโยชน์ได้ไม่เท่าแม่ แม่ต้องดูแลคนอีกมากมาย แต่เราไม่ต้องดูแลใคร มีแต่เป็นภาระของคนไปทั่ว — เราคิดจริง ๆ แต่เราไม่เคยฆ่าตัวตาย เราแค่คิดว่าถ้าแลกได้ เราขอแลก)
แม้แต่เรื่องนอน อาจเพราะตอนป.โท เราชอบนอนดึกมาก
มัวแต่เล่นเน็ต แต่ไม่ได้แรดนะขอบอก เราจะหางานทีสิสแหละ แต่เราโง่ ไม่ได้ว่าตัวเอง
โง่จริง ๆ และไม่ค่อยพยายาม เราก็หมดเวลาไปกับการทำนู่นนี่ ที่ไม่เป็นเหตุผลกับงาน)
เขามาเรียก แล้วเขาก็หลับไป แล้วเราก็ไปนอนเอง
คือพอย้อนนึก ก็เหมือนไง เรานั่งเล่นเน็ตถึงตีสามในวันนั้น = แม่นั่งจัดของถึงตีสาม เราไม่มีที่นอน
แม่เรียกเราในวันนั้น = เราขอให้แม่รีบเก็บของ เราจะได้นอน
แต่ต่างกันตรงที่วันนั้น แม่อยากนอน แม่ก็นอนหลับไป
ฝนขณะที่วันนี้ เราอยากนอน เราจะมีเสียงแม่ด่า ว่าจะไปนอนแบบนั้นทำไม สกปรก ไม่ต้องนอน รอไม่ได้หรือไง แค่นี้ก็นอนไม่ได้ ไม่รู้จักอดทน ฯลฯ
เราเลยนั่งร้องไห้ ((เป็นมาเป็นเดือน หลายเดือน อาจจะครึ่งปีแล้วมั้ง เหตุผล คือก่อนหน้านั้นห้องพระไม่ล้น เขาทำและหลับแถวห้องพระ แต่วันนี้ห้องพระล้นแล้ว มาห้องที่เรานอน เราจึุงไม่ได้นอนแบบนั้นแล้ว))

เราว่าเรามีอะไรเหี้ยนจริง ๆ นะคะ ((อาจเป็นวิญญาณอาฆาต ไม่ได้บ้า แค่คิดเผื่อ ๆ)

แต่ที่เรารู้ก็คือ ถ้าเรารักใคร ใครคนนั้นจะรับรู้ได้เสมอว่าเรายังอยู่ตรงนั้น
ครอบครัว คนที่รัก
เราจะอยู่ในแบบที่เขาต้องการ แบบที่เราจะสร้างปัญหาน้อยที่สุด
เพราะเราอยากเห็นพวกเขามีความสุข เช่นกัน ไม่ว่าวันนั้นเขาจะยังรักเรา หรือไม่รักเราแล้วก็ตาม
เกิดมา มีอะไรทำ ก็ทำไป สะสมบุญ
คนที่เขาโชคดี มีอะไรที่เราอิจฉา เพราะเขาคงมีวาสนาร่วมกันมา
ไม่มีอะไรต้องคิดมาก คนเราถ้ามีบุญร่วมกัน ยังไงก็ได้มีความสุขด้วยกัน แบบไหนก็แล้วแต่
และแน่นอน ไม่มีความสุขตลอด ต้องมีทุกข์ด้วย ถ้าเข้าใจกัน
ความสุขนั้นก็ยาวนาน
แบบนี้อ่ะ
ดีกว่าคนที่มีแฟนแล้วเลิกกันเยอะแยะไป

เราขออยู่ข้าง ๆ คนที่เรารักดีกว่า วันข้างหน้าไม่รู้ วันนี้งานไม่เสร็จ กร๊ากกกก
((ลิมิตงานวันที่ 1 ยังมีเวลา))

ขอให้ทุกท่านที่ทนอ่านได้ จงประสบพบรักที่สวยงาม รักแท้ รักจริงที่มาจากหัวใจอันบริสุทธิ์ของทุกฝ่าย

