HowTo หาทางสอนนักเรียนแกะคอร์ด ภาคที่ 1

เป็นแชต ในแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ Myskyสอนแต่งเพลง http://www.facebook.com/praniteemysky

คือนักเรียนท่านนี้ (เห็นน้องใส่ชุดนักเรียนเลยเรียกว่านักเรียน // เรียกน้องได้ไหมเนี่ย ป้าแก่แล้ว) แย่งเวลาอ่านหนังสือของป้า ป้าจึงเอามาแชร์ต่อเพื่อให้เวลาของป้าเป็นประโยชน์ (หรือจะเป็นโทษ 555) ต่อท่านอื่น ต่อ ๆ ไปในวงกว้าง 

ลองอ่านดู ถ้าเข้าใจก็ยินดี ถ้าไม่เข้าใจ ก็ขออภัย ลืม ๆ ไปได้เลย

  
  
  
  
  
  
  
  

แถม link ในแชต

แปะหน้ารวมก่อน https://sites.google.com/site/praniteeshare/naeanaapp หาแปร๊บ ครูจำไม่ได้ แอพชื่อไร ปกติครูใช้คอร์ดทัช ในแอนดรอยด์

https://mobile.facebook.com/photo.php?fbid=10152924627297987&set=a.10150568427562987.385543.744907986&type=1&_rdr

ลองฟังความแตกต่างระหว่าง คีย์ ซี กับ คีย์ อี https://instagram.com/p/BA6lWXKEPFy/ (มีกดคอร์ดสาธิตผิดไปตัวนึง คือ จัดเซตไว้ใน ig เผื่อสาธิต hasttag ว่า #myskyset1 เรื่องนี้ ลองกดดู — นี่คือแถม)

โชว์คอร์ดในคีย์ #คีย์C #คีย์E #chordtouch #android #myskyset1

A post shared by Pranitee Ratanawijitr (@pranitee) on

Advertisements

วิธีหาหนังสือในห้องสมุดใดใดก็ตาม

เสียเวลาอ่านทั้งหมด
ไม่น่าเกิน 20 นาที แต่
จะมีความรู้ (ถ้าไม่เคยรู้)
ไปใช้ค้นหาหนังสือที่ห้องสมุด
มาอ่านเพิ่มพูนความรู้ของคุณ
ไปได้ตลอดทั้งชีวิต
ขอบคุณที่อ่านค่ะ

17 มกราคม เวลา 23:35 น. ·

ใครอ่าน อ่านจบ ก็ไปสอนเพื่อนต่อ (บางคนเป็นการทบทวนสิ่งที่เคยเรียน บางคนเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ ฝึกทำอะไรด้วยตนเอง เพราะยังไงในอนาคตก็ต้องทำ #เรียนมหาวิทยาลัยต้องได้ทำแน่ และมีวิชาเรียนด้วย :-D)

ท่านที่ไม่เคยเรียนรู้วิธีการค้นหาหนังสือ
หรืออาจจะเคยเรียนมาบ้าง
แต่ถ้าหากไม่ได้เข้าห้องสมุดบ่อย ๆ
หรือไปห้องสมุดที่ไม่เคยไป
ก็อาจจะลืม ว่าต้องทำอย่างไร
วันนี้ ป้าแอมจะมาแนะนำ วิธีหาหนังสือด้วยตนเอง ไม่ต้องวานให้ใครหาให้ (ไปคนเดียวสบาย ไม่ต้องรบกวนใคร) ไม่ต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ห้องสมุด (เผื่อเขาทำงานยุ่งอยู่) ลองอ่านดูค่ะ

1) ก่อนไปห้องสมุดใดก็ตาม เปิดกูเกิลดูก่อน ว่า มีเว็บไซต์ของห้องสมุดนั้นไหม ถ้ามี อ่านข้อมูลในเว็บนั้นให้มากที่สุด ถ้าขี้เกียจ ก็จงอ่านวันเวลาที่ให้บริการ กับกฎระเบียบการเข้าใช้ จะได้ไปไม่ผิดวัน และไม่ไปทำผิดกฎของห้องสมุด ให้ขายหน้า
(มารยาทสากล คือ ห้ามกินขนมอาหารในห้องสมุด ห้ามส่งเสียงดังในห้องสมุด เป็นต้น)

