พรุ่งนี้จะเอาสิ่งเหล่านี้ไปที่ทำงาน

image

วันก่อนถามพี่เอ (ครูวัชรพัฐ) ว่า ทำไงให้หน้าจอคอมล็อกแบบใช้งานได้แค่หน้านั้น พี่เอบอกว่าไม่มี ได้ยินพี่เอตอบงั้น เราก็ชอค ง่า เพราะพี่เขาเป็นครูคอมอ่ะ แต่เขาแนะนำว่า ถ้าไม่อยากให้เด็กเล่น ก็ถอดเมาส์ออกดิ เราก็ลองถอดเมาส์แล้ว ก็ลดเด็กมือบอนได้บ้าง (คือเครื่องสแกนเด็กเข้าห้องสมุดนะ) แต่วันนี้มีมือดีฮอทคีย์เป็น มากดค้นหาเพลงเอ็มพีสามได้ ทั้งที่ไม่มีเมาส์เนี่ย สุด ๆ อ่ะ ถอดตึย์บอร์ดเลย เอาตัวเล็กของเราไปให้กดแทน บางคนไม่ได้เอาบัตรมา แต่มาเข้าใช้ไง จะได้ยังมีสถิติ ตอนนี้ใช้วิธีพี่เอไปก่อนละกัน ปวดหัวกับเด็กมากอ่ะ คอมสืบค้นก็กวน เดี๋ยวถ้าไม่ขี้เดียจจะมาเล่าใหม่

ตอนนี้กำลังอัพโหลดหนังสืออาหาร เลยเอาไอโน้ตที่ซื้อให้แม่ มาทำให้ดูว่าถ้าจะอ่าน ต้องทำไง

image

เริ่มจากไปที่อัลบั้มรูป (เราลิมิตว่ะ)

image

กดเลือกอัลบั้มที่ต้องการ ก็จะแผ่ สารรูปมาประมาณนี้

image

สมมติ เราอยากอ่านหน้านี้ เราก็กดค้าง (กดแช่) ที่รูปนี้

image

เมนูก็จะขึ้นมา เราเลือก เปิดในแทบใหม่ เราถนัดแบบนี้

image

รูปก็จะถูกเปิดในหน้าใหม่ ไม่ได้ทับหน้าเดิม และไม่ได้เป็นจอพื้นดำที่น่ารำคาญด้วย จากนั้นกดคำว่า Download (ตรงที่นิ้วโป้งเราชี้) เพราะจะอ่านให้ออกต้องโหลดไป

image

เรารอโหลดนานมาก (แย่งเน็ตกัน 555)

image

โหลดเสร็จแล้ว

image

กดชื่อ มันถามว่าเปิดที่ไหน ก็เปิดที่แกลอรี่

image

รูปมาแล้ว

image

จะอ่านให้ออก ก็จีบนิ้วขยายภาพ ก็จะอ่านออก (กราบขออภัย ละเมิด แต่แบบทำให้เฟรนด์อ่าน จริง ๆ ก็ผิด แต่ถ่ายก็สภาพนี้แหละ ดิจิคอมแพค โหมดมาโคร อ่านได้ก็ได้ อ่านไม่ได้ ไปซื้ออ่าน หนังสือเขาดี อิอิ)

image

พอเลิกอ่านก็จีบย่อภาพ ก็ปิดไป ไปทำกิน อิอิ การอ่าน หรือแค่ดูภาพอาหาร เป็นความสุขง่าย ๆ ของเรา ตอนนี้เราเซ็ง (พอประมาณ) ไม่อยากคุยกับคน เข้าใจอ้วนหมูและ ไม่โกรธอ้วนหมูเลยแม้แต่น้อย บางที เราก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับคนที่ยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเรามากเกินไป (ที่สนิท ๆ คบกันได้นานเนี่ย เพราะเราต่างก็เข้าใจความแตกต่างของพวกเรากัน ไม่เคยอยากเสือกเรื่องใครมากมายว่ะ จะอะไรอีก จิกกัดด่ากูยังไม่พอหรือไง ปล่อยกูเหอะ ไม่ได้งี่เง่าว่ะ แต่เพลียร์ใจที่จะคบหาสมาคมจริง ๆ เหมือนเจ้ากรรมนายเวรเข้าทุกทีแล้ว รู้ตัวบ้างไหมท่าน — ถ้าเรารู้ว่าใครไม่ชอบเรา เราจะเลิกยุ่งกับเขา เราขอยอมแพ้ เรากลัว แต่คนเราบังคับกันไม่ได้ อย่ามาเยอะ เหนื่อย อย่าคิดว่าสนุกที่ทำงี้ ไม่สนุก ไม่มีความสุข อึดอัด ขออยู่บนทางเส้นเดิม ชิล ๆ ไม่ต้องปวดหัวเพราะความเยอะของใครอื่น จะดีกว่า กราบบบ) งานเยอะ ขอทำงาน (เกิดมากตัญญูพ่อแม่ และทำงาน กับทำเพลง ไม่ได้เกิดมาหาเหตุผลล้านแปดให้ใคร ชีวิตวุ่นวายพอแล้ว)

ณ จุดนี้ และจุดนู้น

ไม่ใช่เรื่องตลกอ่ะ ชื่อเอนทรี่อยากให้ขำ แต่จริง ๆ อยากให้คิด และอยากให้แง่คิด

((จริง ๆ เรามีงานเยอะมากนะ ขอเราลิสต์งานก่อน
กระโดดข้ามไปเลยได้ ถ้าไม่อยากอ่าน จนถึงปิดวงเล็บ
– เราต้องทำเล่มนี้
เราถ่ายรูปมา

เราอยากให้ทุกหน่วยงาน ทำเล่มรายงานเป็นไฟล์ดิจิตอล
เพราะมันโอนย้ายไฟล์ง่าย และไม่ต้องห่วงว่าเล่มจะหาย
ที่ทำงาน เล่มหายกันหลายเล่ม เพราะว่ามีคนยืมแต่ไม่รู้ใครยืม

อ่ะ คำถามนี้มีรางวัล
นี่ไม่ใช่เล่มที่หาย แต่เป็นเล่มที่เดี๋ยวเราต้องทำ เราดีใจมาก ที่ได้แนวมาแล้ว อิอิ

– เราต้องทำเล่มบรรณนิทัศน์
– เล่มรายชื่อสื่อ

– เราต้องหา โปรแกรมจัดการการใช้คอมในห้อง ห้องสืบค้น ว่าจะหายังไม่ว่างหา เด็กมันไม่ยอมเอาบัตรมายื่น บางทีดูไม่ทั่วถึง งานมี อยากได้แบบระบบของมศวอ่ะ

– อยากล็อกหน้าจอ ไม่ให้เปลี่ยนหน้าจอได้ ทุกเครื่องในห้องสมุดเลย
เด็กชอบทำทุเรศ ตัดรูปเพื่อนทำพื้นหน้าจอ เปลี่ยนหน้า เล่นเฟส เดิมมันตั้งเรสติกไซต์ได้ แต่ตอนนี้คิดว่าไม่น่ารอด เลยจำหาโปรแกรม หรือว่าไม่ก็เข้ารหัสหลาย ๆ ชั้น
รวมถึงรหัสห้องสมุด ของเด็กช่วยงาน เด็กบางคนใช้อภิสิทธิ์ เราให้อภิสิทธิ์เด็กเรา เรารู้ตัว แต่เพราะเราเห็นเด็กบางกลุ่มที่เป็นเจ้าหน้าที ใช้สิทธิ์นั้น โดยที่ไม่แคร์เรา และไม่กลัวเราด้วย แต่เราไม่ทำแล้ว ไม่ใช่เพราะเรากลัวอะไร แต่เราแค่จะพยายามทำให้สิทธิ์เท่าเทียมกันให้หมด ด้วยการจัดการเจ้าหน้าที่ที่ทำแบบนั้น เราดุกว่าที่พวกเขารู้

– เออ เพิ่มด้วยว่า ถ่ายสี กับมุมซีไรท์ แถบแดงคาดเหลือง

– ปรินท์สติกเกอร์ (ส่วนตัว ขี้เกียจรอ พอดีที่บ้านมี ไม่ได้ซีเรียส) จะรีบกรีด สันซีดี จดมาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นที่ของเดิมขาด

