เลิกบ้าแล้ว

เลิกบ้าเพราะรู้ว่าฝืนชะตาไม่ได้

เมื่อวาน เราติดต่อคนเยอะมาก แต่หลายคนตอบกลับช้าเกินไป
จนทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว

แต่อันนึงที่เราต้องเล่าคือ
พี่ที่ทำงานเรา (แปลงาน) เขาอีเมลมาบอกว่า เว็บถูกต่างประเทศยิง (ไวรัส)
จึงต้องเปลี่ยนพาสเวิร์ด แต่เราไม่ได้เข้าบริษัท เขาลืมฟอร์เวิร์ดเมลมาบอก
(ฟอร์เวิร์ดมาให้แล้วด้วย)
เราเลยนึกว่าเขาบีบเราออก ???
(โถชีวิตกรูดราม่ามากว่ะ)

แต่นะ ก็ไม่ทำต่อ เพราะว่าเรื่องก็เปลี่ยนแนว เราแปลไม่ได้อยู่ดี
แค่เราเข้าใจบริษัทผิดเท่านั้นเอง
ฮาเนอะ
และอีกหลายเหตุผล ที่เราคงไม่เล่าแล้ว เราเหนื่อย
เราทำใจได้แล้วจริง ๆ
คือ เราบอกได้เลยว่า การทำงานเป็นครูนั้นคงเป็นชะตา(กรรม)ที่ฟ้าลิขิตมาให้เราแล้ว
(ฟ้าคือใคร??? — คนอ่านถาม)
เราหนีไม่ได้ หนีไม่พ้น
เราขำ เราเสนออะไรไป พ่อเราก็ไม่ให้ เราเลยคิดว่าแล้วจะให้เราค้นหาให้เครียดไมเนี่ย กร๊ากกกก

แต่เราเข้าใจ เราเข้าใจว่ามันคือชีวิต แบบที่ดีที่สุดที่พ่อเรามองเห็นจากตัวเรา
(เพราะแทบจะัไม่มีอะไรได้เรื่องแล้วตอนนี้
แต่เราก็รู้ว่าป๋ารักเรา
เอนทรี่ที่เราเล่าว่าเรากรี๊ด คือเราร้องกรี๊ดจริง ๆ นะ เหมือนผีเข้า องค์ลง ร้องดังมาก
ตอนร้องมีสตินะ คือแบบไม่อยากอ่ะ ไปย้อนอ่านเองเหอะ ว่าเราไม่ชอบอะไรบ้าง
ร้องกรี๊ดอยู่ ป๋าก็พูดขึ้นมาว่า “อย่ามาร้องแบบนี้ อย่ากรี๊ดแบบนี้ ป๊าไม่ชอบ …” เราจำไม่ได้
แต่ ณ เวลานั้น กลัวโดนตบมาก เพราะเราว่าเรานึกออกแล้วว่าตอนเราเด็ก ๆ แม่เราตบเราหน้าหันเพราะเราร้องกรี๊ดนี่แหละ -*-)

เราเอาแต่ใจตัวเองมากเลยนะ น่ากลัว ถ้าไม่มีสำนึกอยู่ ป่านนี้เข้าศรีธัญญาแล้ว
พูดจริง

เราบอกได้คำเดียวว่ามันคงเป็นทางที่ดีที่สุดของชีวิตเรา
แต่ ณ ตอนที่เราตัดสินใจ เราบอกได้เลย ว่าเพราะเราไม่อยากให้ป๋าเสื่อมศรัทธา (เห้ยเราใช้คำถูกป่าววะ) ในตัวเราไปมากกว่านี้

ทั้งโลก เราเหลือแค่ป๋ากับแม่กับเอ (กับเพื่อนสนิทไม่กี่คน ที่ก็ไม่รู้แล้วว่าเหลือกี่คน?)
ดังนั้นเราจะทำให้ป๋าผิดหวังไม่ได้อีกแล้ว
เราไม่ใช่คนเก่ง (หลายครั้งไม่อยากได้ยินคำชม ขอบคุณ แต่ก็ไม่ชมก็ได้ เพราะรู้ตัวว่าไม่เก่งจริง แถมยังนิสัยเลวอีก เพราะมีคนว่ามาเยอะเหมือนกัน เพื่อน ๆ กันนี่แหละ ก็ดี เราจะได้รู้ตัว)

แต่ตอนนี้เราพยายามเรียนรู้ทุกอย่างอีกครั้ง ในมุมที่ไม่ได้นึกถึงแต่ตัวเอง ไม่ได้ใช้วิจารณญาณของตัวเองคนเดียว เพราะมันอาจไม่เป็นแบบที่เราคิด

ช่างมันเหอะ ก้าวต่อไป
ย้ำเหมือนเดิมนะคะ ใครมีงานทำ ทำงานได้นาน เรานับถือจริง ๆ ค่ะ กราบบบบบ

ปล.คนเราหนีชะตากรรมไม่พ้นว่ะ กล้าพูดเลย หนีไม่พ้น ก็ต้องทำใจให้โอเค แล้วลุยไป ค่อย ๆ เดินเลาะ ๆ ไปก็ได้
ปล.สอง บล็อกนี้ถึงหมื่นแล้ว อยากรู้ใครมาตามอ่านดราม่าเราบ้างวะเนี่ย
นอนดีกว่า ห้าทุ่มแล้ว

คิดดี โชคดี สวัสดี ค่ะ

Advertisements

เครียดจะบ้าตายอีกรอบ

ยังไม่ได้เขียนดิวอี้เลย พอดีวุ่น ๆ อยากจะบอกว่า โอ้ย โอ้ย ทำไมกูถึงเป็นคนแบบนี้
วันนี้ร้องไห้เยอะอีกแล้ว กะว่าจะไม่ร้องแล้ว ก็ยังทำไม่ได้

เจอปัญหานิดนึงแทรกหน่อย
เราเอาไอโมบาย ไอสไตล์ คิวทู (เราเคยเขียนเมื่อหลายเอนทรี่ก่อนที่ว่าอยากได้ เราใส่ชื่อรุ่นผิดแน่เลย เหมือนไปจำว่าชื่อไอสมาร์ทคิวทู (คิวสอง) ฮา…)
เราวางไว้ข้างโน้ตบุ๊ค แล้วไปจัดการในครัว นู่นนี่
กลับมาอีกทีมือถือดับ
เปิดไม่ติด
เครียดแล้วสิ
เครื่องร้อนมากกกกก
เครื่องเดิม ๆ เราจะวางตรงนั้นตลอด ไม่เคยมีปัญหา
แต่เชื่อว่าเพราะมีสัญญาณเยอะไปป่าว
แล้วมีสายเข้าป่าว ดังนานป่าว อะไรแบบนี้
เครื่องเราเลยร้อนจี๋เลย ทั้งที่โน้ตบุ๊คไม่ได้ร้อนอะไร
สรุปพอเครื่องเย็น ก็เปิดติด ตอนแรกแทบชอคตาย ว่าซวยเรื่องนู่น ซวยเรื่องสอบ ซวยออกจากงาน ซวยงานใหม่ แล้วถ้าซวยโทรศัพท์พังอีกเรื่อง กูไปสะเดาะเคราะห์ได้เลย ท่าจะกรรมหนัก

แต่ตอนยังเปิดไม่ติด เราถอดซิมใส่เครื่องเก่า ก็เห็นว่ามีสายโทรเข้ามา
เราก็โทรกลับไป เป็นอาจารย์เพื่อนแม่ที่เราว่าจะโทรไปบอก (เอนทรี่ที่แล้ว)
เราก็ตกใจ ท่านก็ถามว่าหายป่วยหรือยัง (เราบอกพี่เราว่าเราไข้ขึ้น แต่ในความจริงคือเครียดสมองจะแตกแล้ว) เราก็บอกท่านตรง ๆ ว่าเราไม่อยากทำแล้ว เราต้องไปลาออกไหม ต้องโดนปรับไหม
แต่ท่านไม่ให้ออก ท่านพูดเยอะมาก ก็คือย้ำว่าไม่ให้เราออก
เราก็ร้องไห้เยอะมาก เพราะว่าเราอยากออก ตามที่บอกไปแล้วว่าไม่อยากสอนเด็ก

พอวางสาย
พี่สาวลูกพี่ลูกน้องเรา (ที่ได้ทำงานที่นี่ก่อนเรา)
โทรมา เรานึกว่าม่า เราวางแล้วโทรกลับ คุยสองสายนี้ จนเงินร้อยเท่าไรไม่รู้
กลายเป็นติดลบ20 เราร้องไห้จน หน้าเป็นผีแล้ว

