การถ่ายรูปและถ่ายวีดิโอของเราจะเป็นไปตามแนวคิดนี้

จาก https://www.facebook.com/pranitee/posts/10153446099627987
ใครถ่ายวีดิโอได้แบบคมชัดดี ๆ ไรท์ดีวีดีขายเลย (เชียร์) 555 เหมือนโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถม บางโรงเรียน ที่ทางเจ้าของโรงเรียนจ้างมืออาชีพมาเลย ตั้งแท่นสำหรับถ่ายวีดิโอ ถ่ายภาพนิ่ง ที่ผปคไม่มีสิทธิ์บัง เราว่าดีจะตาย ผปค ไม่ต้องเอามาถ่ายเลย รร.จัดให้ ถ้าถ่ายภาพรวมเห็นทุกคน มันโอเคนะ ยังไงก็น่าซื้อมาดู (แต่ถ้าอัพโหลดไหวก็อัพโหลดเหอะ เผยแพร่ความงดงามของ รร. ให้ไปสู่มวลชน) ต่อเรื่องทำดีวีดีขาย ทำแบบสองเวอร์ชั่นก็ได้ เวอร์ชั่นรวม ๆ เห็นทั้งเวทีลากยาว — มันเห็นทุกคน เข้าใจป่ะ ทุกคนจะอยากได้เพราะอย่างน้อยถ้าไม่ถูกคนบนเวทีบังกันเอง ก็จะมีทุกคนที่อยู่บนเวที กับอีกเวอร์ชั่น คือถ่ายแบบมีสวิชชิ่งน่ะ จับไปทางนู้นที มาทางนี้ที แบบใครทำดี เต้นดี รำดี เป็นตัวเด่นอยู่ หรือ หน้าตาดี ไรงี้ แต่ก็ต้องสลับกับถ่ายภาพรวมนะ แต่แบบนี้มันจะไม่ได้เห็นทุกคนตลอดเวลาเหมือนแบบแรกไง แต่มันก็ลุ้นดีว่า จะมีหน้าใครโผล่มาบ้าง แค่มันไม่ดีสำหรับคนที่ไม่ถูกถ่าย ดูแล้วจะอารมณ์เสีย “ทำไมไม่มีช้านนน” หึหึ T…T
ปล.เวลาเราถ่ายวีดิโอ เราเน้นแค่ เห็นทั้งหมด ถ้าเราถูกใครบัง อันนี้ช่วยไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดเรา เพราะเราทำตามข้อนี้ด้วยคือ เราจะอยู่ในจุดที่ไม่บังใคร เรานึกถึงใจคนที่นั่งดู (ที่เขามาก่อนเรา มานั่งจองที่ก่อนที่เราจะเดินมาถ่าย ซึ่งคนพวกนี้เขาอาจจะไม่คิดที่จะกดมาดูวีดิโอเราเลยด้วยซ้ำ แต่เขาตั้งใจจะมามองการแสดงด้วยสองตาของเขาเอง ดังนั้นเราอย่าไปบังเขา เราจึงยืนถ่ายอยู่ตามเสา เพราะถ้าใครคิดมองผ่านเสา ก็ช่างมันเหอะ -“- ที่โล่ง ๆ มีก็ไม่ยอมไปมอง) เราไม่ใช่ช่างกล้องมืออาชีพ (และไม่อยากเป็นด้วย ร้อน ความอดทน ความปราดเปรียว ความกระตืนรือร้น แรงขับ แรงผลัก แรงถีบไม่พอ ฝีมือการสร้างสรรค์บรรเจิดเกิดมาไม่เคยพบเจอก็ไม่มี กฎการถ่ายรูปไม่จำ ออโต้อย่างเดียว กดชัตเตอร์รัว ๆ ถ้าวีดิโอก็ลากยาว เอานิ้วจิ้มกล้องเพราะบางทีลากนาน ๆ มันดันไม่โฟกัส ก็บอกแล้วว่าออโต้ทุกอย่าง ออโต้จนไปไหนไม่รู้ 555) เราแค่เป็นคนที่ชอบรู้ลำดับเวลา กับบันทึกเหตุการณ์ตามลำดับเวลา เพื่อเอาไว้เป็นตัวอย่างในโอกาสต่อไป (เก็บไว้ให้อนุชนรุ่นหลังดู ว่า ต่อไปเธอก็ต้องทำแบบนี้เหมือนกันจ้า และฉันก็จะถ่ายเธอแบบที่ถ่ายรุ่นพี่เธอ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด) และสุดท้ายคือวิญญาณนักข่าวเข้าสิง ทุกอย่างต้องเผยแพร่เร็วที่สุด ถ้าช้า ก็ไม่ใช่เรื่องทันสมัยแล้ว ใครก็อยากรู้ อยากดูไวไว เหมือนภาพข่าว สวยที่ไหน เอาไวไว มีให้รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน ยังไง ไวไว จบ 
ตามนี้ 555 เผื่อใครงง ว่า ถ่ายอะไรมาวะ
วีดิโองานนี้ทั้งหมดในยูทูบ (เพลย์ลิสต์ชื่อ PWSCHOOL) http://www.youtube.com/playlist?list=PL5o9bLTxcFHjNehcN5K7XJyQwKekYo0VL
ในเฟซ เต้นเปิดสนาม https://www.facebook.com/pranitee/videos/10153444089462987/
บรรยายพาเหรดแดง https://www.facebook.com/pranitee/videos/10153444299932987/
บรรยายพาเหรดเหลือง https://www.facebook.com/pranitee/videos/10153444234427987/
บรรยายพาเหรดฟ้า (ไม่จบ) https://www.facebook.com/pranitee/videos/10153444373607987/
บรรยายพาเหรดม่วง ไม่มี ไอแพดดับ