– เออ ลงเด็กสามคนที่มายืมใช้คอมตอนเย็น

– เขียนถึงน้องเต็ม ที่เรารีบไปประชุม ไม่สามารถหยิบดีวีดีให้ยืมได้

– จดชื่อเล่น กับชื่อจริงอาจารย์ที่มาใหม่ และที่ปรึกษา

– ทำ สร้างทะเบียนห้องสมุด และบันทึกการยืมคืน ฉบับ สำหรับผู้เริ่มต้น อยากทำเอง ตอนแรกนึกว่าจะทำให้ที่ทำงาน ตอนนี้ไม่ได้เพื่อที่ทำงานเป็นหลักแล้ว แต่ก็ยังอยากทำ 555

จริง ๆ ยังมีอีกเยอะ แต่ก็คืองานเรา เราโอเค แล้วเวลาเราทำงาน เราต้องบอกเล่าได้
เราต้องมีอะไรมาเล่าให้โลกรู้ได้ว่าสิ่งที่เราทำ มีประโยชน์ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน))

เวลาเราเขียนให้ขำ อยากให้รู้ว่าเราตั้งใจจะเบรกอารมณ์
เพราะตัวตนจริง ๆ ของเรา เราเป็นคนเงียบและดุโหด ตามประสาคนราศีมังกร
ด้วยความเคารพ เราเป็นคนที่ถ้าด่า เราไม่ได้ด่าแบบปากตลาด หรือด่าเพื่อเอาชนะใคร แต่เราจะด่าโดยให้เขารับรู้ว่า สิ่งที่เขาทำนั้น มันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอย่างไร และสิ่งที่เขาทำ มันทำลายความน่าเชื่อถือ ความน่าเคารพนับถือในตัวของเขา ซึ่งนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้เราต้องบอกให้เขารู้ตัว และบอกให้เขารู้ว่า อย่ามายุ่งกับชีวิตเรา เพราะว่ามันจะเป็นการจองเวรจองกรรมกันซะเปล่า ๆ เราไม่เคยคิดอยากเอาชนะใครเลย เพราะชนะแล้วไง ถ้าเราชนะด้วยการเหยียบย่ำหัวชาวบ้านขึ้นไป เราขอปล่อยให้เขาเหยียบแล้วกัน แล้วช่วยแล่นไปให้ไกล ๆ เราเลย จะขอบคุณมาก เราตามไม่ทันแน่นอน แล้วไม่ต้องกลับมา เพราะทางที่เขามุ่งหน้าไป คงไม่ใช่เส้นทางเดียวกับเรา

ที่เราพูดดี ไม่ใช่เพราะเราเป็นคนดีมากมาย ก่ายกอง แต่นั่นเป็นเพราะว่าเราไม่อยากให้ใครมองว่าพ่อแม่เราไม่สั่งสอน จริง ๆ พ่อแม่เราสอนดี แต่ความเป็นกบฐในตัวเรามีสูงมาก โชคดีที่เราก็รักพ่อแม่เรามากเหมือนกัน เราจึงไม่ค่อยทำตัวมีปัญหา เพราะว่าเราไม่อยากให้พ่อแม่เราหนักใจ ((จริง ๆ ชีวิตเราก็ไม่โลดโผนอยู่เป็นทุนเดิม เพราะว่า เราอยากมีชีวิตอยู่รอดได้ทำประโยชน์ต่อโลกไปนาน ๆ ดังนั้นใครเขาอยากทำอะไร ทำไป แค่อย่ามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว ของเราและครอบครัวเรา ก็พอ จะขอบคุณมาก))

หลายครั้งเราต้องอดทนมาก เราเบรกอารมณ์โมโหลงมามาก ๆ เพราะเราต้องการรักษาเพื่อน และคอนแท็กอื่น ๆ รักษาระดับการติดต่อให้ยังติดต่อกันได้
เพราะเราไม่เคยอยากให้ใครเกลียดเราถึงขั้นพูดกับเราไม่ได้
แต่แน่นอนว่าถ้าเรารู้ว่าเราทำให้ใครไม่สบายใจ
เราก็คงไม่คิดไปรบกวนเขา แน่นอน เพราะว่าเราเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล
ไม่ว่าคุณจะยิ่งใหญ่หรือสำคัญมากขนาดไหน แต่ขอให้รู้ว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่คงทนถาวร

เราจับความรู้สึกของเราเมื่อวานนี้
ที่เรารู้สึกว่าเราเหลืออด จริง ๆ แค่ไม่พูดออกไปแรง ๆ เพราะอย่างที่บอก ว่าเราให้เกียรติคน และเราก็เข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล
แต่เราก็ต้องเอาสุขภาพจิตของเราเป็นที่ตั้งด้วย เพราะว่าความพอดีของแต่ละคนนั้น ก็ไม่เท่ากัน ฉะนั้น เราต้องสร้างความพอดีที่ตัวเราเองก่อน

เพราะถ้าเราไม่สร้าง ก็เท่ากับเราทำร้ายตัวเอง ด้วยการให้คนอื่น มายุ่งชิบหาย กับชีวิตเรา
ตั้งแต่เกิดมา ไม่มีใครเคยว่าเราแรง ๆ เราก็เจอตอนนี้
เราคิดหลายตลบว่าเราควรจะเล่าดีไหม แต่เราก็ตัดสินใจเล่า เพราะว่าเราคิดว่านี่คือสิ่งที่เราคิดได้ และมันมีประโยชน์มากกับคนที่อาจตกอยู่ในสภาพเดียวกับเรา

เรื่องมันมีอยู่ว่า (คงไม่เล่าละเอียด เราขี้เกียจพิมพ์)
เมื่อปี 2550 เรามีคนที่เราคบ (อ้วนหมู) ซึ่งเป็นคนที่เรารู้จักมานานมากเพราะเป็นรุ่นพี่ร.ร. แต่ก็ไม่ได้คุยกันนะ สมัยเรียนแค่เห็น แต่รู้ประวัติเยอะพอสมควร ถ้าใครเคยอ่านบล็อกอื่น ๆ อาจรู้ว่าทำไม
เรารู้สึกว่าเขาน่ารักมากกกกกกก เรารู้สึกมีความหวังในตัวเขามากกกกกก
เพราะเขาแปลเพลงส่งให้เรา และผู้หญิงที่เขาหมายปอง (แต่ตอนนี้ญคนนั้นแ่ต่งงานแล้ว กับแฟนเขา ซึ่งไม่ใช่อ้วนหมู)
แล้วอ้วนหมูเขาก็หายไปจากชีวิตเรา ด้วยอะไรไ่่ม่ทราบ แม่งปัญญาอ่อนมาก
แต่เราก็ยอมรับว่าเราดูแรดระเบิดเถิดเทิง เพราะว่าเราไม่เคยมีแฟน (เคยคบพี่เพวสองเดือน ก็ไม่เหมือนแฟนคบกัน มันออกแนวเราจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรพี่เพวมากกว่า 555 ทำไมวะ ก็ความรักของเรา มีนิยามที่ไม่เหมือนคนทั่วไป แต่ที่แน่ ๆ เราไม่เคยอยากได้ตัวใคร และไม่เคยอยากแสดงความเป็นเจ้าของใครมากมายด้วย เพราะเรารู้ว่าความรัก ไม่ใช่การครอบครอง แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ และการพูดคุยกันบ้าง ไม่ใช่เงียบบบบ ความรักอาจไม่ต้องลงท้ายด้วยการแต่งงานเสมอไป แค่เข้าใจความแตกต่างของกันและกันก็โอเคแล้ว)