สามทุ่มสี่สิบเอ็ด ไม่ได้อ่านทวน เน่าตรงไหน ขออภัย

เออ ให้อีกเพลง 131 เพลงนี้แต่งไม่จบ แต่แค่นั้นพอ ขี้เกียจคิด มันเป็นมุมมองความรักของเรา
แต่งต่อจากเพลง 130 แหละ

ครั้งหนึ่งเคยรู้สึก
ว่าเราต่างก็รักกัน
ฉันยังคงรู้สึกเช่นนั้น

เธอคือคนพิเศษ
ที่ฉันให้ความสำคัญ
แม้ว่าทุกทุกสิ่งเปลี่ยนผัน

*แต่ฉันคงไม่โทษเธอ
และฉันคงไม่โทษใคร
ก็เพราะฉันเองเข้าใจว่าเราช่างแตกต่างกัน

อย่างน้อย ยังได้พบเจอ
กับคนที่เคยฝันมานาน
… (คิดไม่ออกแล้ว ปล่อยไว้แค่นั้นแหละ)

ย้ำนะคะ ว่าไม่ได้แรด และขอร้องคนอื่น หากมาอ่าน ว่าไม่ต้องมาหาเรื่องทำให้เราเดือดร้อน
เพราะเรารักขวัญใจเรามาก และเราไม่ชอบให้ขวัญใจเราถามว่าคนนี้ใคร สนิทเหรอ?
เราจะได้มีเวลาทำประโยชน์เท่าที่มีปัญญาทำ ได้เยอะ ๆ ไม่ต้องมานั่งด่า ว่าคนนั้นโพสต์ขึ้นหัวเรา จีบเรา เรารู้บางคนไม่ได้ชอบเราหรอก แต่ชอบหาเรื่อง และบางคนชอบเอาเปรียบ มากคน นานาจิตตัง แต่ย้ำเหมือนเดิมนะคะว่า
ขอให้ทุกท่านที่ทนอ่านได้ จงประสบพบรักที่สวยงาม รักแท้ รักจริงที่มาจากหัวใจอันบริสุทธิ์ของทุกฝ่าย
*เราว่าอย่างน้อยเมื่อท่านอ่านจบ ท่านจะรู้สึกว่ารัก มันอยู่รอบตัว อยู่ที่ท่านจะคว้าแบบไหนเท่านั้นเอง 9:49

Advertisements

มารยาทกลางในสังคมโดยเฉพาะสังคมออนไลน์ อยากเก็บอ่ะค่ะ

อยากแปะ มากค่ะ กร๊ากกก ดูที่ทำตัวเข้มก็ได้ ถ้าขี้เกียจอ่านอ่านะคะ 😀

Pranitee Ratanawijitr
ปกติเราจะไม่ค่อยลบคอมเม้นต์ใครนะ ยกเว้น คนที่เรารู้สึกว่าเขาเม้นต์เหมือนสนิทกับเรามาก โพสต์แนวพูดเล่น ๆ ทั้งที่ไม่สนิท เนื่องจากลึก ๆ ตัวเราไม่ใช่คนอัธยาศัยดี (แต่อย่างน้อยเราก็ให้เกียรติคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ให้เกียรติเรา) คนรู้จักแค่ในเน็ตทำเขียนยังกับสนิทมาก (*ลบที่กูเกิลพลัสมา) งง ไม่ชอบ (ถ้าเพื่อนสนิทเขียนคงเฉย ๆ)เราอาจเคยด่าคนลอย ๆ แบบนี้แล้วมั้ง คนถึงไม่ค่อยกล้าเม้นต์ จริง ๆ เม้นต์ได้ แต่ช่วยเขียนภาษาทางการด้วย
ดูง่าย ๆ ถ้าไม่สนิทจริง แล้วเม้นต์ขัดใจเรา เราไม่ลบอย่างเดียวนะแต่จะแถมด่ากลับด้วย เพราะเราแคร์คนที่สนิทกับเราจริง ๆ มากกว่า ว่าเขาอาจจะเข้าใจผิดได้

