เรื่องที่เราสะอึกคือเรื่อง

กลัวไม่เคลียร์ จาก

https://iampranitee.wordpress.com/2013/10/02/%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87-%E0%B9%86-%E0%B8%99%E0%B8%B0/

ที่ว่าคุยเมื่อวาน แล้วเราสะอึกคือ
เราแต่งเพลงแดนซ์ไม่ได้
แล้วเขาบอกให้เราไปแดนซ์ ไปผับ

นั่นไม่ใช่ทางของเรา เราไม่ไป หัวเด็ดตีนขาด เราก็ไม่ไป ผับ ไม่ใช่ที่ของเรา

เราชอบอยู่บ้าน ชอบกินอาหารอร่อย เดินตลาด เราคงไม่ไปผับ ต่อให้พี่กิตพาไป ก็ยิ่งไม่ไป ไม่ได้ไม่ไว้ใจพี่กิต แต่เป็นเพราะ ชีวิตเรา ไม่มีความจำเป็นต้องไปผับ เราจึงไม่ไป (พี่กิตแกเชี่ยวชาญเรื่องผับ โดยเฉพาะซอย4 – แซวตลอด)

เราอาจจะฮึดแต่งเพลงแดนซ์ได้ก็ได้นะ เพื่อนประกาศให้โลกรู้ว่า หน้าป้า ๆ อย่างข้า ก็จินตนาการเพลงแดนซ์ได้ โดยที่ไม่ต้องไปผับ

เอิ๊ก ๆ

ถึงเราจะเป็นครูหรือไม่เป็นครู (บางคนอาจนึกว่าเราห่วงภาพลักษณ์) เราก็ไม่รู้ว่าทำไมเราต้องไปผับ และเราชอบเต้น เพราะ ส่วนใหญ่ มันต้องทำอะไรสักอย่าง เราเลยเลือกเต้น ถามว่าอยู่ดี ๆ ไม่มีเหตุอะไร กูจะลุกไปเต้นไหมคะ กูไม่ใช่คนบ้านะคะที่อยู่ดี ๆ เต้น
(อย่างเต้นที่งานโรงเรียน เต้นเพราะไม่อยากแหกปากร้องเพลง ไม่อยากทำร้ายหลอดเสียงตัวเอง ก็เลยเลือกไปเต้น แค่นั้นเอง)

 

เรารักบ้านรักครอบครัว รักตัวเอง // อ่านการลาออกครั้งสุดท้าย รู้สึกเหมือนคนแต่งหนังสือเลยอ่ะ อยากอยู่เฉย ๆ (เกี่ยวไหมเนี่ย ยกตัวอย่างให้คนอ่านงงซะเปล่า ๆ) ให้จู่ ๆ เราวิ่งเข้าหาที่อโคจร เราคงไม่ไปให้โง่หรอก 555

 

อยากแต่งเพลงแดนซ์ เต้นแอโรบิคแล้วคิดเอา

แหมถ้าคนไปผับแล้วแต่งเพลงได้ ป่านนี้คนมันก็แต่งเพลงได้ทั้งผับแล้วพี่ชายข้า 555  เอ้ย เรียกผิด ต้องพี่สาวสิ รักจังเลย พี่สาวข้าหวาน ๆ
รักพี่เท่าที่ใจฉันอยากรัก (แปลงเพลงพลพลเขาอีก)