ทุกคนล้วนดีใจเมื่อได้รับคำชม :-D กับแถมข้อคิดนิดหน่อย ก่อนนอน

Image

ภาษาอังกฤษคือข้อความคอมเม้นต์จากพี่เอ ครูที่ปรึกษาห้องที่เราไปช่วย
ซึ่งเราดีใจมากที่เห็นพี่เขาคอมเม้นต์เช่นนั้น ดีใจอ่ะ เราจึงตอบภาษาไทยไป เพราะไม่รู้จะตอบภาษาอังกฤษยังไง 555
ทว่า เรางงเม้นต์ยูทูบมาก ว่า เฮ้ยกดปกติ เม้นต์พี่เอหายไปไหน เราไม่ได้ลบนะ (เราลบเม้นต์ของเราสองอัน เพราะว่าเราสะกดวรรณยุกต์ตก — พิมพ์ผิด ขนาดอันที่โชว์ก็ยังมีผิด // โถ ชีวิต เคยทำอะไรถูกบ้างเนี่ย) คือกดปกติ ไม่เห็นอ่ะ นี่เรากดตรงจากอีเมลอ่ะ ถึงได้มีคอมเม้นต์ของพี่เอขึ้นมา หรือเราจะไม่เข้าใจระบบยูทูบ??? รีพลายแล้วต้นฉบับหายเหรอ ปกติไม่เคยรีพลาย เอาเหอะ อย่างน้อยเราก็ดีใจที่ได้รับคำชม อิอิ

….
เรื่องต่อไป เป็นเรื่องที่บ้านนิดนึง

คือแม่เราบอกเราว่า ป้าเอซังพี่สาวเรา เขาพูดกับแม่ เมื่อวันไหนไม่รู้ ว่า “ต่อไป หนูจะไม่พูดความจริงกับแม่แล้ว เพราะพูดความจริงไป แม่ก็ไม่ให้ กังวล เครียด ฯลฯ” แม่เขามาเล่าใส่เราว่าเขาไม่พอใจ และเขาจะคาดคั้นหาความจริงให้ได้ เราก็บอกแม่ว่า “แม่ปล่อยวางเหอะ” (ไม่ได้เยอะหรอก แต่แบบเข้าใจปากหมา ๆ พูดตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัดของเราไหม) เราก็แค่บอกแม่ว่า ยิ่งแม่ทำแบบนั้น ก็เท่ากับบีบบังคับเขา แล้วใครเขาจะอยากพูดความจริง ((ดูท่าแม่จะไม่พอใจ คือแม่เราไม่ค่อยสบาย เขาเคยผ่าตัดเนื้องอกใช่ป่ะ แล้วแบบไม่อยากให้เขาเครียดหรอก แต่ต้องยอมรับความจริง ว่าพวกเราเครียด เพราะแม่เขาไม่ปล่อยวางเลย )) ก็ไม่รู้นะ เราเปลี่ยนแม่เราไม่ได้หรอก

เออ แม่เราบอกว่าแม่เชื่อว่าเอจะต้องนัดไปเจอกับแฟนเขา (โถแฟนเขา เขามีแพลนจะแต่งงานกันแล้ว แม่ก็ยังแบบ เฮ้ยไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร เราไม่ได้เชียร์ใครออกหน้าออกตาเลยนะ เราแค่อยากให้ทุกฝ่าย คุยกันอ่ะ เพราะคำนึง เราฟังแล้วท้องขึ้นมาก คือ แม่บอกว่า แม่จะไม่ซื้อที่ให้เอปลูกบ้าน ((เรือนหอ)) แล้ว ((ที่ป๋าก็จะไม่ซื้อ แต่ให้ปลูกบ้านในสวนงูของเรา หน้าบ้านเราเนี่ยแหละ ที่ดินยังพอมี แม้ไม่มาก แต่ปลูกหลายชั้น อยู่ได้แน่นอน)) คือ เราว่าแม่เอาแต่ใจไปนะ แค่แบบไม่พอใจ แม่กะตัดบทเลยอ่ะเหรอ คือน้ำเสียงแบบนั้นเลยนะ แบบไม่พอใจ แล้วเหวี่ยงใส่เรา กะหาพวก ((เพราะเราเนี่ย เคยขัดขวางความรักของคนเขาไปทั่ว แต่ขัดขวางไม่สำเร็จเลยนะ จริง ๆ แล้วเปล่าเลย เราก็แค่สีสันของละครชีวิตของคู่เหล่านั้น แต่เราไม่ใช่ตัวเอก ยังไงก็ไม่มีผลกับความรักที่จริงจังจริงใจของคู่รักเหล่านั้นอยู่แล้ว 555)) แต่เราไม่ช่วยเสริมอ่ะ เพราะเรามองเห็นว่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยนะ แค่จะไปงานแต่งงานเพื่อน(พี่ปุ่นเพื่อนป.ตรีของเอซัง เรารู้จัก เซตนี้เขาสนิทกัน)เนี่ย แบบแต่งที่ระยองไง แต่พี่เมย์ ขับรถไปนะ ดีออกมีรถไป)