ถ้าคนที่สนิทเม้นต์ไม่ดี เราก็บอกเขาว่าเราไม่ชอบ คนเราบอกกันได้ กลับกันถ้าเขาว่าเราบ้าง เราก็รับฟังแน่นอน และจะปรับปรุงแก้ไขตัวเองด้วย จะได้คบหาสมาคมกันแบบดีๆมีความสุข

ท่านที่เราพูดถึงนะ จากเคยคุยกันเรื่องบริจาคหนังสือ ตอนนี้กลายเป็นไม่อยากคุยเลย เราจะเอาออกจาก g+ แล้วเนี่ย มีสิทธิ์ เพราะมีทักแชตด้วย (เราไม่แชตแบบสวัสดี สบายดีไหมว่ะ เพราะรำคาญ หากจะถามจะวานจะใช้อะไรโพสต์สรุปมาได้เลย ใช้คำแบบมีมารยาท [“อย่าสั่ง”ไม่งั้นกูด่า] แบบนี้เราไม่ถือว่าเสียมารยาทว่ะ เพราะคุยสัพเพเหระเราขี้เกียจอ่านว่ะ รำคาญ เนื่องจาก ไม่ชอบแชต) เราโคตรเรื่องมาก แต่เราชัดเจนว่ะ คือถ้าช่วยไรได้ก็ช่วย ทว่าเราไม่ได้ว่างคุยกับใคร (ถ้าสนิทอยากคุยด้วยจะคุยนานนนนนนนนมากกกก ถ้าไม่สนิทจะตัดบทอย่างไร้มารยาทแต่มันเป็นสิทธิ์ของเรา เพราะคนหลายคนก็แสดงพฤติกรรมแบบนี้ใส่เรา ซึ่งเราก็เข้าใจเขาว่ะ)

แค่จะบอกว่าเวลาคอมเม้นต์ แสดงความคิดเห็น หรือโพสต์ข้อความใด ๆ ก็ตามบนพื้นที่คนอื่น ช่วยเกรงใจเจ้าของโพสต์ด้วย ไม่ใช่นึกอะไรก็เขียน แล้วก็เข้าใจผิด (สำคัญตนของคุณแบบผิด ๆ) ว่าตัวคุณนั้นสนิทกับทุกคนไปหมด (ทำเหมือนสันดานนักการเมืองอ่ะ โอ้ย กว้างขวาง รู้จักไปทั่ว “ผมรู้จัก ๆ ไม่ต้องเกรงใจ ๆ” -*-) คนที่เขากว้างขวาง มีชื่อเสียง เป็นคนสำคัญจริง ๆ หลายคน เขาก็ยังคงมีความนอบน้อมและให้เกียรติคนอื่น ๆ คนแบบนี้ต่างหากที่น่าคบ

ไอ้อีพวกที่ทำเหมือนสนิทมาก ๆ ทั้งที่ไม่ใช่น่ะ มันมักจะเจอว่าเราไม่ตอบและไม่ติดต่ออีกเลย เพราะเราขี้เกียจชีวิตยุ่งวุ่นวาย รำคาญ นิสัยไม่เหมือนกัน