ร้องเพราะไม่อยากเป็นครู ไม่อยากทำงานแล้ว
+ ร้องว่าจะบอกป๋าว่าทำอะไรดี

ถ้าเราหาทางออกไม่ได้เราต้องกลับไปทำงานใช่ไหมเนี่ย
พระเจ้าช่วย ตอนนี้เรางงตัวเองมาก

แต่เมื่อวานป๋าด่าว่า “ชีวิตนี้คิดว่าจะได้ทำแต่สิ่งที่ชอบหรือไง”
โอ้ย เจ็บปวด
บอกไม่ถูก ทำหรือไม่ทำต่อ เรื่อย ๆ คงรู้
แต่เราอยากจะบอกเลยว่า ตอนเป็นเด็ก ฝึกตนไว้ค่ะ
หมั่นไปหาที่ฝึกงานฝึกการไว้เยอะ ๆ จะได้ตัดสินใจชีวิตได้ดีกว่าเรา
เราไม่โทษใคร เราผิดเอง และตอนนี้เรากำลังรับผลอยู่
อยากบอกว่า ไม่ต้องซีเรียสอะไรนะคะ เราปกติค่ะ แค่ต้องคิดหลายด้านหลายมุม เพราะช่วงนี้มันอ่อนไหวมากค่ะ แต่เรื่องเก่า ๆ ที่เป็นปัญหานี่ไม่เป็นปัญหาแล้วนะ อะไรก็ดี ทุกสิ่งดีแล้ว แต่ขอให้ได้ทำสิ่งที่ชอบด้วยได้ไหม สะดวกใจด้วยได้ไหม เราคิดงานไว้แล้วสามอย่างที่จะบอกป๋า แต่มันไม่ได้ง่าย ๆ แน่นอน แล้วเราจะร้องไห้อีกไหม ไม่อยากร้องแล้วอ่ะ แต่เครียดจริง ๆ อ่ะ
อาจารย์ (เพื่อนแม่) ยังบอกเลยว่า สงสัยเราเจอปีชงหรือเปล่า
เราไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวพับลิชนี่รีบอาบน้ำดีกว่า
ดิวอี้ทำพรุ่งนี้แล้วกัน ยังไงใจเราไม่อยากทำงานแล้วอ่ะ (แต่ซุงพูดเยอะมาก ซุงบอกว่าเกลียด หรือหนีสิ่งไหน ก็จะยิ่งเจอ งั้นเราขอ งั้นเราเกลียดอะไรที่เราอยากได้ดีไหม เราจะได้เจอ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก)

ตอนนี้เรารู้สึกนับถือคนที่ทำงานนึงได้นานนนนนนน นับถือมาก ๆ จะด้วยรัก หรือจำใจก็ตามเถอะ คุณคือพระเจ้าในความคิดเราแล้ว ขอปรบมือให้ดัง ๆ (อยากจะนับถือตัวเองเหมือนกัน แต่ขอให้แบบเป็นงานที่ไม่อคติแต่แรกได้ป่าววะ เราไม่ได้อคติครู แต่เราไม่อยากเป็นที่ปรึกษา ไม่อยากไปเยี่ยมบ้าน ไม่อยากใส่ชุดลูกเสือ ไม่อยากสอนลูกเสือ ไม่อยากไปค่าย ไม่อยากไปต่างจังหวัดโดยเป็นการไปคุมเด็ก — มึงเรื่องเยอะเกิน คนอ่านกล่าว)

ยังไงก็เป็นไป เดี๋ยวก็เห็น เดี๋ยวก็เป็น คิดถึงครูว่ะ ตอนครูสอนเรา เราว่าครูมีความสุขแน่ ๆ เลย เพราะตอนเราเรียนหนังสือ เราเรื่องน้อยกว่านี้ (ยกเว้นค่าย ไม่เข้า – เรื่องมากเรื่องเดียว ถ้าชีวิตมันตีบตันจริง มันจะต้องดิ้นทุกทางอ่ะ เหมือนตอนนี้ ดิ้นเหมือนถูกน้ำร้อนลวกเลย)

ค้นหาต่อไป
ใครตามอ่าน (คงไม่มีแล้ว เพราะอีนี่น่ารำคาญมาก อาบน้ำเสร็จไหว้พระ รอคุยกับป๋า ความน่ากลัวของป๋าแบบที่เราพบเมื่อครั้งยังเยาว์ กำลังจะย้อนกลับมาอีกแล้ว กลัว กลัวมาก กลัวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก)

ขอให้ทุกท่านได้ทำงานที่ท่านรัก ท่านจะได้มีความสุข และเผื่อแผ่ความสุขให้คนอื่นต่อได้ ตอนนี้เรามีแต่เผื่อแผ่บ้าบออะไรไม่รู้ อ่านขำขำแล้วกัน

เครียดจะตายแล้ว

การเขียนบล็อกเนี่ย ไม่ใช่การสารภาพบาป
แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง
เราแค่รู้สึกผิด รู้สึกผิดมาก ๆ
เราไปทำงานได้สองวัน
กลับมาเมื่อวาน เราก็คิดว่าเราจะไม่ไปแล้ว
ทั้งที่ทำสัญญาและกรอกอะไรไม่รู้เหมือนใบประวัติ
แล้วก็กรอกใบประกันสังคมไปแล้ว
แต่เรากะโทรหาอาจารย์ที่ท่านกรุณาเรา (เพื่อนแม่เรา)
เย็นนี้ ว่าเราต้องไปลาออกไหม แล้วเราจะโดนปรับไหม
คือถ้าโดนก็โดน เราไม่เป็นไร
เพราะให้เราทำ เราทำใจไม่ได้จริง ๆ
มีแต่คนด่าเราแน่นอน
มันเหมือนว่า เราเลือกเดินไปในทางที่เราไม่ชอบ
ทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองไม่ชอบ
แต่ด้วยประชดที่ตกงาน (แปล) กับตัวเราเองที่คิดน้อย
เราทำให้เกิดปัญหาใหม่
เชื่อไหม ปัญหาเดิมที่เราทุกข์ใจ หายไปหมดเลยนะ
เราทุกข์เรื่องนี้มาก
และเราก็ร้องไห้หนักมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กว่าปัญหาเดิม
เราร้องแทบตลอดเวลา จนเราตัดสินใจว่า
ถ้ายังมีปมอะไรในใจ เราจะไม่ทำงานเป็นครูในโรงเรียน (ปมปัญญาอ่อน ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เป็นวิชาที่ไม่ชอบ แต่เราไม่อยากบอก ขอให้เป็นปริศนาต่อไป)

ซึ่งทำให้เราถูกพ่อเราด่า ด่าแรงมาก
แต่พ่อเราพูดถูกทุกอย่าง
พ่อเราบอกว่า “แกมันขี้ขลาด รักสบาย เห็นแก่ตัว กลัวความจริง ไม่อดทน นิสัยแย่ตั้งแต่เรียนป.โท ทำนิสัยนี้ตลอด เป็นคนที่แย่มาก ๆ” เราถึงขั้นกรี๊ดลั่นบ้าน (ตอนนั้นไฟดับ) กรี๊ดเพราะป๋าพูดตรงที่สุด เรามันแย่มาก
เรายอมรับทั้งหมด และตอนนี้เรารู้สึกเหมือนใกล้จะบ้า (เรารู้ว่าแม่กับพี่สาวเรา กลัวเราฆ่าตัวตาย) ((ทั้งที่เรื่องมันไม่มีอะไรเลย เราไม่ฆ่าตัวตายแน่นอนอ่ะ แต่เราก็คิดไม่ออกว่าเราจะทำไง ที่แน่ ๆ เราทำให้แม่เสียชื่อ เพราะงานที่ไปทำ เป็นงานที่เขาอาจจะรับเพราะเราเป็นลูกแม่ด้วย))
ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เราโทรหาเพื่อน หาพี่ที่ทำงานเก่า (แต่เขาเปลี่ยนเบอร์)
หาในเน็ต แทบเป็นบ้า เราตามหาคนจบเอกบรรณารักษ์ เพราะถ้าเราหาไปให้ที่ทำงานได้ เราจะรู้สึกผิดน้อยกว่านี้ เนื่องจากเราไม่ได้จบเอกบรรณารักษ์อยู่แล้ว ทำงานเป็นก็แค่เท่าที่เคยทำตอนที่ทำงานเก่า ซึ่งถือว่าน้อย ถ้าเราหาคนจบบรรณารักษ์ได้ คนคงด่าเราน้อยลง (แต่ด่าหรือไม่ด่า เราไม่ได้กลัวการถูกด่า แต่เราบอกตรง ๆ ว่าเราไม่มีความสุขเลย กับการเป็นครูในโรงเรียน)

