เทคนิคครูแอม ภาค 13 ฉันคือครู ที่รักการถ่ายทอดความรู้จริง ๆ

ไม่ได้มาสร้างภาพ

แต่ย้อนไปดูสิ่งที่ฉันทำได้เลย

ว่าฉันชอบสอน สอนให้คนอื่นรู้เท่าฉัน

สอนแต่งเพลง ในวิธีที่ฉันทำได้ เพราะอยากให้ทุกคนไม่ต้องเริ่มนับ 1 เผื่อเขาจะไป 2 3 4 5 แล้วแต่งได้ 

ฉันชอบทำฮาวทู โดยไม่มีใครสั่ง

ถ้าสั่ง ฉันมักทำงี้

และฉันเกลียดการสร้างภาพ ให้มีหลักฐาน ตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด ต่าง ๆ ตามความคิดคนใหญ่โตกลุ่มหนึ่ง 

คนเรา เด็กนักเรียน มีความต่างกัน

เราจะสร้างแรงบันดาลใจ ให้เขา รักเรียน รักการทำงาน รู้จักหาเงิน ทำงานสุจริต รับผิดชอบต่อสังคม เป็นพลเมืองดี สามารถสอนคนได้ สื่อสารได้ ประมาณนี้ 

ฉันไม่เก่ง คงสร้างความเป็นอัจฉริยะให้ใครไม่ได้ แต่ที่สอน จะสอนให้เขาอยู่ในสังคมโดยพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด และอย่าสร้างภาพ เพราะมันไม่มีประโยชน์ ตรงไปตรงมา แล้วจะมีความสุข โง่ก็คือโง่ อย่าแสร้งว่าฉลาด ไม่ชอบไม่มีความสุขไม่อยากทำ ก็ตามนั้น ไม่ต้องบังคับ คนเรามีล้านแปดสิ่งให้ทำ อย่าคิดว่าสิ่งที่ตัวเองชอบ คนอื่นจะต้องมาชอบเหมือนตัวเอง 

แต่แบบแผนที่ดี จดบอกโลกไว้ได้ ลงบล็อก ลงโซเชียล คนอื่นจะได้ไม่ต้องนับ 1 ใหม่ ไปอ่านมาลองทำได้เลย

ชอบแบบนี้ อย่าเก่งแต่เรียกมาสั่งสอนต่อหน้า บางทีไม่สะดวก ไม่ว่าง ไม่พร้อมรับฟัง เขียนสิ ฉันไม่อ่านคนอื่นก็อ่าน มาทำต่อได้ ได้บุญนะ

สอง link เรื่องเดียวกัน คือ ร.ร.ในฝันของเรา เราอยากให้ทุกโรงเรียนเป็นแบบนี้

โรงเรียนแบบนี้ก็มีด้วย ไม่มีสอบ ไม่ต้องกางตำรา โรงเรียนฟ้ากว้าง

สุดท้ายฝากไว้

โฆษณา

การไปวัดที่คนเยอะ ๆ มันไม่ได้บุญหรอก

ใจไม่เป็นสุข

แต่ถ้าจำเป็นต้องไป

1) พกถุงใส่รองเท้า แบบใส่กระเป๋าไปได้ (ไม่ฝากรองเท้า พร้อมเดินทะลุหลังโบสต์ ไปต่อ)

2) พกทิชชูเปียก จับรองเท้ามือสกปรก เผื่อจะกิน แล้วมือโสโครก หาที่ล้างไม่ได้

3) พกทิชชูธรรมดา วันนี้เอาไป

4) พกไฟแชก ธูปเทียน เผื่อ

ถ้าถวายหลอดไฟ หาที่วางยากมาก ที่วัดหลวงพ่อ เจอแต่คนถวายเทียน ก็เลยวางไว้กับเขา

สู้ ๆ

แต่ควร

มีคนพยุงคนแก่ คนขาไม่ดี (ไม่ใช้คนขับรถ เพราะจะมาพยุงตลอดเวลาไม่ได้)

วันนี้จูงทั้งแม่ ทั้งม่า แอบอยากร้องไห้ แต่ต้องกลั้นไว้ บางครั้งแอบคิดว่า ถ้าเราใช้เงินซื้อคนช่วยได้ก็ดี แต่ติดที่เงิน ไม่มีเงิน กับ อย่างแม่ ถ้าคนอื่นจับ แม่จะด่าและสบัด เราจับ เรายังโดนด่า