โฆษณา

ความรัก ในความเป็นจริง จบลงด้วยความรับผิดชอบ นะคะ

ก๊อปมาจ้า https://www.facebook.com/praniteemysky/posts/1208982555796719   จาก https://www.facebook.com/OhLifeStory/photos/a.1419272981651508.1073741829.1418693085042831/1542236246021847/?type=3

ชุลีพร ช่วงรังษี

12/12/58
อยากแต่งงานให้มีความสุข ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบในภาระที่เกิดขึ้นร่วมกัน เพราะชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายเหมือนในนิยายปรัมปรา ที่พอเจ้าหญิงเจ้าชายแต่งงานแล้วไม่ต้องทำอะไร นอกจากเที่ยวเล่นกันอย่างสนุกสนาน

ในชีวิตจริง การแต่งงาน คือ การแต่งกับงาน ต้องมีภาระรับผิดชอบทั้งเรื่องคน บ้าน งาน และเงิน ในเวลาเดียวกัน

แค่เรื่องคนอย่างเดียวก็เยอะแล้ว ไหนจะคนที่เป็นคู่ครองของตน คนในครอบครัวของทั้งสองฝ่าย และเมื่อมีลูก ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตเขาทุกด้านตั้งแต่เกิดจนโต

จึงอยากให้หนุ่มสาวคิดกันดีๆ ก่อนแต่งงาน ว่าเรามีความพร้อมที่จะรับผิดชอบร่วมกันขนาดไหน

แต่งแล้วต้องเป็นคู่ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมกันพานาวาชีวิตฝ่าคลื่นลมไปถึงเป้าหมายให้ได้ โดยไม่ถีบอีกฝ่ายตกเรือไปเสียก่อน

ความรักในนิยาย
จบลงด้วยการแต่งงาน
แต่ในความเป็นจริง
จบลงด้วยความรับผิดชอบ

‪#‎ชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย‬
‪#‎แต่งกับงาน‬
‪#‎ข้อคิด‬ ‪#‎พัฒนาตนเอง‬ ‪#‎ความสุข‬
‪#‎ชุลีพรช่วงรังษี‬ ‪#‎OhLifeStory‬

ชุลีพร ช่วงรังษี
LINE : @OhLifeStory
FACEBOOK : OhLifeStory

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com

สำหรับร้านอาหาร เสิร์ฟง่าย แค่ตั้งป้าย

เสิร์ฟง่าย ๆ ตั้งป้ายเลยค่ะ

คือตลาดบางโฉลงนี่พ่อค้าแม่ค้าต้องสามารถมาก ไม่มีป้ายเป้ยอ่ะ จำหน้าลูกค้าเท่านั้น เทพจริง ๆ
ในภาพคือ เบรดทอล์กนะ

เราเห็นแบบนี้ครั้งแรกจากมอสเบอเก้อ

  