เอซัง พี่สาวเราเดินมาบอกว่า ถ้าแม่จะไม่ให้หนูไปงานแต่ง หนูก็จะไม่ไป แต่ขอให้รู้ว่า “หนูต้องกลายเป็นคนที่ผิดคำพูดกับเพื่อน” (คือเท่ากับคนอายุ 29 ปี ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจไปไหน มาไหนเองได้อ่ะ)

แต่สิ่งที่เรารู้คือ ส่วนตัวของเรา เรา(ตอนนี้เรายังอายุ 27 แม้ใกล้ 28) เราอ่ะ ถูกจำกัด มากกว่าเอเยอะมากอ่ะ (แต่เรารู้ว่าการจำกัดนี้ มีเหตุผลว่า “เป็นห่วงมาก”)
ขนาดเอ เอยังบอกแบบนั้นเลย อย่างเรานี่คงไม่ต้องไปไหนแล้ว ((หลายงานที่เราไม่ได้ไป เพราะเราไปไม่ได้ เรากลายเป็นคนหมดสมรรถภาพในการเดินทาง สูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ โดยเฉพาะถ้าแอบไป ส่วนตัวแทบไม่เคยแอบไป แค่แอบไปบ้านจุ๊บ แม่รู้ยังถูกหมาไล่ ไปงานศพของแม่เพื่อน พระยังไม่ทันสวด ก็เอาแท็กซี่ไปรับ (แม่เราเขาถือเรื่องงานศพ เขาไปงานศพไม่ได้ เราก็เลยกลายเป็นไปไม่ได้ด้วย แต่จริง ๆ เราไม่อยากให้มีหรอก มันเศร้า แต่ถ้ามันเกิดขึ้น เราก็ไม่ถือเป็นเรื่องน่ากลัว หากต้องไปไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย) เหล่านี้เนี่ย นานแล้วตั้งแต่เรียนตรี เราเลยไม่กล้าไปไหนเลย (ประสบการณ์การเดินทางแบบเลือดตก ตกรถ เยอะจัด) นอกจากเส้นรถไฟฟ้า ค่ารถเรายังไม่ค่อยจะรู้เลย วันนี้กลับบ้านกับลูกศิษย์ จะจ่ายค่ารถให้ลูกศิษย์ยังจ่ายไม่พอ เลย ลูกศิษย์ต้องออกเองบาทนึง แบบอายเด็ก เรารู้สึกว่าเราเอ๋อ — จิตตกนะ คืนนี้เราอาจจะเห็นผี เฮ้ย หรือมีวิญญาณมาบีบจมูก // บ้าแล้วอีนี่))

กับป๋าเรา ป๋าเราปล่อยนะ ปล่อยแล้ว ป๋าเขาด่าเราบ่อยมาก ว่าเราแก่แล้ว ก็ขนาดวันที่เราไปที่ทำงานป๋าเรา ที่ราชมงคลพระนคร ตรงเทเวศน์อ่ะ เพื่อนป๋าเขาถามเราว่าเรียนจบหรือยัง (หมายถึงจบตรี แบบเขาเห็นหน้าเด็ก ตัวเล็ก) ป๋าเราแย่งตอบเลยนะว่า เห็นมันอย่างนี้ มันอายุจะสามสิบแล้วนะ คือแบบว่าป๋าเรา เขาเหนื่อยหน่ายกับเรามาก ที่แน่ ๆ เรารู้สึกแปรปรวน เพราะป๋ากับแม่เรา คิดไม่ค่อยเหมือนกัน คนนึงปล่อย คนนึงไม่ปล่อย ปล่อยเลยเราก็ไปไม่ถูก สับสน กูเล่าอะไรอยู่วะเนี่ย เริ่มงง นอนก็ไม่นอน ตีสองแล้ว ((เมื่อตอนสี่ทุ่ม เราง่วงเผลอนอน ป๋าเราโทรมาบอกว่าเอซังทำไมไม่รับโทรศัพท์ แล้วก็คุย ๆ แล้วก็บ่นเราว่าทำไมเราไม่อาบน้ำ นอนหลับเหรอ แบบนะเครียด เลยไม่นงไม่นอนแล้ว คือแบบเข้าใจป่ะ เฮ้ย เราแทบไม่มีอะไรที่ตัดสินใจเองได้ โดยไม่โดนบ่นเลยอ่ะ หรือเราห่วยวะ เอาเหอะ ห่วยก็ห่วย (เรื่องเรียนต่อ ป๋าบอกว่า ไปจัดการเองเลย คือแบบป๋าไม่ติดขัดไร เราอยากทำไร ทำไปเลย — เรา เริ่มไม่ถูก เหอะ ๆ แต่เอาเหอะ เรียนรู้ หาข้อมูลไป)

