1ทรงผม ในไม่กี่ทรงที่เรามีปัญญาทำเอง

 ทรงไปงานแต่ง (ทรงอื่นที่ทำเป็น ปล่อย มัดรวบ ใช้ไม้รูปคล้าย ๆ ที่เป่าฟองสบู่ มัดแล้วม้วน ๆ เอาที่ครอบมางับทรงปัจจุบันที่เราทำไปทำงาน)

นี่ทรงปัจจุบัน

http://www.smule.com/p/403184888_205079025

พูดปนไปในนั้น

ภาพทรงแบบด้านหน้า

  
  โบว์ 20฿
  ด้านหลังเป็นกิ๊บ  
  ถักเปีย ไปสามเส้น 
เอามากองติดกันด้านนึง เอากิ๊บติดปิด 

เสร็จ

Advertisements

อยากให้เป็นแบบนี้มากกว่า

image

ตะกี้เราอาบน้ำ
เราได้ยินเสียงโทรเฟซ เราก็มโนว่าจะมีหนุ่มเก่งเท่ผอมสูงหล่อในฝันเราโทรมารักเดียวใจเดียว (มโนมากนะแก คนอ่านคิด) ที่ไหนได้ นักเรียนที่น่าเห็นใจ

เราสงสารเด็กโรงเรียนที่เราทำงานมาก ๆ เพราะที่นี่ มีกฎเกณฑ์และการบังคับเยอะมาก ถ้าเราเป็นเด็ก แล้วเรียนที่นี่ เราจะลาออกไปเรียนที่อื่น เพราะหลายสิ่งอย่างมันบีบคั้นมาก และไม่ค่อยยืดหยุ่น ไม่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล แต่เพราะเราเป็นครู (ศักดิ์น้อยนิด ต่ำเตี้ยเรี่ยราด ไม่อาจไปเผยอหน้าสู้ใครเขาได้) ซึ่งมีแรงกดดันส่วนตัวที่ทำให้เราไปจากตรงนี้ไม่ได้ และแอบมีอะไรในใจ เราจึงยังอยู่ที่นี่ ด้วยเหตุผลที่ก็ ช่างเหอะ แต่ยังมีความสุขใจ ก็อยากอยู่

นี่คือตัวอย่างจากหนุ่มน้อย ม.6 ที่เครียดจากการโดนทวงหนังสือ

จะเล่าให้ฟังว่า ตอนเราอยู่มัธยม ที่ ร.ว.บ. ไม่มีเจตนาเปรียบเทียบ แต่อดเล่าไม่ได้ ที่นั่นไม่บังคับยืม เราเคยยืมหนังสือจิตวิทยาเล่มนึง แล้วคืน แต่เจ้าหน้าที่ทำไม่ออก (ใช้ระบบคอมแล้ว) แต่พอไปที่ชั้น หนังสืออยู่ หยิบมาคืนก็ไม่เสียเงิน

เราไม่เคยเจอการทวง และไม่เคยเห็นการเรียกประจานด้วย

ที่นี่บังคับยืมให้ได้อะไร เราหดหู่เสมอมา เสมอไป และจะหดหู่จนกว่าจะเปลี่ยนแปลง คือเลิกบังคับ หรือไม่ ก็คือเราจากไป
เพราะเรามองไม่เห็นประโยนช์ของการบังคับยืมเลยจริง ๆ คนที่มายืม แบบดี ๆ ถึงไม่บังคับ มันก็มา

ลามไปถึงเรื่อง สมุดบันทึกรักการอ่าน
เด็กที่สนิท เล่าให้ฟังว่า
มันเขียนสักสิบกว่าเรื่อง จากนั้นหน้า 11 ก็เอาหน้าหนึ่งมาเขียน เขียนวนจนเต็มเล่ม ครูก็จับไม่ได้หรอก เพราะครูไม่ได้ตรวจ ครูให้มันปั้มตัวปั้ม แทนการตรวจแล้วด้วยซ้ำ อืม เขาเผาผลาญงบประมาณไปเพื่ออะไรกัน ฟังแล้วรู้สึกสมเพชตัวเอง ที่ต้องมารับรู้อะไรแบบนี้

เคยเขียนข้อเสนอของเรื่องนี้แล้ว

https://iampranitee.wordpress.com/2014/12/07/แก้ปัญหาความซ้ำซ้อนและ/

ลองอ่านดู

ไม่งั้นก็ตัดไปสักอย่างก็ยังดี

บอกตรง ๆ เราสัมผัสว่าสองอย่างนี้ บังคับยืมบังคับเล่า กับลอกรักการอ่าน (ที่ร้ายถึงขั้นส่งผลให้มีการจ้างเขียน เล่มละร้อย) สุดแสนจะไร้ประโยชน์ และทำให้เด็ก “เกลียดการอ่าน” แทน