หลังจากอ้วนหมูหายไป
มันมีช่วงคาบเกี่ยวกับที่มีผู้ชายหลายคนมาจีบเรา
ซึ่งเราไม่สามารถทราบได้ว่าจะมีคนที่จริงใจสักกี่คน แต่หลายคนเราค่อนข้างมั่นใจว่าอยากใช้งานเราด้วยความสามารถบางประการของเรา
ซึ่งมันน่าทุเรศมาก ๆ เืมื่อเราพบว่าหลายคนแม่งชั่ว อวดตัว ให้ร้ายอีกฝ่าย ตอแหล เราถึงขั้นเลิกคบแม้แต่คุยก็ไม่อยาก และแบบด่าใส่บล็อกให้แม่งอ่านด้วย (เพราะเรารู้ว่าคนพวกนี้ต้องอ่านบล็อกเราบ้างแหละ ทำไมอ่ะ เราผิดไหม ที่เราจะด่าลงบล็อก อย่างน้อยก็ดีกว่าด่าต่อหน้าให้แม่งโมโหแล้วกัน)
คนเราอานะ เจอต่อหน้า คบเป็นสิบ ๆ ปี ยังหลอกลวงกันได้
นับประสาอะไรกับคนที่รู้จักทางเน็ต
เอาว่าเชื่อไม่ได้ทั้งนั้น ต้องมีสติ อย่าไปคิดว่าคนจะดี (มองในแง่ไหนก็มองเหอะ เราคงไม่สอนให้ใครมองโลกในแง่ร้าย)

ในระหว่างนั้นมีคนนึง (ที่เราด่าลงบล็อกนี้บ่อย ๆ ตั้งแต่วันเกิดเราปีนี้เป็นต้นมา)
เข้ามาในชีวิตเรา เขาดูแล เอาใจ ตามใจ ทุกอย่าง
ดีมาก ๆ เราแชร์สมอง และเป็นกำลังใจให้ทุกเรื่อง เท่าที่สามารถ เอาง่าย ๆ คนนี้มีเบอร์เราครบห้าเบอร์ แต่ด้วยความรู้สึกลึก ๆ ของเรา เราก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่ผู้ชาย
แต่ด้วยความฮาของเรา คือ เราก็ไม่ได้คิดมากอะไร เพราะถ้าเรารักใคร เราก็บอกแล้วว่าไม่ได้แปลว่าต้องแต่งงาน แต่เรารักเราก็บอกว่ารัก (ไม่ได้บอกโต้ง ๆ คือก็พยายามหวังดีต่อกัน)
จนเราเจอแรง ๆ กลับมาเยอะมาก ทั้งเพื่อนเกย์ของเขา แว๊ด ๆ ใส่
หลายเคส
จนเคสล่าสุด คนที่อยากได้เขา เขามาโทรถามเหมือนยิ่งกว่าสืบกับเรา เราขอพูดตรง ๆ ว่าเขาเสือกเรื่องเรามากไป ทั้งที่เราบอกว่าเราไม่ได้มีความหวังอะไรในตัวคนที่เขาอยากได้แล้ว
จนเขาพูดถึงขั้นว่า เหมือนเรารวมตัวกับอีกคน (ที่เคยว่าเราด้วย) หักหลังเขา ใช้คำว่าอะไรเราไม่แน่ใจ เพราะตอนนั้นเราจิตหลุด พร้อมจะด่าแล้ว แต่ด้วยสำนึกว่าคนเราควรให้เกียรติคนอื่น เราจึงไม่ด่า แล้วเลือกที่จะมาบ่นด่าในบล็อกแทน
เรารู้สึกเลยว่าเขามีสิทธิ์อะไรมาคิดให้ร้ายเราไ้ด้ขนาดนี้ เรานี่ดูเหี้ยมากเหรอ เราเป็นขี้ข้าข้าทาสบริวารเขาเหรอ แล้วเขาสำคัญมากถึงขั้นที่เราต้องสร้างเรืองปั่นหัวเขาเลยเหรอ สำคัญตัวว่าเป็นนางเอกละครน้ำเน่าขนาดนั้นเลยเหรอ (โถ เวลาจะขี้กูยังไม่มี ให้กูไปสร้างเรื่องปั่นหัวใคร กูเอาเวลาไปขี้ดีกว่าไหม??? บ้าที่สุด ฟังแล้วจุกเลยนะ เรานี่ดูร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ)

เราอยากจะบอกด้วยซ้ำ ว่าพวกคุณ จงออกไปจากชีวิตของกูให้หมด เพราะตอนแรก กูอยู่ปกติสุขมาก จนพวกคุณมึงเข้ามาเนี่ยแหละ ชีวิตกูดูชิบหายมากมาย

เราจะไม่เล่าในมุมของคนที่เราเคยชอบ (ที่เราบอกว่าเขาเป็นเกย์นะ) เพราะเราไม่รู้ใจเขา แต่ที่เรายังคบเขา (ถ้าเขาทักเรื่องที่เราใช้สมองกันมา เราก็พอจะคุยกันได้นะ เพราะพวกเราแชร์สมองกันจนคิดว่า อืมสมองเราไปด้วยกันได้ดีมาก) แต่ถ้าเขานำผู้คนทำนองนี้มาสู่ชีวิตเราอีก เราคงต้องออกมาแล้ว เพราะพอเราถูกด่าที เราก็ร้องไห้ที
ที่บ้านเรารู้เรื่องหมดนะ แม้แต่เราบอกว่าเขาเป็นเกย์
เพื่อนก็รู้ ทุกคนบอกว่า มึงโง่มากที่ทนคบคนพวกนี้
เราเลยมาคิดว่า เออ เราคงโง่มั้งเนี่ย แต่เราบอกเลยว่าเรายังคบด้วยความปรารถนาดี และอยากตอบแทนช่วงเวลาดี ๆ ที่พี่คนนี้เคยมีน้ำใจ เขาไม่เคยล่วงเกินเรา เขาเป็นคนดีมาก ๆ คนนึง เพียงแต่ความดีความน่ารักของเขา นำพาพวกโง่ ๆ ที่ไม่มีสมองแยกแยะได้ว่าใครผิด ใครถูก มาสร้างความชิบหายใส่ชีวิตเราด้วยเกรงว่าเราจะไปแย่งผัวแย่งเมียพวกเขา ทั้งที่เราไม่ใช่คนพรรค์นั้น กล้าสาบานเลย โถ กูอออกจะแม่พระ อยากจะบ้า มีแต่พวกมาด่า เป็นเหี้ยอะไรกันนัก ไม่เข้าใจ (ขอโทษที่หยาบคาย แต่ใจคิดงี้จริง ๆ ทำดีไม่ได้ดี มีแต่เรื่องซวย ๆ เข้ามา)

ถ้านึกย้อนไปตามคำทำนายของพี่ปัด (เราเชื่อคำทำนายของพี่ปัดมาก พี่ปัดดูดวงให้เรา เมื่อปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนเนี่ยแหละ จำไม่ได้ เพราะเราร้องขอ เพราะหลายเรื่องตรงจนหลอกหลอน)
พี่ปัดบอกมา ถูกหมดเลยนะ
เราเคยรักคนนี้เหมือนเป็นแฟนเลยนะ แม้ตะหงิด ๆ
แล้วก็มีอันต้องเลิกกัน จริง ๆ ปัญหามาตั้งแต่วันเกิดเรา ซึ่งย้อนดูแล้วก็ประมาณนั้น
แต่ก็ยื้อมาเรื่อย ๆ
ด้วยพี่ปัดบอกว่า แฟนเก่าหนู (พี่เขาใช้คำนี้ แต่ส่วนตัวเรา เราขอเรียกว่าเพื่อนที่สนิทที่สุด สนิทเพราะคุยกันได้ทุกเรื่อง เรื่องงาน เรืองเงิน เรื่องลงทุน เรื่องบ้าบอคอแตก- ซึ่งอ้วนหมูไม่เคยคุยได้แบบนี้ แต่เราก็ไม่โทษเขา เราแค่อยากเปรียบเทียบ ว่าทำไมเราถึงเอนมาทางคนนี้ แืทนที่จะรักอ้วนหมูต่อไป เพราะเราไม่ชอบคนที่ไม่มีเหตุให้กับเราไง เราว่าคนที่เงียบเกินไป นั้นรั้งแต่สร้างความอึดอัด คนเราด่ากัน ยังรู้สึกดีกว่าเงียบ ถ้าเงียบมีแบบเดียวเลยคือ ไม่ต้องมารู้จักคบหาสมาคมกันเลยดีกว่า) “เขาเป็นไบ” เขาไม่ได้รักหนูแบบนั้นตั้งแต่แรก แต่เขาเป็นคนดีคนน่ารักคนนึงแหละ ไม่ได้เลวร้ายอะไร และคนที่คิดว่าแย่งไป ก็จะไม่ใช่ เขาไม่ได้ชอบคนนั้นเลย เขาอาจจะจำใจคบเพื่อนประโยชน์ในเรืองของการงาน หรืออะไรไม่แน่ใจ แต่ไม่ใช่คนที่เขารัีก เขาจะรักคนที่แบบหุ่นดี ๆ กล้าม ๆ หล่อ ๆ (เราฟังเสร็จก็นะ อืม ๆ ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็รับฟังไว้ )

