ได้เงินเดือนแค่ไหน ก็ทำงานแค่นั้น ดิฉันไม่ใช่นางฟ้า

ตามนั้น

แล้วเมื่อไรจะเปลี่ยนเป็นการเอาเงินเข้าบัญชี มันเป็นภาระของทุกฝ่าย

Advertisements

ไม่ชอบเสื้อดำ งานศพอยากให้ใส่เสื้อขาว

เหตุผลคือ เสื้อดำ เสี่ยงถูกรถชน ได้กลายเป็นศพตามไป

ส่วนตัวเลยนะ
อยากชวนให้ใส่เสื้อขาว กระโปรงดำก็ตามใจ
เพราะเสื้อดำกางเกงกระโปรงดำ คุณจะเหมือนไม่มีตัวตน ถ้ารถมองไม่ดี จะขับรถชนคุณได้

ถือว่าชวน
อย่าหาว่าไม่ทำตามธรรมเนียมเลย
แต่งดำก็ไม่ได้แปลว่าจะเคารพอาลัยผู้วายชนม์ ได้มากกว่าแต่งขาว
กรุณานึกถึงสวัสดิภาพ เมื่อเดินทางกลางคืนด้วย

ด้วยความปรารถนาดี

จริง ๆ นะคะ

พอดีวันนี้ได้ยินเรื่องคนถูกรถชน แล้วคนขับรถเอาศพหลบไว้ข้างทาง แล้วหนีไปเลย
(อาจไม่เกี่ยวกับสีัเสื้อ แต่เขาเล่าว่า เหตุเกิดวันที่ฟ้ามืด คือเช้าแล้วแต่ฟ้ายังมืด)
ต้องแต่งตัวสีสว่างเข้าไว้ค่ะ
เราจะไปหาเสื้อสีขาวมาเพิ่ม สีมอ ๆ สีตกก็ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าแต่เดิมมันเป็นสีขาว
ไม่ต้องซีเรียสว่าต้องขาวโอโม่ ขาวบรีส ขาวแอทแทก
เป็นห่วงคนใส่ชุดดำเดินทางกลางคืน เป็นห่วงจริง ๆ

กล่องของเรา

แน่นอนทุกคนต้องเคยปรินท์ผิด ปรินท์เสีย
และสติกเกอร์ เวลาเสีย มันก็เซ็ง ๆ เพราะมันแพง และมันก็ยังมีกาว
วันนี้ก่อนเราจะตัดใจทิ้ง

เรามองกล่องขนม ตอนแรกจะเอาเป็นกล่องใส่ดินสอให้เด็กยืม

แล้วคิดว่า เออ ถ้าเอามาทำให้กล่องมันเปลี่ยนลายก็คงดี

เลยนั่งแปะ (ไม่ค่อยแน่นหรอก มีเผยอบ้าง  แต่ถ้าไม่ทำอะไรแรงมาก สติกเกอร์คงไม่หลุด)
ได้ตามที่เห็น เรียงลำดับเลยนะ 555

สติกเกอร์

แปะไปทั้งกล่อง

และ

ถ้าแปะสติกเกอร์ใสคงทนขึ้น แต่ไม่หรอก เปลือง เราแค่อยากกลบกล่องขนม

ขาวดำ เป็นแพทเทิร์นที่ไม่เคยล้าสมัย
อิอิ

เดี๋ยวเอนทรี่หน้า จะเอารูปรวมแบบอัพโหลดขึ้นเอง เหตุผลคือ จริง ๆ อยากอัพรูปเข้าเวิร์ดเพรสเลย แต่กลัวที่เก็บรูปหมด
นึกถึงไง ว่าถ้าสักวันเฟสบุ๊คพัง จะไม่มีรูป
ระหว่างเฟสบุ๊คพังกับเวิร์ดเพรสพัง อะไรจะพังก่อนกัน
555
แต่เอาเหอะ ปล่อยวาง

ทำตามได้นะจ๊ะ เราก็คงทำตามคนอื่น ๆ ในโลกนี้เหมือนกัน อิอิ

ถ้าเราสอน เด็กตอบเราแบบนี้พอ

 

“อาจารย์คะ การทำรายงาน ไม่ใช่การคัดลอกข้อมูลจาก Google มาส่งหรือคะ?”

