เรียน UTQ ได้แง่คิดอย่างนึง (อยากให้อ่าน มีในส่วนของการปฏิบัติ)

บางที ถ้าเราเรียนออนไลน์ในวิชาที่ไม่ชอบ
เรียนให้ตายห่าไป ก็สอบไม่ผ่าน
เพราะว่าข้อสอบเป็นข้อสอบนำไปใช้
มันไม่ได้ท่องได้ทั้งชีตแล้วจะสอบได้
เราอ่านทั้งชีต เรายังคิดไม่ได้เลย
ทั้งวิชา แนะแนว กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และปฐมวัย
ตกเป็นสิบ ๆ รอบแล้ว ก็ยังไม่ผ่าน ยิ่งทำ คะแนนก็ยิ่งต่ำลง 12 11 8 ลงไปเรื่อย ๆ จนท้อ
ในขณะที่วิชาที่เซิร์ชเอนจิ้นได้ วิชาที่เป็นปรนัย โอเคเราผ่าน เช่น วิชาบรรณารักษ์

เราเลยมาคิดว่า บางครั้ง มันน่าจะมาจากธรรมชาติของวิชาผสมกับอคติในใจเรา ทำให้เราไม่มีทางเข้าใจวิชานี้

แต่ช่างเหอะ ในชีวิตจริง เราก็ทำตามคำสั่ง จบ
(กร๊ากกก อคติ ล้วน ๆ )

แต่ระหว่างที่เครียด เราไปเรียนวิชาบรรณารักษ์ แบบที่เป็นเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูล

เราได้สิ่งที่ควรทราบ แบบนี้มาฝาก

โจรกรรมทางวรรณกรรม ลองอ่านดูค่ะ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1

แนะนำให้รู้จักเว็บ ในยุคต่าง ๆ
http://rattanasak.jigsawoffice.com/content/content.php?mid=2862&did=340&tid=4&0

และสุดท้ายน่าจะมีประโยชน์มาก เวลาที่นักเรียนมาถามว่า อยากรู้นั่น อยากรู้นี่
คำค้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
http://www.google.com/intl/th_th/insidesearch/tipstricks/all.html

อ่านดูค่ะ แล้วจะรู้ว่า อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์มาก ๆ

ก่อนไป
ทิ้งท้ายแบบนี้

สิ่งที่เป็นสาระจริงๆนั้น ไม่ใช่ว่าคุณจะฉลาดแค่ไหน แต่เป็นว่าคุณใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างไร
มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่ง ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เคยถูกถามว่า 1 ไมล์มีกี่ฟุต ไอน์สไตน์ตอบว่า ผมไม่ทราบ ทำไมจะต้องจำข้อมูลเหล่านี้ให้รกสมองในเมื่อผมสามารถค้นหาคำตอบได้ภายใน 2 นาที จากหนังสืออ้างอิง

จากหนังสือเล่มแรก ๆ ที่ชีวิตเราได้อ่าน http://www.sarut-homesite.net/2010/11/blog-9-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%86%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD-the-magic-of-thinki/

โฆษณา

แนะนำให้เด็ก ๆ อ่าน

ยืมห้องสมุดมา

เหมาะกับเด็ก ๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกอาชีพ

ขอตัวอ่านก่อน

ดี มีประโยชน์แน่นอน ให้ลูกหลานอ่านแบบนี้เยอะ ๆ ช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์

image

แก้ปัญหาความซ้ำซ้อนและคืนหนังสือไม่ออกจากระบบ

image

image

image

นี่คือบันทึกการอ่านของ ราชวินิตบางแก้ว เห็นแม่วางไว้เลยจิ๊กมาถ่ายรูป

ทุกโรงเรียนคงมี

โรงเรียนที่เราทำงานก็มี

แต่ทำไมงานรักการอ่านในโรงเรียนเราถึงยังซ้ำซ้อนมาก โคตร จะเยอะไปไหน

เรื่องคือ บันทึกเนี่ย เด็กที่ ร.ร. ก็ต้องเขียน แต่ชอบมาแจกเอาตอนท้ายเทอม  มันก็ต้องปั่นกันตาหูแหก ตู้หนังสือในห้องสมุดถึงขั้นเละเทะชิบหายวายป่วง ซึ่งนี่คือปัญหาที่ห้องสมุดเจอ

กับอีกปัญหาคือ เด็กคืนหนังสือแล้ว แต่คนทำ ทำไม่ดี ทำไม่ออก บางทีก็ทำเบิ้ลเป็นเข้ายืมอีกรอบ ซึ่งมันเป็นผลมาจากการบังคับยืม เทอมละ 10 เล่ม ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เด็กรักการอ่านเลย แต่ช่วยให้เด็กเกลียดห้องสมุด เกลียดครูห้องสมุด ไปโดยปริยาย

