เทคนิคครูแอม ภาค 17 เรื่องสีฟอนต์ฝากไว้ให้ระวัง ระวังตัวไว้ด้วย และของแถมเรื่องเพิ่มคะแนนกับน้ำใจในหมู่เพื่อนแรงบันดาลใจจากกูเกิล

ก่อนอื่นต้องบอกก่อน สัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้เราร้องไห้ทุกวัน วันละหลาย ๆ รอบ จากหลาย ๆ ปัญหา ไซโคโซมาติกกำเริบด้วยอาการท้องเสียตลอด ทั้งที่ไม่ได้กินอะไร จะอาเจียน และผิวหนังอักเสบ ตามัวข้างขวา เป๋อ เอ๋อ (ส่งไลน์ผิดกลุ่ม ออกไปรับของผิดชื่อ หยิบนู่นนี่ผิด สับสน) คาดว่าอาจใกล้ตายแล้ว ถ้าไม่ได้รับการเยียวยา 

.

.

.
1) จะเขียนถึงข้อสอบ พอดีได้รับมาจากน้องคนที่สอนมาก่อน น้องเฉลยลงไป ด้วยฟอนต์สีแดง แบบนี้ 


เราปรินท์ดำ นึกว่าไม่มีผล

ที่ไหนได้ มีนักเรียนสอบได้เต็ม 

และส่งต่อให้เพื่อนลอก (ห้องนี้แย่มาก เราเดินดูตลอด ไม่มีใครคุย ลอกได้ไง แอบบอกทางไหน แต่โอเค ห้องค่อนข้างไม่เหมาะเป็นห้องสอบ มันสอบนอกตาราง เราคุมคนเดียว ทว่าไม่ต้องห่วง ผ่านแค่ 5 คน ไม่นับสองคนนี้ที่ได้เต็ม (คนนึงไม่มีรอยลบเลย เพราะเห็นความต่างในสีข้อสอบ สุด ๆ เข็ดจนตายอ่ะ แม้ปรินท์ด้วยเลเซอร์สีดำ มันยังมีความหนาบางต่างกัน จนเด็กจับสังเกตได้//เราเรียกเด็กมาคุยว่าเกิดอะไรขึ้น ข้อสอบครูรั่วเหรอ เด็กบอกว่าเปล่า มองเห็นความหนาบางของตัวอักษร ในตัวเลือก//ว่ามันต่าง ที่ น่าจะเป็นเฉลย ส่วนอีกคนลอกเพื่อน เพราะมีรอยลบเป็นสิบ ๆ ข้อ) จำไว้นะคะ เราไม่อยากให้ใครผิดพลาดเหมือนเรา จะด่าเราก็ได้ค่ะ แต่เราไม่เคยทำข้อสอบมาก่อน มีคนตรวจอีกหลายขั้นตอน ก็ไม่คิดว่าจะกลายมาเจอปัญหาแบบนี้ได้ค่ะ  

อย่าลืมเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมดก่อนปริ้นท์ข้อสอบนะคะ ด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้ตกที่นั่งเดียวกัน ต้องออกข้อสอบใหม่ แต่มันต้องซ่อมตั้ง 39 คน เพราะมันตก 

มันไม่ตั้งใจเรียนเลย เสียใจ ไม่ชอบเด็กแบบนี้เลย (น้องอีกคนที่สอนก็บอกว่าห้องนี้ตอแหลเก่ง แต่ในความคิดเรา มันแย่ มันห่วงแต่สวย ๆ แรด ๆ มันคุยเก่ง มันไม่สนใจเรียน มันไม่น่ารักเลย ทั้งห้อง ท้อใจทุกครั้งที่เจอ แต่ก็จะพยายาม แต่อย่างน้อย มันก็มีคนนึง ที่แยกเฉลยได้จากปัญหาทางเทคนิค ขนลุก เฮ้อ อย่างน้อยแกก็เป็นสัญญาณเตือนภัยให้ครู) ต้องระวัง ๆ

.

.

.