เราเสียใจมาก (ก็พูดได้แค่นี้ เรามันไม่ได้เรื่อง) ที่ไม่รู้จะทำไงกับชีวิต
แต่เราก็จะอดทน และต่อไปเราจะเข้าหาสังคมมากขึ้น ((เราเข้าใจหลายคนมากขึ้นแล้วจริง ๆ นะ เราเข้าใจแล้วว่าชีวิตที่ต้องต่อสู้ มันเป็นยังไง ทำไมผู้คนถึงเป็นแบบนั้น แบบนี้ เหตุการณ์นี้ชัดมาก))

ที่แน่ ๆ สิ่งที่เราอยากจะบอกทุกท่านก็คือ

1. อย่าไปทำงานที่ไม่ชอบแต่แรกแล้ว (ไม่ใช่เราไม่เคารพครู ขอบอกเลยว่าเราเคารพครู และยิ่งถึงวันนี้ เรายิ่งเคารพครูมากกว่าเดิมเป็นล้านเท่า เราอยากจะบอกว่า ครูคืออาชีพที่อดทนมากนะ ซึ่งเราทำไม่ได้ เพราะเราไม่มีปัญญาดูแลลูกศิษย์ว่ะ แค่ดูแลตัวเองให้รอดพอแล้ว ขอให้คุณอ่านแล้วรักครู นึกถึงครูให้มาก ๆ ที่สุดของที่สุด ถึงครูจะมีนิสัยที่แตกต่างกันไป แต่ขอให้เข้าใจว่าท่านก็เป็นคน ถ้านักเรียนเงียบ ตั้งใจฟัง เวลาเรียนก็เรียน เวลาเล่นก็เล่น ก็ไม่โดนด่าหรอก ไอ้พวกที่โดนด่าก็พวกไม่รู้จักเวลาทั้งนั้น ถ้าเด็กเงียบตั้งใจฟังยังน่าลุ้น เราไม่สามารถแผดเสียง หรือทำให้เด็กเงียบได้ เราบอกตรง ๆ เลย เราเคยทำได้ ด้วยการตีใครสักคน เพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ซึ่งเราบอกตรง ๆ ว่าเราไม่ชอบเลย เราไม่มีความสุขกับการเป็นครูในโรงเรียน ขอโทษทุกท่านที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษมาก ๆ ขอโทษจนไม่รู้จะขอโทษยังไง รู้สึกผิดมาก ๆ — ที่ไปเป็นบรรณฯ นึกว่าไม่ต้องสอน เราคิดตื้น ๆ เอง)

2. ถ้าใครที่ไม่สนิท มาถามอะไร ไม่้ต้องตอบตามความเป็นจริง ถ้ารู้ว่าพูดความจริงแล้วจะมีอารมณ์ (โมโห ดีใจเวอร์ ร้องไห้ เป็นบ้า) เพราะบางทีการตอบตามความเป็นจริง อาจทำให้หาจุดยืนไม่ได้ ไม่ได้โกหก ตอบไปเลย “ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน” จบ ๆ ไป

3. ถ้ามีประสบการณ์อะไรที่เกี่ยวกับคนรู้จัก ก็อย่าไปทำงานในที่ที่มีคนรู้จัก

4. อย่าด่าว่าคนอื่น เพราะกรรมมาทัน อย่างที่เราสัมผัสได้คือมันมาไวติดจรวดมาก เราขอบอกเลย ว่าเราสัมผัสได้ว่าเรานิสัยเลวลงมาก และเลวแบบที่เราเคยว่าคนอื่น (และเลวแม้แต่ฆ่าแมลง ที่ถ้าเป็นไปได้ก็เคยตั้งใจว่าจะไม่ฆ่า ((จับโยนออกนอกบ้าน)) แบบขี้หงุดหงิด ตบเปรี้ยง เอาแฟบราด ราดน้ำใส่ ทำมันจมน้ำ ซึ่่งเราสัมผัสได้ว่าเราจิตใจแย่ลง บางทีเราคงต้องปล่อยวาง ที่ผ่านมาเราคงปล่อยวางได้ไม่จริง)

ซึ่งนี่คงคบจบกระบวน

แต่เราจะเล่าเรื่อย ๆ ใครจะไปเขียนนิยายขายก็ได้ แต่สำหรับเรา มันคือเรื่องจริง
“เรามันขี้ขลาด รักสบาย เห็นแก่ตัว กลัวความจริง ไม่อดทน นิสัยแย่ตั้งแต่เรียนป.โท ทำนิสัยนี้ตลอด เป็นคนที่แย่มาก ๆ”

แต่เราจะหาทางพัฒนาตนเอง
เราเสียใจ ที่ทำให้พ่อแม่เสียใจ
ขอคิดก่อน คืนนี้จะตอบป๋าว่ายังไง ป๋าบอกว่าเตรียมคำตอบไว้ ว่าต่อไปจะทำอะไร เรามืดแปดด้าน แต่เราไม่อายทำกินอ่ะ แค่เราจะทำให้ที่บ้านเป็นห่วงหรือเปล่า (มีบางเรื่อง ประมาณสองเรื่องใหญ่ ๆ คงไม่เล่า แต่เป็นเหตุผลที่ทำให้เราตัดสินใจ ไม่ทำงานอย่างเด็ดขาด แต่ขอบอกว่าไม่มีใครว่าด่าเรา ไม่มีใครทำอะไรเรา เพียงแค่เราได้แง่คิดบางอย่างมา กับ เรามองเห็นปัญหาบางอย่าง)

ที่แน่ ๆ เรียนรามมนุษย์อิงค์ ต้องจบ ต้องจบ (เราต้องพยายาม ขนาดไม่จบ มีคนจะจ้างหลายคนแล้ว แต่เราโง่ ทำไม่ได้เอง) ใครรับแปล ติดต่อมาหาเราไหม เดี๋ยวเราขอเป็นนายหน้าว่ะ คนติดต่อจ้างเราแปลงานเราว่าใกล้จะสิบรายแล้วมั้ง แต่เราไม่ได้ทำให้เลยสักราย เราบอกว่าไปจ้างแถวราม ไปหาแถวสถานทูตยูเอส เอา เพราะเรายังโง่มากอ่ะ ต้องพยายาม

ลึก ๆ ตอนนี้อยากทำอะไรก็ไม่รู้แล้ว แต่ไม่ได้อยากตายแน่นอน
ปัญหามีไว้แก้ไข ขออย่างเดียว อย่าตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่อยากทำ ตอนที่กำลังโมโห หรือทำเพื่อการประชดชีวิต เพราะจะซวยซ้ำซวยซ้อนแบบเรา

เฮ้อชีวิตกู ทำไมกูเลวมาได้ถึงเพีัยงนี้ (เลวคือ ทำให้พ่อแม่เสียชื่อ ทำให้พ่อแม่อารมณ์เสียมากก ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของพ่อแม่อย่างน้อยคือไม่มีเงินเดือนมาให้พ่อแม่นั่นเอง ม่ารู้ ย่ารู้ เราก็ต้องโดนอีกหลายดอก แต่แม่ไม่ได้ซ้ำเติมเลยนะ ซึ่งทำให้เรารู้สึกเสียใจมากที่ทำให้แม่เสียชื่อ แล้วก็ที่เคยว่าแม่ลงบล็อก เจ็บมากอ่ะ ปวดหัวใจ ((ปวดจี๊ดเลยอ่ะ)) แม้บาปกรรมล้างไม่ได้หรอก แต่ต่อไปไม่ทำ ก็คงดีกว่ายังหลงผิด เราเองหลงผิด เมื่อวานร้องไห้เยอะมากอ่ะ ทั้งวัน ยันตีสอง อ่อนแอ ขืนเป็นแบบนี้ เราไม่เจริญแน่นอน ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม)