ยอมรับสภาพ ((เราถึงชอบแต่งเพลง เพราะเราว่าเรื่องนี้เรื่องเดียวเป็นเรื่องที่เราตัดสินใจเองได้แบบไม่เดือดร้อนใคร แต่รู้ไหม ว่าป๋าเราไม่ชอบ เหอะ ๆ แต่เราไม่ซีเรียส เราไม่ได้ใช้เวลาทั้งชีวิตในการทำ ทำแค่เพลิน ๆ ถ้าทำอย่างอื่นไม่บกพร่อง ป๋าก็ไม่มีสิทธิ์ว่า –แต่แบบถ้าจะเวอร์ ๆ เนี่ย โดนด่าตลอดเลย เช่นเรื่องอยากทำห้องอัดเล็ก ๆ (เราจะทำเองนี่แหละ) เลยไม่ทำ ก็ร้องมันแบบห้องโล่ง ๆ เนี่ยแหละ))

แต่เราไม่เชิงว่าเสียใจ หรือเสียดายเวลาเลยนะ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเจอหรอกนะ เพราะเรารู้ว่าทุกอย่างที่เราทำ เราทำดีที่สุดแล้วจริง ๆ และถ้าเราประสบความสำเร็จในวันก่อน วันนี้ของเรา ก็อาจจะไม่เป็นอย่างทุกวันนี้ เราอาจจะไม่เข้าใจหลายอย่างเท่าวันนี้ เราอาจจะยโสมากเหมือนตอนเด็ก ๆ

ส่วนตัวเราคิดว่า (กับใครก็ตาม) เราจะไม่กดดันใคร  จะไม่คาดหวังในตัวใคร ช่างเหอะ
แค่ไม่เดือดร้อนเรา เราโอเคหมดอ่ะ
ใครดีกับเรา เราก็ดี
ใครไม่ดี เราก็หนีห่าง ๆ
และถ้ามีสิทธิ์เหนือใคร เช่นถ้ามีลูก (โถ มีลูก -*- ขำมาก ไอ้เด็กห้อง 2/11 ((โน้ตบุ๊คแบตจะหมดอีก)) ชอบมาทักว่า ครู ครูมีลูกสาวแล้วเหรอ เราก็เฮ้ย ยังไม่แต่งงานจะมีลูกสาวได้ไงวะ ใครเล่า เขาหมายถึงครูใหม่รึป่าว (เพราะน้องใหม่อ่ะ มีลูกสาวแล้ว) มันบอกว่าไม่ใช่ มันชี้เพื่อนมัน แล้วบอกว่า ไอ้นี่ชอบลูกสาวครูอ่ะ เราก็คิดว่า ท่าทางมันจะเบี่ยงประเด็นไม่ยอมสรุปคืนหนังสือซะมากกว่า แต่มาทำให้เรางงเรื่องลูกสาว แต่มันก็ทักทุกครั้งที่มา โคตรฮาเลย อาจารย์มาลัยยังหัวเราะกร๊าก แต่ขอโทษ ให้ฟ้าผ่าตายเลย อีชั้นยังไม่มีลูกไม่มีผัวค่ะ ((ไม่มีใครทนได้ 555)) กลับเข้าเรื่อง)) ถึงไหนแล้ว
อ๋อแบบ ถ้ามีหลาน หรือมีการเลี้ยงเด็ก เราจะไม่กดดันเขามาก เราจะเลี้ยงเขาเหมือนเพื่อน แต่ต้องมีกฎเกณฑ์ ((เด็กยังไม่เห็นการใช้กฎของเรา)) โดยเฉพาะเด็กเรา เพราะเราใช้เวลากับเด็กในช่วงค่อนข้างสั้น ๆ ตลอด และที่สำคัญ เราไม่ได้สอนพวกเขา เราไม่อยากกดดันพวกเขา (ยกเว้นบางคนที่ดื้อด้าน อาจเจอภาพยักษ์มารไปบ้างแล้ว)

เลยอยากให้เวลาเจอกัน เป็นเวลาที่ผ่อนคลายมากกว่า (กับเด็กทุกคนแหละ ถ้าเป็นไปได้)
เราเคยเห็นแม่เพื่อนบางคน เพื่อนเราเล่าทุกอย่างให้แม่ฟังหมด เพราะว่าแม่เขาไม่เคยว่า ไม่เคยซ้ำเติม แต่ไม่ได้ตามใจทุกอย่างนะ แค่เป็นผู้รับฟังที่ดี และคอยให้คำแนะนำอ่ะ (แต่ไม่ได้กดดันว่าต้องทำ ให้สิทธิ์ในการตัดสินใจ)