แต่ไม่ต้องอะไรมาก ดูแลกันต่อไป แม้หลายครั้งจะท้อมาก แม่เคยเก่งมาก แม่ค่อนข้างเอาแต่ใจ คนเคยเก่งน่ะ ว่ากันไม่ได้หรอก ดีนะที่เราไม่เก่งเลย เรามีแต่ความรู้สึกผิด ไม่มีอีโก้ เศร้าหดหู่ ถ้าการฆ่าตัวตายไม่บาป เราอาจจะไปนานละ (ถ้าไม่รู้จักเรา อย่าเอาไปมโน เรารักครอบครัวของเรามาก ถ้าต้องตาย ขอเก็บชีวิตไว้ตายแทนดีกว่า ถ้าตายแทนได้ เรายอมตายแทนครอบครัวเรา เพราะเราห่วยสุดละ << นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราพูดงี้ ไม่ได้ประชด มันคือความรู้สึกจริง ๆ) 

แต่เรารู้ว่า ยศ บรรดาศักดิ์ ความเป็นหนึ่ง ความเก่ง ไม่สามารถสร้างความสุขให้เราได้ เราจะมีชีวิตอยู่ เพื่อทำประโยชน์ กับผู้ที่สมควรได้รับประโยชน์ และสร้างความสุขโดยไม่สร้างภาพ ไม่เบียดเบียนคนอื่น

ถ้ามีพวกว่างมากชอบมาตามจับผิดมาอ่าน สมมติถ้ามี คุณช่วยถามตัวเองหน่อยนะ ว่าในวันที่ชีวิตคุณเจอจุดตกต่ำ อยากเจอทางแก้ปัญหา หรืออยากถูกซ้ำเติม นั่นคือสิ่งที่คุณจะได้รับในอีกไม่ช้า

สิ่งที่เราเจออยู่ อาจเป็นผลกรรมจากอดีต ไม่รู้ชาติไหน หรือจะชาตินี้ด้วย แต่ชาตินี้ เราจะพยายามสั่งสมกรรมดี ๆ อยากมีชีวิตที่ดี ในโอกาสต่อ ๆ ไป 

สู้ ๆ เราจะผ่านความรู้สึกต่าง ๆ ไปให้ได้ อีกไม่นานจะกลายเป็นความเคยชิน

เรารักครอบครัวเรา เราต้องพยายามให้มากกว่านี้ 

ไหว้พระทั้งโลก ทำบุญทำทานทั่วไปหมด แต่ทำบาปกับพ่อแม่ครอบครัว คงเสียเวลาไหว้พระเปล่า ๆ เพราะคงไม่ได้บุญ เราก็ไม่ได้ดี ก็มีขัดใจครอบครัว แต่ก็ยึดเหตุผลที่ดีงาม (ไม่เบียดเบียน) ก็เรียนรู้ที่จะต่อสู้และอดทนต่อไป

บ่นให้พอ แล้วสู้ต่อ

อย่าซ้ำเติมคนใกล้ชิดของคนที่คุณมองว่าเป็นพวกเจ้าปัญหา

คนใกล้ชิด เขาอาจหาทางแล้ว แต่มันแก้ไขไม่ได้จริง ๆ มันเป็นเวรกรรม

หากเราเจอ คนอื่นเป็น เราจะไม่ซ้ำเติมเขาเลย เพราะเราเข้าใจ ก็แคร์ทุกฝ่ายนะ แต่หลายอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุม โปรดอย่าซ้ำเติม 

มีหลายคนว่าเราว่าทำไมเราไม่ให้แม่ลาออก ไม่ดูแลแม่ ทำไมมีเวลาร้องเพลง ทำไมแม่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมแม่นิสัยแบบนั้น ฯลฯ เราพยายามแล้วทุกอย่าง มาเป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากเป็น เพื่อครอบครัว ร้องไห้กับทุกเรื่อง ก็ไม่อยากใส่ใจคำพูดคนอื่น แต่มันท้อนะ เจอแต่คำด่า ไม่เคยมีฮาวทูดี ๆ ไม่เคยมีแม้แต่ความเห็นใจ ก็ไม่อยากได้หรอก แต่คนนะ ขอเป็นตัวเองบ้าง หรือจะให้ดี ถ้าช่วยอะไรไม่ได้ อย่ามาซ้ำเติมด้วยการต่อว่า ตีวัวกระทบคราด 