Friday at 10:25pm ·  · Like · Remove
like

Pranitee Ratanawijitr
ถ้าสนิทคงบอก แต่แบบไม่สนิท ก็เอาออกแบบเงียบๆไปเลย เผื่อใครถูกคอนแทกอันเฟรนด์ เขี่ยออกจากเครือข่าย จะได้นึกย้อนดูว่าจะมาจากสาเหตุที่เราบ่นไปหรือเปล่า
Friday at 10:31pm · Like · Delete
Chay Pao
ยาวมากอ่ะ ฟังเพลงจบไป 3 เพลงยังอ่านไม่จบเลย
Friday at 10:35pm · Like · Delete
Pranitee Ratanawijitr
ชญาณเวอร์แล้ว ฉันเขียนไปฟังเพลงไปยังจบไปแค่สองเพลงเอง กร๊าก
Friday at 10:36pm · Like · Delete
Friday at 10:36pm · Like · Delete
Pranitee Ratanawijitr
ว่าง ๆ นัดไปเที่ยวกับแชมมี่กัน มันเพิ่งออกจากโรงบาลอ่ะ
Friday at 10:37pm · Like · Delete
Chay Pao
มันเป็นไร
Friday at 10:38pm · Like · Delete
Pranitee Ratanawijitr
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ออกจากโรงบาลแล้ว ไปดูfbมันดิ มีหนุ่มไปเฝ้าด้วย กร๊ากกกกกก
Friday at 10:39pm · Like · Delete
Chay Pao
อ้อ เอาดิ นัดมา
Friday at 10:40pm · Like · Delete
Pranitee Ratanawijitr
เค เดี๋ยวเราไปโพสต์ถามมันก่อน
Friday at 10:41pm · Like · Delete
Tang Channarong
ทำไมคุณครู กระผม โหดจัง -_-
Friday at 11:15pm · Like · Delete
Pranitee Ratanawijitr
ไม่โหดหรอกตัง คิดง่าย ๆ ถ้ามีคนเม้นภาพตังว่าเป็นขอทานเหรอ (สมมติๆ) เพียงเพราะตังใส่แว่นตาดำ ซึ่งคนเม้นต์เป็นคนที่รู้จักในเน้ตและไม่สนิทเลย ตังจะรุ้สึกยังไง สำหรับครู ครูจะงง และจากนั้นก็จะรู้สึกว่าถ้าพ่อแม่พี่เพื่อนสนิทมินรสหายของครูมาอ่านเม้นต์นี้ เขาจะรู้สึกอะไรไหม อย่างน้อยเขาอาจจะคิดกันบ้างว่าครุไปทำอะไรคนเม้นต์ เขาถึงมาเม้นต์ว่าแบบนี้ ทั้งที่ครูไม่ได้ทำอะไรเลย (คนนิสัยแบบนี้ ชอบโพสต์ล่อเป้า เช็คเรตติ้ง สมัยนี้มีเยอะ มันดังเร็วดีมั้ง) ครูเลยต้องมาเล่า เพราะถ้าสนิทครุจะเม้นตืฮาตอบเลย แต่ถ้าไม่สนิท มันก้ควรจะหายไปจากพื้นที่ของครเพราะครูไม่ชอบเป็นที่เชคเรตติ้งของใคร ไม่ใช่พื้นที่ประชาสัมพันธ์ด้วย คนที่อยู่ในพื้นที่ของครูได้คือคนที่สนิทจริง รู้จักจริง ๆ และมีมารยาทให้เกียรติครูและเพื่อนฝูงของครู เข้าใจครูนะคะเจ้าลูกศิษย์ 🙂
Yesterday at 1:06am · Like · Delete
Tang Channarong
ครับผม .
Yesterday at 1:17am · Unlike · 1 · Delete
Tang Channarong
ครูไม่นอนเรอะ
Yesterday at 1:27am · Like · Delete
Pranitee Ratanawijitr
ยังปูที่นอนไม่ได้ พื้นบ้านไม่ว่าง ครูเลยนั่งเล่นเนต เดี๋ยวจะไปอ่านหนังสือต่อละ
Yesterday at 1:29am · Like · Delete
Tang Channarong
ทำไมไม่ว่างหว่า ตี1กว่าละ55
Yesterday at 1:30am · Like · Delete
Pranitee Ratanawijitr
มีกับข้าวและกองหนังสือวางเต็ม เป็นเรื่องปกติของบ้านครู (T-T)
Yesterday at 1:32am · Like · Delete
Tang Channarong
ผมเข้าใจแล้วก็ซึ้งละครับ ขอบคุณสำหรับคำตอบ ผมไปนอนแล้วราตรีสวัสดิ์ ครับ ไม่ีรู้พิมถูกเปล่านะ55
Yesterday at 1:37am · Unlike · 1 · Delete
Pranitee Ratanawijitr
เออไปนอนไป
Yesterday at 1:39am · Like · Delete
Tang Channarong
พูดไม่ไพเราะเพาะพิ้งเลย 555
Yesterday at 1:41am · Like · Delete
Pranitee Ratanawijitr
เพราะพริ้ง ไม่ใช่พิ้งขี้ กร๊ากกก
Yesterday at 10:23am · Like · Delete
อันนี้ คือ อีกมุมนึง
สรุป อย่าซีเรียสเวลาใครตอบโต้คุณ ลองมองกลับมาที่สิ่งที่คุณทำคุณเป็น
บางทีคุณกับเขาอาจจะแค่คิดไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรต้องเกลียดชัง โมโหกัน
ทุกคนเขามีชีวิตเป็นของตนเอง เราก็เช่นกัน ทุกสิ่งที่เราทำ ล้วนเคยมีคนทำ
แต่เราจะปฏิบัติต่อทุกคน อย่างเหมาะสมที่สุด เพื่อให้สังคมน่าอยู่ที่สุดกับอีกอัน
เวลาโพสต์อะไรไม่ดี อย่าคิดว่าคนอื่นเสือก ถ้าคุณไม่อยากให้ใครรู้
จงอย่าบอกให้ใครรู้
ถ้าไม่อยากให้เรื่องไปสู่คนที่สาม จงอย่าบอกคนที่สอง