2) รู้คร่าว ๆ ไปหน่อยว่า ระบบการจัดเรียงหนังสือ (ที่วางหนังสือเรียง ๆ กันนั่นมีระบบอยู่นะ ไม่ใช่เรียงมั่ว) มันมีอย่างน้อย 3 ระบบ (อาจมีอีกที่ป้าไม่รู้จัก แต่ที่ป้าเรียนมาจาก มศว เลย รู้ว่ามี 3 ระบบ) คือ ระบบดิวอี้, ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน, ระบบหอสมุดแพทย์ ซึ่งคงจะเน้นแบบแรก(แถมแบบ2นิดหน่อย) เพราะพวกโรงเรียนทั่วไปจะใช้แบบดิวอี้นี้ เลขหมู่จะแทนด้วยเลขอารบิค ลักษณะแบบนี้ ตย. 371.33 คือเลขหมู่หนังสือเกี่ยวกับเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งถ้า แบบรัฐสภาสหรัฐ จะเป็น LB1028.3(*LCC ถูกวิจารณ์ว่าขาดรากฐานทางทฤษฎีที่สมเหตุสมผล การตัดสินใจจัดหมู่หลายอย่างมาจากความต้องการทางปฏิบัติของหอสมุดมิใช่การจัดหมู่แบบญาณวิทยา แม้ระบบนี้แบ่งเรื่องเป็นประเภทใหญ่ ๆ แต่มีสภาพแท้จริงแล้วแจงนับ คือ ระบบนี้ชี้นำไปยังหนังสือที่มีอยู่ในการเก็บรวบรวมของห้องสมุดหนึ่ง ๆ มิใช่การจัดหมู่ของโลก ฉะนั้นอาจไม่ใช่เลขต่อหลังตามนั้น พอดีไม่ได้เรียนละเอียด) เป็นต้น
ส่วนอีกแบบ ไม่รู้ ไม่ได้เรียนแพทย์ ไม่เคยใช้หอสมุดแพทย์
สรุปให้นิดว่า แบบดิวอี้ใช้จัดหอสมุดที่มีหนังสือไม่มาก ถ้าหอสมุดมีหนังสือจำนวนมาก ๆ จะใช้แบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน

3) ถ้าไม่รีบ (ไม่อยากให้รีบเลย อยากให้เผื่อเวลาเพื่อเดินชิล ๆ สำรวจนี่นั่นโน่นภายในห้องสมุด ให้ทั่วก่อน) อยากให้เข้าไปเดินสำรวจมุมต่าง ๆ ในห้องสมุดให้ครบทุกจุด เพื่อให้รู้ว่า แต่ละชั้น แต่ละมุม มีหนังสือแนวไหนวางเรียงอยู่

4) ถ้ายังไม่คิดจะค้นหาหนังสืออะไรมาอ่าน (ไปแบบว่าง ๆ) ก็เดินไปนั่งอ่านหนังสือในมุมต่าง ๆ ในชั้นต่าง ๆ ให้ชิน แถมว่าเวลาหยิบหนังสือออกมาอ่าน โปรดหยิบทีละเล่ม แล้วถ้าจำตำแหน่งที่หนังสือวางอยู่ ก่อนหยิบมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องเก็บมั่ว ตามหอสมุดใหญ่ ๆ จะมีโต๊ะสำหรับวางหนังสือที่อ่าน เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จะเก็บเอง ให้อยู่ตำแหน่งเดิม (ห้องสมุดหลายที่ จะมีเลขหมู่พิเศษ เช่นหนังสือเยาวชน ซึ่งไม่ต้องวางเรียงตามเลขเรียกหนังสือ แค่เอาไปวางบนชั้นก็จบแล้ว แต่หนังสือส่วนใหญ่ในห้องสมุด จะต้องเรียงตามเลขเรียกหนังสือ มันจะเรียงตามตัวเลข และตัวอักษร ถ้าว่าง ลองเดินดูสติกเกอร์ตรงสันปกหนังสือเล่มโต ๆ ถึงยังไม่รู้จักเลขตรงสติกเกอร์นี้ก็ไม่เป็นไร เดินดูก่อนได้ ดูจากชั้นบนสุด มันจะเริ่มเรียงจากซ้ายไปขวา จนสุดขอบตู้ชั้นบนสุด แล้วมันก็จะถัดลงมาอีกชั้น แล้วเริ่มเรียงซ้ายไปขวา เช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงชั้นล่างสุดของตู้นั่น แล้วก็ไปขึ้นตู้ใหม่ เดินดูแล้วจะอ๋อ)

