ส่วนตัว กลัวเขาเกลียด

image

ไม่เริ่มต้น จะได้ไม่จบ
ชัดเจนเมื่ิอไร เราคงได้รักกัน
พูดถึงใคร ช่างเหอะ แค่จะบอกว่าโลกนี้ไม่ได้มีด้านเดียว

ง่วงสุด ๆ แล้ว แค่อยากโชว์แง่คิดอะไรนิดหน่อย

ความสวยเป็นเรื่องของแสง

image

มันก็ไม่สวยหรอก ก็ดัดจริตถ่ายไป
(ชื่อเอนทรี่ เป็นชื่อบทความหรืออะไรสักอย่างของสรรสาระนานมากแล้ว)
เราชอบมาก ความสวยเป็นเรื่องของแสง

ช่างมัน
แต่ขอเล่าพลอตที่ว่าจะเล่า

มันเป็นเรื่องจริง ปนเรื่องแต่ง ตรงไหนก็ช่าง
อ่านไปฮา ๆ


ในการอบรมครูคณิตศาสตร์ ในห้องช่างหนาวแอร์มาก เจ๊หวีให้ฉันหาคนถ่ายรูปฉันคู่กับเจ๊หวี เพื่อไปยืนยันกับ ผอ. ว่าพวกเราไม่ได้โดดอบรม ฉันมองหาช่างภาพ ซึ่งจะเป็นใครอื่นไม่ได้เลย เขา ผู้ซึ่งเดินไปเดินมา และดูท่าทางว่าจะเป็นผู้กว้างขวางประจำสถานที่แห่งนี้

คุณคะ ฉันเอ่ยปากถาม พร้อมยื่นกล้องดิจิตอลกระป๋องกระแป๋งให้เขา
คุณช่วยถ่ายรูปให้พวกเราหน่อยได้ไหมคะ
ฉันกับเจ๊หวียิ้มปากกว้าง
เขาลั่นชัตเตอร์ แชะ
เรียบร้อยแล้วครับ
พร้อมส่งกล้องคืนให้ฉัน
ขอบคุณค่ะ ฉันกล่าวขอบคุณพร้อมรับกล้องคืน

ไม่มีบทสนทนากันมากกว่านี้

ฉันยังคงนั่งหนาวเหน็บ คือแอร์ตกใส่พอดี
ส่วนเขานั่งโซนหลังของฉัน แต่ตำแหน่งไหน ก็ไม่สามารถระบุพิกัดได้

พอเย็น เลิกประชุม
ฉันรีบวิ่งไปฉี่ เพราะปวดมาก เนื่องจากหนาวแอร์
พอฉันออกจากห้องน้ำ เดินออกมาตรงทางเดิน
ฉันเจอเขา เขาที่ถ่ายรูปให้ฉัน
เขาคงจะมาห้องน้ำเหมือนกัน แต่เขาเดินตรงมาที่ฉัน แล้วพูดว่า พรุ่งนี้อย่าลืมเอาเสื้อกันหนาวมานะครับ จะได้ไม่หนาว

เวลานั้นเป็นฤดูร้อน แต่แอร์ก็ทำให้ฉันจดจำผู้ชายคนนึงได้ ด้วยคำพูดที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใย

(นอกเรื่องนิด ถุ๊ย อะไรของแก
เฮ้ย นี่เรื่องจริงนะตอนเราอายุ 25 แต่ขอโทษเหอะ เราจำหน้าผู้ชายท่านนี้ไม่ได้ว่ะ แต่เรื่องนี้ทำให้เราอยากผูกเรื่องเป็นเอ็มวี เพราะชีวิตจริง เราคงสัมผัสความโรแมนติกแบบที่จะเขียนนี้ได้แค่ในฝัน เพราะเรากลัวความจริงอันโหดร้าย ความจริงที่ว่า โลกนี้คงไม่มีใครทนชีวิตงี่เง่าอันแสนจะน่าเบื่อของเราได้ เฮ้อ ช่างเหอะ เรามันน่าเบื่อ เรื่องแต่งปนเรื่องจริง อย่าไปซีเรียส เราชอบ เราก็เขียน)

