ทุกคนล้วนดีใจเมื่อได้รับคำชม :-D กับแถมข้อคิดนิดหน่อย ก่อนนอน

Image

ภาษาอังกฤษคือข้อความคอมเม้นต์จากพี่เอ ครูที่ปรึกษาห้องที่เราไปช่วย
ซึ่งเราดีใจมากที่เห็นพี่เขาคอมเม้นต์เช่นนั้น ดีใจอ่ะ เราจึงตอบภาษาไทยไป เพราะไม่รู้จะตอบภาษาอังกฤษยังไง 555
ทว่า เรางงเม้นต์ยูทูบมาก ว่า เฮ้ยกดปกติ เม้นต์พี่เอหายไปไหน เราไม่ได้ลบนะ (เราลบเม้นต์ของเราสองอัน เพราะว่าเราสะกดวรรณยุกต์ตก — พิมพ์ผิด ขนาดอันที่โชว์ก็ยังมีผิด // โถ ชีวิต เคยทำอะไรถูกบ้างเนี่ย) คือกดปกติ ไม่เห็นอ่ะ นี่เรากดตรงจากอีเมลอ่ะ ถึงได้มีคอมเม้นต์ของพี่เอขึ้นมา หรือเราจะไม่เข้าใจระบบยูทูบ??? รีพลายแล้วต้นฉบับหายเหรอ ปกติไม่เคยรีพลาย เอาเหอะ อย่างน้อยเราก็ดีใจที่ได้รับคำชม อิอิ

….
เรื่องต่อไป เป็นเรื่องที่บ้านนิดนึง

คือแม่เราบอกเราว่า ป้าเอซังพี่สาวเรา เขาพูดกับแม่ เมื่อวันไหนไม่รู้ ว่า “ต่อไป หนูจะไม่พูดความจริงกับแม่แล้ว เพราะพูดความจริงไป แม่ก็ไม่ให้ กังวล เครียด ฯลฯ” แม่เขามาเล่าใส่เราว่าเขาไม่พอใจ และเขาจะคาดคั้นหาความจริงให้ได้ เราก็บอกแม่ว่า “แม่ปล่อยวางเหอะ” (ไม่ได้เยอะหรอก แต่แบบเข้าใจปากหมา ๆ พูดตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัดของเราไหม) เราก็แค่บอกแม่ว่า ยิ่งแม่ทำแบบนั้น ก็เท่ากับบีบบังคับเขา แล้วใครเขาจะอยากพูดความจริง ((ดูท่าแม่จะไม่พอใจ คือแม่เราไม่ค่อยสบาย เขาเคยผ่าตัดเนื้องอกใช่ป่ะ แล้วแบบไม่อยากให้เขาเครียดหรอก แต่ต้องยอมรับความจริง ว่าพวกเราเครียด เพราะแม่เขาไม่ปล่อยวางเลย )) ก็ไม่รู้นะ เราเปลี่ยนแม่เราไม่ได้หรอก

