คู่มือผูกมิตรฯ ชื่อหนังสือดีเลิศ

แต่เนื้อหายังไม่เป็นไปในลักษณะเดียวกัน คืิบางกรณีก็ให้วิธีเลยเป็ยข้อ ๆ บางกรณีก็บรรยายยาว ไม่ได้อ่านทุกตัว มันน่าเบื่อ แต่เอาเด่น ๆ ที่ชอบมาฝาก

image

image

image

ใน คู่มือผูกมิตรกับคนที่ทำให้ชีวิตคุณมีปัญหา! HOW PEOPLE TICK นั้น
มีคนเจ้าปัญหา ถึง โอ้ย นับไม่ไหว
คน…
ขี้โมโห
ขี้กังวล
ที่ชอบโทษตัวเอง
มีอคติ
ที่ชอบโทษผู้อื่น
น่าเบื่อ
พาล
ที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
เจ้าเสน่ห์
เย็นชา
ที่ชอบการแข่งขัน
ที่สับสน
ที่เข้าใจอะไรยาก
หัวรั้น
ทิ้งทุ่น
ขี้อาย
ขี้ลืม
ชอบตั้งแง่เป็นศัตรู
ไม่อดทน
หุนหันพลันแล่น
ที่ไม่กล้าตัดสินใจ
อ่อนไหว
ไม่จริงใจ
ชักช้าจนนาทีสุดท้าย
ชอบสาย
รักสันโดษ
ไม่มีระเบียบ
ฉุนเฉียว
ที่มองโลกในแง่ร้าย
ชอบจับผิด
วางโต
ขี้กลัว
ย้ำคิดย้ำทำ
ที่ดีแต่คิด
เห็นแก่ตัว
ขี้อวด
เคร่งเครียด
ขี้เกรงใจ
ที่ไม่กระตือรือร้น
ที่ล้มเหลว
ที่ขาดแรงจูงใจ
เพ้อฝัน
ที่ไม่ไว้วางใจผู้อื่น
บ้างาน
ที่ไม่มีความคิดเห็น

เมื่อยมือเลย พิมพ์จาก s4zoom

เดี๋ยวอีกเล่มมาใหม่

Advertisements

จะสอนด้วยวิธีไหนดี

image

ยืมมานานละ

image

14 วิธี
1. บรรยาย lecture
2. สาธิต demonstration
3. ทดลอง experiment
4. นิรนัย deduction
5. อุปนัย induction
6. ทัศนศึกษา field trip
7. อภิปรายกลุ่มย่อย small group discussion
8. แสดงละคร Dramatization
9. แสดงบทบาทสมมติ role playing
10. กรณีตัวอย่าง case
11. เกม game
12. สถานการณ์จำลอง simulation
13. ศูนย์การเรียน learning center
14. บทเรียนแบบโปรแกรม programmed instruction

มายืมหนังสือที่ห้องสมุด
หรือลองเซิร์ชกูเกิล ดูหลักการวิธีการ ข้อดี ข้อเสียดู คาดว่าน่าจะมีค่ะ

หาไว้เผื่อสักวันต้องสอนมากกว่านี้
สอนไม่ค่อยจะเป็น เลยต้องหาวิธีการไว้หน่อย

“หนังสือ 10 เล่ม ในดวงใจ”

ได้รับการแท็กจาก น้องกานต์ Panu Puaktungyai ค่ะ
ในหัวข้อ “หนังสือ 10 เล่ม ในดวงใจ”
เลือกไม่ยาก เพราะปกติ เป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ (คนรู้ว่าทำงานอะไรคง เอิ่ม!?)
เวลาถูกถามว่าเล่มนั้นเล่มนี้เรื่องเป็นไง ตอบว่า ไม่รู้ ประจำ
แต่ถ้าถามเพื่อค้นหาหมวดหมู่นั้นบอกได้เพราะชอบแยกประเภท
ตอนเด็กเวลาอ่านหนังสือ จะหลับไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นถ้าถูกสั่งให้นอน จะอ่านหนังสือ โดยเฉพาะฟิสิกส์ (เหมือนอ่านภาษาต่างดาว)
ส่วนนิยายอ่านได้ครึ่งหน้าก็เหวี่ยงแล้ว ทนไม่ได้ ไม่ใช่ว่าหลับ แต่เป็นรำคาญตัวหนังสือพรืด ๆ เห็นแล้วจะอ้วก (เราไม่ชอบการจัดหน้าชิดหน้าชิดหลัง มันชวนให้รู้สึกว่า เอิ่ม ฉันอ่านถึงไหนแล้ว มันเท่ากันไปหมด)
ดังนั้นเล่มไหนที่เราอ่านได้จนจบ มันจึงเป็นอะไรที่เรารักมาก ซึ่งคือหนังสือเหล่านี้