อยากทำให้ได้แบบนั้น

เล่าไปไหนต่อดี
แต่นะ เราจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีกว่านี้ก็แล้วกัน แต่ไม่ซีเรียส แค่เราไม่เดือดร้อนใคร ก็โอเคแล้ว แต่เราก็รักป๋ากับแม่ที่สุดแหละ
อย่างน้อยป๋าแม่ก็ไม่เคย นำพาใครมาด่าเราเสีย ๆ หาย ๆ หรือทำให้เราร้องไห้เพราะโกหกเรา เพราะป๋าแม่เราก็ปกป้องเราที่สุดแล้ว 555 ถ้ามีใครปกป้องเราได้เท่าป๋าแม่เรา เราคงรักมากเลย อิอิ และเราก็จะปกป้องเขาเช่นเดียวกัน รักอย่างมีเหตุผล ที่สมตามวุฒิภาวะ
(ถ้างง ๆ ก็งง ๆ เพราะเราก็เขียนไปแบบงง ๆ)

ปล.เราจะไปงานแต่งพี่เมฆลูกอาจารย์มาลัย จะกลับไงเนี่ย (เหอะ ๆ) อยากไปมาก ๆ  แถมงานแต่งงานตู่อีก (ของพู่นี่ไม่ได้ไปแล้วงานนึง) จัดที่เดียวกัน เฮ้อ เดี๋ยววันนั้นก็รู้ ไม่ต้องซีเรียส ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะแยะ
2:39

Advertisements

ข้าเจ้าจะต่อโท

(อีกเหรอ) (จะจบไหม) (รามจบยัง) 555 ถามเผื่อคนจะถาม

บางทีก็เขียนไปงั้น

แต่เพื่อความก้าวหน้า มันต้องต่อบรรณารักษศาสตร์อ่ะ เพราะเราคิดแล้วว่าเราจะอยู่ พ.ว. ไปจนแก่ตายดีกว่า เหตุผลคือ เราเกิดที่นี่ (เอ่อ ไม่ใช่และ แกเกิดที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายต่างหาก) เราโตที่นี่ เราเป็นคนที่นี่ และเราเบื่อการเปลี่ยนที่ทำงาน และเราคงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ 55

แต่ต่อเมื่อไรไม่แน่ใจว่ะ ขอหาข้อมูลก่อน ตอนนี้นึกถึงแต่ ราม กับ มสธ เพราะที่อื่นคงยากจะไป
(มสธ ยังยากเลย แต่เผื่อไว้หน่อย หาข้อมูลไว้หน่อย) คือพอดีวันนี้มีเอกสารให้ส่งห้องสมุดดีเด่น แล้ว อ.มาลัย บอกว่า ข้อบรรณารักษ์ ก็ได้แค่ 1 คะแนนจาก 10 คะแนน เพราะเราไม่ได้จบบรรณารักษ์ (เราจบเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา แค่นั้น ใบเดียว) ((ทว่าไปเรียนที่อื่นอีกเพียบ ที่ไม่จบ)) มีแบบเรียน ป.บัณฑิต บรรณารักษ์ไหม จะไปเรียน เพราะจริง ๆ ไม่อยากเรียนโท ไม่ชอบทีสิส (แต่หนีไม่พ้น) แต่ถ้าเรียนตรีอีก ก็พอเหอะ รำคาญ ตรีรามยังไม่รู้จะจบป่าวเลย 555

เอาเหอะชิล ๆ เราคงจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะแก่ตาย หรือถูกเชิญออก หรือถูกบีบให้สอนวิชาเลข(อะไรที่ไม่ถนัด) กร๊ากกก สงสารเด็กน่ะ 555

เรายังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะแยะ แต่บทเรียนตอนป.โท ครั้งก่อน ก็สอนเราเยอะแยะ เราต้องคิดให้รอบคอบ เพราะการเรีนนตเงินทั้งนั้น (ไม่จบครั้งที่แล้ว เพราะไม่ทำทีสิส ก็เท่านั้นเอง) ง่วง