แก้ปัญหาความซ้ำซ้อนและคืนหนังสือไม่ออกจากระบบ

image

image

image

นี่คือบันทึกการอ่านของ ราชวินิตบางแก้ว เห็นแม่วางไว้เลยจิ๊กมาถ่ายรูป

ทุกโรงเรียนคงมี

โรงเรียนที่เราทำงานก็มี

แต่ทำไมงานรักการอ่านในโรงเรียนเราถึงยังซ้ำซ้อนมาก โคตร จะเยอะไปไหน

เรื่องคือ บันทึกเนี่ย เด็กที่ ร.ร. ก็ต้องเขียน แต่ชอบมาแจกเอาตอนท้ายเทอม  มันก็ต้องปั่นกันตาหูแหก ตู้หนังสือในห้องสมุดถึงขั้นเละเทะชิบหายวายป่วง ซึ่งนี่คือปัญหาที่ห้องสมุดเจอ

กับอีกปัญหาคือ เด็กคืนหนังสือแล้ว แต่คนทำ ทำไม่ดี ทำไม่ออก บางทีก็ทำเบิ้ลเป็นเข้ายืมอีกรอบ ซึ่งมันเป็นผลมาจากการบังคับยืม เทอมละ 10 เล่ม ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เด็กรักการอ่านเลย แต่ช่วยให้เด็กเกลียดห้องสมุด เกลียดครูห้องสมุด ไปโดยปริยาย

รีบ ๆ ยืม ผลคือไม่ออก กลายเป็นพอจะยืมเล่มใหม่ เลยยืมไม่ได้ เพราะระบบฟ้องว่า ยังไม่คืนเล่มเก่าที่ยืมไป
เด็กบางคน ที่บ้านมีเงิน ยอมเสียเงินแจ้งเป็นทำหนังสือหาย เสียค่าปรับ 1.5 เท่า ของราคาหนังสือ เพราะขี้เกียจไปค้นหนังสือบนชั้น (ชั้นที่เละ เพราะบังคับยืม จนมันเละ ไม่มีปัญญาจะเอาเวลาที่ไหนไปจัด)
แต่บางคน มั่นใจว่าคืนแล้ว ก็ต้องเสียเวลาค้นหนังสือ

เราเคยเสนอว่า ทำไมไม่ให้ยืมคืนเครื่องเดียวกันไปเลย เพราะ
– เด็กจะได้ไม่ต้องต่อแถวสองรอบ
– ชวนให้เด็กถือเล่มคืนและยืมมาเลย คืนเสร็จ ก็ยืมเลย (ทำพร้อมกันได้) ปัญหาเรื่องขี้เกียจต่อแถวยืม หลังจากต่อแถวคืนนาน ก็จะหมดไป ต่อแถวเดียว ได้ทั้งคืนและยืมไปเลย แต่กลับไม่ได้ “เขา” บอกว่า มันทำให้เจ้าหน้าที่สับสน 

สุดท้าย เราเลยอยากช่วยเด็กสุด ๆ ด้วยการ เลิกเล่า (มาคืนหนังสือ ต้องเล่าสรุป -”- บ่มเพาะการเป็นมลพิษในห้องสมุด ให้เด็กเอาติดตัวไปทำสันดานเสียในห้องสมุดอื่นนะ ข้อนี้เราโคตรเกลียดมาก อย่าหาว่าเกลียดอย่างไหน จะได้อย่างนั้น เพราะเกลียดจริง ๆ เกณฑ์ก็เกลียดจะแย่แล้ว ยังเกลียดเด็กที่มาเล่ามั่ว พอเราให้บัตรคืน ก็หัวเราะชอบใจที่ครูแม่งโง่ เล่ามั่วก็ยังผ่าน หลัง ๆ เราไม่อยากนั่งรับคืนเลยนะ เหตุผลคือ ประสาทเสีย เสียสุขภาพจิต) เลิกเล่า แล้วหันมาจดลงบันทึกรักการอ่านไปเลยทีเดียว ทำทีเดียว ได้สองงานเลย คือ งานภาษาไทย และงานคุณลักษณะห้องสมุด
พอมาคืน หนังสือที่ยืมไปเขียนบันทึกรักการอ่าน ก็แค่ส่งเล่มบันทึก เปิดหน้าที่บันทึก ส่งพร้อมหนังสือที่ยืมไป เพิ่มนิดตรงชื่อหนังสือ ให้เขียนเลขทะเบียนหนังสือลงไปด้วย
แล้วพอมาคืน เจ้าหน้าที่คนนึงจะยิงสแกนเล่มออกจากระบบ  อีกคนจะเซ็นชื่อในบันทึกการอ่านว่าคืนแล้ว (เขียนชื่อคนยิงสแกน และชื่อตัวเอง) แค่นี้ก็ใช้ยืนยันเวลาหนังสือไม่ออกได้แล้ว
และคนนับคุณลักษณะให้เป็นครูไทยไป
ใครจะลอกเพื่อนไปส่งบันทึกก็ช่างหัวมันเหอะ แค่มันลอก มันก็ได้อ่านแล้ว จะเอาอะไรกับมันนักหนา