ผ่านไป สองปี
ฉันกลับมาสู่อาชีพที่วิ่งหนีมาทั้งชีวิต แต่เพราะเป็นอาชีพที่ทุกคนอยากให้ฉันเป็น
ฉันจึงต้องเป็น
ฉันไปทำงานวันที่สอง ฉันก็ร้องไห้น้ำตาท่วมผู้ที่ฉันนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง หลายคนมโนไปว่าฉันถูกผู้ใหญ่ท่านนั้นด่า หลายคนอาจจินตนาการไปว่าฉันถูกผัวทิ้ง บ้าฉันไม่เคยมีผัว ที่ร้องไห้ขนาดนั้น เพราะฉันไม่อยากเป็นอาชีพนี้ และฉันเครียดว่าฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ไง(วะ)

ฉันเศร้าถึงความงี่เง่า วันรุ่งขึ้นฉันหยุดงาน และพยายามติดต่อทุกคนที่น่าจะมาทำงานแทนฉันได้ แต่ไม่มีใครรับสาย
สุดท้ายฉันต้องกลับมาทำงานอยู่ดี

แล้วฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่ง
(เฮ้ยเมื่อยแล้วว่ะ)
เขาหล่อดีนะ แม้จะดูดุไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร เพราะฉันชอบผู้ชายขี้เก๊ก 555
เขาเป็นใครหว่า

(ย้ำว่ามีจริงปนแต่ง อย่าทายตัวบุคคล เพราะมันจะทำให้เราลำบากใจมาก)
เขาเป็นใครก็ช่างเหอะ แต่ฉันกลายเป็นคนที่ได้ทำงานร่วมกับเขา และสร้างปัญหาให้กับเขา
บอกเลย ฉันรู้สึกเป็นตัวปัญหา แทบอยากจะแทรกแผ่นดินเลยดีกว่า แต่ปัญหาไม่ได้มาจากการปกป้องเขา หากแต่มาจากปากหมา ๆ ที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์เป็นสันดานของฉัน

ฉันผ่านปัญหามาได้ แบบบอกไม่ถูก แต่นั่นทำให้ฉันไม่อยากไปเกี่ยวข้องกับเขา เพราะกลัวจะไปสร้างปัญหาให้เขาอีก

ฉันก็อยู่ห่าง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

เราเหมือนคนคนละชั้นกัน
เขาดูสูงศักดิ์ แต่ฉันดูโง๊โง่
ฉันต้องเจียมกะลาหัวว่าวันนี้ ฉันเห่ย และไม่ควรสะเออะไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขา

ซึ่งฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเขาคิดอะไรหรือเปล่า
นอกจากมองเห็นฉันเป็นตัวปัญหา

(เออ ยิ่งเขียนยิ่งเหมือนจะหลุดโทน)

ช่วงที่ฉันเศร้า ฉันจะออก
ฉันกลับตัดสินใจไปลาเขา
เขาให้คำแนะนำเยอะมาก
ซึ่งมันทำให้ฉันดีใจ

แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ออก
เพราะเงินเดือนขึ้น (ตกลงจะโรแมนติกหรือจะเล่นตลกคาเฟ่)

ฉัน
ตัดบทเลยดีไหม ง่วงนอนว่ะ

เอาว่า ฉันชอบแอบถ่ายรูปเขา
เพราะเขาน่ารัก

เขาทำให้ฉันคิดถึง ผู้ชายที่ให้เอาเสื้ิอกันหนาวมา
คือนึกถึงไง รู้สึกอบอุ่น

ตัดจบเลยแล้วกันว่า เอ็มวีนี้ ให้เขาคือผู้ชายคนเดียวกันนั้น
และสุดท้ายให้เขาแอบถ่ายรูปฉันกลับบ้าง