2) การถูกโยนความผิดให้อยู่ฝ่ายเดียว ทั้งที่ก็เลวพอกัน 

เราขอเล่าเหตุแบบอ้อม ๆ

เราต้องแจกอย่างนึง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่เราคนเดียว เราเอาลงไปจะแจก (ปกติเราจะเขียนเลขห้องไว้ แจกไว้คนหน้าสุด) แปร๊บเดียวครบ เราก็จะทำแบบนั้น ทว่า เรากั๊กอีกชุดไว้เผื่อคนรับทำหาย แล้วจะมาขอใหม่ 

พอดีเรามีอีกหน้าที่หนึ่งด้วย ที่เราไม่อยากปฏิเสธ แต่คนที่บารมีสูงกว่า ว่าเราว่าไปรับมาทำไม (เราไม่ได้อยู่ในฝ่ายที่ปฏิเสธใครได้ง่าย ไม่ได้บารมีสูงเหมือนบางคน) เราก็พยายามทำทุกหน้าที่ ก็พยายาม ไม่ใช่ไม่ทำ เหมือนที่บางคนกล่าวหา ซึ่งเราก็ปฏิเสธไม่ได้

เอกสารถูกเจาะจง1ชุด ไม่เจาะจง1ชุด เขาเห็น เขาเอาไป เขาเอาไม่เจาะจงไปแจกทุกคน ไปแจกทุกคนในบริเวณนั้น แล้วเอาใบเจาะจงมาให้เราแจก แล้วเราจะแจกใคร เมื่อคนในบริเวณนั้น รับใบไม่เจาะจงที่เขาตะลุยเดินแจกไปหมดแล้ว

เราเดินถามบางคน ตามใบเจาะจงที่เราเหลืออยู่ ทั้งสองคนของห้องนั้น ๆ ได้รับเอกสารแล้ว อ้าว แล้วทีนี้เราจะรู้ไหม ว่าใครยังไม่ได้รับเอกสาร เพราะเช็คจากความเจาะจงไม่ได้แล้ว

เราจึงเอาเอกสารวางไว้ข้างโต๊ะด้านล่าง เผื่อว่าใครทำหายจะมาขอใหม่

มีคนขอด้วย ท่านนึง 

แต่ความซวยมาถึงเราก่อน

เราถูกค้นโต๊ะ 

มารยาทงามมากเลยเนอะ ค้นโต๊ะคนอื่นเนี่ย

แล้วก็ถือมาถามเราว่า นี่คืออะไร

เราก็ตอบว่า ถามห้องตามเลขเหล่านั้นแล้ว เขาบอกว่าได้รับแล้ว (ก็เขาบอกแบบนี้มา จะให้ไปยัดใส่มือเขาอีกเหรอไง) เลยจะเก็บไว้ให้คนที่ขอ

พอดียังไม่ได้พูดต่อ (เพราะเราอึ้งมาก ว่าถูกค้นโต๊ะ) ว่ามีคนทำหายจะขอ

เขาก็เอาเอกสารไปเลย แล้วเราก็ไม่รู้จะเอาเอกสารที่ไหนให้คนที่ขอ

เลยแชตไปบอกคนที่ขอ ว่าให้ นร.มาขอที่เขา คนที่ขอบอกว่า ไม่อยากไปขอที่เขา (คนอื่นขยาดขนาดนี้ เฮ้อ ถึงขั้นบอกว่า ให้เราช่วยเอาใบที่ส่งแล้ว มาให้ลบแล้วซีรอกที จะทำให้กลายเป็นใบที่เขียนได้ เพราะไม่อยากไปขอจากเขาจริง ๆ เรานี่ทึ่งเลย ทึ่งว่า ทำไมเขาต้องค้นโต๊ะเรา ให้ปัญหาบานปลายขนาดนี้ เราไม่มีไฟล์นะ ปริ้นท์ใหม่ไม่ได้ ((ถ้าเราทำอะไร เราจะมีไฟล์ให้โหลด = ระบบการทำงานต่างกัน)) ปวดหัวมาก และให้เราไปขอเหรอ ฝันไปเหอะ เราไม่อยากคุยกับคนที่กดดันเราขนาดนี้ กดดันแบบ เฮ้ย จะให้ได้ดังใจเลย ถ้าไม่ได้ แปลว่าเราเลว ใช่ไหม คงใช่) สุดท้าย คนขอ เขาไปหา หาจนเจออ่ะ 

