ที่หมอดูทัก เคลียร์เรื่องทำแท้งละ

image

image

image

image

image

image

บอกเลย
กะตัว ลูกผัวไม่มี
หมอดู คุณยายที่เล่าเมื่อวาน เอนทรี่ก่อนหน้านี้ ก็ถามว่าเคยทำแท้งไหม ก็มานั่งคิด ตัวเรานี่ไม่ เพื่อนเรานี่ไม่ เคยพาใครไปทำแท้งไหม ก็ไม่ สรุป คนอ่ะไม่ใช่แน่
แต่พอนึกถึงแมว (เขาว่าแมว เปรียบได้กับเณร)
คือบ่อยนะ อยากให้มันตาย ๆ เคยคิดจะเอายาคุมคน ให้แมวกิน แต่เราไม่ซื้อไง สรุปก็เป็นแค่ความคิด เคยอ่านเรื่องแมวกินยาคุม หรือแม้แต่แมวฉีดยาคุม มันจะป่วยมาก น่ากลัวมาก เลยไม่กล้าทำ
แต่ใจเบื่อแมวมากอยู่ เพราะอะไรบ้างเหรอ

1) เรามักหายใจไม่ออก ท่านที่พอจะดูเฟสคงพอรู้ เราไม่อุ้ม ไม่เล่นแมว มีแต่เตะทักทาย เลี้ยงด้วยลำแข้ง แต่แบบเบา ๆ พอให้มันกลิ้ง นี่คือการแสดงความรักที่สุดละ

2) เราซื้ออาหารเลี้ยงมัน คิดสูตรของเหลือให้มันกิน เราหมดเงินกับมันเยอะมาก ทั้งที่มันก็ไม่กินหนู และเคยเห่าตัวเหี้ยเข้ามาในบ้านเรา (ตกลงมันช่วยไรเราบ้างเนี่ย)

3) มันทำของศาลพระภูมิเราร่วง มันขึ้นไปนอนบนศาลพระภูมิ

4) มันทำให้เพื่อนบ้านด่าบ้านเรา (โชคยังดีที่ในซอยมีบ้านแมวหลายอยู่ เลยช่วยเฉลี่ยคำด่า)

5) มันทำให้ต้นไม้เราตายห่า และทำให้เราอดปลูกบางต้นที่อยากปลูก เพราะปลูกไปมันก็ตายห่า อยู่ดี

6) มันฉี่ปริ๊ด บ้านเราเน่า บ้านข้าง ๆ ด้วย เจาทำตาข่ายกั้น แมวเราก็ไปทำของเขาชิบหาย เขาคงเกลียดมาถึงคนเลี้ยงบ้างแหละ แต่เขามีศีล เขาก็เลยป้องกันบ้านเขาต่อไป ขอกราบขอบพระคุณ ที่เข้าใจว่า เราหมดควบคุมแมว

ตอนนี้เรามีแมว 13 + 2 (เพิ่งเกิดวันนี้)

มันมาครั้งแรกยังไงก็จำไม่ได้ แต่บอกเลยทุกท่าน ถ้าอยากให้บ้านท่านปราศจากแมว ท่านจงอย่าให้ข้าวมัน เพราะอาจจะคุมจำนวนไม่ได้เหมือนบ้านเรา และเราบอกเลยว่าเราไม่พร้อมส่งต่อแมวเอง เพราะเราไม่มีรถ ขอบคุณจิมาก (เพื่อนสนิทเราสมัยมัธยม) ที่เป็นธุระให้ ดีใจกับเพื่ิอนด้วย ที่พบเส้นทางของตัวเองแล้ว (จิ ชื่อเล่นจริง ๆ คือเหมียว เกิดมาเพื่อแมว :-D)

