อยากให้คนอื่นรัก อยากอยู่ด้วย ไม่อยากทิ้งไป อย่าทำแบบนี้


11:07

เราแค่อยากมาเล่า เพื่อให้คุณไม่ไปทำแบบนี้ใส่คนอื่น อย่าคิดว่าเป็นการประจาน

เราเองพยายามไม่ทำเลย พยายามรู้ตัว มีสติ ปล่อยวาง เพราะเราเจ็บปวดจากเรื่องแบบนี้มาเยอะมาก

ที่บ้านเราเอง โพสต์นั้น

ไม่ใช่เราไม่รักแม่นะ 

เรารักแม่มาก 

จนแอบคิดว่า ถ้าเราตายห่าไปก่อน จะมีใครทนเขาได้ หรือเปล่า

ตัวอย่างที่ทำให้เราอยากไปให้พ้น ๆ จากแม่ ถึงขั้นหลายครั้งอยากฆ่าตัวตายเลยนะ (ประสาทกิน) ว่าทำไมเรื่องแบบต้องเกิด เราผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ

เช่น ล่าสุด 

1. เราเก็บขยะกล่องในห้องนอนเรา กล่องคอม กล่องมือถือ คือเยอะมาก เก็บตั้งแต่ต้น ไม่เคยทิ้งเลย เราเอาไปโยนข้างถังขยะประจำซอย พอดี รถขายของเก่ามาเก็บไป แม่เห็น แม่มาด่าเราใหญ่เลย ว่าเห็นไหม อไม่ได้เงิน ทำให้คนขายของเก่ามันรวยอีก แทนที่จะให้แม่พลอย แม่น้องตาลก็ยังดี ค

คือแบบเราทำอะไร ก็ไม่เคยถูกใจ แม่จะหาเรื่องว่าไปหมดทุกอย่าง สิ่งที่เราทำ แทบจะไม่มีสิ่งไหนเลยที่แม่ไม่ว่า ทั้งที่หลายอย่าง มันไม่ได้เกี่ยวกับแม่ด้วยซ้ำ

แม่ชอบเอาคำพูดของเรา มาพูดลอย แดกดันเราอยู่เสมอ และใช้คำว่า ต้องพูด ถ้าไม่พูดจะหลับ เราฟังแล้วเจ็บช้ำน้ำใจมาก ๆ เหมือนการทะเลาะกันที่ใช้สัญลักษณ์ว่า ใครพูดคนสุดท้าย คนนั้นคือผู้ชนะ

เราจะไม่ทำแบบแม

อย่างลูกศิษย์เราผิด เราสอน เตือน เท่าที่คิดว่าเขาจะรับ ถ้าทำผิดอีก เราไม่สอนแล้ว เขาเลือกที่จะผิด คนเราไม่สามารถไปกำหนดกฎเกณฑ์ชีวิตใครได้ทั้งชีวิตหรอก 

การที่เราจะเอาของไปทิ้งไปให้ใคร ไม่น่านำความหม่นหมองมาสู่เราเลย แม่จะเคยรู้ไหม ว่าความสุขของเราคือการได้ทำอะไร แล้วไม่ต้องถูกด่าถูกว่า เหมือนว่าเราไม่มีสมองตลอดเวลา มันทุกข์มากนะ เหมือนว่า ชีวิตนี้โง่มาก ทำอะไรก็ไม่เคยถูก ทั้งที่ถูกของแม่คืออะไร การที่แม่คอยซ้ำเติมเรา นั้นคือสิ่งที่ทำให้บ้านเรามีความสุขใช่ไหม
2. แม่รักเราด้วยการซื้อของกินให้มากมาย (เป็นสิบกิโล) แต่ก็วางกระจาย ทิ้งมากกว่ากิน เราร้องไห้กับการต้องเก็บขยะ และทะเลาะกับแม่เรื่องนี้ (ป๋าก็พูดเหมือนเรา) จนทุกวันนี้ เรามั่นใจ ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม่ได้ เราก็ได้แต่เสียใจ และทนต่อไป บางทีกลับจากทำงาน เหนื่อยมาก ก็ยังต้องมาเก็บขยะของกินเน่าในบ้าน เคยเล่าให้แฟนฟัง แฟนด่าเลย ว่าแม่ตัวเอง เธอยังไม่มีปัญญาดูแลเลย แบบนี้ใช้ได้เหรอ คือเขาพูดเยอะ เราร้องไห้ไม่หยุดเลย เหมือนถูกซ้ำเติมอีกรอบ แต่ก็ไม่ว่ากัน เขาบอกว่า เป็นเขา เขาจะทำ ก็จะทำไปแหละ ไม่ต้องบ่น

คนเรา ถ้าลองใครบอกว่า เราสร้างปัญหาอะไรให้เขา เราต้องฟัง และหาทางปรับปรุงตัวเอง

3. แม่ลั่นปาก ว่าแม่เกลียดคนใต้ และ คนอีสาน ตั้งแต่เราเล็ก ๆ คือเพื่อนเขานิสัยไม่ดี แต่รู้ไหม พี่เขยเราเป็นคนใต้ และแฟนเราเป็นคนอีสาน