เรารักแม่เรา เราจะดูแลครอบครัวเราให้ดีที่สุด แม้ว่าแม่จะไม่เอื้อเราเลย ห่วงก็ตรงสุขภาพแหละ 

ไม่ได้โพสต์สร้างภาพ แค่จะบอกว่า เราเข้าใจ เข้าใจเพื่อนร่วมโลกมากกว่าพวกใจแคบ เห็นแก่ตัว ที่อยากจะให้ทุกสิ่งเป็นไปดังใจตัวเองซะหมด ก็ได้แต่หวังว่าจะมีคนแผ่เมตตาให้เราบ้าง ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ เราจะอดทนและทำให้คนรอบข้างเรา มีความสุข (อย่างน้อย ก็ไม่อยากให้ทุกข์) หายใจลึก ๆ แล้วสู้ต่อไป ถึงโลกจะยิ่งโหดร้าย เราก็จะต้องอยู่ให้ได้โดยไม่เบียดเบียน และไม่แสดงความ “เยอะ” ใส่เพื่อนร่วมโลก

รีวิว ร้านส้มตำ ของน้องจ๊อบ กินแล้วอร่อยมาก ชื่อร้าน Black fish restaurants – ตะบันตำตำถาดบันลือโลก สาขาอนุสาวรีย์ชัยฯ

แฟนเพจร้าน Black fish restaurants – ตะบันตำตำถาดบันลือโลก สาขาอนุสาวรีย์ชัยฯ จ้า

https://www.facebook.com/blackfishrestaurants/
ขี้เกียจอ่าน ข้ามไปรูปเลยจ้า

น้องจ๊อบเป็นน้องชายของจุ๊บเพื่อนสนิทเรา ตอนเรียน ป.ตรี เราไปกินอาหารฝีมือจ๊อบมาบ้าง เพราะไปบ้านจุ๊บบ่อย (บ้านจุ๊บอยู่รัชดา บ้านเราอยู่บางนาตราด กม.19 555 บางทีไปทำงานส่งไง เราเรียน มศว กัน) น้องจ๊อบเรียนการโรงแรมที่สวนดุสิต 

พอเรารู้ว่าน้องจ๊อบทำร้าน เราอยากไปกินมาก ๆ ครั้งแรกน้องทำซีฟู๊ด น่ากินมาก ๆ แต่ติดที่ร้านอยู่ตรงรถไฟสามเสน เราไม่สะดวกเดินทางเลย อยากกินมากอ่ะ 

แต่แล้วน้องจ๊อบก็เปลี่ยนไปทำชาบู เพราะไปเอาซีฟู๊ดที่ท่าปลา ที่ทะเล ขับรถไปเอง ทำอาหารเอง ไม่ไหว เสียสุขภาพ คุณแม่เป็นห่วง เลยให้ทำชาบูแทน ถามจุ๊บมาเลยรู้ เพราะอยากกินซีฟู๊ดอ่ะ 555 ก็เข้าใจ แต่ชาบู เราเคยกินสุกี้ฝีมือน้องจ๊อบแล้วเลยเฉย ๆ และยังไปร้านไม่สะดวกเหมือนเดิม เลยไม่ได้ไป

จนกระทั่ง เปลี่ยนเป็นร้านส้มตำ และ ร้านย้ายมาอนุสาวรีย์ นั่นแหละ เราถึงไปได้แล้ว ไปมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะเราเข้ากรุง เพื่อไปกิน (และชอปสินค้าไอทีที่จดมา)

ลงรถไฟฟ้าบึทีเอส สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

ออกทางที่จะไป เซนเตอร์วัน แฟชั่นมอล น่ะ

เดินตามสะพานนั้นเลย จนสุด ไปลงฝั่งแฟชั่นมอล (ตอนอยู่บนสะพาน มองป้ายธนาคารไทยพาณิชย์ ไว้นะ) พอลงสะพานแล้ว เดินไปทางธนาคารไทยพาณิชย์ ร้านอยู่ข้าง ๆ ธนาคารไทยพาณิชย์เลย (เดิน ตามทางที่เราว่าจะถึงร้านก่อนถึงธนาคาร)