เออ แม่เราบอกว่าแม่เชื่อว่าเอจะต้องนัดไปเจอกับแฟนเขา (โถแฟนเขา เขามีแพลนจะแต่งงานกันแล้ว แม่ก็ยังแบบ เฮ้ยไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร เราไม่ได้เชียร์ใครออกหน้าออกตาเลยนะ เราแค่อยากให้ทุกฝ่าย คุยกันอ่ะ เพราะคำนึง เราฟังแล้วท้องขึ้นมาก คือ แม่บอกว่า แม่จะไม่ซื้อที่ให้เอปลูกบ้าน ((เรือนหอ)) แล้ว ((ที่ป๋าก็จะไม่ซื้อ แต่ให้ปลูกบ้านในสวนงูของเรา หน้าบ้านเราเนี่ยแหละ ที่ดินยังพอมี แม้ไม่มาก แต่ปลูกหลายชั้น อยู่ได้แน่นอน)) คือ เราว่าแม่เอาแต่ใจไปนะ แค่แบบไม่พอใจ แม่กะตัดบทเลยอ่ะเหรอ คือน้ำเสียงแบบนั้นเลยนะ แบบไม่พอใจ แล้วเหวี่ยงใส่เรา กะหาพวก ((เพราะเราเนี่ย เคยขัดขวางความรักของคนเขาไปทั่ว แต่ขัดขวางไม่สำเร็จเลยนะ จริง ๆ แล้วเปล่าเลย เราก็แค่สีสันของละครชีวิตของคู่เหล่านั้น แต่เราไม่ใช่ตัวเอก ยังไงก็ไม่มีผลกับความรักที่จริงจังจริงใจของคู่รักเหล่านั้นอยู่แล้ว 555)) แต่เราไม่ช่วยเสริมอ่ะ เพราะเรามองเห็นว่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยนะ แค่จะไปงานแต่งงานเพื่อน(พี่ปุ่นเพื่อนป.ตรีของเอซัง เรารู้จัก เซตนี้เขาสนิทกัน)เนี่ย แบบแต่งที่ระยองไง แต่พี่เมย์ ขับรถไปนะ ดีออกมีรถไป)

เอซัง พี่สาวเราเดินมาบอกว่า ถ้าแม่จะไม่ให้หนูไปงานแต่ง หนูก็จะไม่ไป แต่ขอให้รู้ว่า “หนูต้องกลายเป็นคนที่ผิดคำพูดกับเพื่อน” (คือเท่ากับคนอายุ 29 ปี ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจไปไหน มาไหนเองได้อ่ะ)

แต่สิ่งที่เรารู้คือ ส่วนตัวของเรา เรา(ตอนนี้เรายังอายุ 27 แม้ใกล้ 28) เราอ่ะ ถูกจำกัด มากกว่าเอเยอะมากอ่ะ (แต่เรารู้ว่าการจำกัดนี้ มีเหตุผลว่า “เป็นห่วงมาก”)
ขนาดเอ เอยังบอกแบบนั้นเลย อย่างเรานี่คงไม่ต้องไปไหนแล้ว ((หลายงานที่เราไม่ได้ไป เพราะเราไปไม่ได้ เรากลายเป็นคนหมดสมรรถภาพในการเดินทาง สูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ โดยเฉพาะถ้าแอบไป ส่วนตัวแทบไม่เคยแอบไป แค่แอบไปบ้านจุ๊บ แม่รู้ยังถูกหมาไล่ ไปงานศพของแม่เพื่อน พระยังไม่ทันสวด ก็เอาแท็กซี่ไปรับ (แม่เราเขาถือเรื่องงานศพ เขาไปงานศพไม่ได้ เราก็เลยกลายเป็นไปไม่ได้ด้วย แต่จริง ๆ เราไม่อยากให้มีหรอก มันเศร้า แต่ถ้ามันเกิดขึ้น เราก็ไม่ถือเป็นเรื่องน่ากลัว หากต้องไปไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย) เหล่านี้เนี่ย นานแล้วตั้งแต่เรียนตรี เราเลยไม่กล้าไปไหนเลย (ประสบการณ์การเดินทางแบบเลือดตก ตกรถ เยอะจัด) นอกจากเส้นรถไฟฟ้า ค่ารถเรายังไม่ค่อยจะรู้เลย วันนี้กลับบ้านกับลูกศิษย์ จะจ่ายค่ารถให้ลูกศิษย์ยังจ่ายไม่พอ เลย ลูกศิษย์ต้องออกเองบาทนึง แบบอายเด็ก เรารู้สึกว่าเราเอ๋อ — จิตตกนะ คืนนี้เราอาจจะเห็นผี เฮ้ย หรือมีวิญญาณมาบีบจมูก // บ้าแล้วอีนี่))