เอาเหอะ เรียนรู้ไป ทุกอย่างมีประโยชน์หมดแหละ ง่วงมาก

อยากเขียนอะไรเยอะมากเลย

แต่ง่วง
นอนดีกว่า
มีตอนนี้ที่ต้องนึกคือ เกมตอบคำถาม 29
โละกระดาษหน้าเดียว ไปไว้ที่ทำงาน
วีดีโอ27 ไม่ได้เครียด แต่แบบอยากเวอร์ กร๊าก
อยากทำไฟล์งานในห้องสมุดทั้งหมด (งานเจ้าหน้าที่ อยากทำ ถ่ายหน้าจอ)
เล่าเรื่องลืมกุญแจ จริง ๆ เคยเขียนบ่อยไป ที่เราใส่สายยาว ห้อยคออ่ะ
เรื่องติวโอเน็ต (นึกถึงตอนเราทำงานที่เก่า ติว โอเนต las สารพัดจะติว คือสอนติวคาบห้องสมุด เล่าจะเล่าถึงชีต & แนวข้อสอบ)
สรุปที่ปรึกษาอีกรอบ แอพ ได้ 1/9
(สื่อสารทางตรง อยากเล่าอ่ะ นึกถึงว่าส่วนตัวไม่ชอบการฝากบอกอ่ะ)
อยากเล่าเรื่องคนทำงาน ที่ต้องใช้เงิน อยากเล่า
อยากเล่าเยอะมาก แต่ง่วยง สุดท้ายไม่ต้องเล่า พรุ่งนี้ออกนอกบ้านอีก
เออ อยากเล่าว่าให้คุมสอบ ให้เราพันบาทต่อวัน เรายังไม่อยากไปเลย ไม่ชอบคุมสอบ รู้สึกจะตาย เหมือนนั่งสอบเองแหละ รามอ่ะ หลับตลอด อึดอัดจะตาย ไม่ชอบเลยบรรยากาศสอบ เกลียดแอร์ ไปเหอะ ง่วง พรุ่งนี้ไปข้างนอกอีก ไกลว่ะ ทำไมชีวิตมีแต่ที่ไกล ๆ เจอแต่ที่ไกล ๆ

ชอบมากค่ะ กร๊ากกกก

image

จัดใส่เวิร์ดเพรสซะเลย ตรงนะ ว่าป่ะ อิอิ ไม่ได้อะไร พอดีวันนี้เจอนร.กระเทย คนนึง ม.3 น่ารักมาก หน้าหวานสวย กริยาท่าทางน่ารักนุ่มนวล ชอบ ๆ แต่นะ อีกใจก็คิดว่าเสียดายสิ่งที่ธรรมชาติให้มา แต่แล้วแต่อ่ะ ที่แน่ ๆ กลอนนี้จริงแท้ อิอิ วันนี้ อ.มาลัยให้การ์ดงานแต่งพี่เมฆ วันไปคุมสอบโอเนตม.สาม(อีกงานของเพื่อนเรา) ถ้าเหนื่อยก็ไปไม่ไหว ใครจะไปรับเรา แต่อยากไป ชอบไปงานแต่งทุกงาน เพื่อนจะแต่งอาทิตย์นี้ ก็มืดอีก ใครจะมาส่งเรา สงสัยอด สามงานนี้จัดที่เดียวกัน สมาคมตั้งฯ ถ้าเราไม่มีคนมาส่ง เราไม่ไปแล้วกัน กลัว เดินทางกลางค่ำกลางคืน (ปกติยังไปไหนไม่ได้เล๊ย) เอาเหอะ ปีนี้เรายังจะได้ไปงานแต่งอีกหลายงาน งานเฮียย้ง งานเอ(พี่เรา ถ้าเขาจะแต่งทันปีนี่ 555555) เห็นเอซังเครียดเรื่องที่ดิน และหลายเรื่อง เราว่าเราคงอีกนานกว่าจะมีอารมณ์นั้น ((ดูแล เอาตัวเองให้รอดก่อนเหอะนังแอมซัง — สามัญสำนึกกล่าว)) ปิดเอนทรี่ แล้วไปมองหาผู้ชายใจดีที่คู่ควรกับเราที่สำคัญคือรักเราจริง ดีกว่า อิอิ (ทำงานเหอะแก เดี๋ยวนี้เยอะเกิน เดี๋ยวไปเก็บโค้ดที่นั่งเขียนวันนี้ เช็คไออีที่บ้านด้วย อีกเยอะ เดี๋ยวแพลนงานด่วน ดอง เล่มแพลนนานแล้วิ

อยากได้ อยากได้ และอยากได้

นอกเรื่องแป๊บ เราว่าเราคิดออกแล้วว่า ความต่างระหว่างสองบล็อกนี้คืออะไร
บล็อกเวิร์ดเพรส (นี่แหละ ที่คุณอ่านอยู่)
จะเป็นที่ระบายอารมณ์กว่า และที่เขียนบล็อกจากมือถือ เพราะมันเสถียรมาก

ในขณะที่ที่ http://praniteemysky.blogspot.com
http://praniteemysky.blogspot.com/2013/01/blog-post_12.html

จะเป็นที่คล้าย ๆ กัน แต่เน้นที่ เป็นการลากดำ copy ไปเพส (เพราะเวิร์ดเพรส ทำงั้นไม่ได้ มั้ง แต่ที่บล็อกสปอตทำได้ เราจึงทำงั้น เวลาที่เราจะ copy paste อะำำไร ((ของเราแหละ)) เราจะเหวี่ยงไปไว้ที่นั่น) ได้เรื่องแล้ว 555