ซึ่งตอนนั้นเราทำใจได้แล้วนะ คุยกันได้เลยปกติ
และเราก็ยังเป็นเพื่อนคู่คิดให้เขาได้ด้วย (ด้วยเรามองเขาเป็นพี่สาวที่น่ารัก)
ทำใจได้แล้ว
จนกระทั้ง คนที่ชอบเขาลามมาหาเราเรื่อย ๆ จนถึงมาว่าเรานี่แหละ เราเลยเหลืออดต้องหยิบมาด่าอีกที เพราะเราคิดว่า มันมากไปแล้วหรือเปล่า เรานี่เพื่อนนะ ไม่ใช่ขี้ข้าในบ้านเขา จะอะไรกับกูนัก กูไม่ใช่นักสืบเอกชนนะ กูก็ไม่รู้ห่าไรเลยเหมือนกัน (ไม่งั้นกูจะสำคัญตัวผิดเหรอคะ)

คนที่ชอบเขา ถึงกับบอกเราว่า เราแบบที่กำลังคุยณปัจจุบันขณะ  กับเราที่เขา(คนที่เราชอบ)เล่า เหมือนคนละคน เราที่เขาเล่านั้นร้ายกาจมา และเรามาชอบเขาเอง ทั้งที่เขาไม่ได้ชอบเรา ((อืม ฟังแค่นี้ จบและ เรายอมรับว่าเราเหวี่ยงมาก เพราะแรก ๆ เราไม่ได้รักเขา เรารักอ้วนหมู แต่หลัง ๆ เราว่าเราตามใจเขามากนะ จะมีด่าก็แค่ตอนเพื่อนเขาด่าเราที่เราต้องตอบโต้ลงทางเขา เพราะเราถือว่าเขาเป็นคนกลาง เขาต้องช่วยพูดสิ ไม่ใช่ปล่อยให้คอนแท็กเขามาด่ากัน ((เพลงที่เปิดออโต้เพลย์ในเอนทรี่นี้ เราแต่งให้เขานะ ตามนั้นเลยนะ)) ไม่ว่าคนเล่าเนี่ยเขาจะพูดจริงหรือตอแหล เราไม่อาจจะหยั่งรู้ เรารู้แต่ว่า “ไม่ใช่อ่ะ เราไม่ได้คิดไปเองแน่อ่ะ เราบอกได้เลย ถ้าเขาไม่อ่อยเราขนาดนี้ เราจะหลงเหรอ เราแม่งชอบคนยากจะตายห่า ไม่น่ารักจริง เราไม่รักหรอก ไม่งั้นเราจะแก่ขึ้นคานได้ยาวนานขนาดนี้เหรอ 555 แต่อย่าลืมนะว่านักร้องที่เราชอบ ทุกคนล้วนเป็นเกย์อ่ะ 555 *****************ตอนนี้เราเลิกชอบแบบนี้แล้ว เราขอรักคนที่ดี ที่ไม่ทำให้เราเสียใจดีกว่า ไม่ทำให้เราถูกด่าจะยิ่งรักมากกกกกกกกกก ใครรักเราและทำได้ตามนี้ เชิญมาจีบ (แต่กูเลือกมากค่ะ ชอบคนในเครื่องแบบ แว่ว ๆ มีเสียงตะโกนมาว่า “ยาม” มะใช่และ 555 เราชอบคนดีและเก่งมาก ๆ อ่ะ) ขออย่างเดียว ที่ขอชัดสุด คือ ขอให้นับถือธรรมะแบบเดียวกับเรา เราไม่ได้เหยียดศาสนานะ แต่มันเป็นเรื่องของทัศนคติและความเข้าใจ ซึ่งมันจะทำให้เรารักกันได้ยาวนานกว่าอ่ะ และขอให้มีอะไรก็บอกตรง ๆ เรารับรองว่าเราจะไม่เอามาเขียนบล็อกแล้ว เพราะมันเสียเวลาทำงานมากเลย เข้าใจป่ะ มหากาพย์ชิบหายเลยอ่ะ แต่บทประพันธ์เราจบสวยนะ เราอยากให้ทุกคนมีความสุขอ่ะ ใช่ก็เจอ ไม่ใช่ก็ไม่เจอ ไม่เป็นไร ยังไงก็ได้ เรายังคงเป็นมนุษย์โลกสวยได้เสมอ – แต่ใจเรายืนอยู่บนโลกแห่งความจริงที่เต็มไปด้วยเหตุผล ความเหมาะสม ความดี ความงาม และความเข้าใจอ่ะ)) เอาว่าเยอะมาก จนเราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนพวกนั้นถึงได้จงเกลียดจงชังเรามากมายขนาดนี้
แล้วคนพวกนั้นนี่ไม่คิดแปลกใจบ้างเลยเหรอ ว่าถ้าเขาไม่ชอบเรา แล้วเขาทำไมเขาไม่ปฏิเสธเราเลยล่ะ “คนเราอ่ะ ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก”

เอาเป็นว่าใครจะรักใคร กูไม่รู้แล้ว
อโหสิให้หมดแล้ว
แค่อย่ามายุ่งกับกูก็พอ กูไม่ทำงานให้ใครทั้งนั้น กูเบื่อ (เนี่ย ตัวจริงกูเป็นงี้ ค่ะ จริง ๆ กูโคตรจะแมนค่ะ)

คนที่จะคบกับเราได้นาน คือ คนที่ใช้สมอง มากกว่าใช้ความรู้สึกของตัวเอง มาเที่ยวพิพากษาคนอื่น (เราพยายามมองคนด้วยใจที่เป็นกลางที่สุดแล้วจริง ๆ เราไม่โทษใคร ถ้าจะโทษ เราต้องโทษตัวเราเอง ที่ไม่เชื่อเซนส์ของตัวเอง แต่เลือกที่จะเชื่อคำพูดเพราะ ๆ) แต่เราไม่โกรธไม่เกลียดไม่อาฆาตพยาบาทนะ (ขอบคุณพวกเขาด้วย ที่ำำทำให้เราเรียนรู้ว่า เราอยู่เฉย ๆ ไม่ค่อยแกว่งเท้าหาเสี้ยน เราก็ยังเจอตีน เอ้ย พูดเล่น เจอปัญหา เจอเรื่องน่าหงุดหงิดใจได้)
เรายังเป็นเพื่อนที่ดีกับพวกเขาได้หมด ทว่า เป็นในเขตที่ไม่เดือดร้อนชีวิตเรา
และต้องไม่มีใครมาด่าเราเสีย ๆ หาย ๆ อีก เพราะว่าเราไม่ได้เหี้ยแบบที่จิตใจเขาส่งมาให้เรา

เชื่อไหม ตอนนี้ “คนที่หนึ่ง”ที่ว่าเรา จนเราร้องไห้ใส่พี่คนที่เราชอบ ด้วยคำพูดประมาว่า เราไม่มีปัญญาหาผัว ต้องมาเอากระเทยทำผัว อะไรประมาณนี้ กลายเป็นคนที่เรารู้สึกดีด้วยที่สุด เพราะอย่างน้อยเราก็สัมผัสได้ ว่าเขาพยายามบอกความจริงกับเรา เขาไม่อยากให้เราเข้าใจผิด เขาไม่อยากให้เราถูกหลอก และเราสัมผัสได้ว่า เขาเป็นเพื่อนที่ดีมาก ๆ คนนึงของคนที่เราชอบ ดีใจนะ ที่อย่างน้อยเขาก็ยังมีเพื่อนคนนี้อยู่ เพื่อนทีดี มีค่ามากกว่าเงินทองว่ะ