5) ถ้าอยากหาหนังสือแบบด่วนเลย (แต่จริง ๆ ก็ควรจะทำความรู้จักจุดต่าง ๆ ในห้องสมุดก่อน อย่านึกอยากจะหาก็มารีบ ๆ *ถ้ารีบ ๆ ศึกษาเองไม่ทันก็ต้องถามเจ้าหน้าที่ห้องสมุดแหละว่าตู้อยู่ไหน) วิธีการที่เราใช้ ใช้กับทุกกรณีด้วย คือ การเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ที่เราจบมา) เว็บนี้ http://library.swu.ac.th/th/ เนื่องจากที่ มศว มีทั้งแบบดิวอี้ (หอสมุดกลางที่ศูนย์ประสานมิตร) และแบบหอสมุดรัฐสภา (หอสมุดที่ศุนย์องครักษ์)

เข้าเว็บแล้ว พิมพ์คำที่ต้องการค้น ลงในช่อง ตรงที่เขียนว่า SWU Discovery จากนั้นกดปุ่ม Search
มันจะเด้งไปอีกหน้า (ค้นคำว่า เรียนเก่ง แบบอยากเรียนเก่ง เลยหาหนังสือ ตำรา เรียนเก่ง มาอ่าน)

มีรายการขึ้นมามากมายก่ายกอง
เราขอยก ตย. ให้ดู 2 แบบ คือ

แบบแรก
1 นาที แนะวิธีการเรียนเก่ง : ฉบับ ติวเข้ม อ่านเสริม เพิ่มเกรด ด้วยตนเอง
โชติกานต์ เที่ยงธรรม. 2554
Library Resource

Available at Central Library (SWU) BK-T 5th fl. (371.30281 ช823ห 2554 ) and other locations

จะเห็นว่ามีชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง ส่วน
371.30281 ช823ห 2554 คือ เลขเรียกหนังสือ ที่จะปรากฏบนสติกเกอร์ข้างสันหนังสือ (แปลให้ได้ว่า อยู่ตู้ 300 ถ้ามศว ไม่เปลี่ยนตำแหน่งตู้ คือตู้อยู่ชั้น 5 เดินดูป้ายที่ตู้เดี๋ยวก็เจอ หนังสือจะเรียงเลข ตามที่บอกไปแล้ว – เพิ่มเติมว่า เราเอ๋อ เขาก็บอกอยู่ Available at Central Library (SWU) BK-T 5th fl. คือชั้น5 มศว ประสานมิตร=อยู่ กทม)
*****ประยุกต์กับหอสมุดอื่นที่จัดด้วยระบบดิวอี้ คือ หนังสือเกี่ยวกับเรียนเก่ง จะอยู่ตู้ 300 ตรงชั้นที่วางหนังสือเลขหมู่ 371.30281 ไปเดินไล่เรียงดูตั้งแต่ 371 เลยก็ได้ (และอาจมีเลขหมู่อื่นอีก มันแล้วแต่ว่าเป็นเรื่องย่อยแบบ ไหน ถ้าเกี่ยวกับจิตวิทยา อาจอยู่ตู้ 100 ตั้งแต่เลขหมู่ 150) ถ้าหอสมุดนั้น ๆ มีหนังสือเล่มเดียวกันนี้ เลขหมู่ดิวอี้จะไม่ผิดจากนี้ ((ถ้าเขาให้เลขหมู่ถูก – เพราะเรามั่นใจว่าที่ มศว จัดเลขหมู่ถูกแน่นอน)) หมายเหตุ คำว่าตู้ 300 ตู้ 100 เลขพวกนี้คือชื่อตู้ ตามเลขหมู่ดิวอี้ ไม่ใช่ให้ไปเดินนับตู้ 1 2 3 4 5 …ว่าหนังสือนั้นอยู่ตู้ใบที่ 300 -?- มีเด็กเข้าใจผิดแบบนี้จริง ๆ นะ เลยต้องอธิบายเยอะแยะแบบนี้ ป้ายข้างตู้จะเขียนไว้ค่ะ ตู้ “100 ปรัชญา” ตู้ “200 ศาสนา” ดูคร่าว ๆ ได้ที่ https://th.wikipedia.org/wiki/รายการหมู่ระบบทศนิยมดิวอี้