กลับเข้าเรื่องของที่อยากได้

ตอนนี้อยากไ้ด้นู่นนี่เยอะมาก ๆ เลยอ่ะ

1) เราอยากได้กล้อง วายฟาย อัพเข้าเน็ตได้ทันที (เพราะมือถือเราเป็นวายฟายฮอตสปอตได้)
แบบดัดจริตไง ชอบถ่ายรูปนะ แต่ไม่ได้ชอบเป็นหน้าที่ เพราะพอเป็นหน้าที่แล้ว คนจะคาดหวังสูงมาก เราอยากได้มาถ่ายในแบบฉบับของเรา
ที่ชอบคือ เราชอบกล้องคอมแพค เราเป็นคนไม่ชอบกล้อง D SLR เลย เพราะมันหนัก เป็นภาระ
เราชอบกล้องคอมแพค และนี่ก็ซูมออปติคอลได้ตั้ง 10 เืท่า (ซึ่งเยอะมากที่สุดเท่าที่เห็นกล้องดิจิตอลคอมแพคทำได้อ่ะ หรืออาจจะมีมากกว่านั้น แต่ไม่มีวายฟาย)
ที่ชอบคือ 10 เท่าเนี่ยแหละ แต่ไหน ๆ จะซื้อแล้วก็ให้อัพได้เลยก็จะดีมาก ๆ ไง

ที่มองไว้คือตัวนี้อ่ะ Nikon coolpix s800c
มันถ่ายดีป่ะ ใครรู้บ้าง เราเน้น มาโคร กับชัดสุด ๆ ทุกอิริยาบท นอยซ์น้อย ๆ แล้วก็ไทม์แลก น้อย ๆ ถ่ายไวไวอ่ะ (แต่ติดที่เป็น แอนดรอยด์ 2.3 เองอ่ะ ไมไม่สี่วะ)

2) เครื่องปรินท์ใหม่ แบบวายฟายได้ เพราะเราจะได้ปรินท์จากอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ ไม่ต้องเปิดคอม
เราอยากได้แบบติดแทงค์อ่ะ อยากให้หมึกเยอะ ๆ ถูก ๆ
(เรื่องเยอะ)
แต่นะ ที่สุดคืออยากได้แบบวายฟาย
เพราะทุกวันนี้เบื่อ จะปรินท์ทีก็ต้องเปิดคอม
หมึกปรินท์ก็ตบตีกับเอซัง แย่งกัน 555
เคยมองตัวนี้ไว้ ตกรุ่นแล้วมั้ง แต่เรืองหมึก ไม่ผ่าน ไม่แทงค์
Canon MG3170 AM

3) Hand Scanner สแกนเนอร์แบบพกพา
เอาน่า เราดัดจริต อยากได้มาประมาณตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นไม่มี ตอนนี้มีแล้ว แต่ไม่มีเงิน ชิ
555
ไม่ได้มองตัวไหน แต่เซเว่นแคตตาลอกมีขายว่ะ 555

4) ไมโครโฟน ไว้ร้องเพลง
บอกไม่ถูก
แต่เก็บหน้านี้ไว้ว่ะ
http://www.nimitguitar.com/mybb/showthread.php?tid=14938

5) ไอโฟนห้า
เราไม่ได้ตามกระแส แต่เราต้องการใช้วอยซ์แบน วอยซ์แบนออกมาแอนดรอยเมื่อไร เราก็จะไม่สนใจไอโฟน อะไรทั้งสิ้น
เคยคิดจะซื้อเลยทีเดียว
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151122250591923&set=a.381207606922.168068.356559346922&type=1&relevant_count=1&ref=nf

ทว่า กลับมามองเงิน เงินเดือน 8พัน6
อย่าซื้ออะไรเลย
มีอะไรใช้ก็ใช้ไป เก็บความอยากเอาไว้ แล้วถ้าเก็บเงินครบเมื่อไรค่อยซื้อ บางทีเมื่อถึงเวลานั้น เราอาจได้เทคโนโลยีที่่ล้ำกว่านี้ล้านเท่า สำคัญที่ว่าซื้อมาแล้ว จะเอามาทำอะไร ถ้าทำประโยชน์ไม่ได้ แล้วเป็นภาระอีก (เป็นหนี้ ใช้ไม่เป็นต้องเดือดร้อนรบกวนชาวบ้าน) อย่าซื้อดีกว่า เก็บเงินไว้ซื้อทอง เก็บเงินไว้เปลี่ยนแปลงโลกดีกว่า ทำบุญอะไรก็ว่าไป
ไม่รู้สินะ ส่วนตัว เราว่าเราใช้ของที่เรามี เต็มประสิทธิภาพมันทุกอย่างแหละ ถ้าเราใช้ไอโฟน เราคงบินได้เลยมั้ง (เวอร์ไปอีนี่) 555