เห็นเลยว่า ความไม่อยากเจอคนบางคน ทำให้ฮึดหาจนเจออ่ะ 

ยังไม่จบ 

เราได้ตามเช็คการส่ง 

อีกคนที่เขาบอกว่าช่วยเขามากกว่าเรา ไม่เคยจำชื่อแอดไวเซ้อประจำชั้นได้ เราจำได้หมด เราบอกน้อง ช่วยกันหา ช่วยกันตามถาม แจก

พอผู้ใหญ่ถาม

เขาตอบผู้ใหญ่ว่า คนนึงแจก คนนึงไม่ยอมแจก (เขาว่าเราให้ผู้ใหญ่ฟังเลย แม้ไม่ออกชื่อ)

เชื่อไหม เราไม่ได้ยินหรอก แต่อีกคนบอก 

เราร้องไห้เลยนะ ในตรงนั้น พี่สาว(ญาติ)ถาม มึงเป็นอะไร ก็ไม่ได้พูดตรง ๆ แต่อยากจะพูดจริง ๆ ว่า การที่เกิดปัญหา ไม่ได้ดังใจ มันไม่ใช่ความผิดของคนคนเดียว

ถ้าในครั้งแรก เขาไม่มายุ่งกับระบบการแจกของเรา มันจะไม่ชิบหายขนาดนี้ เห็นไหม ปัญหาตามมาเท่าไร แล้วไง สุดท้ายโทษเรา 

มันเจ็บ  เจ็บใจที่ระบบการทำงาน (ที่เป็นระบบกว่าเขาแน่นอน แค่โต๊ะรกเพื่อเช็คพวกไร้มารยาทที่มาค้นไง) ถูกแทรกสอดตลอดเวลา แล้วยังโดนด่าอีก 

ถ้าเราให้ใครทำงานอะไร เราจะไม่ไปยุ่งเลยนะ รอสรุปสุดท้ายทีเดียว

และถ้าเราจะทำงานอะไร เราจะเตรียม มีเวลา ไม่ใช่กลัวไม่ทัน รีบล่วงหน้า จนทำคนอื่นลน ระบบเสีย คนอื่นเตรียมแล้ว วันนี้จะทำอะไร ก็มาเปลี่ยนงาน ต้องทำนู้นก่อน นี้ก่อน 

เครื่องจักร เปลี่ยนโปรแกรมไปมายังพังได้ นี่คนนะ จะเอาให้รวนตายไปเลยใช่ไหม

บอกเลย ไม่รู้จะทำไงแล้ว แต่ขอเคลียร์ชีวิตในส่วนอื่น ๆ ด้วย เพราะ เราไม่ได้เกิดมาเพื่อจะต้องตายด้วยบารมีของคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล 

เรายังต้องใช้กรรมในเรื่องอื่น ๆ 

จะทำดี ตราบที่ไม่ถูกแทรกแซง 

เราไม่ใช่คนดี ไม่มโนว่าตัวเองดี ไม่เคยบังคับใครให้ต้องมา “ดี“ ในแบบของเรา เพราะ การบังคับ สร้างความเกลียดชัง และการเสแสร้งทำบางอย่าง อย่างจอมปลอม ไม่ได้สำนึกจากจิตใจ

เราจะสร้างแรงบันดาลใจ 

ว่าเราเถอะค่ะ ถ้าไม่เคยมองเห็นความผิดของตัวเอง ก็ว่าเราเถอะค่ะ คนเราวาสนามันไม่เท่ากัน แต่เวลาที่เกิดปัญหา เราก็ไม่เคยโทษใครคนใดคนนึงนะ เวลาเกิดปัญหา เราจะโทษตัวเองก่อน หลายปัญหา เกิดจากเรา แต่ไม่ใช่แค่เราคนเดียว ต้องมองให้ลึกลงไป บางปัญหาคนถูกใส่ร้ายตายไปแล้ว ยังไม่มีใครล้างผิดให้ก็มี จงมองหลายอย่างให้ครบทุกด้านทุกแง่มุม เพราะโลกนี้มีหลายด้านหลายแง่มุม

เวลาใครว่าใครเลว เราไม่ปักใจเชื่อนะ เราจะย้อนมองคนที่ว่าเขาด้วย แล้วห่างหมด ทั้งสองฝ่าย เพราะรำคาญ

คนอื่นเขาก็รำคาญเรา ก็ดี เราก็พยายามทำตัวน่ารำคาญ เราอยากให้เขารำคาญ จะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกัน สบายดี

.