โพสต์ตะกี้ ติดวีดิโอ ข้อความไม่มา

จำได้ แปะลิงค์แปะลิงค์

อันนี้เล่าขำขำนะ
เมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว
เราคบพี่คนนึง (มีคนคบด้วยเหรอ — อืมนั่นสิ)
พี่คนนั้นจะโทรมือถือหาเรา 3-4 ครั้ง/วัน (เราไม่ชอบการโทรศัพท์ เพราะค่าโทรมันแพง ตอนนั้นมือถือโทรนาทีละ 5 บาท เติมเงินอานะ เซ่อ ๆ โปรเปอไม่รู้จัก เติม ๆ โทรแค่ที่จำเป็น)
อยู่ดี ๆ (หลังคุยกันได้ 2 เดือน) พี่เขาหายไป ไม่โทรมา ไม่โทรสัก 1 สัปดาห์มั้ง เราก็เลยตัดสินใจโทรไป คุยสักสองสามนาที (คูณเงินไป)
พี่เขาบอกเขาเหนื่อย เลยไม่โทรหาเรา แล้วบอกให้เราต่อเน็ตไปแชต MSN
เราก็ไปต่อเน็ต เน็ตอีนี่เลย เดลอัพ ต่อครั้งละ 3 บาท (บ้านเราใช้ ทีโอที) วันนั้นต่อเน็ตยากมาก เราต่อไปเป็นสิบสิบครั้ง ค่าต่อวันนั้นวันเดียวใกล้ ๆ ร้อย คือต่อเยอะจริง ๆ ต่อได้แล้วสายหลุด เน็ตหลุด ๆ จนกะจะไม่ต่อเน็ตละ มันดันออนเอ็มได้ ทว่าในแชต พี่เขาบอกเลิกเรา โดยบอกว่าเราดีเกินไป -?- -!- -“-

ร้องไห้เลยค่ะ

ร้องไห้เสียดายตังค์ค่าต่อเน็ต ทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนโทรไปวะ

โมโหจริง ๆ นะ 555

ที่เขียนนี่ ไม่ได้อะไร แค่จะมาบอกว่า ยินดีด้วยพี่ ที่เจอคนที่ใช่ละ ใกล้จะแต่งงานแล้วมั้ง หรือแต่งแล้วก็ไม่รู้ เฮ้ยยินดีจริง ๆ อีโมติคอน grin (เป็นเพื่อนเฟซ เห็น แต่ไม่ได้ส่องนะเฟร้ย เห็นเพราะก็เป็นเพื่อนกันได้ นิวฟีดขึ้นก็เห็นตามนั้น – เราไม่ชอบนะ พวกที่เลิกคบ แล้วเป็นเพื่อนกันไม่ได้ มีเหมือนกัน ทำยังกับชั้นจะไปสิงแกงั้นแหละ 555)

ไม่แชตไปยินดีแบบตรง ๆ เดี๋ยวพี่มันด่า (เผื่อ ๆ) 555
ยินดีจริง ๆ แฟนสวยน่ารักดูอ่อนหวานสมใจเขาล่ะ อิอิ

ที่ลงเนี่ย มาด่าเน็ต ให้รู้ว่า สมัยก่อน มันไม่ได้ต่อใช้งานได้ง่าย ๆ เหมือนยุคนี้นะยะ 555555

ความคิดเห็น
ประณิธี รัตนวิจิตร
ประณิธี รัตนวิจิตร ปล.มี ADSL ใช้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว แถมบางทีเน็ตก็ไม่ติด ช่วงติดตั้งใหม่ ๆ ฟ้าผ่าที วันรุ่งขึ้นต้องโทรเรียกให้มาซ่อมเพราะเน็ตเจ๊ง แต่ก็ดีกว่าไม่มีใช้ ดีกว่าตอนต่อเดลอัพละกัน
และขี้เกียจหายี่ห้ออื่น
ต่อไม่ติดก็ดี จะได้ไม่ต้องเล่น

แต่ติดเถอะ เดี๋ยวทำงานไม่ได้ 555

ประณิธี รัตนวิจิตร

ประณิธี รัตนวิจิตร เล่าต่อนิดนึง พอดีเล่าให้คุณโม่ฟังแล้ว

https://www.facebook.com/pranitee/posts/10153417366487987

ตามนี้ค่ะ สำหรับค่าเน็ต ฟ้าดินคืนให้ ขอบคุณสวรรค์มาก ณ จุดนั้น อิอิ

 

 

เสื้อกีฬาสี

ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย จนทำงาน อยู่มาแล้วสารพัดสี
อนุบาลจำไม่ได้ นานเกินสมองจะระลึกได้ ประถมนี่จำพอได้ว่าอยุ่สีส้มบ่อยมาก สีฟ้า สีเหลือง เป็นกองเชียร์ พาเหรด รำเซิ้ง ให้รำเซิ้งบ่อยมากอ่ะ จน ป.6 อยู่สีแดงจำได้แม่นเลยเป็นลีด แล้วเต้นห่วยทำหน้าไม่สวยสีเลยแพ้ 555