ก่อนอื่น ยังหาคำตอบไปให้ป๋าไม่ได้ เราโพสต์ข้อมูลให้น้องในห้องที่ทำงานก่อน น้องน่ารักมาก นิสัยดีมาก พูดจาสุภาพมาก ๆ แม้แต่กับนักเรียน แถมน้องเป็นลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนสนิท(สนิทมาก)สมัยมัธยมด้วย น้องบอกว่า “พี่แอม อยู่เป็นเพื่อนหนูนะ ตั้งแต่พี่(อาจารย์)คนเก่าย้ายได้ หนูไม่มีเพื่อนเลย” 
แต่พี่ก็ทำไม่ได้ แง้ เพราะพี่ไม่อยากสอนเด็ก พี่มันเลววววววววววววววว ฮืออออ
ที่จะโพสต์ให้น้อง คงไปโพสต์ที่อื่น คงแบบให้เป็นประโยชน์กับคนอื่นด้วย นั่นคือความรู้ทั้งหมดที่เรามีในหัวตอนนี้ (นอกนั้นนึกอะไรไม่ออกแล้วจริง ๆ)
ประสาทจะกินแล้วอ่ะ

อยากเจอคนจบบรรณารักษ์ ที่กำลังหางานครูบรรณารักษ์ ต้องการมาก ขอให้เจอ ได้โปรด
โอ้ย อย่าเวิ้นมาก ไปโพสต์ให้น้องก่อนแล้วกัน 
คืนนี้หาข้อมูลให้เป็นบ้าต่อ

คิดมากไม่มากไม่เป็นไร เอาว่าตอนนี้อย่าสร้างปัญหาเพิ่มเป็นพอ ปวดหัวมากว่ะ (ไม่ได้ ๆ ต้องดูแลสุขภาพ หายใจลึก ๆ)

นี่แหละชีวิตจริง

ชื่อดราม่า แต่จะเขียนสั้น ๆ เพราะจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ที่มีคุณค่า
ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

เราจะบอกว่า เราเครียด ๆ จากหลายสาเหตุ แล้วเราก็เครียดแดกไปเลย
จากสาเหตุนี้
ซึ่งทำให้เรามาคิดว่า (เราบอกเลยตอนแรกเราไม่คิดมาก แต่พอเจองี้
เราคิดว่าเราคิดน้อยไป หรือพวกเขาเอาเปรียบเรา ถ้าจะผิดก็ผิดทั้งคู่
แต่การปฏิบัติดูเลวร้ายว่ะ)

ที่ทำงานเราเอง ที่เราไม่ผูกพันหรอก นายเป็นใครเราไม่รู้ ไม่เคยไป
รับงานต่อจากเพื่อน ตั้งแต่เราออกจากการเป็นครู
จนถึงการได้เงินเดือนล่าสุด เท่ากับเราทำงานให้ที่นั่น 2 ปีเต็ม
เราไม่ได้รับการติดต่ออะไรเท่าไร ก็น่าแปลกใจดีที่เราทำมาได้ตั้งสองปี
ตอนเราทำแรก ๆ เพื่อนเรายังอยู่ ยังเคยได้รับคำชมจากเจ้านายด้วย
(เพื่อนมาบอก) เราก็ยึดแนวประมาณนั้นมา
เพราะเราก็คงไม่ได้ฉลาดภาษาอังกฤษ (แปลอังกฤษเป็นไทย)
มากขึ้น หรือน้อยลง ในช่วงแค่สองปีหรอก ถึงจะเรียนอิงค์ที่รามก็เหอะ
ศัพท์ไม่ได้เกี่ยวกัน และเราก็ไม่ได้ขยันขวนขวายนัก
เมื่อสองอาทิตย์ก่อน เราได้รับอีเมล ว่าขอเปลี่ยนเรื่อง
เป็นประวัติดีไซเนอร์กับเทรนด์แฟชั่น (จากเดิมที่เราจะแปลคละ ๆ
พวกออกแบบตกแต่งภายใน สถาปัตยกรรมแปลก ๆ ของน่ารัก
เทคโนโลยี เสื้อผ้า เครื่องประดับ แล้วแต่ ที่ดูว่าแปลก
แต่เราไม่มีความรู้ลึก เราแปลตามเห็น แต่เราก็แปลมาแบบนี้ถึงสองปี)
เราตอบอีเมลไปว่า ได้ค่ะ

(ที่อีเมลอ่ะ แย่มาก ไม่อยากจะด่า คนอีเมลมา เป็นคนในวงการบันเทิงด้วย
เขียนอีเมลบ้าอะไร ชื่อเรื่อง ยังไม่ใส่ ตอนแรกเรากะลบทิ้งแล้ว นึกว่าสแปม
เขาเขียนมาแค่นี้จริง ๆ บรรทัดเดียวเองมั้ง)

แล้วเราก็พยายามหาแนวแบบนั้น แต่ก็ยังไม่เขียนลึกหรอก
พอเราแปลไปห้าเรื่อง (ในที่ทำงานเขาเช็ค)
เขาให้พี่(พี่เขาน่าจะทำบัญชี)
เราจะรู้จักพี่คนนี้คนเดียว (คือรู้จักด้วยตำแหน่ง
เพราะเขาจะเป็นคนเอาเงินเดือนเข้าบัญชีให้เรา)

(((จริง ๆ เราคงดูไม่กระตือรือร้นด้วย แต่อย่างที่บอก ก็เราทำแบบนี้มานานแล้ว
ไม่มีใครบอกเรา ถ้าเราไปยุ่งยากกับที่ทำงานมาก เขารำคาญ ไล่เราออกว่าไง)))

พี่เขาบอกว่า ทางที่ทำงาน
ไม่ชอบการใช้ภาษาของเรา
มองว่าเรื่องที่เราเขียน มันอ่อนมาก ไม่มีประโยชน์เลย
และถามว่าเจ้าหน้าที่เคยโทรไปบอกหรือยัง
(เราตอบว่าเขาอีเมลมา เมื่อไม่กี่วันก่อน)
คุยกันเนี่ย รู้เลยว่าพี่ที่โทรมาเขาก็อึดอัด
เพราะว่า ตัวเขาก็ไม่รู้เรื่อง
เขาบอกว่าเอาเบอร์ไปคุยกันเองไหม (ติดต่อผู้ใหญ่ที่ติเรามา)
เราบอกว่า (พูดอ่อนมาก บอกตรง ๆ อยากร้องไห้ เพราะไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้ ในเมื่อที่ผ่านมาไม่เคยเห็นใครติ ใครว่าเลย มาทีเดียว ตูมใส่เราเลย) ไม่เป็นไรค่ะ พี่…บอกที่ทำงานได้เลย ว่าถ้าลึก ๆ หนูไม่มีความสามารถ หนูไม่ทำก็ได้ค่ะ หนูเกรงใจที่ทำงาน
เพราะหนูทำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ หนูไม่มีความรู้
แต่เดือนนี้ หนูทำไว้ครบเดือนแล้ว
(พี่เขาก็ดูอึดอัด ๆ)
เราไม่ได้หยิ่ง แต่เราแค่รู้สึกว่า ถ้าจะเอาลึกขนาดนั้น
ก็ไปหาจ้างคนอื่นเหอะ 4500 ต่อเดือน เราแทบจะเค้นสมองออกมาแล้ว
เพราะเราคงไม่สามารถจริง ๆ เราคงโง่
เราแปลกินเวลานาน มาก ทำเรื่องละสามชม.เป็นอย่างน้อย (ทั้งตัดรูป เลือกรูป ทุกอย่าง)
(และมันทำให้คอมเราชิบหายตลอด เพราะการที่ต้องแปลและหาข้อมูล
อ้างอิง เนื่องจากเราไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเรื่องศิลป์มากมาย
เชื่อไหม เลิกแปลมาเนี่ย เราสัมผัสว่าคอมเราทำงานไวนะ
ก็นะเกี่ยวกับศิลป์ ภาพเยอะ เอฟเฟกเว็บเยอะ (เว็บอื่น ๆ อ้างอิง)
แรมถึงหมด แล้วมีก๊อปปี้เพสไปแปล หลายเว็บ เครื่องไม่เน่าก็แปลกแล้ว
เครื่องเรา พิมพ์งาน เล่นเน็ตปกติ ไม่ช้าอ่ะ ไม่ได้ห่วยขนาดนั้น)
หาเรื่องก็หานาน เพราะต้องเลือกแบบที่ว่ามันจะมีเรื่องราวว่าเป็นประโยชน์
ในความคิดเรา ซึ่งมันคงดูโง่มากในความคิดที่ทำงาน
แต่เราจะไปรู้ได้ไง ในเมื่อเดิมเคยชม หลังจากนั้นก็ไม่มีฟีดแบคเลย
เราจะรู้ไหม ว่าเราทำงานไม่ดี