.

.
3) วิธีการเพิ่มคะแนนของเรา 

นักเรียนเรา ได้คะแนนเก็บน้อย เราเลยหาทางเพิ่มคะแนน และจูงใจให้นักเรียน มาสนับสนุนงานที่เรารับผิดชอบ

โดยการ จะแจกใบเพิ่มคะแนน 

ให้มาร่วมกิจกรรม ทั้งประกวด ทั้งเกม

มีเป็นสิบ ๆ อย่าง ใน 5 วัน

ทุกคนจะเพิ่มคะแนนให้ตัวเองได้ ไม่เกิน 10 คะแนน

(ช่องนั้นคือ เต็ม 10 เก็บสอบหลักภาษา สอบได้น้อย บางคนได้ 0 เพราะอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้  บางคนได้ 4.3 มีหลายคะแนน)

 ก็เพิ่มให้ตัวเองไป 

ตย.เช่น ด.ช.เอ ได้ 5.6 คะแนน ไปเล่นเกมข้างล่าง ได้ 3 เกม พี่เจ้าหน้าที่เซนให้สามลายเซน 

กับแข่งคัดลายมือ กับ สารานุกรม ครูเซนให้ 2 ลายเซน 

จะเซนให้ตอนส่งกระดาษคำตอบ หรือหลังเล่นเกม (เป็นรอบ ๆ) 

ได้มา 5 ลายเซ็น =5 คะแนน 

ไปบวกกับของเก่าที่มีอยู่ 5.6 คะแนน กลายเป็น 10.6 (ครูให้แค่สิบจ้า ก็คือได้เต็มแล้วจ้า คะแนนช่องนี้ ) ระหว่างเขาเล่นเกม เขาทำกิจกรรม ถือว่าเขาได้ใช้ทักษะในการสื่อสารแล้ว มันชดเชยได้ และเด็ก ๆ ได้มาช่วยร่วมงานที่เรารับผิดชอบด้วย

แต่เวลายังเหลือ ด.ช. เอ ไปเล่นเกมเพิ่ม อีก 5 เกม ได้อีก 5 ลายเซน แล้วสามารถ เขียนยกคะแนนให้ ด.ช.บี (ที่สัปดาห์นั้น ดันเป็นไข้ มาเรียนไม่ได้) ได้ด้วย

ดีป่ะล่ะ

ได้ความคิดนี้ มาจากที่ บ.กูเกิล ให้พนักงานยกวันลาให้กันได้ เราอยากเห็นภาพคล้าย ๆ อย่างนั้น ในโรงเรียน เลยสร้างเกณฑ์นี้ขึ้นมา 

บอก ม.1 ทั้ง 5 ห้อง และ ม.2 (ห้องที่เรารันทด แต่เด็กผู้ชายกลับให้ความร่วมมือ) และม.2 ห้องเรา กับห้อง2ที่เข้ามาเล่นกับเราตอนเราสอน 1/5 (2/2มารอเรียนคอม) ได้ยิน ยังพูดว่า อยากเรียนกับครู

***ไม่อยากให้มองว่าใจดีหรอกนะ

อยากให้มองว่า อยากเห็นเด็กมีความสุข กับการสร้างคะแนน (ไม่ได้ให้บ่อย ให้หนเดียวเท่านั้น) และการมาร่วมกิจกรรม แค่นั้น 

ไม่ได้สร้างให้ตัวเองคนเดียว สร้างให้เพื่อนก็ยังได้
ถ้าบรรยากาศจริงเป็นยังไง จะมาเล่าอีกที 

ไม่ได้อยากอะไร แต่เผื่อสิ่งเหล่านี้ จะทำให้คุณไม่ต้องนับ 1 กับทุก ๆ เรื่องเหมือนเรา ร้องไห้ต่อ

…….


ถ้าเราตาย เราขออโหสิกรรม และอโหสิกรรมให้เราด้วย ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเจอกันอีก เหนื่อยเหลือเกิน 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s