กับอีกแบบ แบบที่สอง (เลื่อนเมาส์ ลงมา ๆ ถ้าเห็นขึ้นด้วยตัวอักษร ไม่ใช่เลขอารบิค ให้คิดเลยว่าเป็นแบบรัฐสภาอเมริกัน ซึ่ง ม.รามคำแหง จัดหอสมุดดัวยระบบนี้ เผื่อใครไปอ่านหนังสือที่ราม1 // มสธ ก็ด้วย เพราะหอสมุดเขา หนังสือเยอะมาก)

วิธีสั่งสมองให้เรียนเก่ง = Brain power
วอร์ด, คริสทีน. เดลีย์, เจน.; ดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา, หม่อม. 2552
Library Resource

Checked out from Ongkharak Library 5th fl. Liberal Arts (Thai) (LB1601 ว366 2552 )

LB1601 ว366 2552 นี่คือเลขเรียกหนังสือ เช่นเดียวกับ ที่กล่าวไปแล้ว ถ้าจะหาหนังสือแนวเรียนเก่ง เริ่มเดินดูที่ ตู้ LB ไล่มาเลย ถ้าเจอเลขตามนี้เลยก็ได้อ่านหนังสือที่ต้องการแน่นอน

รู้แค่ประมาณนี้ ถ้ามีสมาร์ทโฟน กับ เน็ต ติดตัวไป ไม่ว่าเข้าหอสมุดใด ที่จัดด้วยสองระบบนี้ ดิวอี้ กับ หอสมุดรัฐสภาสหรัฐ ก็หาหนังสืออ่านเองได้ ไม่ต้องพึ่งใครแน่นอน

แต่ถ้าหอสมุดนั้น ๆ มีเว็บไซต์ค้นหา ก็เข้าของเขา จะได้เจอหนังสือเร็วขึ้น เพราะป้าแอมมั่นใจจริง ๆ ว่าแต่ละที่ มันจะมีความแตกต่างในการจัดวางอยู่บ้าง (เช่น “ที่นี่” จะไม่เรียงเลขเรียกหนังสือตามลำดับจนครบทุกเล่ม เพราะถ้าเรียงแบบนั้น คนเรียงตายก่อนแน่ ๆ เพราะคนยืมเยอะเนื่องจากมีเกณฑ์บังคับ คนเห็นแกตัวชอบซ่อนหนังสือ ตามซอกต่าง ๆ ทำให้หนังสือหายไปจากชั้น คนไม่มีวินัยทำชั้นเละเทะตลอด จึงจัดด้วย หมวดใหญ่ ๆ คือ ใช้ สองเลขหน้าพอ เช่น ตู้ 100 ก็จะมีช่อง 100, 110, 120, 130, 140, 150, 160, 170, 180, 190 หากมีหนังสือเลขหมู่ 111, 112.3, 115, 119, ก็จะสามารถจับใส่ช่อง 110 ได้เลย แบบนี้เป็นต้น หายากหน่อย เลขไม่เรียง แต่หนังสือไม่เยอะหรอก คงไม่เกินความพยายามของคนที่อยากอ่านจริง ๆ (หาเจอแน่ ถ้าไม่มีใครยืม หรือใครเอาไปซ่อน — เห็นแก่ตัวมากนะ คนซ่อนหนังสือเนี่ย ซื้อเองเถอะ อย่าทำแบบนี้)