รีบ ๆ ยืม ผลคือไม่ออก กลายเป็นพอจะยืมเล่มใหม่ เลยยืมไม่ได้ เพราะระบบฟ้องว่า ยังไม่คืนเล่มเก่าที่ยืมไป
เด็กบางคน ที่บ้านมีเงิน ยอมเสียเงินแจ้งเป็นทำหนังสือหาย เสียค่าปรับ 1.5 เท่า ของราคาหนังสือ เพราะขี้เกียจไปค้นหนังสือบนชั้น (ชั้นที่เละ เพราะบังคับยืม จนมันเละ ไม่มีปัญญาจะเอาเวลาที่ไหนไปจัด)
แต่บางคน มั่นใจว่าคืนแล้ว ก็ต้องเสียเวลาค้นหนังสือ

เราเคยเสนอว่า ทำไมไม่ให้ยืมคืนเครื่องเดียวกันไปเลย เพราะ
– เด็กจะได้ไม่ต้องต่อแถวสองรอบ
– ชวนให้เด็กถือเล่มคืนและยืมมาเลย คืนเสร็จ ก็ยืมเลย (ทำพร้อมกันได้) ปัญหาเรื่องขี้เกียจต่อแถวยืม หลังจากต่อแถวคืนนาน ก็จะหมดไป ต่อแถวเดียว ได้ทั้งคืนและยืมไปเลย แต่กลับไม่ได้ “เขา” บอกว่า มันทำให้เจ้าหน้าที่สับสน 

สุดท้าย เราเลยอยากช่วยเด็กสุด ๆ ด้วยการ เลิกเล่า (มาคืนหนังสือ ต้องเล่าสรุป -”- บ่มเพาะการเป็นมลพิษในห้องสมุด ให้เด็กเอาติดตัวไปทำสันดานเสียในห้องสมุดอื่นนะ ข้อนี้เราโคตรเกลียดมาก อย่าหาว่าเกลียดอย่างไหน จะได้อย่างนั้น เพราะเกลียดจริง ๆ เกณฑ์ก็เกลียดจะแย่แล้ว ยังเกลียดเด็กที่มาเล่ามั่ว พอเราให้บัตรคืน ก็หัวเราะชอบใจที่ครูแม่งโง่ เล่ามั่วก็ยังผ่าน หลัง ๆ เราไม่อยากนั่งรับคืนเลยนะ เหตุผลคือ ประสาทเสีย เสียสุขภาพจิต) เลิกเล่า แล้วหันมาจดลงบันทึกรักการอ่านไปเลยทีเดียว ทำทีเดียว ได้สองงานเลย คือ งานภาษาไทย และงานคุณลักษณะห้องสมุด
พอมาคืน หนังสือที่ยืมไปเขียนบันทึกรักการอ่าน ก็แค่ส่งเล่มบันทึก เปิดหน้าที่บันทึก ส่งพร้อมหนังสือที่ยืมไป เพิ่มนิดตรงชื่อหนังสือ ให้เขียนเลขทะเบียนหนังสือลงไปด้วย
แล้วพอมาคืน เจ้าหน้าที่คนนึงจะยิงสแกนเล่มออกจากระบบ  อีกคนจะเซ็นชื่อในบันทึกการอ่านว่าคืนแล้ว (เขียนชื่อคนยิงสแกน และชื่อตัวเอง) แค่นี้ก็ใช้ยืนยันเวลาหนังสือไม่ออกได้แล้ว
และคนนับคุณลักษณะให้เป็นครูไทยไป
ใครจะลอกเพื่อนไปส่งบันทึกก็ช่างหัวมันเหอะ แค่มันลอก มันก็ได้อ่านแล้ว จะเอาอะไรกับมันนักหนา

และถ้าใครไม่ยืมหนังสือจากห้องสมุดก็ช่างเหอะ แค่บันทึกครบก็คือผ่าน

หรือใครมายืมห้องสมุด อ่านเล่น ไม่บันทึกก็เรื่องของมัน (คงไม่ให้เล่า รำคาญ งี่เง่ามาก) แต่เวลาคืนก็จะไม่มีหลักฐานให้เจ้าหน้าที่เซ็นยืนยันการคืน ดังนั้นยืมแล้ว เอาไปบันทึกรักการอ่านเหอะ

ไม่ต้องกลัวว่า ห้องสมุดจะเงียบ เพราะเด็กกลุ่มดี ๆ ที่รักการอ่าน ก็พอมี  ไม่ใช่ไม่มี

เราต้องทำให้สมุดให้เป็นแหล่งค้นคว้า ไม่ใช่นรกสำหรับคนที่ไม่ได้อยากอ่านหนังสือในห้องสมุดนี้

เราต้องการให้แก้ปัญหา
– การบังคับยืม
– การเล่าสรุปที่ 90% มันเล่ามั่ว ไม่เชื่อมานั่งช่องคืนดิ
– การที่คืนหนังสือไม่ออก
– การที่เล่มรักการอ่านแจกช้า และแย่พอกันคือการบังคับให้เขียนอย่างบ้าคลั่ง

สงสารเด็กยุคนี้
ไม่รู้จะช่วยได้เมื่อไร

เซ็ง ถึงขั้นไม่นอน ขอมาระบายความรู้สึก

อยากรู้จริง ๆ ว่า มีใครมองเห็นปัญหาเหมือนเราบ้างไหม?