บอกละเอียดเพราะเราหลงทางมา จนเราต้องโทรไปถามที่ร้าน 555

พาส้มมันไปหลงด้วย 555

อ่ะ อาหาร ตอนนี้เป็นอาหารไทย แต่เด่น ๆ คือส้มตำ (ของโปรดของเรา รักส้มตำมาก กินได้หมดยกเว้นปลาร้า เราเกลียดกลิ่นมันอานะ เราเลยไม่กินปลาร้า แต่หนหน้าว่าจะลองสั่งดู ว่าจะละมุนไหม เคยกินปลาร้า มาบ้างแล้ว บูมมันชอบ กับแบบติดครก แค่ไม่ชอบกลิ่นเอามาก ถ้ากินคือกลิ่นไม่แรง ส่วนส้มตำอื่น แย่งคนอื่นกินได้หมด รักสุดคือตำปูม้า แต่น้องจ๊อบไม่ได้ทำขาย แต่ไม่เป็นไร สั่งตำปูเค็มก็ได้ แต่เราไม่กิน(ดูด)ปูเค็มอ่ะดิ กินปูเค็มทีไรท้องเสียทุกที)
ดูที่เราสั่ง เอาทุกรูปที่ถ่ายมาเลยนะ พี่ว่ามันมืดอ่ะ มุมพี่นั่งมันย้อนแสง แต่ถ้าคู่รักมาสวีตกันก็น่ารักดี ไม่สว่างจ้า ทำให้ดูโรแมนซ์ แม้จะเป็นยามบ่าย (พอดีพี่แก่ พี่มองของกินไม่ชัด 555)



ตำข้าวโพด อร่อย ๆ 


จานช้อนส้อม แก้วน้ำแข็ง น้ำเปล่า (น้องจ๊อบใจดี ไม่คิดค่าน้ำพี่อ่ะ ดีใจ มีอีกหลายดีใจ)



อ่ะกระติ๊บข้าวเหนียวที่น่ารัก 


กรุ่น ๆ ข้าวสวยก็มีจ้า

กับข้าวก็มี โอ้ย อยากกิน


ถ่ายมาสองชอต กลัวไม่สวย ยอมพื้นที่ในบล็อกหมดเลยนะ อยากลงทุกรูป 555

ด้านล่างคือ ไก่ทอด ส้มอยากกิน


ด้านบน น้ำตกคอหมู อร่อยมาก (เอาว่า ถึงไม่เขียนว่า อร่อยมาก ก็คืออร่อยมาก)


ส้มตำไทยใส่ปู ของโปรดเลย

แต่เราไม่กินปูเค็มอ่ะ บอกแล้วบอกอีก แต่สั่งตลอด ตำไทยใส่ปู ใครชอบกินปู มากับเรา มากินด้วยกัน

ด้านล่างนี้ คือไม่ได้สั่ง แต่น้องจ๊อบแถมให้ 

แบล็คฟิช ไซส์กลาง คือปลากระพงอ่ะ แต่ดำ ๆ คือสาหร่ายห่อ หรืออะไรก็ไม่รู้ ต้องไปถามเอง อร่อยมาก ซิกเนเจอร์ของร้านนี้ ขอบใจน้องจ๊อบมาก ๆ เลย ที่พี่ไม่สั่ง เพราะพี่ มองไม่เห็น เมนูนี้ 555 นี่พูดจริง


และน้องจ๊อบแถม อัญชัญกรอบ (คล้ายทับทิมกรอบมั้ง เดา แต่กินแล้วอร่อย) เป็นเมนูที่เรากับส้ม กินด้วยกันได้อย่าง ไม่ตบตีกัน เพราะส้มชอบกินถั่วแดง เราไม่ชอบ เราชอบกินขนุน ส้มไม่ชอบ ไม่แย่งกันอ่ะ 555

ขนมชัด ๆ ภาพภาพจากกล้องส้ม มุมส้มนั่ง (หันหลังให้ประตูร้าน) ถ่ายรูปสวยกว่าเรา หรือเราคิดมากไป 555