ตูมใส่เราแบบนี้
วันนั้นเราเล่าให้ป๋าฟัง
เราบอกว่าเราเสียใจ (เพราะเราเสียใจเรื่องอื่นมาก่อนแล้ว)
แล้วเรายังเจอแบบนี้อีก
ป๋าบอกว่า ไม่ต้องไปทำมันหรอก ค่าจ้างแค่นั้น ได้แค่นั้น ก็ตามคุณภาพแล้ว
ถ้าเขาจะเอาลึกขนาดนั้น ต้องคนที่รู้มาเขียน
ซึ่งไม่มีคนที่มีความรู้ที่ไหน มารับทำงานนี้หรอก มันไม่คุ้ม
บางทีอาจเรื่องละพัน แบบนั้นไปเลย
ในเมื่อเขาเรื่องมาก ก็ไม่ต้องทำหรอก

เราแซด (คือเข้าใจป่ะ เราไม่ได้คิดมากทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้ทำให้เรารู้เลยว่า
เฮ้ย ที่ทำงานเขาไม่เห็นความเป็นคนของเราเลยหรือไง
ไม่มีฟีดแบค ไม่มีคอมเม้นต์ อยู่ดี ๆ ตูมมาเลย
แบบนี้บอกเราตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าจะเลิกจ้างเรา
เราจะไม่เอามาด่าแบบนี้เลย
รู้ไหม วันนี้เรากะไปพับลิชงานสุดท้าย (เขาไม่ไล่ เราก็ออกแน่อ่ะ)
เราเข้าหน้าจัดการไม่ได้แล้ว (คือเราเข้าได้เหมือนแอดมินเว็บเลย)
เราขอบอกว่า เราไม่เคยคิดทำลายเว็บใคร
เราไม่ใช่พวกเหี้ย ที่เห็นแก่ตัว ทำลายคนที่ตัวเองเกลียด
เราไม่เป็นงั้น เพราะเรามีเหตุผลพอ
เราเข้าไม่ได้ ก็ชัดแล้วว่าเขาไม่ให้เราทำงาน

เราไม่พูดอะไรมาก เพราะที่ผ่านมา เราก็ได้เงินเดือนช้าชิบหายอยู่แล้ว

และเรายังเคยเซฟข้อความบ่นของน้องที่ทำบัญชีคนก่อน (ที่ลาออกไปแล้วตั้งแต่ต้นปีมั้ง)
ไว้เลย น้องเขาโพสต์แบบนี้ เราตัดข้อมูลเกี่ยวกับเขาออก (เรารู้จักเขา เพราะเขาเคยเอาเช็คเงินเดือนเข้าธนาคารให้เราไง)

เราไม่อยากโวยวายมาก เพราะเรากลัวไม่ได้เงินเดือน

แต่เจอสภาพแบบที่เจอแบบนี้แล้ว
เราบอกเลย  4500 มันมีค่ากับเรา แต่ถ้าเขาไม่จ่าย เราคงไม่ทวง
ถือว่าทำบุญ (แต่ถ้าจ่ายก็ขอบคุณ)
แต่ที่แน่ ๆ ทุกอย่างที่เราเคย link ให้
เราเอาออกหมดแล้ว เพราะเราเสียความรู้สึก
เราคงไม่เก็บไว้บูชาหรอก
ทำกับเรา เหมือนเราเป็นควาย พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง
ไม่พอใจอะไร พูดตรง ๆ เลย ไม่ใช่มากดดันเราแบบนี้ แย่ แย่มาก
เราไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยาก เราก็จะไม่ทำต่ออยู่แล้ว
ไม่ต้องทำเหมือนไล่เราหรอก เราลาออกเองได้

พี่ที่โทรมา บอกว่าจะโทรมาบอกผล ทุกวันนี้ก็ัยังไม่โทร
แต่มันไม่เกี่ยวกับเขาหรอก เขาทำงานตามคำสั่ง
ใครคือคนสั่งคนเหนือสุด เราขอบอกเลยว่าคุณไม่มืออาชีพ
เพราะถึงฉันไม่มืออาชีพ ก็เพราะฉันมันคนเล็ก ไม่ได้สลักสำคัญอะไร
อยากจะบอกว่า อีเว็บที่ทำงาน ค่าPRยังห่วยกว่าบล็อกเราเลย
เราไม่ link ให้ หรอก ถ่ายค่า PR ให้มันหรอก

ตอนนี้ไม่สนใจแล้ว ปล่อยวาง
ถ้าให้ตังค์เดือนสิงหาคมก็ดี ไม่มีอะไรติดค้างกัน
แต่ถ้าไม่ให้ เราก็อโหสิกรรมให้ กับความไม่เ็ป็นมืออาชีพ เอาเหอะ
ทำอะไรไว้ ก็ได้แบบนั้นแหละ (ไม่ได้แช่ง)

ขอบอกทุกท่านนะคะ ถ้าโดนติงาน แล้วมีโอกาสได้พูดคุยทำความเข้าใจ
ได้ปรับตัว ยังถือว่าดีนะคะ อย่าไปคิดมาก
ดีกว่า มาตูมเดียว ไม่รู้ห่าเหวไรเลย แล้วโดนออกจากงานเนี่ย
กูตั้งตัวไม่ทันเลยค่ะ ขอบอก

เราไม่รู้ว่านี่คือช่วงที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตของเราหรือเปล่า
แต่อาจจะไม่ เพราะในอดีตอาจเคยมี แต่เราจำไม่ได้
หรือเราอาจจะเจอตกต่ำกว่านี้ในอนาคต ซึ่งยังมาไม่ถึง
แต่ที่แน่ ๆ เราได้ทำใจแล้ว
และรับรู้แล้วว่า การทำแบบไหน เป็นสิ่งที่เรียกว่าเห็นแก่ตัว

เราไม่ดี เราก็ยอมรับ เพราะถ้าเราดี เขาคงไม่ทำแบบนี้กับเรา
แต่ขอบอกเลย ว่าวิธีการ มันเลวร้าย
และเราจะไม่ทำแบบนั้นกับคนอื่นแน่ ๆ มีอะไรเราต้องคุย
ยกเว้นคุยแล้วเหมือนเดิม ก็ึคงไม่คุย แต่ก็ไม่ใช้วิธีบีบแบบนี้หรอก
ทุกคนมีความเป็นคนอยู่
คุณอย่าให้่ความสำคัญตัวเอง (หรือคนอื่น ๆ ) จนกระทั่งเหยียบหัวคนอื่น
มันไม่เจริญหรอกค่ะ

เราอาจจะเคยเป็นด้วยซ้ำนะ
แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้ว
เราขอเป็นอะไรก็ได้ ไม่คิดมากมาย ขอแค่ได้ทำประโยชน์ โดยไม่ถูกเอาเปรียบ
เหยียดหยาม ดูถูก ให้ร้ายแบบไม่มีเหตุผล (ที่ทำงานไม่เคยบอกเรา เราจะรู้ไหมว่าเขาไม่พอใจงานเรา) โยนความผิดให้เราตลอด

แน่นอน เขาทำธุรกิจ เขาคงไม่สงสารเราหรอก

ไม่เป็นไร ไม่มีใครสงสารเรา ก็ไม่แปลก
อย่าไปคิดมาก นี่คือชีวิตจริง

แต่ถ้าเราจะไม่ทำแบบนี้ใส่คนอื่นต่อ มันจะเป็นสิ่งที่ดีกว่ามาก ๆ
เพราะทุกคนเขาก็มีศักดิ์ศรี คนเราควรให้เกียรติคนอื่น
ไม่ใช่เพื่อเขาจะให้เกียรติเรากลับ แต่เพื่อความถูกต้อง เพื่อความสงบในสังคม
(ถ้าคุณไม่ให้เกียรติคนอื่น วันที่คุณมีทุกอย่าง คุณอาจจะไม่เป็นไร อยู่ได้สบาย
แต่ขอให้รู้ไว้ว่าคุณคงไม่ได้รับเกียรติอย่างแท้จริง
ถ้าวันไหนคุณล้ม คุณจะโดนเหยียบย่ำจนจมธรณี ไม่ได้แช่ง มันมีมานักต่อนักแล้ว)