แต่นะ เราไม่โกรธใครนานหรอก แค่เขาทำประโยชน์ต่อโลก (โดยที่ไม่สร้างความเดือดร้อนเรา) เราก็เป็นเพื่อนกับเขาได้อยู่เสมอ ตลอดไปแหละ
เราไม่คิดว่าชีวิตเราเลวร้ายหรอก แค่ที่มาด่าด่าด่าเนี่ย เพราะเบื่อเฉย ๆ เวลาที่เราถูกเลือกปฏิบัติ ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ เราสัมผัสได้ว่าพวกเขาดูถูกเรามากอ่ะ

แต่เราก็อยากให้พวกเขาคิดได้เหมือนเรานะ ว่า พวกเขาได้ทำอะไรลงไปบ้าง
หลังจากนี้ ขอให้พวกเขาเลือกทำแต่สิ่งที่ไม่เดือดร้อนคนอื่นอ่ะ
เพราะว่าจริง ๆ พวกเขาก็เป็นคนดีมาก ๆ ทว่าแสดง “ความเห็นแก่ตัว” “เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว” มากกกก จนลืมนึกถึงคนอื่นไป ที่มีลักษณะเป็นกันชนให้เขาไป (กูเนี่ยรู้สึกเลยว่ากลายเป็นกันชนอ่ะ กระโถนท้องพระโรง กูนี่โดนแว๊ดดก่อนตลอด ๆ)

สรุปอีกนิดได้ไหม ที่เราแว๊ด ๆ ใส่ (อาจเป็นเหตุผลที่คนที่เราชอบ ว่าเราว่าเรานิสัยแย่) เพราะเรารู้ไงว่า วันนี้มันต้องมาถึง ซึ่งปัญหามันจะไม่ได้จบที่เขา มันจะลามมาถึงเราด้วย
เพราะเรามองเห็นแล้วว่า เราเหมือนจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ดูสนิทกับเขาที่สุด หลายครั้งที่เราด่าเขา เพราะว่าเรากลัวว่ารถไฟเขาจะชนกันนั่นเอง แล้วชนไม่พอ เสือกกระเด็นมาโดนเราอีก

นึกถึงเลยอ่ะ “เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ชั้นรัก นอกนั้นเป็นผู้ชาย 555”
แต่เราบอกได้นะ ว่าพี่คนนี้ เราก็ยังรักและเป็นห่วงเขานะ เพราะเราว่าถ้ามองให้ลึกจริง ๆ เราว่าพี่เขาจิตใจอ่อนแอและต้องการที่พึ่ง ตรงข้ามกับเรา เห็นเราร่างกายอ่อนแอเป็นกุ้งแห้งแบบนี้ แต่จริง ๆ เราจิตใจเข้มแข็งกว่ามาก ที่เราร้องไห้ เราร้องเพราะว่าเราเจ็บใจ หรือไม่ก็เสียใจว่า ทำไมเขาจึงต้องพยายามโกหก หรือไม่บอกความจริงแก่เรา ทั้งที่ถ้าเขายังเป็นคนดี คนที่มีน้ำใจแบบนี้อยู่ ยังไงเราก็มีน้ำใจต่อเขาเหมือนเดิมแหละ เพราะความรักของเรา ไม่ใช่การครอบครองอ่ะ แต่เป็นการแบ่งปันน้ำใจของพวกเราออกไปสู่โลก (จะว่าเราดัดจริตก็ได้นะ แต่เราก็ดัดจริตของเราแบบนี้แหละ)
………………….
ขอโทษคนอ่านนะ เราว่าคุณจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้วแน่นอนอ่ะ
แต่สิ่งที่เราจะบอกคือ เราเองก็ไม่ได้แตกต่างจากพวกเขา ตรงที่เราก็ไปแว๊ด ๆ เหมือนพยายามเอาชนะ คนที่เรารัก (อย่างน้อยก็พูดได้เต็มปากว่ารู้สึกดี ที่อย่างน้อยเราเคยมีช่วงเวลาน่ารัก ๆ ได้อ่านเพลงที่เขาแปลให้ ได้แชตคุยกัน แบบตั้งตารอเลยนะ ตอนเรียนโทอ่ะ แต่ไม่นาน แค่ประมาณปีเดียว)
เหมือนกัน

เราเลยมาคิดว่า เออ กูก็บ้าเนอะ ดีว่ะ ที่กูคิดได้ ว่ากูนี่ก็เห็นแก่ตัว
อ้วนหมูของเราเขาเป็นยังไง รำพึงถึงใคร เราก็ไม่แน่ใจ
แต่เราก็ไม่ควรจะไปแว๊ด ๆ ลากเขามาเป็นกันชน
เพราะมันจะทำให้เขาเป็นทุกข์ แม้ด้วยการอ้างเฉย ๆ ก็เหอะ
เพราะเราก็ไม่ได้คุยกัน
ถึงแม้เราจะมีความรู้สึกแบบนี้  เอนทรี่ที่แล้ว

ว่าการที่เขาไม่คุยนั้นเป็นปัีญหา
บางทีสิ่งที่เราแสดงออกไป อาจเป็นการกดดันเขา
จนสุดท้าย เขาเลือกที่จะไม่กลับมาแล้ว ทั้งที่ใจเขาเป็นไงเราไม่ทราบ
แต่ที่ไม่กลับมา เพราะเขาไม่สามารถทนการกดดันจากเราได้

เราก็ไม่ต่างจากคนที่เข้ามาไซโคเรา จะต่างก็แค่ เราไม่ได้ไซโคคนใกล้ชิดเขา
เราไม่พยายามติดต่อกับคนรอบข้างเขา เราต้องการติดต่อกับเขาคนเดียว
เพราะเราไม่เคยคิดจะทำให้ใครเดือดร้อนจากเรื่องที่เราสองคนก่อขึ้นมา (หมายถึง เราจีบกันเอง แล้วทำไมต้องลากคนอื่นมาเดือดร้อนด้วย คนอื่นเขาก็ปัญหาเยอะพอแล้ว คุณจะสร้างปัญหาให้เขาเพิ่มทำไม ไม่สงสารเขาหรือไง อาชีพเขามิใช่ศิราณี เคยเป็นศิราณีให้เพื่อนสนิท บอกตรง ๆ ประสาทแดกมาก)

สรุปว่า อนาคตจะเป็นไง เป็นเรื่องของอนาคต

ทำปัจจุบันให้ดีดีกว่า
คนเราไม่ต้องมีเพื่อนมาก ขอแค่จริงใจกับเพื่อนที่มีอยู่ และไม่ทำให้เขาต้องเดือดร้อนจากการกระทำของเรา จะดีกว่ามากมาย น่านับถือกว่าคนที่มีเพื่อนเยอะ แต่ไร้คนจริงใจ อย่างแท้จริง

จะ ณ จุดไหน เราบอกได้เลยว่า เราพ้นจากความทุกข์ในใจแล้ว
ต่อไป ใครไม่เป็นคุณต่อสภาพจิตใจเรา เราขอห่าง อย่าโกรธเรา เพราะเราพยายามทำดีที่สุดแล้วจริง ๆ

ขอให้ใครที่ได้อ่านก็ตาม จงพยายามจดจำไว้ และอย่าสร้างปัญหาทิ้งไว้ให้ใครค่ะ
คุณอาจจะหาความสุขจากสิ่งอื่น คนอื่นได้มากมาย แต่ความทุกข์ที่คุณทิ้่งไว้ที่คนข้างหลัง มันไม่จากไปไหนค่ะ ถ้าเขาคิดได้ก็ดีไป แต่ถ้าเขาคิดไม่ได้ มันจะกลายเป็นหนามที่ทิ่มแทงจิตใจของคุณเอง