อย่างไรก็ตาม ทุกท่านควรมีมารยาทในการอ่านหนังสือในห้องสมุด
อย่าคุย อย่าส่งเสียงดัง (อยากทำแบบนี้ ก็เดินออกจากห้องสมุดไปค่ะ)
อย่ากินขนม (อยากกิน ไปกินที่โรงอาหารค่ะ)
อย่าซ่อนหนังสือ (คนอื่นหาไม่เจอค่ะ หนังสืออยู่ผิดที่ คนซ่อนลืมที่ซ่อนก็มีค่ะ น่าสงสารหนังสือนะคะ เผื่อหาไม่เจอ สุดท้ายสูญเปล่า แทนที่คนอื่นจะได้อ่านเพิ่มพูนรอยหยักในสมอง)
อย่าเอาหนังสือออกมาค้นมากมายเกินเหตุ (สงสารคนเรียงหนังสือบ้างค่ะ ถ้าไม่แน่ใจว่าใช่ที่อยากอ่านไหม แล้วคนน้อย ก็นั่งค้นอยู่ตรงชั้นวางไปเลย อ่านแล้วเก็บตำแหน่งเดิมเลย ทำทีละเล่มไปเลย ดีกับทุกฝ่าย)

จริง ๆ ถ้ามีเวลามากมาย แล้วนักเรียนมีสิ่งที่ชอบ มีความฝัน มีแรงบันดาลใจ สักเรื่อง นักเรียนจะค้นพบว่า ห้องสมุดคือสวรรค์มาก ๆ อยากรู้เรื่องนั้น ๆ ก็อ่านหนังสือเรื่องนั้น ๆ การอ่านหนังสือ “ช่วยลดเวลาลองผิดลองถูกไปได้เยอะเลยนะ”

แต่ถ้าไม่ชอบอ่าน ก็อย่ามาเข้าห้องสมุดเลยค่ะ เข้าไปก็จะกลายเป็นไปรบกวนคนที่เขาชอบอ่านหนังสือซะเปล่า ๆ หนังสือสูญหายไปกับคนยืมที่หายสาบสูญ T”T

อย่าบังคับให้ใครเข้าห้องสมุด อย่าบังคับให้ใครอ่านหนังสือ จงทำให้เขาค้นพบว่าเขาชอบอะไร และให้เขาอยากตามหาข้อมูลของสิ่งนั้นเองดีกว่า ไม่หาในหนังสือก็ได้ ถ้าในเน็ตมี ก็ไปอ่านในเน็ต แต่ขอให้อ่านจากเว็บที่เชื่อถือได้แล้วกัน

เขียนจบ 23:20 17/1/2559 แก้ไข 23:46

แถมอยู่ดี
https://www.facebook.com/buntuekrakkarnarn/

https://www.facebook.com/buntuekrakkarnarn/posts/159840874350821

ขอบคุณที่อ่าน 😀  และจะขอบคุณมาก ๆ ถ้าจะนำไปสอนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ผู้อื่นทั่วไป ต่อ 😀 อยากให้ทำเป็น แบบรวบรัดที่สุดแล้ว งงตรงไหนถามได้

https://www.facebook.com/pranitee/posts/10153490629712987

แก้ไขเพิ่ม 18:25 23/01/59 เพราะใช้ชื่อเฉพาะบางอย่างผิด จะมาแก้เรื่อย ๆ ถ้าพบว่าผิด (หลักการไม่ผิดหรอก ชื่อเฉพาะอ่ะจะผิด)
แถม https://th.wikipedia.org/wiki/ระบบหอสมุดรัฐสภา และ
https://www.gotoknow.org/posts/326557