พอมัธยม ม.ต้น สีเขียว
ม.ปลาย สีเหลือง

มหาวิทยาลัย คณะศึกษาศาสตร์ สีฟ้า (แต่เราชอบสีฟ้าเพราะโดราเอม่อนนะ)

อยู่นี่ หนแรกสีแดง
ต่อด้วยสีฟ้า
ต่อด้วยสีม่วง
ตอนนี้สีเหลือง

แต่ไม่ชอบใส่เสื้อสีเหลืองเลย ใส่แล้วจะดูดำ อันนี้พูดจริง มันไม่ได้ดำแบบ ตัวดำ แต่คือจะดูสีผิวมันเด่นน้อยกว่าเสื้อ 555 จำมาตั้งแต่เล็ก ๆ ป้าเอซังเขาเกิดวันจันทร์ แม่จะซื้อเสื้อสีเหลือง ให้เขาไรงี้ เราอังคาร ได้สีชมพู ดูรูปถ่ายแล้ว มันจดไว้ในสมองไงว่าเสื้อสีเหลืองใส่แล้วเป็นงั้น

แต่เราก็ไม่ชอบเสื้อสีแดงนะ มันก็จดไว้ไงว่า ใส่แล้วเป็นกาคาบพริก (เพราะเด็ก ๆ ก็ดำ โรงเรียนไม่มีโดม เราไม่ชอบถือร่ม เราชอบเดินตากแดด ที่หน้าดำก็นี่แหละ)

สรุปพอต้องใส่เสื้อสี ไม่เคยใส่สีที่ตัวเองอยู่เลย ใส่แต่สีฟ้า (อยากเป็นโดราเอม่อน)

จนเด็กมันบอกว่า อยู่สีฟ้า แล้วมาดูสีเหลืองหรือครู หลายคนถาม ครูอยู่สีไร

เลยไปขอเสื้อแม่มา (เขียนว่าเบอร์ xxl วัดแล้ว เท่าตัวสีฟ้าที่เราใส่ทุกศุกร์) เพราะเสื้อยืดของตัวเองบริจาคไปแล้ว (ไม่ชอบใส่เสื้อยืดเอามาก ๆ เป็นผ้าที่ทำให้ชีวิตไม่มีพื้นที่ — แกจะเอาพื้นที่ไปสร้างบ้านหรือไง คนอ่านคงสงสัย) มีแต่เสื้อผ้าชีฟอง มันไม่ใช่เสื้อยืด
คราวหน้า เด็กได้ไม่ต้องถามละ 555

เสียดายไม่มีเป๋า

เคยซื้อเสื้อยืดกาฟิว (ที่ใส่ไปบางแสน เมื่อตุลาน่ะ) มีกระเป๋า แต่ขอโทษ ใส่แล้วเหมือนแหนมป้าย่น ราคาตั้ง 570 บาท (ในหุ่นเหมือนตัวใหญ่ คนขายหยิบในห่อให้ แม่งเบอร์เอส) อยากจะบ้าตาย เสียดายมาก ๆ เดี๋ยวเอาไปให้เก้าอี้ใส่ก่อนดีกว่า จะได้ย้วย ๆ

ไม่ชอบเสื้อผ้าคับ ๆ กินข้าวไม่ลง ปวดขี้ก็ขี้ไม่ออก นี่พูดจริง

รูปภาพของ ประณิธี รัตนวิจิตร
ประณิธี รัตนวิจิตร ยก เว้นเสื้อยืดทรงแบบนี้นะ (รักกระเป๋ามาก ๆ) มีกี่สีก็จะเหมา น่าเสียดาย หนแรกที่เจอ ในตลาดบางโฉลง เจอสี่สี น้ำเงินเข้ม แดง เหลือง โอรส มีตังค์ซื้อมาตัวเดียว สีน้ำเงินเข้ม

พอไปอีก ไม่เจอแล้ว แล้วอยู่ ๆ ห่างเป็นเดือน เจอสีแดงตัวเดียว

เลยได้มาแค่สองตัว

ใครเจอซื้อมาหน่อย 199
ให้ค่าเดิน 20 อิอิ

แบบอยากได้ น่าจะมี 24 สีเลย ชอบมาก ชอบกระเป๋า

ใส่ ไปตอนเข้าค่าย นักเรียนขอทุกอย่าง ทั้งเสื้อทั้งกระเป๋า(สีฟ้า) ทั้งกางเกง ทั้งมือถือ 555 ((ผู้นำเทรนด์ เนี่ยแหละความฝันของชั้น 55555))
มันน่ารัก ชอบ