ปล.ลืม
ลืมไปจะเขียนว่าตารางสอบรามยังไม่ออก มีแต่สอบซ่อม ไม่ได้ลง จะหาหนังสืออ่าน แต่จำไม่ได้ ว่าตัวเองลงทะเบียนอะไรไป 555 (โถชีวิต)

คืนนี้จะอ่านหนังสือที่ยืมมาให้จบ พรุ่งนี้จะไปทำความสะอาดศาลพระภูมิ เจ้าที่ รองน้ำ รีดผ้า ขัดส้วม เก็บขยะ และอีกมากมาย ปิดคอมเหอะ // เออตะกี้ลองตั้ง user แล้ว ไม่เห็นจะกันอะไรได้เท่าไรเลย (จะห้ามเปลี่ยน bg เมาส์ ) ((แต่พวกติดตั้งโปรแกรมคงได้แล้ว ทว่าหลัก ๆ จะกันเปลี่ยนBG เปลี่ยนหน้าตาเมาส์)) ต้องไปเซตที่ไหนวะ หงุดหงิด

และลืมด้วยว่า จะบอกว่า ไฟล์รูปในคอมเยอะมาก ทุกเครื่อง เรามี PC กับ โน้ตบุ๊ค (โน้ตบุ๊คของเแม่ยังไม่เยอะ) เหลือที่ไม่ถึงครึ่งแล้วทั้งคู่ เพราะรูปเยอะมาก เราควรย้ายรูปไปใส่ external harddisk ใช่ไหม ((มีอันเดียว แถมติดไวรัสจากที่ทำงานอีก เซ็งมาก คงเอาไว้เก็บไฟล์จากที่ทำงานอย่างเดียวแล้วแหละ แต่ก็เสียบเข้าคอมสองเครื่องเราแล้ว ถ้าติดคงติดหมดแล้ว เบื่อจริง)) เดี๋ยวกะซื้อ extenal harddisk สักสองอัน อันละ 500 กิ๊ก (เก็บเงิน อันนี้สำคัญ และว่าจะเช็คดีวีดี เก็บไฟล์ เก่า ๆ เอามารวมหมด ดี ๆ ลงเว็บไว้บ้าง งานสำคัญ นอกนั้นจะทิ้งให้หมด รกบ้าน ไม่ดีอย่างเนาะ ไฟล์ดิจิตอลแม่งไม่มีตัวตน)) แต่เอาเหอะ ปล่อยวางซะ กร๊ากกกกกก

ปิดพีซีไปแล้ว มันร้อนมาก เลยโพสต์ทางมือถือ อยากบันทึก

image

เราเจอบันทึกของพี่นก(หรือบรรณารักษ์คนก่อนๆๆๆ) ว่าตอนก่อน เวลาเด็กซ่อม เขาไม่ได้ให้เด็กหยิบหนังสือทั่งห้องนะ (เหมือนเทอมที่แล้ว ตู้หนังสือพินาศมาก) แต่เขาให้ มีกอง มุมซ่อมตกคุณลักษณะ ซึ่งถ้าเทอมนี่จะมี เราจะไปคัดหนังสือแนวนี้มา พวกหนังสือที่สอนเรื่องการตัดสินใจ การมีจิตสำนึกที่ดี การมีสามัญสำนึก แม้จะเปลี่ยนอะไรเด็กไม่ค่อยได้มาก แต่ก็น่าจะมีประโยชน์บ้าง ตอนเขานั่งลอกหนังสือไปส่งครูภาษาไทย หรือที่ปรึกษา (เรื่องซ่อมเป็นของฝ่ายอื่น ไม่ใช่ของห้องสมุด) อ่ะแปะภาพต่อ

image

image

image

ส่วนเล่มที่สอง เราอยากอ่านเอง เพราะเราอยากไป เราชอบตลาดโบราณ เราอยากไปเที่ยว แต่นะถ้าไปไม่สะดวกก็เหนื่อนอ่ะ ไม่มีรถไป ไม่มีคนพาไป เดินทางเซ็ง อ่านเอาก่อนก็ได้วะ