สิ่งที่บริษัทต้องการจากพนักงานระดับปริญญาตรี ไม่ใช่ทักษะการค้นหาข้อมูลจาก Google หากเป็น “กระบวนการคิด” ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัทมีชัยชนะเหนือคู่แข่ง

ในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย สิ่งที่สร้างความชอกช้ำให้ผมที่สุด ก็คือ การที่นักศึกษาถามผมว่า “การทำรายงาน ไม่ใช่การคัดลอกข้อมูลจาก Google มาส่งหรือคะ?”

ผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาที่ผิดพลาดมาหลายสิบปีได้ หน้าที่ของผมจึงมีเพียงสอนนักศึกษากลุ่มเล็ก ๆ ในมือให้ดีที่สุด

อย่างวิชา “อาเซียนในโลกยุคใหม่” ผมจึงทำได้เพียงสร้างโลกเล็ก ๆ ของผมขึ้นมา นั่นคือ การสั่งทำรายงานแบบพิเศษ โดยมีเนื้อหาเพียง 3 หน้ากระดาษ

จุดประสงค์คือ…การบีบบังคับให้นักศึกษาใช้ความคิดว่าจะใส่อะไรลงไปในพื้นที่จำกัดเพียง 3 หน้า โดยไม่สามารถไป copy ข้อมูลจาก Google มาแปะให้รุงรัง เพื่อใช้กระดาษ 100 แผ่นกลบเกลื่อนเนื้อหาที่ตนเองเขียนไม่ได้เรื่อง

หรือไม่ได้มีส่วนที่เป็นความคิดของตนเองเลย (Original) หากเป็นการนำขยะความรู้จากที่ต่าง ๆ มากองรวมกัน

นี่คือบทสรุปสิ่งที่ผมได้เรียนรู้

::::::::::::::::::

• 1. “วัฒนธรรมกลัวผิด”

เนื่องจากระบบการศึกษาไทยยังไม่กล้าให้รางวัลกับการคิด
เพราะการให้คะแนนกับความคิดจะมีความเป็นอัตวิสัยสูง เปิดช่องให้นักศึกษาฟ้องร้องอาจารย์ได้ว่าให้คะแนนไม่เป็นธรรม

การตัดสินว่าความคิดของใครดีกว่าใคร ใครถูกต้องกว่าใครเป็นเรื่องยาก

ผลทำให้เหล่านิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่ มีความเชื่อว่าสิ่งที่เราคิดเองมักจะไม่ดี แต่สิ่งที่อ้างอิงจากตำราหรือผู้เชี่ยวชาญจะมีความปลอดภัยสูงกว่า

เมื่อนักศึกษาเชื่อแบบนี้ก็ย่อมไม่กล้าคิด ทำให้ต้องเลือกข้อมูลจาก Google ในส่วนที่เป็น “ข้อมูลดิบ”

เช่น จำนวนประชากรอาเซียนมีเท่าไร พื้นที่ของประเทศอินโดฯมีกี่ ตร.ม. เพราะนี่เป็นข้อมูลที่ไม่มีวันผิดพลาด

ทำให้พฤติกรรมการ copy ที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์อยู่แล้ว กลับยิ่งมีประสิทธิภาพต่ำลงไปอีก

เพราะเต็มไปด้วยข้อมูลแบบกว้าง ๆ ครอบจักรวาล ซึ่งรู้ไปก็ไม่ได้อะไร เต็มไปด้วยตัวเลขที่รู้กันอยู่แล้ว ไม่มีอะไรน่าสนใจให้ใช้ในการต่อยอดเลย

:::::::::::::::::::

• 2. นักศึกษาแต่ละคนมีศักยภาพและความถนัดที่แตกต่าง เราจึงควรเปิดกว้างและออกแบบกระบวนการพัฒนาความคิดให้เหมาะสมกับแต่ละคน