โลกนี้มีความซับซ้อน

แต่ทุกคนมีความสุขได้ ถ้าเคารพสิทธิ์ของตนเองและคนอื่น
และเลือกแบ่งปัน ในสิ่งที่ช่วยทำให้สังคมน่าอยู่
เดี๋ยวนี้เราเลิกบ่นด่าได้เยอะแล้ว เหมือนเดิมที่เคยบอกแหละ
ว่าเจอ เอออ เอามาใส่ด้วยดีกว่า

แถมนิด จริง ๆ ไม่อยากบ่นมาก เดี๋ยวนี้ถือคติตามนี้ กร๊ากกก
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=310567949039280&set=a.112271958868881.18577.112267342202676&type=1
จริง ๆ โชว์เนี่ยเรียกว่าดีไม่ดี ถูกไม่ถูก แล้วแต่คนมองว่ะ นานาจิตตังมาก
แต่เราอย่างน้อยที่สุด ในระยะยาว มันก็ไม่เป็นผลดีกับคนที่โชว์แน่ ๆ อ่ะ ไม่เชื่อถามคุณน้อง Angie Varona (จะไปถามยังไง?)

หาข้อมูล สาระ ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวัน มาแชร์ดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เกิดปัญหาในอนาคต และทำให้คุณภาพชีวิตของตนเองน่าจะดีขึ้นด้วย เราเชื่อแบบนี้ แล้วว่ะ

(ตอนแรกจะเม้นต์ต่อในโพสต์ แต่ไม่เอา เอาว่าโชว์ใหม่ดีกว่า สวยเก๋ เชื่อป่ะ ตั้งแต่ได้อ่านข้อคิดนี้นะ ทำให้เราเลิกเขียนบล็อกด่า สังคมโลก แบบที่เราชอบด่าประจำนู่นนี่นั่นที่คนในสังคมเอาเปรียบ ฯลฯ ตัดใจเลิกด่าได้หลายเรื่องแล้วภายในสี่ห้าวันนี้ เพราะรู้สึกว่าด่าไปก็เท่านั้นว่ะ ไม่ได้มีใครถาม ไม่ใช่สำนักข่าว เล่าไปก็เสียเวลาเปล่า แก้ไขเขาก็ไม่ได้ สู้เอาเวลาไปขัดส้วม แกะเพลง แปลงาน อ่านหนังสือดีกว่า เมื่อเช้าอ่านหนังสือได้ตั้งสี่เล่มแหนะ เล่มละบท อิอิ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ๆ)

http://www.facebook.com/pranitee/posts/479924215352459

ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนเรา ร่วมเกิดแก่เจ็บตายเหมือนกับเรา
หลายครั้งเขาเอาเปรียบเรา นั่นเพราะเขาคิดได้ไม่เท่าเรา
ก็เลี่ยงซะ ชีิวิตมีเรื่องดี ๆ ให้ทำอีกเยอะแยะ