เราเจ็บปวดวันนี้เพื่อเรียนรู้

หลายวันนี้เราเรียนรู้ที่จะกลับไปสู่ความรู้สึกของการเป็นเด็กน้อย
แบบที่ไม่รู้อะไร ไม่มีอะไร ความรู้สึกทุกอย่างกลับไปที่ 0 ศูนย์
แต่เราพร้อมจะรับสิ่งต่าง ๆ เข้าไป เพื่อจะได้ใช้ชีวิตต่อไป เพราะชีวิตเรายังต้องดำเนินต่อไป

พรุ่งนี้เราจะไปสมัครงาน (ก็ตกงานแล้วหนิ มันควรจะต้องทำอะไรแล้วแหละ ถึงจะมีปัญหาตามมาแน่ ๆ ก็ต้องอดทน เพราะเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ไม่งั้นเราอาจจะเจอวัฏจักรนี้ไม่จบไม่สิ้น เราต้องพยายาม มันคือโอกาสของเรา)
ขอให้ได้
เราคงไม่คาดหวัง ว่ามันจะดี หรือไม่ดี กว่า แต่เรารู้อย่างเดียวว่า เราจะพยายามพัฒนาตนเองให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ (อย่างมีเหตุผล)
ดีไม่ดี อาจไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว
แต่ในส่วนของเรา เราจะำพยายามทำให้ดีที่สุด
แต่ถ้าเจอแบบนี้ ก็ต้องดูบริบทไป ที่แน่ ๆ ถ้าพูด ถ้าบอกกันเนิ่น ๆ ได้ มันก็ดี
ไม่มีใครหรอกค่ะ ที่อยากตกงาน

กระแสหลาย ๆ อย่างมันประดังมาก
ถ้าใครอ่าน ไม่ต้องมองว่าเราประจารตัวเอง
แต่เราอยากให้คุณอ่าน เพื่อรู้ว่า โลกนี้ไม่มีความแน่นอน
ทุกอย่างเกิดขึ้นได้
แต่ขอให้อย่าเกิดเพราะความเห็นแก่ตัวของคุณเอง ก็ประเสริฐแล้วค่ะ

ทำอะไร นึกถึงใจเขาใจเราเอาไว้บ้าง แล้วชีวิตคุณจะเจริญรุ่งเรืองแน่นอน
(เราเชื่อแบบนี้)

เพราะบางทีที่เราเจอเรื่องต่าง ๆ  เหล่านี้ อาจเพราะความเห็นแก่ตัว นิสัยเลว ๆ วีนเหวี่ยงของเราที่มีมาก่อน หรืออาจจะเป็นเวรกรรมแต่ก่อนก็ได้ ถึงดีแล้ว แต่กรรมเก่า ก็ไม่ได้หายไป

ขอให้ทุกท่านทำดีแล้วกันค่ะ ไม่รู้จะพูดอะไร ไปและ ถ้าได้งานหรือไม่ได้งานก็อาจจะหาย ๆ ไปนะคะ
เพราะบอกได้คำเดียวว่า แค่บ่นปัญหาที่ประดังเหล่านี้ เราว่ามันครบที่เราอัดอั้นในใจแล้ว
ไม่ต้องคาดหวังอะไรแล้ว ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็พอ
ใครดีกับเรา จดจำไว้  (เราดีกับใคร ลืม ๆ ไป อย่าไปคิดว่าเขาจะดีตอบ)
แต่ถ้าใครไม่ดีกับเรา สักวันเขาก็คงจะได้รับผลแบบเดียวกัน (เหมือนที่เราคิดว่านี่เราคงกำลังชดใช้กรรมอะไรสักอย่างอยู่) ด่า ตอบโต้ก็เหนื่อย แค่อยากให้รู้ว่าทุกเหตุ มันมีผล เหมือนที่เราถอด link ออก เพราะเรารู้สึกว่า น้ำใจสุดท้าย ที่เราอยากให้ที่ทำงาน มันก็มากเกินไป สำหรับสิ่งที่เขาปฏิบัติกับเรา

แต่ยังไงก็ขอบคุณที่ทำงาน ที่ให้เราทำงานมาถึงสองปี สองปีนี้ ขอบคุณเป็นครั้งสุดท้าย

สู้ต่อไป

ปล.เหตุการณ์นี้ ย้ำให้เรารู้สึกไม่ชอบ คนที่มีอะไรแล้วไม่พูด มันเจ็บปวดกว่าพูดตรง ๆ เยอะนะ สำหรับเรา พูดตรง ๆ (ถ้าไม่ใส่ร้ายเรา ให้ร้ายเราด้วยมีอคติ) เรายอมรับได้อยู่แล้ว เพราะเรามีสำนึกมากพอ ไม่ใช่มาทำกับเราเหมือนเราเป็นเศษสวะ นึกอย่างจะเขวี้ยงทิ้งก็ทิ้ง
(อาจเก็บกดหลายเรื่อง)
เอาว่าเราอยากขอร้องเรื่องการให้เกียรติคนอื่นแล้วกันค่ะ เราขอร้อง
มันเยียวยาความรู้สึกสูญเสียได้จริง ๆ นะ
(สาธุ ขอให้ได้งานนะพรุ่งนี้ เราพร้อมทำงานประจำแล้ว เพื่อไปเรียนรู้ แน่นอน ไม่มีทางที่โรยกลีบกุหลาบหรอก แต่เราจะพยายามด้วยตนเอง และจะไม่เอาเปรียบใคร เหยียบหัวใคร โยนความผิดให้ใคร มันไม่มีใครผิดคนเดียวหรอกค่ะ สำหรับเรา ยังไงเราก็เชื่อว่าเราก็มีส่วนผิดด้วยเสมอ)

ถ้าไม่ติดเหตุผลจากครอบครัว เราอยากบวชเลยนะ มันหลงติดกับความคาดหวัง กับความหลงผิดคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่นั้นแน่นอนมั่นคง ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ บวชใจไปก่อนก็แล้วกัน

ถึงไม่มีซิม ก็ยังเล่น wifi นี่อัพจากแอพเวิร์ดเพรส ใช้มือถือq2 ภาพสีเพี้ยน แต่เราโอเคนะ ใช้ได้

image

คิดว่าต้องเลิกเขียนบล็อกอารมณ์นี้ ให้ได้

บ่ายโมง
การกลืนยานี่ยากจริง ๆ กลืนยาไม่เป็น (ยาอักเสบแก้ผิวหนังอักเสบ) เบื่อกินยา

จะเล่าว่า คิดว่าจะเลิกบ่นแล้ว ((เชื่อว่าเลิกไม่ได้หรอก – คนอ่าน))

แต่จากการบ่นช่วงนี้ ทำงานให้งานการไม่เสร็จ (ของอาทิตย์หน้าเสร็จแล้ว ดีใจ
แต่จะทำสตอก ต่อนิดหน่อย)

เพราะคิดมากโคตร ๆ (เราแม่งน่าเบื่อ ใคร ๆ ก็เบื่อเรา เรารู้ตัวว่ะ แต่แก้สันดานไม่ได้
หลายคนก็เป็น “หมายถึงแก้สันดานไม่ได้” แต่ว่าจะเป็นปัญหามากน้อยแค่ไหน
เท่านั้นเอง)

เราแค่อยากจะมาบ่นว่า
บางทีเราสัมผัสได้จริง ๆ ว่าคนบางคนนั้นไม่ชอบเราเอามาก ๆ
ทั้งที่เขาไม่รู้ว่าทำไมเราจึงทำเช่นนั้น (ที่ทำให้เขาไม่พอใจ ซึ่งมันไม่ใช่ความผิดของเรา)
แต่เรากลัวเขา เพราะเรารู้สึกว่าเขาอาฆาตพยาบาทเรา (ไม่ได้รู้สึกบ่อย
นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึก แล้วรู้สึกแรง แม้ไม่มีคำพูดอะไร)

หากคุณเป็นเรา คุณจะคิดแบบเราไหม
เราอยู่ของเราเอื่อย ๆ เนือย ๆ
มีคนมาเอาใจเรา ตามใจเรา ดีกับเรา มาก ๆ ของมาก ๆ
มากจนเราคิดว่า เรารู้สึกดีกับเขามาก ๆ
เพราะคนที่เราเคยชอบ ไม่เห็นดีกับเราแบบนี้ เรายังชอบคนพวกนั้นมากเลย
ฉะนั้นคนที่ดีกับเราขนาดนี้ ทำไมเราถึงมองข้ามเขาไป

พอเราชอบเขา (รักมากเลย แบบว่าถูกใจ – ร้องเพลง)
เขาก็น่ารัก เรียกหาแต่เรา คุยกับเราน่ารักกุ๊กกิ๊ก (ซึ่งไม่มีใครรู้หนิ
เขาอาจเป็นของเขาแบบนี้มานานแล้วก็ได้ เป็นกับทุกคนก็ได้ ใช่ป่ะ
เราไม่ได้นั่งเฝ้า24ชม.)