ชอบมาก ดีใจที่ได้มากิน เราถ่ายบิลอวด

บอกเลย ถ้ามีโอกาสอีก จะไปกินอีก อยากกินทุกเมนูเลย

บรรยากาศร้าน เราไปตอนหลังเที่ยงแล้ว คนน้อยดี แต่ตอนเที่ยงคงแน่น เพราะถามว่าแพงไหม ถือว่าไม่แพง ร้านติดแอร์ บรรยากาศสบาย ๆ น่าจะมีลูกค้าติดใจ ลองมาเวลาเดียวกับเราดู (ที่มาช้า เพราะเราหลงทางอยู่ 555 แต่เป็นหลงทางไปร้านเสื้อที่ราชเทวี)

ถ้าใกล้ ๆ บ้านนะ จะแวะมากินทุกวันเลย

อยากชวนบอสมาจัดเลี้ยง แต่ติดที่ห่างไกลที่ทำงานเหลือเกิน เรามากินเองวันหลังละกัน
ชวนจ้า ใครผ่านไปแถวอนุสาวรีย์ก็แวะไปกินดูนะ

หมายเหตุ ส้มตำมาแบบเผ็ดกำลังดี เดาว่าน้องอาจวิเคราะห์คนสั่ง หรือปรุงมาแบบกลาง ๆ ทานได้ทุกเพศทุกวัยทุกคน ถ้าคนชอบเผ็ดมาก อาจว่าไม่ถึงใจ ลองรีเควสพริกไปนะคะ น้องน่าจะจัดให้ได้ 

เวลาจ่ายเงิน เอาใบล่างนี้ ไปจ่ายที่เคาวนเตอร์กลางร้านจ้า


ลืมบอกว่า ตอนสั่งอาหาร เขียนเองจ้า น้องเอาเมนูกับที่จดมาให้

ไว้จะมารีวิวใหม่ ตอนกินส้มตำปลาร้า หาวันไปก่อน

มีล้านเรื่องอยากเล่า อยากให้กูเกิลเจอ

ความแตกต่างระหว่าง dslr กับ mirrorlesshttps://www.facebook.com/pranitee/posts/10153904131482987
ลิมิต

หนังสือน่ารัก


เมตตาเถิด

สวดมนต์รอหมอ


ยกเลิกการต่ออายุสมาชิกอัตโนมัติ แอพ ios


เพิ่มบัญชีในธนาคารออนไลน์ของกสิกรไทยไม่ได้


หน้าที่ครู


บัตรรถไฟฟ้า 1 วัน 140฿ เจอเคสนี้

สังเกตอาการป่วย

ซ่อมแบต S4Zoom


ร้านน้องจ๊อบ



แปะ

บางทีเหนื่อย ๆ

อยากได้ใครสักคนมาปลอบใจ

10 วิธีบอกรักของผู้ชายแม้ไม่ต้องเอ่ยปากพูด

แต่นะ ถ้าจะไม่มีก็ไม่เป็นไร
แค่รำพึงรำพัน

(อย่ามองว่างานอ่อยเลย คือ บางทีมันก็เป็นความฝันของใครหลาย ๆ คน ที่สุดท้ายก็เป็นได้แค่ความฝัน)

สนิทกับผู้ชาย เพราะ นิสัยไม่เยอะ ลองอ่านดู

https://www.facebook.com/pranitee/posts/10153884908712987

เห็นโพสต์นี้ตั้งแต่วันศุกร์ 
จะมาเห็นด้วยให้อีก 1 เสียง
นักเรียนเจ้าหน้าห้องสมุด ที่น่ารักและทำงานดีมาก ล้วนเป็นผู้ชาย เพราะ

เจ้าหน้าที่ผู้หญิง ชอบมาเป็นฝูง พอจะไป ก็ไปหมดทั้งฝูง (แล้วตกลงใครจะช่วยครู) มาแบบสามวิ แล้วก็ไป จะมาไมวะ 