image

image

ส่วนที่ว่าจะอ่านนั้น จริง ๆ ยาก เวลาไม่ค่อยจะมีเหลือ (เวลาบางส่วนของเราต้องใช้ในการนั่งสมาธิแบบลืมตา ทบทวนว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง มันเป็นช่วงเวลาชาร์จแบตจิตใจเรา) เนี่ยเล่มนี้เอามาเป็นเดือนแล้ว ยังอ่านไม่จบเลยอ่ะ ก็ค่อย ๆ เรียนรู้ไป . . . . . เดี๋ยวเราจะเรียนรู้การเซตยูสเซอร์ คอมที่ทำงาน ต้องลองที่บ้านก่อน ต้องทำเอกสาร แนะนำเจ้าหน้าที่ห้องสมุด แบบให้เป็นสากลเลย 555 เมื่อวานเห็นแล้วว่าเจ้าหน้าที่กลายคน (เด็กม.2/3) ทำงานผิด แยกหนังสือยังผิด คือเขาไม่อ่านป้าย มีอีกหลายอย่าง และอยากทำเอกสารสอนห้องสมุดรอไว้ อยากสอนห้องสมุดแล้ว อยากมาก จะคลั่ง เรารู้แล้วว่าเราอยากสอนอะไร เราว่าจะทำอะไรอีกวะ อ่อ จะหาเอกสารรามสามวิชาที่ลงไว้ มาอ่าน เช็คตารางสอบออกยัง(ตอนแรกจะทิ้ง จะย้ายเอก ตัดสินใจ อย่าเลย พยายามก้าวไปก่อนเหอะ เราเห็นแล้วว่าการละทิ้งบางอย่าง นำปัญหามาสู่เราแค่ไหน แต่เราไม่เสียใจนะ หลายอย่างที่มาแทน ก็ดีอ่ะ เพราะชีวิตคือการเรียนรู้อ่ะ ยกเว้นเรียนรู้ที่จะสอนเลข สอนสังคมนะ ไม่อ่ะ เนี่ยตัวตกเลย กร๊ากกก) ก็นะ ตอนนี้ทำภาพ กับของทำบอร์ดคำถามก่อน (คำถามห้องสมุด) จัดไปทีละอย่างสองอย่าง เดี๋ยวก็เสร็จ

ใช้เงินทำงานมากไปไหม

คิดมาหลายวันแล้ว

ว่าเรานี่สันดานไม่ดี พอมีอะไร ก็แบบ อัดฉีด ให้เงิน ๆ
คือมาคิด ๆ ดูมันก็หลายเงิน ไม่ได้อยากให้มองว่างก หรือไม่งก
ใจดี ใจใหญ่ อะไร แต่มันแสดงถึงสันดานเรา ว่าเรานี่ไม่ค่อยใช้สมอง ใช้แต่เงิน
จนจะแย่แล้ว กินแกลบ
วันนี้ ลืมเอาชอกโกแลตให้นักเรียนช่วยงาน สัญญาไว้ ลืมมาสองวัน ก็ควักตังค์ให้ไป (สัญญากับเด็กว่าจะให้วันเกิด)
คือเราให้เพราะเราคิดว่าเป็นการรักษาสัญญา ไหน ๆ ลืมขนม (ขนมอ่ะมีอยู่แล้ว แต่ลืมหยิบใส่กระเป๋ามา)
ก็เลยให้เงิน เพื่่อให้เคลียร์ ๆ ไป

กับอีกกรณีพวกเรื่องอัดฉีดเงิน คือ เราคิดว่า เราไม่เข้าท่าแล้ว
ปากหนัก บ้าจี้ ดีที่นักเรียนเห็นใจ บอกว่าไม่ต้องให้ก็ได้
ขอบคุณนักเรียนมาก ไม่งั้นล่อไป 900

คือ เอาว่า ให้เท่าที่ให้ได้แล้วกัน บางทีคิดน้อยนะ

เงินเดือน 9000 (จะมาคาดหวังอะไรกับเรามากมาย – ด่าคนที่คาดหวัง) แม่ให้สี่พัน
ไม่มีรายได้อื่น ๆ อีก นิสัยส่วนตัว ขี้เกียจ
กับทำตามหน้าที่ ที่ต้องทำ และโอเค ทำได้ ไม่มีใครตาย
พูดยาก นี่หรือชีวิตเรา (ก็คิดบ่อยเหมือนกัน)

แต่ไม่เป็นไรหรอก นี่แหละชีวิตเรา
แค่ประหยัดเงินไว้หน่อยแล้วกัน ไม่มีใครว่าเรางกหรอก
ถ้ามีใครว่าเรางก
คนนั้น ก็คงสมควรได้รับความงกจากเรา เขาคงไม่สมควรได้รับน้ำใจจากเราจริง ๆ
(อย่างน้่อย เราก็ไม่เคยเบียดบังใครอ่ะ)

ต้องออมเงินให้เป็นนิสัย เผื่อไม่ได้ตายไปเลย แล้วเจ็บป่วยเรื้อรัง จะได้ไม่เป็นภาระของคนที่อยู่ข้างหลัง

เลิกทำนิสัยเป็นแม่บุญทุ่ม แพลน รายจ่ายเลย แค่ไหนแค่นั้น อย่าตัดสินใจฉับพลัน เสียหายหลายแสน อย่าใช้เงินทำงาน หัดใช้สมองให้มากกว่านี้ สมองฝ่อหมดแล้ว

(เข้าใจป่ะ เครียดอ่ะ คนมันเครียด เอาวะ ค่อยเป็นค่อยไป ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะแยะที่ต้องเจอ — เก็บเงิน ๆ)