กับป๋าเรา ป๋าเราปล่อยนะ ปล่อยแล้ว ป๋าเขาด่าเราบ่อยมาก ว่าเราแก่แล้ว ก็ขนาดวันที่เราไปที่ทำงานป๋าเรา ที่ราชมงคลพระนคร ตรงเทเวศน์อ่ะ เพื่อนป๋าเขาถามเราว่าเรียนจบหรือยัง (หมายถึงจบตรี แบบเขาเห็นหน้าเด็ก ตัวเล็ก) ป๋าเราแย่งตอบเลยนะว่า เห็นมันอย่างนี้ มันอายุจะสามสิบแล้วนะ คือแบบว่าป๋าเรา เขาเหนื่อยหน่ายกับเรามาก ที่แน่ ๆ เรารู้สึกแปรปรวน เพราะป๋ากับแม่เรา คิดไม่ค่อยเหมือนกัน คนนึงปล่อย คนนึงไม่ปล่อย ปล่อยเลยเราก็ไปไม่ถูก สับสน กูเล่าอะไรอยู่วะเนี่ย เริ่มงง นอนก็ไม่นอน ตีสองแล้ว ((เมื่อตอนสี่ทุ่ม เราง่วงเผลอนอน ป๋าเราโทรมาบอกว่าเอซังทำไมไม่รับโทรศัพท์ แล้วก็คุย ๆ แล้วก็บ่นเราว่าทำไมเราไม่อาบน้ำ นอนหลับเหรอ แบบนะเครียด เลยไม่นงไม่นอนแล้ว คือแบบเข้าใจป่ะ เฮ้ย เราแทบไม่มีอะไรที่ตัดสินใจเองได้ โดยไม่โดนบ่นเลยอ่ะ หรือเราห่วยวะ เอาเหอะ ห่วยก็ห่วย (เรื่องเรียนต่อ ป๋าบอกว่า ไปจัดการเองเลย คือแบบป๋าไม่ติดขัดไร เราอยากทำไร ทำไปเลย — เรา เริ่มไม่ถูก เหอะ ๆ แต่เอาเหอะ เรียนรู้ หาข้อมูลไป)

ยอมรับสภาพ ((เราถึงชอบแต่งเพลง เพราะเราว่าเรื่องนี้เรื่องเดียวเป็นเรื่องที่เราตัดสินใจเองได้แบบไม่เดือดร้อนใคร แต่รู้ไหม ว่าป๋าเราไม่ชอบ เหอะ ๆ แต่เราไม่ซีเรียส เราไม่ได้ใช้เวลาทั้งชีวิตในการทำ ทำแค่เพลิน ๆ ถ้าทำอย่างอื่นไม่บกพร่อง ป๋าก็ไม่มีสิทธิ์ว่า –แต่แบบถ้าจะเวอร์ ๆ เนี่ย โดนด่าตลอดเลย เช่นเรื่องอยากทำห้องอัดเล็ก ๆ (เราจะทำเองนี่แหละ) เลยไม่ทำ ก็ร้องมันแบบห้องโล่ง ๆ เนี่ยแหละ))

แต่เราไม่เชิงว่าเสียใจ หรือเสียดายเวลาเลยนะ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเจอหรอกนะ เพราะเรารู้ว่าทุกอย่างที่เราทำ เราทำดีที่สุดแล้วจริง ๆ และถ้าเราประสบความสำเร็จในวันก่อน วันนี้ของเรา ก็อาจจะไม่เป็นอย่างทุกวันนี้ เราอาจจะไม่เข้าใจหลายอย่างเท่าวันนี้ เราอาจจะยโสมากเหมือนตอนเด็ก ๆ