แล้วเจ้าหน้าที่ผู้หญิงมาถึงก็เสียงดัง ทำเสียงสอง เสียงเล็กเสียงน้อย (บางคนอาจคิดว่าครูอคติกับผู้หญิง ด่าแต่ผู้หญิงแต่ป่าวเลย แค่รำคาญเสียง แจ๋น ๆ ของผู้หญิง ผู้ชายมันอาจจะเสียงดัง แต่มันไม่ทำเสียงแรด ๆ แน่นอน)
เจ้าหน้าที่ผู้หญิงหลายคน เหมือนมีเจตนาบางอย่างแอบแฝง พอผู้ชายที่ชอบมาก็แบบแสดงอาการแรด เขิน อาย แหกปากเสียงดังกว่าคนคืนหนังสือ (เฮ้ย ทำงานทำการ ๆ )
ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่ยังอยู่ จะเป็น ผู้หญิงเงียบ ๆ (ครูชอบมาก) ทำงานดี ไม่ติดเพื่อน มีไม่กี่คน แต่ขอบอกว่าดีมาก ๆ ชอบเด็กแบบนี้
มียุคเดียว(ยุคที่ครูคุม)ที่เจ้าหน้าที่หญิงเยอะกว่าผู้ชาย คือ ตอนเป็นครูที่ปรึกษา 3/10 (ตอนนี้ ม.5) ยุคนั้นน่ารัก ผู้หญิงในห้องครูช่วยงานดีมาก (เด็กในห้องครูไม่ค่อยมาช่วยงาน มันบอกว่าเบื่อครู และกลัวโดนปรับตังค์ 555) 
ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ชาย ไม่เคยมีว่าเป็นเด็กในห้องครูเลย เจ้าพวกที่มาช่วยคือมาขอช่วยงานเอง ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ผู้ชายทุกคนจะต้องเคยโดนครูด่า ((ด่าแรงกว่าเจ้าหน้าที่ผู้หญิงด้วยซ้ำ)) มาแล้วทั้งนั้น ด่าแบบไล่ออก ไม่ให้เป็นเจ้าหน้าที่แล้วก็มี (แต่มันก็ยังหน้าทนอยู่ ซึ่งครูก็ซึ้งใจ กลับตัวซะแก มันโอเคนะ คือรู้งานแล้ว ทำงานไม่ดี โดนด่า ปรับตัว ไม่เคยชักสีหน้าใส่แบบผู้หญิง) เหตุที่โดนไล่ก็

เช่น เป็นตัวต้นเหตุให้มีผู้หญิงสองคนมาด่ากันที่ช่องยืมคืน 555 แทบจะตบกัน หรือมีรุ่นพี่ผู้หญิงมาชอบมาวุ่นวาย (ต้องทำใจ เจ้าหน้าที่หล่อ ๆ ทั้งนั้น 5555) ทำให้การยืมคืนช้า หรือบางคนแอบยืมคืนให้กิ๊ก หรือไอ้บ้าบางคนแกล้งครู ทำผีหลอกครู (ไอ้การ์ตูน แก..) แต่ก็ดีใจที่พอโดนครูแร๊พด่า พร้อมตบซ้ายขวาหน้าหลัง เตะต่อยอัดถีบ (รีเฟล็ก ๆ ตอนถูกมันทำผีหลอก) ก็ไม่เยอะใส่ และคิดได้ว่าใครกันที่ทำไม่ถูก
ผู้ชายน่าจะเป็นเพศที่ตรง ๆ และไม่เยอะ!
ป.ล.หากอยากจะจีบเจ้าหน้าที่ห้องสมุด อย่ามาจีบเวลางาน เพราะถ้าถูกครูด่าอย่ามาหือ (ถ้าครูมองว่าเสียงาน ครูด่าแน่ อย่ามาเยอะ)
เลยอยากเล่า
แต่ส่วนตัว เราไม่สนิทกับเพื่อนผู้ชายเลย

สมัยเรียน มีเพื่อนผู้ชายน้อย ห้องมี 50 คน เป็นชาย 12 คน (ใน 12 คนเป็นตุ๊ด 3 คน ไรงี้) เรียนมา ผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิงตลอด 
ส่วนตัวมักจะสนิทกับตุ๊ด (น่าร๊าก) กับเพื่อนผู้หญิงที่นิสัยไม่เลดี้ (ส่วนใหญ่จะลุย ๆ แมน ๆ ไม่เรื่องมาก มีเหตุผล ส่วนใหญ่เพื่อนสนิทเราพูดน้อย เรานิสัยเยอะสุดในกลุ่มละ 555)