ส่วนตัวเราปล่อยวางหมดแล้วนะ
รักและหวังดีกับทุกคน เคลียร์กันเองค่ะ
ถ้าไม่รัก ไม่หวังดี ไม่มาเขียนหรอกค่ะ งานกูก็เยอะค่ะ กูอยากทำงานให้ดี ๆ ค่ะ (เพราะถ้าเจอเรื่องไม่ดี จิตใจทำงานไม่ดี ชีวิตกูจะซวยครบทุกด้านค่ะ ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ)
แต่ย้ำจริง ๆ ค่ะ สำหรับเรา หากเจอคนที่ดี ที่มีน้ำใจ แบ่งปันความรู้ ความคิดสิ่งดี ๆ ให้ผู้อื่น มีเหรอที่เราจะไม่คุยด้วย เราก็อยากคบ เคารพ นับถือคนดี คนมีน้ำใจ คนเก่ง เสมอค่ะ
คุยได้เสมอ (เมื่อเราว่าง) เรามีมารยาทต่อหน้าเสมอค่ะ ไม่ได้ตอแหล แต่เราให้เกียรติคนเป็นค่ะ

ขอให้ทุกท่านโชคดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
(กู น้ำท่าไม่อาบ บ่นมาหลายชม.แล้ว)
ปล.เราไม่พูดคำหยาบนะคะ แต่เราเขียน เพราะมันชัด ไม่ต้องแปล และอยากให้อ่านแล้วขำค่ะ ไม่ได้มีเจตนาหยาบคาย ตัวจริงเราดูแตกต่างจากตัวเราในงานเขียน ไม่ใช่บ้าค่ะ แต่แยกร่างได้ 55555555555555555 ตัวตนเรามีสาระมากกว่าที่พวกคุณคิดค่ะ

ทุกอย่างที่เราเขียน ไม่ใช่เรื่องจริงแท้แน่นอนค่ะ (เพราะเราไม่ใช่ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า นั่งทางใน พ่อมดหมอผี ฯลฯ) มันเป็นแค่เรื่องที่ถ่ายทอดจากมุมมองของเรา คงไม่มีใครผิดทั้งนั้นค่ะ มีแต่ว่าใครทำอะไร ที่ไหน ยังไง แล้วส่งผลยังไง ก็แค่นั้นค่ะ ขอบคุณที่อ่านค่ะ รักกันไว้เถิดค่ะ ไม่มีใครมีความสุขได้หรอกค่ะ ถ้าใจไม่เป็นสุข เราตอนนี้ใจเป็นทุกข์มาก จะเริ่มทำอะไรต่อดี กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

บางทีเราอาจจะเลวมากก็ได้ที่มาเขียนนี่ แต่ส่วนตัว เราไม่เคยอยากทำร้ายใครค่ะ เราตอบด้วยเหตุและผล

แอพ จะมีออโต้ดราฟป่าวว้า

อยากระบาย (ท้องผูก)

เครียด แต่เรื่องงาน ไม่มากหรอก แต่ก็เป็นอะไรที่เครียด

เครียดเรื่องหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือเยี่ยมบ้าน เนี่ยคืออีกเหตุผลที่เราไม่อยากเป็นครู เพราะเราไปไหนเองไม่ได้ (อย่าด่าค่ะ ขอร้อง ถ้าเดินทางเองได้ คงไปอิตาลี่แล้วค่ะ ชิ) แม่เราต้องไปเยี่ยมบ้านกับเราแน่นอน แต่โอว่าบ้านนึงที่อาจต้องไป เดินไปได้ (แต่ก็กลัว พ่อแม่เด็กว่ะ เอาว่าเราแม่งกลัวล้านแปด ยกเว้นตอนด่า ถ้าเราด่าออกไปได้เนี่ยคือไม่กลัวห่าไรแล้ว เพราะปกติเรารักษามารยาทมากนะ เรานึกถึงใจเขาใจเราอ่ะ เรามีเซอวิชมายพอ) จริง ๆ ถ้าไปถ่ายรูปให้พี่ที่เป็นที่ปรึกษาตัวจริง (เรานี่ตัวสำรอง 555) ก็โอเคนะ
อยากช่วยอ่ะ รู้สึกว่าเราไม่ค่อยได้ช่วยงานเขาอ่ะ กลัวเขาด่า (แต่เขาคงไม่ด่าว่ะ เพราะจะมีใคร๊ปากหมาเท่าเรา 555)

ถ้าเทอมหน้าเป็นที่ปรึกษา อยากเป็นกับซุง ยอมเลย จะไปเยี่ยมบ้านด้วยกันตลอดเว (แต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าเป็นอัตราจ้างทั้งคู่ ไม่มีทางเป็นที่ปรึกษาคู่)

ก็ฮา ๆ

เอาว่าอานะ ก็ต้องสู้ต่อไป แต่เรื่องแม่ไม่ปล่อยให้เดินทางเองเนี่ย อย่าด่ากูเลย แม่เขาห่วง ใครไม่ห่วงกูก็ไม่ต้องพูด เพราะกูเบื่อ ใจ๊ เอาว่า ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ด่าไป

ถ้าคุณรู้จักเราจริง คุณจะรู้ว่าเราไม่ชอบถูกด่า ไม่อยากโดนด่า เราสามารถเลิกทำสิ่งใดก็ตามที่จะเป็นเหตุให้ถูกด่า แต่ถ้ามันเหนือการควบคุมของเราจริง ๆ ก็ด่าได้เลย เพราะเราก็ไม่รู้จะทำยังไงให้ไม่ถูกด่า เหมือนที่โดนด่าตอนในห้องทำงาน โดนด่าได้ทุกวัน ไม่เข้าใจว่าพี่เขาจะด่าทำไมนัก ก็เข้าใจว่าอยากให้งานไวไว ก็จะพยายาม เบื่อมาก เครียด ขี้ไม่ออก อย่าหาว่าหยาบคาย

ชีวิตแม่งมีหลายมุม พยายามกันต่อไป

เรามีเรื่องอยากเล่าเยอะมาก แต่บางเรื่องเล่าไม่ได้ กลัวถูกฆ่าตาย 555 แต่เราบอกได้แค่ว่า เราว่าอย่างน้อย เราก็เป็นคนดี คนที่รักคนอื่นเป็น คนนึงของโลก

ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ ไปแล้ว ป๋าด่า 555 เออ แม่ให้เติมเงินมือถือ ลืมอ่ะ (ส่งจากมือถือ เหมือนไม่เจอออโต้ดราฟ)

ทะเลาะกับสเตตัสไลน์

คิดนานมากว่าจะเขียนหรือไม่เขียน
แต่ก็เขียน เพราะปากดี

มันเป็นเรื่องที่ปัญญาอ่อนมาก แต่เหมาะกับคนที่ชอบอ่านที่นี่ ที่อาจจะหาไอเดียไปเขียนบทละคร หรือสภานการณ์ หรือมาหาแง่คิดอะไรก็ตามแต่

เรื่องมันมีอยู่ว่า
(เชื่อ กระทบ บางคนอาจรู้สึกว่าเรากระทบ แต่ด้วยความเคารพจริง ๆ เราอยากเล่า เพราะมันคือสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นปัญหา แต่ไม่ได้หนักหนา แต่จะดีกว่าไหม ถ้าจะมองให้เห็นทุกมุม และจริง ๆ เราไม่ได้ว่าใคร และยิ่งเขียนเท่าไร เราก็ดูทุเรศแบบ ว่าตัวเอง ประจานตัวเอง หรืออะไรก็ตามแต่ รวมถึงประจานความโง่ ซื่อบื้อ งี่เง่าของเราเองด้วย กรณีที่จริง ๆ แล้ว มันไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลย แต่เราเสือกเอามาคิดต่อเอง 555)

เรื่องมันมีอยู่ว่า
If you love me more than him. you would …
เอ่อ มันแปลว่าอะไร?
ถึงเราจะเรียนมนุษย์อิงค์ราม (ที่ยังไม่จบ แต่เราก็ไม่ค่อยแน่ใจ)
แต่เราก็ไม่แน่ใจนัก
อิฟ กับ คู๊ด (นี่วู๊ด) คือ จะพูดแบบสุภาพเหรอ หรือ เป็นอดีต หรือถ้าตามที่เราคิดคือ หมายถึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
หรือเราจำผิดวะ