และถ้าใครไม่ยืมหนังสือจากห้องสมุดก็ช่างเหอะ แค่บันทึกครบก็คือผ่าน

หรือใครมายืมห้องสมุด อ่านเล่น ไม่บันทึกก็เรื่องของมัน (คงไม่ให้เล่า รำคาญ งี่เง่ามาก) แต่เวลาคืนก็จะไม่มีหลักฐานให้เจ้าหน้าที่เซ็นยืนยันการคืน ดังนั้นยืมแล้ว เอาไปบันทึกรักการอ่านเหอะ

ไม่ต้องกลัวว่า ห้องสมุดจะเงียบ เพราะเด็กกลุ่มดี ๆ ที่รักการอ่าน ก็พอมี  ไม่ใช่ไม่มี

เราต้องทำให้สมุดให้เป็นแหล่งค้นคว้า ไม่ใช่นรกสำหรับคนที่ไม่ได้อยากอ่านหนังสือในห้องสมุดนี้

เราต้องการให้แก้ปัญหา
– การบังคับยืม
– การเล่าสรุปที่ 90% มันเล่ามั่ว ไม่เชื่อมานั่งช่องคืนดิ
– การที่คืนหนังสือไม่ออก
– การที่เล่มรักการอ่านแจกช้า และแย่พอกันคือการบังคับให้เขียนอย่างบ้าคลั่ง

สงสารเด็กยุคนี้
ไม่รู้จะช่วยได้เมื่อไร

เซ็ง ถึงขั้นไม่นอน ขอมาระบายความรู้สึก

อยากรู้จริง ๆ ว่า มีใครมองเห็นปัญหาเหมือนเราบ้างไหม?

แปลงเพลงให้ห้องสมุดอื่น แต่จะไม่ทำให้ห้องสมุดที่เราทำงาน

แม่วาน เลยทำ
ครูบรรณารักษ์ที่ราชวินิตบางแก้ว วานแม่ทำ
แม่ทำแล้ว แต่บอกว่าให้แอมดูอีกที แอมดูแล้วว่ามันควรเป็นแบบนี้
แอมเลยจัดให้ เหตุผลคือ แอมจบราชวินิตบางแก้ว และราชวินิตบางแก้ว ไม่เคยบังคับยืม ไม่เคยบังคับสรุป ตอนแอมเป็นนักเรียน แอมโอเคกับการไปห้องสมุดมาก
…………

ทำนอง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร

ในห้องสมุด จะได้ยินเสียงชวนว่า
อ่าน อ่าน อ่าน หนังสือกัน
แหล่งเรียนรู้ มีให้ดู ทุกวัน มาได้

อยากให้เธอได้อ่าน เติมความคิดดีดี ด้วยกัน
เพิ่มพูนความสุขสันต์ ทุกสาระครบครัน มันมีแต่หรรษา
อ่านไม่จบ ก็ยืมกลับไปอ่านต่อ ได้จ้า
อ่านจนจบ ก็ค่อยมาคืนนะเธอ แล้วก็ยืม อีกเล่มนึง

image

…………..
มันคือความจริง
เพราะไม่เพราะไม่เกี่ยว และไม่ได้ทำการค้า ทำร้องเล่นงานโรงเรียนมั้ง
หนุก ๆ

แต่ที่ทำงานแอม
บังคับยืม บังคับสรุป เด็กไม่อยากอ่าน เด็กเกลียดการอ่านมาก
แอมนั่งขี้แตกในส้วม (เครียดเกิน ท้องเดินบ่อยมาก) ได้ยินเด็ก ในห้องวางรองเท้า พูดบ่อยมาก ว่า เฮ้ยมึง ช่วยกูคิดสรุปหน่อย กูไม่ได้อ่านเลย กูไม่รู้กูจะสรุปอะไร

ถามจริง คนเริ่มคิดให้บังคับอ่าน กับ บังคับสรุปเนี่ย เขาจะรู้ไหม ว่าเขาได้สร้างบาปกรรมที่ใหญ่หลวงมาก

และยังมีการบังคับสร้างภาพอีก

นี่เทอมนี้ แอมว่าจะทำให้เด็กรักการอ่าน ไม่รู้จะมีเวลาหรือเปล่า กูปวดกบาลมากเลยให้ตายสิ “เขา” ที่บังคับ และเลิกบังคับไม่ได้ จะรู้ไหม ว่าเขาทำลายการรักการอ่านของเด็ก

ไม่ได้ด่า นี่พูดเรื่องจริง