ขอบคุณใหม่ด้วย (ใหม่เป็นญาติกับจิ) ใหม่แนะนำให้เราบอกจิ ให้จิช่วย

ใครอยากได้แมว มาเอาไปได้นะ มันอาจจะนิสัยไม่ดี เพราะอยู่กับเราก็ได้
(ก่อนหน้านี้ แมวไม่เยอะ เพราะพอมีตัวใหม่มา ก็จะถูกคนขโมยไป “เออ มาขโมยเหอะ เรื่องนี้ยอม ถ้าเอาไปจับหนู เอาไปฝึกเลย”
บ้างก็ท้าทายอำนาจหมา ถูกหมากินไป
แต่รอบหลังมานี้ อยู่กันพร้อมหน้า อีตัวเมียก็ท้องเอาท้องเอา ท้องปีละสองรอบเลยมั้ง จะอะไรนัก คือเรากลายเป็นคนประสาทเสียกับแมวไปเลย เพราะเราแย่ไง เราไม่มีปัญญาจัดการ

ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มอบเพื่อนให้กับเรา

ปล. แค่ความคิด ที่ยังไม่ลงมือทำเลย (เราไม่เคยฆ่าแมว เราไม่ชอบ แต่เราก็อยากให้มันมีชีวิตดี ๆ อยู่กับเราก็ได้ แต่คือเราไม่มีปัญญาเลี้ยงแล้วหากเราควบคุมไม่ได้ เราเกรงใจมนุษย์คนอื่น )  คิดอย่างเดียว เรายังบาปขนาดหมอดูเช็คได้ขนาดนี้
บอกเลย กลัวบาปมาก เครียด
ก็จะพยายามหาวิธีแก้ปัญหาต่อไป

สู้ ๆ #ขอร้องไห้แปร๊บ (เครียด ดีใจ ตื้อ ฯลฯ)

ส่วนเรื่องอื่นไม่ติดใจ ไม่มีเวลาจะเครียด มีปัญหาก็แก้ปัญหาต่อไป อย่าร้องไห้ดีกว่า เสียเวลา

ดูดวง แบบละเอียดขึ้นอีกนิด

อันนี้คงไม่แชร์ ใครติดตามอ่านก็ขอบคุณ แต่ใครตามจับผิด ก็ขอบคุณ ที่ทำให้รู้ว่า “ว่างมาก”

เราอยากดูดวงมาก เพราะเราเครียดเรื่องชีวิตจะไปทางไหนดี 

จริง ๆ ดูกับพี่ปัดก็บ่อย แต่ไม่ใช่ไม่เชื่อนะ แค่อยากดูว่าคนอื่นจะพูดตรงกันไหม ถ้าตรงอีก เราจะได้ทำใจ

คุณยายท่านนี้ น้องในที่ทำงานไปดูมาก บอกว่ายายทักทุกอย่าง ก่อนดูดวง ถูกหมดเลย ทำให้เรากับน้องอีกคน อึ้งในความแม่น 

เราตั้งใจไปถาม 4 เรื่อง

คือ 1) เราควรทำงานอะไร

2) เราจะเจอเนื้อคู่ไหม (ถามเอาฤกษ์เอาชัยไปงั้น ถ้ามาก็ยินดี ถ้ามันจะไม่มี ก็ไม่ตาย)

3) สุขภาพแม่

4) สุขภาพเรา

แต่เอาเข้าจริง เราอึ้งจากการโดนทัก (น้องอีกคน ที่ดูต่อจากเรา โดนพูดตรงมากกก ประเด็นอื่น เช่น โง่ สามีให้เก็บเงิน ดันไม่เก็บ แต่ยายไม่ได้ใส่รมณ์นะ แค่คำแรง) 

เราเจอทักคำแรก 

อยู่กับแฟนหรืออยู่คนเดียว 

คนเดียวค่ะ (จริง ๆ ควรบอกว่าอยู่กับพ่อแม่ ลืม) 