ร้านขายชุดไทยแนวนี้ สโลแกนซื้อถูกกว่าเช่า ที่อิมสำโรง

ชั้น 3 (ใช่ป่ะ) ถ้านึกร้านราศีเมษออก ร้านนี้จะอยู่แถว ๆ นั้น 

เอางี้ ถ้าจากหน้าห้างอิมพีเรียลสำโรง 

ล็อกร้านจะอยู่ตรงกับทางเข้าหน้าห้างเลย แค่เป็นชั้นเดียวกับร้านราศีเมษ แต่คนละฝั่ง

|ฝั่งซ้าย ร้านนี้ อยู่ล็อกหลัง ๆ| ฝั่งขวา ร้านราศีเมษ อยู่หน้าสุด| 

นามบัตรร้าน 

  
   
  
 เสื้อ 300฿
ผ้าถุง 290฿

โจงกระเบน 290฿

ซื้อมาใส่เอง อิอิ ร.ร. ให้ใส่ชุดไทยบ่อย

แนะนำ เพราะราคาเรตนี้ รับได้ โอเคเลย สวยมาก ๆ

วิธีเติมน้ำใส่ถัง (แบบนะ มันคือปัญหาของเรา 555)

มันคือที่ทำงานเราเอง

  
  
ดูหน้าตาก๊อกล้างมือแบบชัด ๆ กับ ถังน้ำ (ตะกอนเต็มก้นถัง)

  
  
เราคิดวิธีแก้ปัญหาได้แบบนี้ เอาสายยางน้ำทิ้ง ครอบปากก๊อกล้างมือ แล้วหาเชือกมัด เปิดน้ำก๊อกล้างมือ ปลายท่อ จ่อลงถัง สบาย ไม่ต้องเฝ้า น้ำล้นก็มาปิด

แต่คงไม่ทำ เพราะขี้เกียจลงทุนให้ เราจะเอาสายไปใส่เครื่องซักผ้าบ้านเรา 555

ทุกวันนี้ เติมน้ำยังไงน่ะเหรอ

ก็เวลาเข้าห้องน้ำ (ปวดอึบ่อย) ก็เอาสายฉีด กดเปิดน้ำ ถือจ่อไปในถัง รอจนน้ำเต็มถัง แค่นั้นเอง 555

มาเล่าว่า คิดได้แบบนี้ แต่ก็ยังทำแบบเดิมแหละ ขี้เกียจลงทุนให้ที่ทำงาน คนอื่นไม่ได้มองเป็นปัญหาน่ะ และสายท่อน้ำทิ้งที่บ้านก็รั่วด้วย 

ก่อนใช้ เราว่าจะเอาถุงพลาสติกใส พันทั้งสาย โดยเฉพาะรอยต่อที่สายจะงอ ก่อนใช้ เพราะท่อแตกตรงรอยงอประจำเลย จะได้ไม่ต้องห่วงว่าต้องซ่อม

ควรซื้อของแจกปีใหม่ ไว้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม

พอเพื่อนบ้านมาเรียก เอาของมาให้ จะได้มอบในส่วนของเราให้เขาไปเลย ไม่ต้องไปเรียกเขาวันหลัง 555

(ถ้าเขาไม่ให้ก็ดี ไมาต้องไปให้ ไม่เปลือง)

ทยอยซื้อ จะได้ไม่ต้องแบกหนัก

อย่าแห่ไปซื้อช่วงคนแก่ไป มันจะต่อคิว วุ่นวาย

ถูกแพงกว่ากันไม่กี่สิบบาท อย่าไปคิดมาก ถ้าไม่ตาย 

การไม่เบียดเบียนกัน เป็นของขวัญที่ดีที่สุด

ถ้าเริ่มมีเงินเก็บ จงให้ตังค์พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย (ถ้าไม่ลำบากใจ หรือติดขัดอะไร)