หลายครั้งเรามีเรื่องหดหู่เยอะมากนะ แต่เราไม่เล่าแล้ว เสียเวลาเราว่ะ กร๊ากกก

อ่านจบแล้ว จากใจ (ไม่ได้อคตินะ กราบ) เราว่าเขายิ่งใหญ่ แต่ไม่ค่อยดูบวกเลยอ่ะ เขาเก่งและเป็นนักโฆษณาที่ยอดเยี่ยม (ในความคิดเรา) แต่เราอ่านด้วยความอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก แต่อ่านแล้วอยากได้แมคบุ๊คแอร์มาใช้สักเครื่อง แต่ก็คงอยากต่อไป เพราะไม่ซีเรียสทุรนทุราย เราแค่อยากใช้ขึ้นมา (หนังสือสองเล่มนี้ เราซื้อมาหาแนวเขียนสารคดีสอบราม แต่ดูแล้ว ช่วยไม่ได้เลยว่ะ ทว่า ได้แง่คิดเยอะ โดยเฉพาะเถ้าแก่น้อยอ่ะ สนุกและทำให้มีความสุขกับการเผชิญปัญหาอ่ะ เพราะเขาคิดบวกมาก ๆ ซึ่งมันทำให้เขาพยายามทำมากกว่า เขาจึงเหนือกว่าคนอื่น เรายินดีมากที่ได้เจอหนังสือเล่มนั้น) ปล. เล่มสตีฟจ็อบส์นี้มีพิมพ์ผิดอย่างน้อยสองจุด ใครตรวจปรู๊ฟวะ กร๊ากกก

image

อยากให้มี อยากให้เป็น

เดิมเคยเขียนที่ http://pranitee.exteen.com นะ แต่มันเข้าจากแกแลกซี่แทบยากกว่าเวิร์ดเพรส
เพราะเวิร์ดเพรสมีแอพ ซึ่งทำให้การโพสต์สะดวกกว่ามาก ๆ (เอกซ์ทีนต้องเขียนบล็อกผ่านบราวเซอร์
บราวเซอร์หน้าไม่เสถียร พิมพ์ยาก แต่แอพเวิร์ดเพรสเสถียร เราพิมพ์ไวเหมือนพิมพ์คอม)

ก็เลยย้ายมาเขียนที่นี่ด้วยเลย ที่นู่นคงเขียนแค่เรื่องสอบ หรือไปติดต่อธุระ (บ่น กร๊าก)

จริง ๆ อยากให้มีที่โพสต์สิ่งที่อยากให้มี อยากให้เป็น แล้วมีพวกนักประดิษฐ์เข้ามาดูจริง ๆ
แล้วก็นำไปสร้างขึ้น ให้โลกเราได้มีสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ต้องเป็นแค่ความฝันอีกต่อไป
เหมือนสองโพสต์ตะกี้ ที่คุณเอมอยากมีคอลลิ่งเพลงไม่ซื้อประกัน ไม่สมัครบัตรเครดิต
(อันนี้จริง ๆ พอทำได้ แต่เราคงไม่แต่ง ขี้เกียจ กร๊ากกกก นึกไม่ออกว่ะ)
กับ
ที่พี่ฝุ่นอยากได้แจ้งภัยทางแอพ มือถือ
(เราไม่มีความรู้เรื่องนี้ พูดไรมากไม่ได้ แต่เชื่อว่าคนที่ทำแอพเกี่ยวกับGPSต้องทำได้แน่นอน)