เคยทำแท้งไหม

#%^*+<>$€¥?! ไม่เคยค่ะ (คิดในใจ หนูยังหาสามีไม่ได้ค่ะ) สงสัยมีวิญญาณผีเด็กติดตาม (แต่ถ้ามีก็ดีนะ เราจะได้อบอุ่น ว่าแต่หนูเป็นใครอ่ะ ป้าจะได้รู้ไว้ – อีบ้า คืนนี้จะนอนหลับไหม) เดาอ่ะนะ เราก็ตอบไปว่าหนูยังไม่มีแฟนเลยค่ะ

แก้บนหมดยัง

อันนี้เครียด เพราะเคยบน เคยบนขอให้หัวหน้าภาคเลิกติดเกรดไอ คือนางใจร้ายใจดำและคับแคบมาก ตอนป.โท ที่ไม่จบน่ะ บนหลวงพ่อโสธร แต่จนครบเวลาก็ไม่เปลี่ยนเกรดให้ เราเซ็งมาก เลยเวลามาอาทิตย์นึง ถึงเปลี่ยน ก็ไปแก้แล้ว ไข่ต้ม 50 ฟอง ไหว้แล้ว

เรื่องสอง คือ บนขอให้อีคนที่ร้อนตัวว่าเราด่าพ่อมัน ช่วยเลิกคิดอาฆาตเรา (เพราะตามหลักการ ยิ่งเขาทำร้ายเรา ยิ่งเป็นการประจานตัวเอง) พอเรื่องสงบลง เราก็ไปแก้บนศาลพ่อหลวงคงเพ็ชร โดยมีเรื่องอัศจรรย์หลายอย่างนำไป คือส่วนตัวกลัวในความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมาก อาจต้องไปแก้บนเรื่องอื่นซ้ำ เพราะชอบนึกถึงท่าน แต่ไม่ได้บนนะ ล่าสุดบน แต่ไม่ได้ คือเรื่องมันมีหบายปัจจัย แต่เราคิดว่าเพราะเราขอเยอะไปด้วย แต่จะถวายธรรมดา ธูปเทียนมูลค่าห้าร้อย สองศาล กับศาลแม่ย่า และจะไหว้พระภูมิเจ้าที่ ด้วยพวงมาลัยวันละพวง (ศาลละพวง เป็นเวลา 10 วัน) คือเราไม่ได้ตามที่บน แต่เราคิดว่าเราควรไหว้ เราไม่สบายใจแล้ว และคิดว่าจะไม่บนแล้ว เรากลัว เราอาจจะทำไม่ถูกพิธี กลัวไปเลยอ่ะ

แต่นอกนั้นเราบนคนเป็นส่วนใหญ่ เช่น ถ้าได้นี่ จะให้อะไรคนนี้ จะให้เงินเท่านี้ ก็ให้หมดแล้วนะ (ถ้าบนจะบอก ถ้าซื้อของขวัญแจก ไม่ใช่การบน)

โอ้ย เครียดปานกลางเลย ใกล้จะมากละ

ตัดไปเรื่องงาน 

บอกก่อน คุณยายบอกว่า เราเป็นคนอ่อนแอมาก ชอบสอนให้นักเรียนเข้มแข็งแต่ตัวเองกลับอ่อนแอ (เราร้องไห้บ่อยมาก ยอมรับ นอยด์แดกประจำ ร้องไห้ที่รู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา แม้แต่เรื่องเล็กน้อย) และขี้งอนมาก (อันนี้เรางง เพราะงอนนี่เหมือนแฟน แต่เราไม่ได้งอนเลย มีแต่โกรธกับด่าด่าด่า) ก็มาแบบงง คุณยายถามว่า ทำงานอยู่ที่นี่ดีไหม เราก็ว่า ดีค่ะ // อยากไปที่อื่นไหม เราก็ตอบ ไม่ค่ะ //จบกันเลย เราเลยถามต่อไม่ได้ ว่าเราควรทำงานอะไร คือก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พูดแบบนั้น คือเราก็ไม่อยากรู้แล้ว รู้แค่เออยังไงก็ไม่ได้เลี้ยงหลานแล้ว (มีคนเลี้ยงแล้ว) ก็เป็นในสิ่งที่ทุกคนอยากให้เป็นแล้วกัน ไหน ๆ ก็เรียนมาแล้ว เดี๋ยวเวลาจะสร้างประวัติศาสตร์ให้เราเอง ซึ่งเราจะพยายามไม่ให้มันซ้ำรอยเรื่องที่ไม่โอเคละกัน เราจะพยายาม