อย่าเหมารวม

เกลียดอะไร จะได้อย่างนั้น เราไม่ได้เลือกคนอีสานมาซ้ำเติมความรู้สึกแม่ แต่เรารักผู้ชายคนนี้ สุดท้ายหากโชคชะตากำหนดมาให้เราต้องเลิกกัน เราก็ขอบอกว่า ตั้งแต่เกิดมา เราเพิ่งรู้สึกรัก คือแบบรักมากที่สุด คือคนนี้ อยากอยู่ อยากมีลูก อยากใช้ชีวิตคู่กับคนนี้ แม้กระทั่ง ที่เคยได้ฟังคำทำนาย ว่าเราจะมีลูกกับเขา และเขาจะตาย ที่เคยมีคนที่มีญาณบอกมา ถ้ามันจะจริง ต่อให้แฟนเรา ขอเลิกกับเราไป ถ้ามันจะทำให้เขาไม่ต้องตาย เราก็ยอม ทุกวันนี้ ไม่เจอกันตัวเป็น ๆ ไม่รู้จะได้เจอไหม  เมื่อไร แต่เราไม่คิดมากอะไรเลยนะ เหมือนเราต่างเข้าใจอะไรสักอย่าง (เจริญมรณสติกันบ่อยด้วย) เรารู้แต่ว่า เรารักเขา เสมือนคนในครอบครัว เขาคือความสุขของเรา และตราบใดที่เรายังเป็นความสุขของเขา มันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นอกจากเวลาที่เดินไป 

ใครจะว่าเราเพ้อเจ้อ ก็แล้วแต่นะ 

แต่ขอให้รู้ว่า ในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะเลือกแม่เรา เราจะอยู่กับแม่ (แม้จะตีกัน ทุกวัน) แฟนเรา ถ้าจะอยู่ด้วยกัน เขาต้องมาอยู่กับเรา 

หากสุดท้าย ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่เราไม่รักเขา แต่เป็นรักมากที่สุด จนยอมให้ไปเจอความสุขที่เขาต้องการ 

จริง ๆ แล้ว เราอยากให้ทุกคนที่เรารัก มีความสุขนะ แม้ความสุขนั้นจะไม่มีเราก็ตาม คือคิดว่าทำใจได้ แต่ถ้าความสุขของเขา คือ เรา เราก็อยากให้เขารักเราในแบบที่เราเป็น

เพราะเราได้พยายามปรับปรุงตัวเองเสมอแล้ว เราอยากให้เขาเมตตาเรา ว่า หากยังมีสิ่งใดที่ทำให้ไม่พอใจบ้าง ก็ปล่อยเราบ้างเถอะ ยิ่งถ้าไม่เดือดร้อนเขา ก็ปล่อยวางเสียเถอะ เพราะคนแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน และอยากให้ใส่ใจที่การกระทำดีกว่า เพราะการกระทำ สำคัญกว่าคำพูด 
4. แม่ชอบ มโนว่าดาราคนนั้นเหมือนญาติ คือมันก็ดูไม่เป็นปัญหาหรอก แต่มันน่ารำคาญและมันมีประโยชน์ตรงไหน แถมไม่พอใจดาราคนไหน ก็ขึ้นไอ้ขึ้นอี เรียกจิกหัวมาก 

เราก็ไม่ใช่คนพูดเพราะ แต่เรารู้สึกเลยว่า คนพูดน้อย (อย่าพูดมาก ไม่ต้องกลัวความเงียบ) แต่พูดเพราะ น่าเคารพมากกว่ามาก ๆ    

เมื่อวาน เรากินข้าวอยู่ตลาด มีคนงานก่อสร้าง (ดูจากการแต่งกาย หมวก ) ประมาณ 6-7 คน เดินวกวนแถวเรา คือเรานั่งหน้าร้านข้าวไง บอกตรงแว๊บแรกนึกรังเกียจนะ แต่ไม่ได้แสดงออก (ทั้งที่แฟนเราก็ทำงานก่อสร้างเหมือนกัน แต่นั่นแฟนเรา เรารักแฟนเรา ความสุจริตทุกอย่างที่เขาทำ คือสิ่งที่เรารักและรับได้ทั้งหมด โดยไม่สนระดับการศึกษาแล้ว ถ้าจะจบแค่ ปวส ก็ไม่เป็นไร เราไม่เห็นแคร์เลย ถ้าเขาดีต่อใจเรา เราจะแคร์ความคิดคนอื่นไปเพื่อ?) รังเกียจตรง จะมาวุ่นวายอะไรตรงโต๊ะเราไหมวะ แต่ไม่เลย เขานั่งโต๊ะข้าง ๆ เขาเริ่มคุยกัน เขาพูดสุภาพ ภาษากลาง ไม่มีคำหยาบเลย ถ้าไม่มองการแต่งตัว ฟังแค่เสียงอาจจะจินตนาการได้ว่านักธุรกิจคุยกัน 

คำพูดสุภาพ ๆ ทรงพลังมากนะ

จะเชื่อ หรือไม่เชื่อ ก็ตามใจเถอะ

ต่อไป เราจะพยายามหูทวนลม ไม่ฟังทุกคำด่า คำซ้ำเติม คำสาปแช่ง ที่แม่คอยส่งมาให้  เราทำอะไรได้ก็ทำ จะแผ่เมตตา ให้บ่อย ขอพร ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยให้ความเห็นชอบ คิดชอบ เกิดขึ้นในใจคนทุกคนที่เรารัก และขอให้เรามีพลังกายและพลังใจ เราจะพยายามต่อไป แม้ว่าตอนนี้ จะยังไม่สำเร็จก็ตาม

ขอให้รู้เถอะ ว่าเราไม่เคยเพิกเฉยเลย เราจะพยายามต่อไป 

การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด 

ขอบคุณป๋ากับแม่ที่ให้เลือดเนื้อ ชีวิต

ขอบคุณ แก่นศาสนา ที่ทำให้เข้าใจโลก

ขอบคุณ บอลที่ทำให้ฝันดีกลายเป็นความจริง

ขอบคุณ ทุกความรักและการอุ้มชู ราตรีสวัสดิ์ 12:10

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s