ผมไม่สนใจว่า นศ.จะรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับอาเซียน แต่ผมใส่ใจว่าเขาจะมอบความรู้ ความคิดอะไรให้อาเซียนบ้าง โดยไม่สนใจว่าจะผิดหรือถูก

สิ่งสำคัญคือ การใส่มุมมองของตัวเองเข้าไป กล้าที่จะต่อยอดองค์ความรู้จากสิ่งที่มีอยู่แล้ว

สิ่งที่ผมได้เจอก็คือ…นศ.บางคนเมื่อเข้าใจแล้ว ก็สามารถทำรายงานออกมาได้น่าสนใจ

อย่างกรณีวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การปรับปรุงแหลมฉบังของไทยให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ท่าเรือน้ำลึกทวาย โดยมีคู่แข่งคือประเทศสิงคโปร์

ทำให้ผมอดปลื้มไม่ได้ที่สามารถช่วยให้พวกเขามีความกล้าแสดงออกและใส่มูลค่าเพิ่มทางความคิดเข้าไป โดยไม่ต้องสนใจคุณวุฒิและประสบการณ์ที่น้อยนิดของตน

แต่ยังมี นศ.บางคนไม่สามารถวิเคราะห์ได้ดี ยังคงคัดลอกจาก Google มาเป็นหลัก

ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนว่า การเน้นที่การวิเคราะห์อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
หากการใส่มูลค่าเพิ่มของตัวเองเข้าไปสามารถทำได้ผ่านการเล่าประสบการณ์การท่องเที่ยวในอาเซียนของตนเอง

—-

แม้ว่าเราจะไปเยี่ยมชม “เจดีย์ชเวดากอง” เหมือนคนอีกหลายล้านคนในโลกใบนี้

แต่อัตลักษณ์ความเป็นตัวเรา ช่วงเวลาที่ไป และสถานการณ์ที่พบเจอ ก็อาจทำให้เรามีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับ Creative Economy มากกว่าความจริงแบบเครื่องจักรกล

ผลปรากฎว่า มี นศ.บางคนสามารถพลิกเปลี่ยนตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เพียงแค่เปลี่ยนเกณฑ์วัดคะแนน…จากการวิเคราะห์มาเป็นศิลปะการเล่าเรื่อง

เราก็จะได้ผลงานคุณภาพเพิ่มขึ้นอีก 1 ชิ้น

เมื่อมองไปสู่ห้วงอนาคต ผมก็ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย หากทว่าการจะทำให้คนไทยปลดปล่อยความสามารถออกมาให้ชาวโลกได้รับรู้นั้น เราต้องมีใจเปิดกว้างในการให้รางวัลกับความสามารถที่แตกต่างกันไป

โดยไม่จำเป็นต้องวัดเป็นตัวเลขเหมือนในยุคเครื่องจักรกล

::::::::::::::::::

Credit : อ. เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ ์| Siam Intelligence

#Life101Page #Education

Unlike · · Share · October 28 · Edited

เบื่อเวลาคนมาใกล้ ๆ ตัวตอนทำงาน

image

image

มันคือโต๊ะเก่าของพี่คนเก่า
เราไม่โกรธโต๊ะหรอก
แต่เราแค่เบื่อ

พี่เขาทำลิ้นชักไว้เก็บเงิน ล็อกกุญแจได้
พอพี่คนนั้นย้าย น้องในห้องอีกคน ที่มาก่อนเราสี่เดือน ก็ใช้ใส่เงิน
พอเรามา เราไม่ใส่เงิน น้องมันขอใส่ตามเดิม

เราไม่ได้โกรธ แต่เราแม่งรำคาญ ที่ว่าขนาดโต๊ะทำงาน ยังต้องถูกหารส่วนเป็นที่เก็บสมบัติคนอื่นเลย เคยจะหาทางย้ายให้น้องมันไปเลยนะ
แต่ก็ไม่ได้ด้วยอะไรไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ถ้าเปิดเทอม มีเก็บเงิน ก็ต้องมาไขอีก บางทีเราไม่นั่งโต๊ะเลยนะ รำคาญเวลามันจะขอไข มันขอตลอดแหละ แต่เข้าใจป่ะ