เรื่องคนรัก

คุณยายบอกว่าที่เราไม่มีคู่เพราะที่ผ่านมา มีแต่คนเห็นแก่ตัวเข้ามายุ่งวุ่นวาย ทั้งที่มีคนดีแอบรักแอบชอบอยู่ (ใครวะ อยากรู้ T.T ไม่กล้าถามคุณยาย) ((ไม่มีใครเคยบอกรักเรา ไม่มีใครคุยเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ไขว่คว้ามากมายนะ เพราะมันเหนื่อยใจ)) คุณยายบอกว่าเราเลือกมาก เรื่องมาก ((หนูยังไม่เจอสักตัวเลือกเลยค่ะ มีแต่หนูแอบชอบ เขาก็ชอบคนอื่นไปหมดแล้วค่ะ ที่ยังชอบก็เป็นพวกลึกลับ ไม่รู้ธาตุแท้ ๆ เป็นยังไง หนูไม่จีบใครแล้ว ละอายเวลารู้ว่าเขาชอบคนอื่น มันบาปค่ะ มันอึดอัดใจทุกฝ่ายที่มีเซนส์ แต่ทุกคนที่เราเลิกชอบ เราจะไม่ชอบแอบชอบอีกเลย แม้เขาจะเลิกกับแฟน เพราะเราคิดว่า ไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ แต่เป็นคนรู้จักได้ ไม่ได้มีเหตุอะไรให้อาฆาต ไม่มีเหตุผล)) คุณยายบอกว่า เนื้อคู่เราต้องแก่กว่าเรา ต้องเป็นผู้นำให้เรา ไม่ใช่เหมือนคนที่เคยคบ ๆ ที่หวังพึ่งเรา แบบนั้นไม่ใช่เนื้อคู่ 

คุณยายทำให้เราไม่เชื่อเรื่องนึง คือ คุณยายบอกว่า แม่กับพ่อเราอยากอุ้มหลาน (อาจเป็นดวงเอซังป่ะ เพราะเจ๊เค้าก็มีหลานให้ละ 555) เขาตามใจ เราจะแต่งกับใครก็ได้ แค่อย่าหนีตามกันไป (เอ่อ หน้าอย่างเรานี่ หน้าหนีตามผู้ชายมากเลยไหม 555) ซึ่งข้อนี้ขัดกับสิ่งที่แม่พูด กับเราคือ แม่ไม่ชอบให้เราคบใคร แม่หวงเรา เราคือสมบัติของแม่ ฯลฯ พี่ปัดเคยดูให้ พี่ปัดบอกว่า แม่กลัวไม่มีคนเลี้ยงแม่ กลัวไม่มีใครอยู่กับแม่ เธอต้องอยู่กับแม่ แม่เธอทั้งคน ไรงี้ และพี่ปัดไม่ให้โฟกัสเรื่องคู่ บอกว่าอยู่คนเดียวสบายกว่า แต่คุณยายบอกว่า ก็แต่งได้ แต่ก็อยู่กับแม่ไง 

เราเลยสับสน เพราะคำทำนายกับความจริงต่างกัน 

แต่ช่างเถอะ

” ตอนนี้เรารู้แค่ว่าเราควรจะโฟกัสหน้าที่ และความฝันน้อย ๆ ของเราก่อนละกัน “

ไว้มีตัวเลือกให้เลือก ค่อยมโน 😀

มีกำลังใจหลายเรื่อง และแซดหลายที่คุณยายว่าเราขี้งก 555

จะทำบุญทำทานเยอะ ๆ ละกัน (เล็ก ๆ เราไม่ไหวพระ ไม่รู้เกี่ยวป่าว) คุณยายบอกว่าต้องทำบุญเยอะ ๆ นะ ไม่ค่อยทำบุญเลย