ซึ่งจริง ๆ ไม่มีปัญหาเลย
จนที่เคยมีปัญหา คือเราสำคัญตัวเราผิด
“เราคิดว่าเราสำคัญกับเขามาก”
จนไปว่าเพื่อนเขา และเหมือนดูถูกเขา (เพราะคิดไม่เหมือนกัน)
ซึ่งเพื่อนเขาก็คงสำคัญกับเขามาก
แต่เราเข้าใจแล้ว และไม่ได้อะไร เพราะคนเราย่อมต้องมีสังคม
เรื่องนี้ก็ตัดไป

แต่หลังจากนั้น พอเขารู้จักคนนึง ซึ่งเรารู้สึกไม่ถูกชะตาแต่แรกแล้ว
เพราะเขามาตามกดไลค์เรา (แต่ไม่รู้จักกัน)
เราไม่ได้คิดมาก แต่เราว่าไลค์ของเขา คงไม่ใช่ชอบหรอก
ก็หายไป สักพักมาใหม่ คราวนี้แรงเลย แรงมาก ๆ
เราอยากจะบอกว่า เราสัมผัสได้มาก ๆ ว่าเขาต้องการให้เราเห็นการมีตัวตน
ของเขา กับคนที่เราชอบ ว่าเขาสำคัญกับคนที่เราชอบขนาดไหน
ซึ่งเราก็เห็น
แต่เราก็ลองดี
เพราะว่าเราคิดว่าเรารู้จักคนที่เราชอบมาก่อน รู้จักมาก่อนที่เขาจะรู้จัก
ทำไมเขาต้องมาส่งสัญญาณอะไรแบบนี้ (อย่าว่าเราคิดมากเลย
เพศทางจิต เหมือนกัน รู้สึกได้ว่ะ)
เหมือนเขาประกาศตัวว่า คนนี้(คนที่เราชอบ)อ่ะของเขา
เขาจอง

เราได้ไปไลค์รูปเขารูปนึง ไลค์ว่า ฉันเห็นแล้ว (เพราะเขามาตามไลค์
โพสต์ที่เราถูกแท็ก)

เราได้โพสต์รูป (เจตนาหลักมี คือ ตอบโต้บ้าง แต่เจตนาแฝงก็มี
คืออยากให้รู้ว่ากูทำอะไร กูไม่ได้บ้าผู้ชายเหมือนคุณนะคะ
รู้ว่าทำอย่างอื่น แต่ก็เห็นว่าเป็นแบบนี้)
แล้วเขาก็มากดไลค์ ไลค์รูปสองรูป

พร้อมมีข้อความบางอย่าง (รู้สึกกระแทกเรา)
เออ ลืมบอก ก่อนหน้านี้ หลายเดือนแล้ว เขาเคยมาเม้นต์ในโพสต์ที่เราถูกแท็ก
แล้วเราชอบ มีทั้งครับทั้งค่ะไง เขามาโพสต์หาว่า “คุณมีสองเพศเหรอ”
ทั้งที่เขาไม่ดูตัวเองเลยว่า ใครกันแน่ที่มีสองเพศ
อีกระเทยควาย (หยาบคายก็หยาบคายเหอะ จะพูดกับคนอื่นยังไง หัดดูตัวเองด้วย โพสต์นี้อ่ะ คือโพสต์ที่ทำให้เรารู้สึกติดลบเขา จากที่ก่อนหน้านั้น เราเคารพเขาในฐานะกูรูด้านหนึ่ง ที่เราไม่รู้จัก แต่โพสต์นี้ จบสิ้น เราติดลบเลย)

ที่เราร้องไห้บ่อยมาก เพราะเราเคยบอกกับบูมเมื่อนานแล้ว
ตอนที่คุยกันเคสใครไม่รู้
บูมบอกว่า ถ้าแฟนไปเปลี่ยนใจไปรักผู้ชายจะโกรธใหม่
เราตอบว่า ไม่รู้ดิ แต่ถ้าเป็นงั้นจริง เราคงไม่โกรธไม่เกลียด เพราะคิดว่าเขาคงไม่ได้เกิดมาเพื่อเราแต่แรกอยู่แล้ว เขาคงเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น ((แต่จะคิดว่ามาอ่อยกูทำไมคะ))
บูมบอกว่า บูมโกรธ บูมทนไม่ได้ ถ้าไปรักผู้หญิงเหมือนกัน จะเฉย ๆ เพราะสูสีกัน
ถ้าไปรักผู้ชายแบบตัวเอง แปลว่า ผู้หญิงแย่มาก มากจนหาไม่ได้แล้ว ต้องไปกินกันเอง

แต่วันนี้เราก็ไม่เชิงคิดเหมือนบูมนะ
เราแค่เสียใจ เพราะเราไม่คิดว่าคนที่เราชอบ จะโกหกเรา (ไม่โกหก แต่ไม่บอก)
แค่นั้น
ซึ่งจริง ๆ เขาเป็นอะไรก็ได้ เราก็รักเขาทุกแบบที่เขาเป็นจริง ๆ
รักของเราไม่ใช่หลง
เรารู้สึกว่าเรารัก เพราะว่าลึก ๆ เขาเป็นคนดี เป็นคนน่ารักมาก ๆ คนนึงที่โลกจะมีได้
เพียงแต่เขาน่ารักเกินไป จนคนรักเขามาก และในขณะเดียวกันก็เกลียดเรามาก ถ้าเราจะไปเสนอหน้า ทั้งที่จริง ๆ เราไม่ได้อะไร ((อย่าหาว่าโกหกเลย ไม่อะไรจริง ๆ แค่กลัวจนขนหัวลุก))

และอีกอย่างที่เราสัมผัสได้ว่า
ตั้งแต่เขาเข้ามา คนที่เราชอบ ก็ห่างเราไป ไม่แทกหาเรา ไม่โพสต์ ไม่ไลค์ ไม่เม้นต์
ไม่มีเวลาให้เหมือนก่อน
มีโทรหาบ้าง ก็คุยตามปกติ แต่เราสัมผัสได้ ว่าเขาก็ยังสัมผัสได้ว่าเราผิดปกติ
แล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุย
เพราะไม่อยากทะเลาะกับเรา
ซึ่งเราก็ไม่อยากทะเลาะกับเขา แต่เราก็ทำใจไม่ได้
เพราะเราค่อนข้างมั่นใจ ว่าความน่ารักที่เราเห็น คนนั้นเขาก็เห็น
และอาจจะได้รับมากกว่าเราอีก
เพราะแค่เราเคยจับมือ ยังแกะมือเราออก แต่คนนั้นกอด แตะ เห็นเต็มที่
เราไม่รู้หรอกว่าคนที่เราชอบ คิดอะไรอยู่
แต่เรารู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายหรอก สำหรับความฝันของเขา
เราเข้าใจ

แต่การที่เขาเหินห่างจากเรา
แล้วเราจะกลับไปติดต่อเขาเยอะ ๆ ดังเดิม
เราก็เกรงว่า คนนั้นจะมองว่าเรา แรด มายุ่งไม่จบไม่สิ้น (เราเกลียดเรา ทั้งที่เราผิดเหรอ)
ทั้งที่เขาไม่รู้หรือไง ว่าเราก็เป็นแบบนี้ ทำแบบนี้ของเรามาตั้งนานแล้ว จนกระทั่งเขาเข้ามาแหละ