จริง ๆ ถ้ามีชุมชนแนว ๆ กูเกิลกูรูได้เลยยิ่งดี เผื่อใครจะอยากให้มีอะไร ก็ไปโพสต์บอกไว้
เช่น “เราอยากให้มีหุ่นยนต์เลื่อยต้นไม้แบบไสไม้ไปเรื่อย ๆ จากยอดลงมาโคนต้น”
มีเซต tag ด้วย เช่น “หุ่นยนต์” , “การแต่งสวน”
คนสร้างหุ่นยนต์แต่ไม่รู้จะสร้างอะไร ก็มากด tag “หุ่นยนต์” อ่านแล้ว สนใจ ลองไปสร้าง
สร้างเสร็จ เวิร์ค ก็ติดต่อมาขายคนที่โพสต์ว่าอยากได้ ซึ่งก็คือเรา ได้เลย 555
(เราไม่อยากให้พ่อเราปีน ตัดต้นไม้ อยากให้มีเครื่องนี้
แล้วให้มันแทะไม้ต้นไม้วันละสิบยี่สิบเซ็นก็ยังดี ไม่เกินเดือน คงไสได้หมดต้น
เหมือนปลวกแทะกร๊าก เพียวแค่เราเอามันไปเกาะยอดต้นไม้ เดินเครื่อง
มันก็ไสไม้เอง ไรงี้ อาจต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง หุ่นยนต์บินได้ด้วยไรงี้
จะได้บินไปเกาะยอดไม้เอง เราจะได้ตัดต้นไม้ที่บ้านได้โดยไม้ต้องจ้างคนงาน
ตัดแบบนุ่มนวลด้วย ไสไม้ไปเรื่อย กร๊ากกกก)
หรือคนทำธุรกิจแต่งสวน กดมาจาก tag “การแต่งสวน” เห็นแล้วสนใจก็ชวนคนสร้างหุ่นยนต์
ให้เอาไปทำเป็นธุรกิจ ขายเครื่องนี้เลย ไรงี้ กร๊ากกกกกกก
หรือพวกนักศึกษาต้องส่งโปรเจค แล้วคิดไม่ออกว่าอยากทำอะไร จะได้เข้ามาหาไอเดียไปทำ
แล้วถ้าทำได้จริง ๆ มันไม่เป็นแค่ทีสิสขึ้นหิ้ง แต่มันขายคนที่อยากได้ได้ด้วย ดีออก

อยากให้มี จะไปโพสต์ที่กูเกิลกูรูกลัวคนในกูเกิลกูรูด่า
เพราะมันออกแนวโพสต์ความปรารถนา มากกว่าโพสต์คำถาม
ถ้าใครรู้ว่ามีสังคมแบบนี้อยู่บ้างแล้ว บอกเรานะ เราจะไปแจม
เราชอบคิดอ่ะ ชอบอยากได้นู่นนี่ แต่ไม่มีปัญญาสร้างเองไง อิอิ

ตอนนี้ชอบเวิร์ดเพรสมากเลย เพราะมันแบคอัพบล็อกให้ทางอีเมลได้เลย
ใส่เพลง (แฟลช) ได้ด้วย
โพสต์ง่าย แชร์ต่อไปโซเชียลเน็ตเวิร์คอื่นง่าย ***เราจะแชร์ไปทวิตเตอร์ (ใส่โค้ด #fb
เพราะมีซีเลคทีฟทวีต ซึ่งมันก็จะเข้าเฟสบุ๊คด้วย และบางทีก็แชร์ไปพินเทอร์เรส ดิ๊ก g+
โพสต์ที่เดียว กดไม่กี่ทีก็ไปต่อได้หลายที่เลย 555
เวลาคนกดมา ก็คือจะกลับมายังที่นี่ อิอิ
จริง ๆ บล็อกสปอตคงทำได้เช่นกัน แต่เราขี้เกียจศึกษาว่ะ
ขอเล่นนี่ก่อน ((นู่นจะดีกว่าตรงเรียกแอดเซนซ์เข้ามาไอ้เลย))
เดี๋ยวต้องหาก่อนว่ามีแอพป่าว

แต่เวิร์ดเพรสก็มีสิ่งที่เราไม่ชอบคือ ถ้าส่งรูปใหญ่เกิน 750 มั้ง
มันจะย่อรูป และกดดูรูปใหญ่ไม่ได้ และถ้ารูปเล็กจะถูกขยายจนภาพแตก
ยกเว้นถ่ายใหม่จากพวกไลน์จะไม่มีปัญหา งดงาม
กับเรื่องทำแบกกราวน์ ทำตีม ตกแต่งบล็อกอ่ะ
เราปรับไม่เป็น ยังงงอยู่มาก
แต่ตอนนี้คงใช้ที่นี่ ไปเรื่อย ๆ ก่อน