นอนเหอะ พรุ่งนี้ถ้าว่างค่อยเขียนเรื่อง ของที่เราอยากได้ อยากให้มี (เป็นเพจในบล็อก) เช่น จักรยานถีบน้ำรดต้นไม้ เลื่อยกินต้นไม้ง่ำ ๆ 

(จริง ๆ ที่ไม่มีแฟน น่าจะเพราะเป็นกรุ๊ปเอบี ที่บ้าบ้าบอบอ ไม่มีใครชอบนั่นเอง – คนอ่านคิด)

วิเคราะห์สิ่งที่ผู้ชายมองว่าไร้เสน่ห์ในผู้หญิง (อยากเถียงข้อมูลจากเว็บนึง)

http://issue247.com/beauty/make-up/things-men-find-unattractive/

1) ทรงผมแบบซับซ้อนซ่อนเงื่อน เราว่าถ้า ญ มีปัญญาทำ ก็ปล่อยเค้าไปเหอะ 555 แต่เราคงไม่ ทั้งชีวิต ทำเป็น 5 ทรง คือ ปล่อยเป็นอีเพิ้ง มัดรวบ มัดสองขมับเอาไอ้ไม้เสียบทำทรงมองเผิน ๆ เหมือนเปีย ทรงตะกี้แล้วมัดรวบอีกที และทรงเมรีสาวอีสานที่เราทำทุกวันนี้ ทำผมไม่เป็น ขี้เกียจทำด้วย

2) รองพื้นหนาเตอะ จริง ใครทำก็ตลก ตุ๊ดเติ๊ด ถ้ารองพื้นหน้านี่ก็ฮา ถามว่าไร้เสน่ห์ไหมไม่นะ แค่ตลก

3) ทากลิสเตอรชิมเมอร์ที่เปลือกตา น่าจะเหมาะตอนออกงานเป็นลีดมากกว่า ปกติเราไม่แตะของพวกนี้ที่ใกล้ตาอยู่แล้ว เรากลัว เราคงไม่หมดเสน่ห์ด้วยข้อนี้

4) ขนตาติดเป็นก้อน ก็ตลก แต่เราไม่ติด กลัว

5) มนุษย์ขน ข้อนี้เราก็ยอมรับ เคยมีผู้ชายมาพูดว่าเราเลยว่าเราน่าเกลียดที่ขนหน้าแข้งเรายาว นักเรียนก็ล้อ มีมาดึงด้วย เรานึกแล้วก็สมเพชว่ะ (ไม่รู้จะสมเพชมันที่มาเดือดร้อนขนขาแทนเรา หรือสมเพชตัวเองดี) ขนขาก็ขนเรา มันไปหนักบนหัวใคร ก็ไม่เข้าใจ แล้วที่มีขนขาเพราะว่า ทาโลชั่น กับกรรมพันธุ์ได้ป๋ามา ขนเยอะ แต่ดูได้เลย แขนเราขนไม่เยอะไม่แมนเหมือนขานะ เพราะขาน่ะ ผ่านการแว๊กซ์ร้อน เย็น โกน แหนบ นั่งดึง มันเจ็บมากนะ เราไม่สนอ่ะ คนที่จะสั่งให้เราถอนขนขาได้จะมีแค่ 2 คนเท่านั้น คือ คนที่จ้างเราถ่ายแบบขา กับสามีเรา (เพราะพ่อแม่พี่เราไม่เคยต้องการให้เราถอนขนอยู่แล้ว เขารู้ว่าเราเจ็บขา เวลาขนขึ้นใหม่จะทำให้คันขามาก รูขุมขนอักเสบ) นอกนั้น ก็ทนมองขาแมน ๆ ไปเหอะ ไม่มีเสน่ห์ก็เรื่องของกูล่ะวะ เลิกยุ่งกับขนหน้าแข้งกูสักที กูรำคาญมาก (อัดอั้นตันใจมาก บางครั้งอยากถีบหน้าคนล้ออ่ะ เฮ้ย มึงเป็นอะไรกันนัก แช่งแม่ง ขอให้ขนหน้าแข้งคุด จะได้เข้าใจ)