ส่วนตัวเราคิดว่า (กับใครก็ตาม) เราจะไม่กดดันใคร  จะไม่คาดหวังในตัวใคร ช่างเหอะ
แค่ไม่เดือดร้อนเรา เราโอเคหมดอ่ะ
ใครดีกับเรา เราก็ดี
ใครไม่ดี เราก็หนีห่าง ๆ
และถ้ามีสิทธิ์เหนือใคร เช่นถ้ามีลูก (โถ มีลูก -*- ขำมาก ไอ้เด็กห้อง 2/11 ((โน้ตบุ๊คแบตจะหมดอีก)) ชอบมาทักว่า ครู ครูมีลูกสาวแล้วเหรอ เราก็เฮ้ย ยังไม่แต่งงานจะมีลูกสาวได้ไงวะ ใครเล่า เขาหมายถึงครูใหม่รึป่าว (เพราะน้องใหม่อ่ะ มีลูกสาวแล้ว) มันบอกว่าไม่ใช่ มันชี้เพื่อนมัน แล้วบอกว่า ไอ้นี่ชอบลูกสาวครูอ่ะ เราก็คิดว่า ท่าทางมันจะเบี่ยงประเด็นไม่ยอมสรุปคืนหนังสือซะมากกว่า แต่มาทำให้เรางงเรื่องลูกสาว แต่มันก็ทักทุกครั้งที่มา โคตรฮาเลย อาจารย์มาลัยยังหัวเราะกร๊าก แต่ขอโทษ ให้ฟ้าผ่าตายเลย อีชั้นยังไม่มีลูกไม่มีผัวค่ะ ((ไม่มีใครทนได้ 555)) กลับเข้าเรื่อง)) ถึงไหนแล้ว
อ๋อแบบ ถ้ามีหลาน หรือมีการเลี้ยงเด็ก เราจะไม่กดดันเขามาก เราจะเลี้ยงเขาเหมือนเพื่อน แต่ต้องมีกฎเกณฑ์ ((เด็กยังไม่เห็นการใช้กฎของเรา)) โดยเฉพาะเด็กเรา เพราะเราใช้เวลากับเด็กในช่วงค่อนข้างสั้น ๆ ตลอด และที่สำคัญ เราไม่ได้สอนพวกเขา เราไม่อยากกดดันพวกเขา (ยกเว้นบางคนที่ดื้อด้าน อาจเจอภาพยักษ์มารไปบ้างแล้ว)

เลยอยากให้เวลาเจอกัน เป็นเวลาที่ผ่อนคลายมากกว่า (กับเด็กทุกคนแหละ ถ้าเป็นไปได้)
เราเคยเห็นแม่เพื่อนบางคน เพื่อนเราเล่าทุกอย่างให้แม่ฟังหมด เพราะว่าแม่เขาไม่เคยว่า ไม่เคยซ้ำเติม แต่ไม่ได้ตามใจทุกอย่างนะ แค่เป็นผู้รับฟังที่ดี และคอยให้คำแนะนำอ่ะ (แต่ไม่ได้กดดันว่าต้องทำ ให้สิทธิ์ในการตัดสินใจ)

อยากทำให้ได้แบบนั้น

เล่าไปไหนต่อดี
แต่นะ เราจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีกว่านี้ก็แล้วกัน แต่ไม่ซีเรียส แค่เราไม่เดือดร้อนใคร ก็โอเคแล้ว แต่เราก็รักป๋ากับแม่ที่สุดแหละ
อย่างน้อยป๋าแม่ก็ไม่เคย นำพาใครมาด่าเราเสีย ๆ หาย ๆ หรือทำให้เราร้องไห้เพราะโกหกเรา เพราะป๋าแม่เราก็ปกป้องเราที่สุดแล้ว 555 ถ้ามีใครปกป้องเราได้เท่าป๋าแม่เรา เราคงรักมากเลย อิอิ และเราก็จะปกป้องเขาเช่นเดียวกัน รักอย่างมีเหตุผล ที่สมตามวุฒิภาวะ
(ถ้างง ๆ ก็งง ๆ เพราะเราก็เขียนไปแบบงง ๆ)

ปล.เราจะไปงานแต่งพี่เมฆลูกอาจารย์มาลัย จะกลับไงเนี่ย (เหอะ ๆ) อยากไปมาก ๆ  แถมงานแต่งงานตู่อีก (ของพู่นี่ไม่ได้ไปแล้วงานนึง) จัดที่เดียวกัน เฮ้อ เดี๋ยววันนั้นก็รู้ ไม่ต้องซีเรียส ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะแยะ
2:39

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s