คนคนนั้นจะรู้หรือเปล่า ว่าเขาทำให้เราไม่เชื่อใจคนที่เราชอบ (ไม่ได้เกลียด แต่ไม่เชื่อใจ)
เพราะบางทีการแสดงออกที่มากขนาดนั้น อาจเป็นสัญญาณว่าคนที่เราชอบ เขาให้ความสำคัญกับคนนั้นมากกว่าเรา เขามีสัญญาอะไรกัน เขามีข้อตกลงอะไร
ซึ่งอย่างที่บอกก็คือ ไม่เป็นไร ทางใดที่เป็นคุณประโยชน์ เป็นผลดีกับเขา เรายินดีด้วยหมด
(แม้เราอาจจะเป็นเพียงแค่ทางผ่าน หรือเป็นแค่เพื่อนคนนึง หรือเป็นตัวปัญหา หลายครั้งอยู่)
อย่างน้อย เราก็รู้สึกได้ว่า ที่ผ่านมา เราโอเค และยินดีมากที่ได้พบเจอสิ่งเหล่านั้น
เราเชื่อว่าเราเป็นคนพิเศษ (อาจจะเคย) แต่วันนี้ก็ไม่เท่านั้นแล้ว
อาจเพราะเราเรื่องมาก เงื่อนไขในชีวิตเรามาก ยุ่งยาก เราน่าเบื่อ เราดูเล่นตัว
(อ้วนหมูเคยบอกว่าเราเพลย์บอดี้ อ่านแล้วปวดขี้) เราดูเยอะ เราทุกอย่างอ่ะแม่ง กูนี่เยอะ

เราเข้าใจทุกคน
เราตั้งใจว่าต่อไปเราจะไม่รักใครเท่าคนพวกนี้แล้ว
เพราะแม้แต่คนที่เราคิดว่าเขารักเรามากมาย
เขาก็ยังเป็นตัวการที่ทำให้เราเสียใจได้มากมาย (เราเสียใจเอง เขาไม่ได้คิดอะไร เขาอีโนเซนต์ เขาน่ารัก)

เพราะบางทีเราคงไม่ได้เกิดมาคู่กับใคร ถึงบ่นอยากบวชบ่อย ๆ
สรุปอีกทีนะ ว่าที่เราไม่อยากไปยุ่งกับเขามาก เพราะเรากลัวคนที่สาม มันหาว่าเราแรด
ไม่ยอมเลิกแรดกับว่าทีคนรู้ใจของมันสักที
(เพราะเรามั่นใจว่าเขาหมายปองคนที่เราชอบ แน่ ๆ อ่ะ
มันมีสื่อบางอย่างยิงมาหาเรา – เราไม่ได้บ้า)

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่ที่อยากให้รู้คือ ถ้าเรารักใคร เราก็รักคนนั้น
เขาไม่ต้องเอ่ยปากอะไรมาก ถ้าเรามองเห็นว่าเราช่วยตรงไหนได้ เราก็จะช่วย
((แต่แบบไม่ให้ คนที่เขาเกี่ยวข้อง ไม่สบายใจนะ แฟนเฟินเขาไรเงี๊ย เยอะไป
จะโดนเกลียดได้ ต้องทำแต่พอดี ทำแบบไม่น่าเกลียด ช่วยได้เท่าที่ช่วยได้))
ไม่ได้นับเป็นบุญเป็นคุณเลย เพราะใจเราอยากตอบแทนจริง ๆ
ที่เราได้พบเจอคนแบบเขา ((คนไม่รู้จัก เรายังดีด้วยบ่อยไป คนที่เรารักต้องได้มากกว่า))
ถ้าเราเลิกทำเมื่อไร ก็คือเรายุ่งจนไม่มีเวลานึกถึงใจเราแล้ว หรือไม่ก็มีคนใหม่
(ซึ่งคิดว่ายาก เพราะเท่าที่หาคนใหม่ ก็มาทำให้เราเสียใจตลอด เรารักษ์โลก
รักษ์สิ่งแวดล้อมของเราดีกว่า รักพ่อรักแม่ให้มากกว่านี้ดีกว่า
เพราะเราไม่ได้จะต้องพึ่งพาใคร ถ้าเขารักเราจริงเขาคงแคร์เรากว่านี้
หรือถ้าเราขอมากผิดมนุษย์ไป ก็ไม่ต้องรบกวนใครให้มารัก
แล้วทุกคนเป็นเพื่อนกัน สบายใจกว่า
ไม่ต้องมีมารที่ไหนมาระแวง มาส่งกระแสจิตแว๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ใส่ด้วย
ไม่เป็นสุขเลย ต่อให้ไม่เห็น ก็ยังรู้สึกได้ ไม่รู้ชั้นเป็นเจนยานทิพย์หรือไง?)

ขอฝากอีกมุม ในมุมของข่าวดารา
ปุ๊กลุก แตงโม ใบเตย ทะเลาะกันเรื่องวีรภาพนี่ เราสมเพชว่ะ บอกตรง ๆ
ทำไมทุกคนไม่เกลียดวีรภาพวะ
ทั้งที่สาเหตุของทุกสิ่งทุกอย่างคือวีรภาพไม่ใช่เหรอ???
มาตีกันเองทำไม หัวอกเดียวกัน
ไม่มีพวกเธอสามคน วีรภาพก็หาคนอื่นได้อยู่ดี -*-
มองให้ลึกลงไปที่สาเหตุ แล้วก็จะเข้าใจ ว่าตีกันให้คนเขาสมเพชมากกว่า ไม่มีใครชนะเลย
สุดท้ายวีรภาพ หาเมียใหม่ เชิ๊บ ๆ

โลกนี้มันมีความซับซ้อน แต่โปรดให้เกียรติมนุษย์ทุกคนดีที่สุดค่ะ (อย่าว่า หาเรื่องคนอื่น ถ้าคุณไม่ทำเขาก่อน ก็ไม่มีใครอยากทำกลับหรอกค่ะ)
มีอะไรหนักอกหนักใจ ระบายกันไป อย่าเก็บไว้ เดี๋ยวแค้น ชาติหน้าไปเกิด (ถ้าเกิดอีก)
จะเจอกันอีก ไม่อยากเจอ (แต่เลี่ยงไม่ได้หรอก) ขอระบายให้รู้ว่าไม่อยากเจอแบบนี้
ไม่อยากให้คนนั้นเขาเข้าใจแบบนี้ เพราะเรายินดีกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ขอแค่อย่างเดียว ว่า
เขาอย่าเข้าใจเจตนาเราผิด คิดว่าเราเป็นศัตรู เพราะเราสู้เขาไม่ได้หรอก
เราขอมีจุดยืน คืออยากดีกับคนที่ดีกับเรา ไปเรื่อย ๆ แล้วกัน
(ส่วนเขาจะดีกับใครก็ชีวิตของเขา แต่ช่วยบอกคนนั้นด้วย ว่าอย่าคิดว่าเราเป็นมาร
เป็นศัตรูคู่อาฆาต เราเป็นคนนึงที่ไม่เคยคิดร้ายต่อใคร ถ้าเรารู้ว่าเรื่องเป็นยังไง
เราจะพยายามทำให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด เพราะทุกวันนี้ถูกหาว่าเป็นตัวปัญหาเยอะพอแล้ว เราแบกตำแหน่งนี้ไม่ไหวแล้ว)

เออชอบอันนี้อีกอัน ฝากไว้ เจอในเน็ต
คนเก่งคือผู้ที่สามารถเอาชนะศัตรูได้ แต่ผู้ที่เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรได้คือยอดคน

อยากเป็นยอดคน ไม่อยากมีศัตรู
อยากให้คนได้รู้ว่าเราไม่มีเจตนาอะไรไม่ดี นอกจากตามหาจุดยืนให้ตัวเอง
ถ้าจุดยืนหาย ไม่มีใครปกป้องจุดยืนให้  ก็ต้องกลับมายืนที่ของตัวเอง
และทำเท่าที่ทำได้บนจุดยืนของตัวเอง

กินข้าวดีกว่า เวรสองโมงสิบ กินยาก่อนอาหารไปแล้วชม.นึง บ้าจริง
เนี่ยแหละ เลิกโพสต์บล็อกบ่นแล้วก็คราวนี้

ไม่อยากให้ใครคิดอะไรมากจากการอ่านบล็อกนี้นะคะ
เพราะจบบล็อกนี้ เราจะไม่คิดมากแล้ว ต่อให้ใจรับรู้ความรู้สึกก็จะปล่อยวาง ๆ ไม่งั้นงานไม่เสร็จแน่ ๆ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก รีบกิน สามโมงต้องกลับมาแปลงานต่อ เสร็จแล้วค่อยเล่น

((จะเลิกเขียนบล็อกนี้ไปอีกเดือนนึงเป็นอย่างน้อยเลย ถ้าเขียนบล็อกอื่นจะต้องเป็นสาระ ไม่ระบายแบบนี้แล้ว งานช้าน งาน คิดมากงานไม่เสร็จ กรี๊ดดดด กินข้าวก่อน ๆ ))