6) ผิวแห้ง อันนี้ก็เป็นเรื่องของรังแค ผิวลอกมั้ง มันเหมือนสกปรก แต่บอกเลย เราใช้สบู่จอนสันไม่ได้ ใช้แล้วลอกระเบิดเถิดเทิง งั้นความแห้งของผิว คงไม่เกี่ยวกับความสะอาด (ก็อาบน้ำฟอกจอนสันมา ผิวแห้งลอก เละทั้งตัว) ทาโลชั่นถ้ามัน เกาะฝุ่นเกาะเชื้อโรคได้มากกว่าผิวปกติอีก 

7) มีกลิ่นปาก ฟันเหลือง อันนี้ยอมรับ แต่ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างเดียว เพศไหนก็หลอนหมด แต่กลิ่นปาก หลายครั้งมันเป็นตัวเช็คสุขภาพ กลิ่นปากบางกลิ่น เราได้กลิ่น เราจะรู้เลยว่าคนนั้น ไม่สบาย แต่ก็ไม่ชอบดมหรอก ยืนห่าง ๆ ละกัน ส่วนฟันเหลือง เราเข้าใจ เราเป็น เพราะเรากลืนยาไม้ได้ (ไม่พยายามฝืนฝึก) เราต้องหั่นยา และจากการรักษาสิว เราหั่นยา หนึ่งเม็ดเป็นแปดเสี่ยง อมยากับน้ำ เราจึงฟันเหลือง แต่ไม่คิดจะฟอกนะ ปล่อยไป เก็บไว้เป็นยถากรรม (จากการรักษาสิว)

8) เลือกดินสอเขียนขอบปากผิด อันนี้ตลก แต่เราไม่เคยเขียน

9) ฉีดน้ำหอมมากเกินไป ใครทำก็เหม็นหมดอ่ะโดยเฉพาะหน้าหนาว เหม็นมาก

10) แต่งหน้าในที่สาธารณะ ข้อนี้เราเกลียดมาก มันดูดัดจริตในความคิดเรา (ขออภัยหากใครรับไม่ได้) ไปแต่งในส้วมไป เราไม่แต่งหน้าอ่ะ ยกเว้นโดนเป็นลีด แม่งก็แต่งที่สาธารณะถ้าจำเป็นแต่ไม่เกินสามสี่ครั้งหรอกชีวิตนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยแต่งในที่สาธารณะ เพราะแต่งในส้วม ในห้องแต่งตัวที่มีแน่คนแต่วหน้าแล้ว เราน่ะหน้าก็ไม่ให้ ใจก็ไม่รัก แค่พอเต้นได้ เพราะเล่นกีฬาไม่ได้เลย ถ้าจุดไหนที่คนเขาไม่แต่งหน้า เราจะไม่สะเออะไปแต่งหน้าเด็ดขาด เห็นด้วยข้อนี้ข้อเดียว

บ่นจบ

คนที่เกิดวันเดียวกัน

https://www.facebook.com/pranitee/posts/10152826305192987

ที่เราเกริ่นไว้

พอดีกฎตัวเองว่าจะไม่นอนเกินเที่ยงคืน แต่ผมเปียกอยู่ เลยเอาหัวกบาลเป่าพัดลม เลยคิดว่ามาเล่าฆ่าเวลาดีกว่า 