#รีดผ้าเถอะป้า

จุดเริ่มต้นมาจากการรีดเสื้อสีเหลืองใส่วันศุกร์

รูปภาพของ ประณิธี รัตนวิจิตร
Thatchapol Lichutipoom
Thatchapol Lichutipoom Story เยอะมากครับ อ่านเพลินมาก

ประณิธี รัตนวิจิตร
ประณิธี รัตนวิจิตร
เขียนข้อความตอบกลับ…
 
ประณิธี รัตนวิจิตร
ประณิธี รัตนวิจิตร เจอมา ใส่เสื้อนี้แทน มีเป๋าด้วย

รูปภาพของ ประณิธี รัตนวิจิตร

เพื่อนเรียกว่าอะไร

“มิ ซาเอะฟูจัง” (ตั้งแต่ประถม มีแต่คนบอกว่าเรามีผมฟูและงอ ๆ เหมือนมิซาเอะ แม่ของชินจัง) ชื่อนี้เพื่อนเรียกสั้น ๆ ว่า “มิเอะ” ทุกวันนี้เพื่อนมัธยมก็ยังเรียกเราว่า มิเอะ อยู่เหมือนเดิม 555

“สิว” / “เตี้ย” (ตามลักษณะทางกายภาพ)

นอกนั้นเรียกชื่อเล่น คือ
“แอม” แต่ชื่อแอมมาเรียกตอนมหาวิทยาลัยนะ

ตอนอนุบาล ประถม มัธยม ไม่มีใครเรียก ว่าแอมเลย เพราะในห้องมีแอมหลายคน (เซ็ง เรียกที หันกันทุกคน) แล้วเพื่อนมันก็ไม่เรียกเราว่าแอมเลยด้วย มันกลับเรียกชื่อจริง “ประณิธี” หรือสั้น ๆ ว่า “พี่ประ” //จะเรียกพี่ไมวะ รุ่นเดียวกัน สงสัยหน้าแก่ตั้งแต่เด็ก เพื่อนมันเลยเติมคำว่าพี่ให้

“แอมแปร์” (ตอน มหาวิทยาลัย เขียนในพวกใบรายชื่อไปว่าชื่อเล่นนี้ เพื่อให้เขาเรียกงี้ จะได้ไม่ซ้ำกับแอมอื่น ถ้ามี คือกันหงุดหงิดไง แต่ดี ในเอกเทคโน ไม่มีใครซ้ำเลย เค้าก็เรียกว่าแอม – แม่เคยบอกตอนเด็ก ๆ ว่าชื่อเอ พี่เรามาจากเอเค่อ กับ แอม มาจากแอมแปร์ แต่เคยถามป๋า ป๋าบอกว่าเปล่า ชื่อเอคือมันเลือดกรุ๊ปเอ ชื่อแอมคือมีลูกศิษย์ป๋าชื่อไรจำไม่ได้ ผู้ชาย เขาตั้งให้ไปคล้องกับเอ เราเลือดกรุ๊ปเอบี ถามที่บ้านว่าทำไมไม่ให้ชื่อแอ๊บ ที่บ้านบอกว่า มันฟังดูจะเป็นแอ๊บนอลมอล 555)

“แอมแปร้ร้ร้ร้ร้ร้ร้” (จุ๊บเรียก แบบประมาณ เรากินจุจนอิ่มแปร้ ไรงี้ป่ะ)

“ธีธี่” (เพื่อนสนิทมัธยมเรียก คือแบบ ณ จุดนั้นคือต้องมีชื่อสองพยางค์ ที่ดูฝรั่ง ๆ 555)

เคยอยากจะให้เพื่อนเรียก ณิธี (ชื่อดูเหมือนจะสวยดี 555) เพื่อนกลับเรียกเราว่า นิเชา
โอเค เลยขอร้องว่า หยุดเลยแก จบ

ปล.แถมอีกอันที่คนเรียกเยอะมาก คนที่ว่าคือ คนขายของ พ่อค้า แม่ค้า ชอบ เรียกเราว่า “ตัวเล็ก” คนขายของที่โรงเรียน เวลาถามถึงเรา เขาก็เรียกเราว่า “คุณครูตัวเล็ก” ใหม่บอก
(กินก็เยอะ เมื่อไรเขาจะเรียกว่าอ้วน ว่ายักษ์ บ้าง รออยู่ เบื่อเป็นตัวเล็ก)

‪#‎เหมือนวันนี้จะเยอะเพื่อหาไอเดียอะไรสักอย่าง‬