แต่เราเช็คแล้ว มันไม่ใช่เนื้อเพลงอ่ะ

คนอ่านคงคิดสงสัยแล้วว่า แล้วอี If you love me more than him. you would … มันคืออะไร
มันคือข้อความตรงสถานะไลน์ของอ้วนหมูอ่ะ (อย่าถามว่าทำไมเราเห็น เราเห็นเพราะว่าเราดู)
เพราะเรารักอ้วนหมู
และก็คิดว่ารู้จักเขาพอสมควร
ตั้งแบบนี้ อย่างแรกต้องคิดว่า ถามใคร?
ถามเราหรือเปล่า
หรือไม่ใช่
แต่ถ้าถามเรา
จะถามแบบนี้เพื่อ?
ในเมื่อ If you love me more than him. you would …
ถ้าคุณรักฉันมากกว่าเขา คุณจะ…
คืออะไร?
เราอ่านเสร็จจริง ๆ ถ้าเราไม่คิดต่อก็จบใช่ป่ะ
แต่เราจะคิดต่อทำไม (นั่นดิ)
เราไม่รู้หรอกว่าเรารักใครมากกว่าใคร
แต่ที่แน่ ๆ เราไม่ได้คาดหวังว่าพวกเขาจะต้องมาดูแลเราแน่นอน ถ้าเขาไม่อยาก
เรารู้แต่ว่าคุยกับใครแล้ว รู้สึกว่าเขาเห็นเราเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจ เราก็อยากคุยกับคนนั้นแหละ

ถ้าให้เราตอบคำถามที่ว่า If you love me more than him. you would …
เราจะตอบว่า ถ้าฉันรักเธอมากกว่าเขา ฉันจะอยู่คนเดียวไปจนตาย เพราะว่าฉันรอเธอ แต่เธอเองก็ไม่คุยกับฉันเองหนิ หนีหน้าฉันเองหนิ ฉันทักไปเธอก็ไม่คุยกับฉัน แล้วเธอจะมาโพสต์แบบนี้ทำไม ฉันถามเธอก็ไม่ตอบฉัน ไม่เข้าใจว่าฉันผิดอะไร คนเป็นเพื่อนกันเขายังไม่ทำงี้เลย จริงไหม? ตอบฉันด้วย เพราะฉันตอบคำถามเธอแล้ว
(ดู ๆ ไป เรานี่ ออกแนวบ้า ทะเลาะกับสเตตัสชาวบ้าน บางทีเขาอาจจะไม่ได้พูดถึงเราก็ได้ แต่เราสาระแนไปเข้าใจว่าเขาพูดถึงเราเอง)

ส่วนตัวจริง ๆ นะ
ตอนนี้ไม่คาดหวังแล้ว ว่าชีวิตจะต้องสมหวังอะไรกับใคร ไม่ได้คาดหวังมากมายก่ายกอง
เรารู้แต่ว่า ถ้าเรารักใคร เราก็จะดีกับคนคนนั้น (ถ้าเราไม่ได้ลำบากใจ)

จะให้เราหน้าด้านเริ่มต้นบทสนทนา วิ่งเข้าหา คนที่หนีเรา ก็คงไม่ใช่เรื่องและ
เหนื่อย

เราก็ไม่รู้นะ ว่าทำไมเรามั่นใจ ว่าเขาพูดถึงเรา บางทีเขาอาจจะไม่ได้พูดถึงเราก็ได้
จริงป่ะ (สมองเรานี่หาเรื่องจริง ๆ แม้แต่สเตตัสไลน์เรายังเอามาเป็นเรื่องได้เนี่ย กร๊ากกก)

คือสุดท้ายที่อยากจะบอกคือ เราว่าเราควรจะเลิกบ่นให้ได้จริง ๆ
เพราะตะกี้แม่กลับมาจาก ม.บู บ่นเรื่องรถเมล ไม่จอดเลนในให้ (จอดเลนกลาง)
บ่นไ่ม่เลิกเลย มาด่าเสีย ๆ หาย ๆ ใส่ในบ้านอีก กร๊ากกก

เราเลยคิดว่าการเขียนเหวี่ยง ๆ แบบนี้ของเรา (แม้ไม่ออกชื่อ แต่ก็อ้างถึงฉายา)
ก็คงน่ารำคาญ และทำให้คนอ่าน (คนฟัง) เซ็ง เบื่อหน่ายได้เหมือนกัน

เราไม่รู้ดินะ แต่ส่วนตัว เราคิดว่าเราเป็นคนที่มีหัวใจที่มีเหตุผลมากพอ

ถามว่าเรารักใคร เราก็รัก ถึงเราไม่บอก เราก็รัก
ใครจะห้ามความคิดเราได้
ก็เหมือนที่เราห้ามความคิดใคร ๆ ไม่ได้หรอก
ฉะนั้นเราไม่เสียใจหรอก หากเราเป็นแค่ตัวเลือกของใคร
เพราะเรารู้ดี ว่าระหว่างที่เรารักใครอยู่ เขาก็ต้องมีคุณค่าพอให้เรารัก ไม่ใช่มองเห็นแต่ข้อเสียของเรา จนมองข้าม ความรู้สึกของเราไป
เพราะเราเองก็ไม่เคยมองเห็นข้อเสียของคนที่เรารักเด่นกว่าข้อดี
แต่ถ้าเราจะต้องเสียสละทุกเรื่องไป ก็คงไม่ใช่

อย่างน้อยที่สุดในความคิดเรานะ ถึงไม่ได้รักกันอย่างที่คาดหวัง แต่ยังคุยกันดี ๆ ได้ เราก็รักได้ตลอดไป

คนเราไม่จำเป็นต้องรักคนแค่คนเดียว แต่ที่แน่ ๆ คือไม่ได้หมายความว่าจะแต่งงานกับทุกคน ความรักไม่ใช่การแต่งงาน ความรักคือความรู้สึกมีความสุขเมื่อเห็นคนที่รัก เป็นสุข ๆ

ปล.ไม่ได้จะเขียนเอนทรี่ิติดเรต (ติดตรงไหน) เราแค่อยากจะบอกว่า มองทุกมิติ แล้วจะเห็นว่าควรทำยังไง อย่างเราเนี่ย เราชอบบ่น เราบ่นแล้วก็จบ ตอนนี้เราไม่คาดหวังในตัวใคร เราไม่มีแฟน ไม่มีใครให้คาดหวัง เรารู้อย่างเดียวคือ ใครพูดดี ๆ กับเรา วางตัวเป็นเพื่อนที่ดี เป็นกัลยาณมิตรของเรา ใส่ใจความรู้สึกของเราบ้าง ก็ถือว่าเกิดมาโชคดีแล้ว ที่มีคนดี ๆ ให้รักให้คบ สุดท้ายเขาจะไปรัก ไปแต่งกับคนอื่นก็ช่างเขาเหอะ ใครรอเรา คุกเข่าขอเราแต่งงาน และพิสูจน์ตัวเองได้ว่าคู่ควรกับเรา เราก็แต่งกับคนนั้นแหละ

นิยายน้ำเน่าสิ้นดี

แต่ http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=sFaC5IbBg0M เพลงนี้เกี่ยวไหม เหมือนไม่เกี่ยวตรง ๆ แต่ถ้าข้อความนั้นหมายถึงเรา บางทีเราก็คิดนะ ว่าอ้วนหมูไม่เคยมองเห็นความรู้สึกของเราเลยใช่ไหม ถึงได้เห็นแต่ความรู้สึกของตัวเอง แล้วตามความคิดเขาเนี่ย เราต้องไปขอเขาแต่งงานด้วยหรือเปล่า เราจะได้เตรียมสินสอดทองหมั้นไว้เลย -*-

ไม่ใช่เราสวยเลือกได้นะ ที่มาโพสต์จิกกัดเขาเนี่ย แต่เราแค่อยากรู้บ้าง ว่า “ทำไมเขาถึงคุยกับเราแบบคนปกติไม่ได้” (ถ้าไม่ใช่ว่าเขาไม่ปกติ ก็คงเป็นเราที่ผิดปกติ 555)