เรื่องมันมีอยู่ว่า

หลายปีก่อน ตอนเรายังไม่ทำงานที่ปัจจุบัน ตอนนั้นเราแปลงานอยู่บ้าน เราเคยอยากขายต้นไม้ ทั้งที่ก็ไม่ได้เก่งเกษตรไรมากมาย เราอยากขายต้นไม้ เพราะเราชอบอยู่กับสายลมแสงแดด และต้นไม้มันไม่ด่าเรา (555) มันไม่ทำร้ายจิตใจเรา มันกินได้ อร่อยดี กร๊าก แต่ตอนนั้นเราไม่ได้มุ่งมาที่ของกิน เราไปซื้อหนังสือต้นไม้ประดับ ซึ่งในเล่มมันห่วยไง มันไม่มีรูปทุกต้น เราก็ไปเซิร์ชกูเกิล แต่ไปเก็บไว้ไหนไม่รู้ ก็ไม่ได้ตั้งใจทำ เลยลืมไปนาน 

พอปีนี้ มันมีอะไรไม่รู้ ที่ทำให้เราคิดว่า เราอยากจะจำต้นไม้ จำดอกไม้ จำฝัก จำผล เมล็ด ต้นไม้ให้ได้ (อาจเพราะมีคนถามว่าต้นอะไร) เราก็คิดว่า เราน่าจะหารูปและชื่อ คุณสมบัติ สรรพคุณ ไรงี้ ของต้นไม้ ดอกไม้ มาลงเว็บเรา (บล็อกนี้แหละ) วันละต้น ไรงี้ มาชวนชาวบล็อก (ถ้าจะมี) ไปจำต้นไม้กับเรา 

แต่เราก็ยังไม่ทำ

เพราะเราขี้เกียจไง (คืองานอื่นมันสำคัญกว่า)

วันที่จะกลับจากค่ายลูกเสือ ศุกร์ที่แล้วอ่ะ (6) เราไปนั่งทำฐานเงื่อนผูกรั้ง ที่ใต้ต้นกัลปพฤกษ์ ที่มีฝีก ในฝักมีเม็ดเหมือนนมอัดเม็ด แต่เหม็นเหมือนสาบหมาเน่ามาก ๆ (ตอนแรกเราเห็นดอก นึกว่าต้นพญาเสือโคร่ง มันเหมือนซากุระ แต่ถามพี่ที่ทำงาน พี่เขาบอกว่าพี่อีกคนบอกว่ากัลปพฤกษ์ พอกูเกิลดู ก็จริง เลยนึกอยากมาลงสรุปเรื่องลักษณะเด่น จะได้จำได้ 

ทว่าความขี้เกียจทำให้ยังไม่ลง

จนกระทั่งเรามาเจอว่า พี่ติ๊ก (รุ่นพี่เทคโนของเรา ซึ่งเกิดวันและเดือนเดียวกับเรา แค่คนละปี พี่เขาเกิดก่อนเรา 1ปี) เขาโพสต์ชื่อต้นไม้ รูปต้นไม้ดอกไม้ (แบบที่เราอยากทำ) และพี่เขาก็เขียนว่าเขาจะเปิดร้านดอกไม้ แบบเฮ้ยเท่อ่ะ คนเกิดวันเดียวกัน มีความฝัน ใฝ่ฝันแบบเดียวกันได้อ่ะ

เราไม่ค่อยได้คุยกันนะ รู้แค่ทุกวันเกิด เราต่างคนจะอวยพรกัน 😀 

แต่เรื่องบังเอิญนี้ เราชอบอ่ะ ไม่เคยคุยกันเลยอ่ะ มันทำให้เราคิดว่า คนที่เกิดวันเดียวกัน (วันเดือน) ต้องมีบางอย่าง (หรืออาจะหลายอย่าง) ที่คล้ายกัน 

หลานเราก็เกิดวันเดียวกับเรา 😀 

คงจะต้องสวย เก่ง ฉลาด น่ารัก อ่อนหวานเหมือนเราแน่ ๆ (คนอ่านอ้วก)

ยังไงเราก็ยังอยากทำร้านต้นไม้ มันคงไม่ใช่งานหลัก มันน่าจะเป็นของขวัญจากดวงตะวัน (อะไรของแก -คนอ่านงง) 

แพลนแปร๊บ