เราไม่ทันให้ปู่ ปู่เสียไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว

แต่ที่เริ่มให้ ม่า กับ ย่า เพราะ อยากให้ม่า กับ ย่า ดีใจ ที่หลานมีตังค์ให้ ให้ไม่เยอะนะ เราไม่ได้รวย เราจะให้โดยบอกว่า ให้ม่า / ย่าไว้ซื้อขนมกิน เหตุผลคือมันน้อยไง 100 บาท ถึง 500 บาท เอง ต่อครั้งด้วย เหตุผลคือ เราก็ไม่ได้รวย แต่เราอยากให้

ส่วนอากง ตาเรา เราไม่ให้ เหตุผลคือ อากง หลง ๆ ลืม ๆ แล้ว ให้ไปก็คงหาย ให้ม่า กงก็คงได้กินแหละ 

ส่วนพ่อแม่ เราเงินน้อยกว่า สี่เท่า เราเลยไม่ได้ให้ แต่เราซื้อของใช้เข้าบ้าน

เราว่าถ้าเรามีครอบครัว มีผัว มีลูก เราจะสร้างกฎ กฎชิล ๆ เงินเพื่อนส่วนกลาง แต่อาจจะไม่ทำก็ได้ คือเราอยากให้เกิดการเรียนรู้ ว่าของใช้ร่วมกัน มันก็มีต้นทุน เห็นบางบ้านทะเลาะกันแล้ว สมเพช (มีคนรู้จัก ซื้ออะไรเข้าบ้าน คนใช้กันทั้งบ้าน แต่ไม่มีใครจ่าย) มันไม่สมควร

การที่จะเป็นคนใจดี คนไม่เห็นแก่ตัวได้ ต้องเข้าใจเรื่องว่าทุกอย่างมีต้นทุน การเอาเปรียบคนอื่น ก็คือการไม่ลงทุนแต่หวังกำไร เป็นบาป อาจงง ๆ ว่ะ แต่การตอบแทนบุญคุณสำคัญที่สุด คุณอาจไม่ต้องเอื้อเฟื้อใครมากมายก็ได้ แต่คุณอย่าเอาเปรียบเขาแล้วกัน

คำขอบคุณที่จริงใจ ไม่ต้องเสียเงิน แต่สร้างความสุขได้

การให้เงินผู้มีพระคุณ สร้างความสุขได้

อย่ารอขอ จงพยายามเติบโต เพื่อจะได้เป็นผู้ให้

ใครชอบขอ คนนั้นก็จะไม่เจริญ จงพยายามที่จะเป็นผู้ให้ เพื่อให้ผู้อื่นมีกำลังที่จะเป็นผู้ให้ต่อ ๆ ไป 
เก็บเงิน จะต้องสร้างเงินแสนเงินล้านให้ได้ แต่ไม่ลืมที่จะให้

เสื้อชุดทำงาน ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย

ชอบมีคนเหมือนแขวะที่เราใส่ชุดที่ทำงานตัดให้ (เสื้อซาฟารี ลายชื่อโรงเรียน) 

เราเคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่า มันมีกระเป๋าเยอะ 

แต่วันนี้จะบอกเพิ่ม ว่า มันทำให้คนที่สังเกต รู้ว่าเราทำงานอะไร ที่ไหน

มันเพิ่มความรู้สึกเกรงใจ (ถ้ามันจะเกรงใจ)

ถ้าเราใส่เสื้อยืดเกงยีนส์ คงไม่มีใครเกรงใจ ดูแล้วสถุล ดีไม่ดีมองว่าเราเป็นต่างด้าวซะอีก -“-

เสื้อ การแต่งกาย มันสร้างความตระหนัก ตระหนก ได้ว่ะ 

เอาว่า เราพอใจจะใส่แบบนี้ อย่ามองว่าแปลก หรือนู่นนี่นั่น เราจะใส่ในสิ่งที่เราคิดว่ามันทำให้เรารู้สึกโอเคที่สุด