อะไรที่ไม่ได้เป็นของเรา 100% เราขอไม่เอามาเป็นของเราซะดีกว่า รำคาญ

ปลง
ทำใจ

รู้งี้แต่แรก เราบอกว่าเราขอดีกว่า แล้วซื้อกุญแจโซโลมาใส่แทน มันจะได้เป็นของเราทั้งโต๊ะ

คิดได้ก็สายซะแล้ว เบื่อ

ถ้าเรามีโอกาส นี่คือสิ่งที่เราอยากสอน

สำหรับเรา คนเก่ง คนฉลาด มันไม่ได้สำคัญนัก เราอยากสอนเด็ก ให้เด็กรับรู้และปฏิบัติในสิ่งที่จะทำให้เขาไม่เป็นภาระของคนอื่น ไม่สร้างภาระให้สังคม (เพราะหลายคนที่เก่งที่ฉลาด ก็เอาเปรียบคนอื่น เห็นแก่ตัว สร้างภาระให้สังคม)

พูดยาก ถ้าเราเป็นภาระของใคร กรุณาบอก แต่ก่อนบอก ก็ควรมองตัวเองด้วยว่าก่อเหตุให้เกิดภาระซะเองด้วยหรือเปล่า

ฉะนั้นทางที่ดีที่สุด ตรงไหนพอจะลดภาระคนอื่น ในส่วนที่สามารถจัดการเองได้ทุกคน ควรทำซะ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของสังคม หลายคนเรียนน้อย ไม่ฉลาด แต่ก็ไม่เคยทำตัวเป็นภาระ หรือเพิ่มภาระ

เราก็ต้องพยายามไม่เป็นภาระ สู้ ๆ (นึกถึงอะไรขึ้นมาไม่รู้ หลายเรื่อง) ตนเป็นที่พึ่งของตน ดีที่สุด


ข้างบน คือ เราเขียนใส่ไทม์ไลน์ของไลน์
แต่ในนี้เราจะเพิ่ม

เราอยากสอน วิชา
1. การกรอกแบบฟอร์ม มีหลายอย่างในชีวิตประจำวัน ที่ต้องกรอกแบบฟอร์ม ทว่าหลายคนกรอกมาเหมือนเอาเท้าเขียน แล้วก็ยับเยินมาอย่างกับเศษขยะ
2. การหาหนังสืออ่านเอง ที่สอนดิวอี้กับLCCอ่ะ ดูได้ที่ยูทูบเรา การอ่านหนังสือ เป็นการย่อประสบการณ์ และอาจทำให้หาทางเพิ่มรายได้ได้ (เลิกเล่นเกมไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับอาชีพเสริม)
3. การมีน้ำใจกับคนอื่น ๆ โดยไม่ต้องเสียตังค์สักบาท เช่น การเอาของไปบริจาค การช่วยจัดโต๊ะเก้าอี้ในร้านอาหาร การช่วยเก็บขยะไปทิ้งถังขยะ
4. การแบ่งปันเทคนิคดี ๆ ที่ตนเองใช้แล้วได้ผล ให้คนอื่นประหยัดเวลา เหมือนที่เราโพสต์บล็อกสอนแต่งเพลง แม้อาจจะไม่มีประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ แต่แค่คนไม่กี่คน อ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจ เราก็ดีใจมาก
5. การพยายามหาทางคิดเครื่องทุ่นแรง และแจกจ่ายไป ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างให้มากที่สุด อย่าปล่อยให้เป็นสินค้าราคาแพงที่เกินเอื้อม เพราะความร่ำรวย อาจไม่สามารถสร้างความสุขที่แท้จริงได้

(ส่วนตัว ถึงแม้เราจะไม่รวย เราก็ไม่ทุกข์ แต่ถ้าไม่รวย ไม่ก้าวหน้า และยังถูกเอาเปรียบอีก เราคงไม่ทนหรอก)

เออข้อสุดท้ายดีกว่า
คือสอนให้ดูแลสุขภาพ คนรวยก็จนลงได้ถ้าป่วย และเงินก็ไม่สามารถซื้อชีวิตได้

จำไว้