ปล.อีกครั้ง บางทีโพสต์ทั้งหมด อาจไม่เกี่ยวข้องกับเราเลย แต่เราบ้าไปเอง 555
บางทีก็แค่บ่นนะ บ้าบ้าบอบอเนี่ย เราอ่ะ อยากคิดหาเหตุผลล้านแปด ทั้งที่ไม่มีประโยชน์
ย้ำว่า ใครคุยมาดี ๆ เราก็คุยได้หมด แต่มันก็สิทธิ์ของเรา ที่เราจะรักหรือไม่รักใคร เราผิดเหรอ ถ้าเราจะเคยเปลี่ยนใจจากคนที่ไม่ยอมคุยกับเรา สัญญาก็ไม่เป็นสัญญา (ขอไปงานรับปริญญาโทยังไม่ให้ไปเลย ทั้งที่สัญญาแล้ว)

โว้ย ยิ่งคิดยิ่งบ้า อย่ามาบ้ากับเราเลย

ช่างเหอะ ต่อไปใครเขียนไรก็เขียนเหอะ เราจะไม่คิดมากแล้ว เขาคงไม่ได้เขียนถึงเรา555555555

เราจะดีกับคนที่เข้าหาเรา ไม่ใช่หนีเรา เพราะเราเหนื่อยที่จะต้องตามคนที่ก็เห็นอยู่แล้วว่าตามไปก็ยิ่งไกล คุยด้วยก็ไม่คุยด้วย (เราไม่ทักมาชาตินึงเห็นจะได้ ไม่ทักเพราะไม่อยากผิดหวังอีก ผิดหวังว่าแค่ความเป็นเพื่อนรุ่นพี่ยังให้ไม่ได้เลย)

คิดมากไปป่าววะ (ตอนนี้อารมณ์ปกตินะ แต่คิดว่า เขียนไปเนี่ย มีประโยชน์ตรงไหนวะ ถ้าเขาไม่มาอ่านก็จบ ไม่มีประโยชน์เลย แถมจะเป็นโทษกรณี มีคนเข้าใจผิดอีก)

เอาเหอะ เป็นเพื่อนกับเราเถอะค่ะ เราจะไปบวชแล้ว 555

ถ้ามีคนถามว่าตอนนี้รักใคร คงตอบได้ว่ารักตัวเอง และไม่กล้าจะคบใครอีก เพราะว่าเบื่อเวลาเขาไม่พูดด้วย แล้วไม่มีเหตุผลให้ จะมีใครบ้าง ที่โมโหคนที่คบแล้วมาด่าลงบล็อกแบบเราเนี่ย ((คนอ่่านคิด ก็แกเป็นซะอย่างนี้อ่ะ ใครเขาจะทนคบได้ 555))

จงรักษาน้ำใจของคนที่คุณรักเอาไว้ให้ดีค่ะ ไม่ว่าสุดท้ายเขาจะแต่งงาน จะอยู่เคียงข้างคุณหรือไม่ แต่อย่างน้อยคุณก็จะรู้สึกสบายใจได้ เมื่อวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป ว่าที่ผ่านมา คุณทำดีที่สุดแล้ว

(เราทำไม่ดีที่สุดหรอก ปากหมา)

บางที ถ้าเราเลิกปากหมา เลิกเขียนบล็อก เราอาจจะได้พบรักแท้ ((กร๊ากกก กร๊ากกก)) ช่างเหอะ มีสิ่งดี ๆ ให้ทำ ให้ได้เรียนรู้ก็ทำไป เราคิดว่าเราโชคดีที่เกิดมามีหน้าตาและสันดานเสียเป็นอาวุธ เราจึงได้เรียนรู้และเข้าใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคลในหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ มุม

แต่เราก็ยินดีด้วยเสมอ
กับทุกเรื่องแหละ เพราะไม่ยินดีแล้วเราทำอะไรได้ล่ะ ก็ทำได้แค่ส่วนที่ทำได้ ก็เท่านั้นแหละ
ไม่หาเหาใส่หัว ไม่มีคนมาให้ร้าย (นี่เราให้ร้ายใครอยู่ป่ะ -*- // แอมแปร์ เธอกวนตีนมาก – คนอ่านคิด ((เชื่อว่ามีคนอ่านคิด)) )  คือ โอเคแล้ว นอกนั้น ก็เรียนรู้ไป

เราไม่เคยอยากว่าใครเลยจริง ๆ นะ ทุกสิ่งที่เราเขียน คือ มุมมองของเรา ตามความเข้าใจของเรา ซึ่งเราคิดว่าเรารู้จักนิสัยคนที่เราว่า พอสมควร ถึงไม่มากก็ไม่น้อยนะ เราก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาหรอก แต่เราอยากให้คนที่ยังไม่เจอ หรืออาจจะเจอ มองเห็นในมุมที่เราเห็นเหมือนกัน

ไปเก็บบ้านแล้ว รก หวยก็ถูกกิน ไม่ต้องทำบุญเพิ่ม ไม่มีเงินให้เอซังกู้ เอซังเขาจะแต่งงานแล้วนะจ๊ะ อย่างเร็ว ปีหน้า ส่วนเรา ชาติหน้า จะได้แต่งป่าว (แต่งก็แต่ง ไม่แต่งก็ไม่แต่ง ถ้าแต่งก็ขอให้เจอคู่แท้ ไม่อยากจะเจอคู่เทียม ด้วยความเคารพ พ่อแม่เราด่ากันทุกวัน แม่เราหาว่าพ่อเรามีเมียน้อย ไปหาเมียน้อยทุกอาทิตย์ พ่อเราด่าแม่เรื่องของรก เยอะ คู่นี้ด่ากันที น่ากลัวมาก เรานี่ไมเกรนขึ้น แต่ส่วนตัวเราเข้าใจนะ ไม่มีรักไหน ที่ดีทุกวัน ไม่มีชีวิตของใคร ที่ดีที่สุด ตอนนี้เราขอมีความสุขกับการรักตัวเอง โดยมีคนที่เราแอบรักอยู่เป็นเข่ง ๆ  ((เฮ้ย คนนะไม่ใช่ปลาทู)) มีนะ เยอะมาก ชอบ น่ารัก หล่อ เท่ เราชอบ แต่เราก็ไม่ได้ทำอะไรเขา ไม่ได้ไปบอกเขา ก็แค่แอบชอบ OO มองหาคนโสด กร๊าก กร๊ากก เพราะเราเชื่อว่า คนที่ใช่ จะมาถึงเราเมื่อถึงเวลา คนที่ใช่สุดท้ายก็ใช่ คนที่ไม่ใช่สุดท้ายก็ไม่ใช่ และถ้าไม่มี ก็สรุปได้ว่า ไม่มี ก็ไม่เห็นต้องใส่ใจอะไร ใส่ใจไป มันก็ไม่มีอยู่ดี ก็ใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ และหูไวตาไวอย่าไปสร้างความร้าวฉานในชีวิตครอบครัวคนอื่นก็โอเคแล้ว จะได้ไม่มีเวร ไม่มีกรรม)

ดีกับคนที่ดีด้วย ดีกันไปเรื่อย ๆ อย่างน้อย ความเป็นเพื่อน ก็มีคำว่าตลอดไป ไปหาเพลงเราฟังนะคะ เพลงตลอดไปอ่ะ อยากจะเอามาลง แต่ขี้เกียจหาโค้ด 😀

ใส่แท็กว่าโลกสวยนี่ ไม่ได้ดัดจริตนะ เราโลกสวยจริง ๆ แม้โลกแห่งความเป็นจริงจะมีหลายแบบ และความสวยในสายตาเรา ก็อาจจจะไม่สวยในสายตาคนอื่น เคารพความคิดของกันและกัน

สุดท้ายถือว่าบ่นบ้าบอคอแตกให้เสียเวลาจัดบ้านแล้วกัน (แต่ถ้าคนที่ลึกล้ำ น่าจะเห็นทัศนคติของเรา ว่าเราเป็นคนที่คิดแตกต่าง แต่เราก็ไม่อยากแตกแยก กร๊ากกก) ((อย่างเธอเรียกว่าแปลกประหลาด คนอ่านเซด))

ปล.ที่เท่าไรแล้ววะ เวิร์ดเพรส มีออโต้ดราฟแล้ว กราบบบบบ