คิดถึงเหมือนกันไรงี้

…..
ที่เอามาผูกเรื่องกัน

เพราะมีพี่ผู้ชายคนนึง ที่รู้จักทางเน็ต
เพราะเรื่องแต่งเพลง
แกเหมือนเคยปลื้มเรามาก แต่แกเป็นคริสต์
เราไม่อยากคบคนต่างศาสนา ไม่ใช่อะไร เราว่าเราแบบขี้เกียจทำความเข้าใจเขา เราเลิกคุยไปงั้น เขาก็เสียใจว่าเขาทำอะไรผิด คุยแค่ทางเมล ทางเฟส มีกลุ่มเฟสด้วย
แต่จริง ๆ ไม่ไรเลย เพราะเราไม่ค่อยไว้ใจคน เราอาจจะมโนก็ได้ว่าพี่คนนี้ชอบเรา เราก็ตัดทุกบทสนทนา

ล่าสุดเราทราบว่าเขาแต่งงานแล้ว กับฝรั่งคริสต์เหมือนกัน ยินดีด้วย ปลื้มเลย

เขาเล่าในพรีเซนเทชั่นว่า เขาเคยเจอแฟนเขา ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เขาว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักดี แต่เขาพูดอังกฤษไม่ได้ เขาเลยไม่ไปทัก ก็ไม่เจอไม่รู้จัก จนเจอกันอีกทีที่เชียงราย เขาจำผู้หญิงคนนี้ได้
เราเลยเอาแนวแบบนี้มาผูกกับเรื่องที่เราซึ้ง

แต่คนที่เรายกมา เขาจะซึ้งกับเราหรือเปล่า นั่นเรื่องของเขา เราไม่ได้คาดหวัง

เพราะความรักความผูกพัน มันฝืนกันไม่ได้

เรารักชอบใคร เราก็แค่พยายามทำให้เขามีความสบายใจ ดังนั้นถ้าเราอยู่แล้วเขาไม่สบายใจ เราก็แค่อยู่ห่าง ๆ

แค่รู้สึกดี แต่ทำไรมากไม่ได้ เกิดเป็นผู้หญิง แสดงออกนิดหน่อยก็ดูหน้าด้าน หน้าไม่อาย
อยู่เฉย ๆ ดีกว่า

ใครอ่านรู้เรื่องบ้างวะ 555

วันก่อนคุณเจ๊กิต ดูดวงมา เจ๊แกเล่าว่า พระ (ผู้ดูเป็นพระ) ท่านบอกว่า ต่อให้เจ๊ โมหน้าจนเป๊ะกว่านี้ เจ๊ก็คงไม่มีแฟน เพราะเจ๊เป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง
เราได้ฟังเรื่องนี้แล้ว เราก็สำเหนียกได้ว่า ถ้านอกจากความอัปลักษณ์ของเราแล้ว (เราชอบให้คนเห็นแล้วแบบ ไม่ชอบ มากกว่า ชอบ )
ก็คงจะเป็นการพูดไม่รู้เรื่องนี่แหลด ที่ทำให้เราไม่มีใครคบ

แต่ยิ่งแก่ ก็ยิ่งรู้ว่า เดี๋ยวเราก็จะผ่านปัญหาต่าง ๆ ไปได้
และไม่มีอะไรที่จะทำให้เราทุกข์อยู่ตลอดหรอก

รักใครชอบใคร ก็ไม่ผิดหรอก แค่อย่าทำให้เขาเดือดร้อน อึดอัด รำคาญ หงุดหงิด ฯลฯ ก็พอแล้ว

นอกเรื่องนิด
เราฝันถึงผู้ชายขี้เก๊ก ที่เราแอบหลงรัก (พูดเต็มปาก ไม่อาย  เพราะเราเห็นว่าเขาเป็นผู้ชายเพอเฟก ก็ขอรักแบบเป็นแฟนคลับก็โอเค)
บ่อยมาก
เมื่อตีสี่พุธที่แล้ว ฝันว่าเขาบอกว่าเราเป็นแฟนเขา แล้วพาเราไปกินข้าวกับครอบครัวเขา

ซึ้งดี

นอนเหอะง่วงมาก

ยังไงก็ช่างเหอะ

รักใครก็รักไปเหอะ นอนละ ง่วงมาก