1. หัวใจอึ : บุนเป โยริฟุจิ และ โคอิชิโร ฟุจิตะ
เราเป็นคนท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด ท้องไส้ปั่นป่วน มาตั้งแต่เล็ก ตอนเจอหนังสือเล่มนี้ ไม่แน่ใจว่าเจอจากในไหนแนะนำก่อน หรือไปเจอที่ร้าน เราซื้อเลย แต่คงมีอะไรแนะนำอ่ะ จำไม่ได้ว่าอะไรแนะนำ แต่ดีใจมาก อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นร้อยครั้งแล้ว โดยเฉพาะเวลาขี้แตก

2. CEO ต้องรู้ : ดำรงค์ วงษ์โชติปิ่นทอง
เพิ่งซื้อเมื่อวาน ด้วยเหตุผลที่ว่า ตอนนี้อยากรู้ว่าคนที่เป็นซีอีโอ เขาต้องเป็นยังไง เมื่ออยากรู้ก็ต้องหาความรู้ เหลือเล่มนี้อยู่บนชั้นอยู่เล่มเดียว เราจึงหยิบอ่าน แปร๊บเดียวจบ คือตัวหนังสือมันน้อยไง แต่กราฟิกและเนื้อหาชัดเจน มีพลังมาก (คืออ่านจบแต่ยังอยากซื้อมาบูชาอ่ะว่างั้น) บางคนที่คิดว่าคุณจัดการชีวิตชาวบ้านเก่ง ควรอ่านนะ บางทีหนังสือเล่มนี้ อาจทำให้คุณสร้างรายได้และสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมได้มากกว่าที่เป็นอยู่ (แอบแถม MARKETING ต้องรู้ เจ้าของเดียวกันด้วยนะ อ่านมันส์พอกัน*)

*สำหรับเราหนังสือที่ดี ไม่จำเป็นต้องหนา เปลืองกระดาษเปล่า ๆ ไร้สาระ น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง และเราไม่ชอบหนังสือกระดาษถนอมสายตา โดยเฉพาะเวลาที่มันไม่มีกราฟิกเลย มันชวนเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก (ไม่ชอบสีเหลือง) 55555

3. เรียนให้ง่าย เรียนให้เก่ง : Abhishek Thakore เรียบเรียงโดย พรรณผกา รุ่งเรือง
เป็นหนังสือ How to ซึ่งเรารักหนังสือแนวนี้มาก เราไม่ชอบตำราพรืด ๆ แต่เราชอบอะไรก็ได้ที่บอกเลยว่า 1)ทำไร 2)ทำไร อันนี้มี 65 ข้อ ถึงไม่ทำทุกข้อ แต่ถ้าทำบ้าง บอกเลยเก่งขึ้นแน่นอน ปล.เราเองยังทำบางข้อไม่ได้ ขี้เกียจเขียน 555

4. คู่มือดูแลพ่อแม่ : พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน
เป็นหนังสือ How to เช่นกัน ไม่ใช่ได้ประโยชน์แค่ดูแลพ่อแม่ เพราะอย่าลืมว่า สักวันเราเองก็ต้องแก่ เราควรทำความเข้าใจตรงนี้ทุกคน ไปหาอ่านซะ ถ้าอยากมีความสุขในช่วงสูงวัย 😀

5. สานฝันด้วยเสียงเพลง มาฝึกร้องเพลงกันเถอะ : ดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล
เป็นหนังสือที่พี่กิต ซื้อส่งมาให้เรา ให้เราจ่าย 555 ตอนนั้น (ช่วงน้ำท่วมกทม) พี่กิตอยากให้เราเรียนร้องเพลง เพื่อจะได้ร้องเพลงของวงได้ดี ๆ อ่านแล้วก็ดี แต่ขี้เกียจฝึก ส่วนใหญ่เราอ่านแต่หนังสือ How to จริง ๆ ว่ะ หนังสือเกี่ยวกับดนตรีด้วย แต่สุดท้ายขี้เกียจฝึก กร๊ากกกกก

6. หลักการจัดสวนเบื้องต้น (ขอแถม หลักการจัดสวนสาธารณะและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ) : เอื้อมพร วีสมหมาย
เราชอบมาก เรื่องการจัดนู้นนี่นั่น ซึ่งสวนอ่ะ คือแบบใฝ่ฝันมาก ๆ แต่นะ ยังไม่มีปัญญาไปทำเลย ก็ฝันต่อไป นอกจากแนวนี้ยังชอบหนังสือจัดบ้านจัดที่ตามหลักฮวงจุ้ยด้วย ชอบมาก ๆ

7. MBA 50 หลักบริหาร : Edward Russell – Walling แปลโดย ณัฐยา สินตระการผล
เป็นหนังสือที่ซื้อเพราะไม่มีตำราวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการบริหาร (หรืออะไรสักอย่างทำนองนี้ ตอนนั้นยังเรียนราม ตอนนี้เลิกเรียนไปนานแล้ว) แต่ต้องสอบ กลัวสอบไม่ได้เพราะสมองกลวงโบ๋ เลือกเล่มนี้ เพราะหลักเยอะดี ชอบเล่มนี้ตรงทุกหลักการจะมีแนวคิดที่สำคัญ เช่น 36 การว่าจ้างหน่วยงานภายนอก (Outsourcing) แนวคิดที่สำคัญ คือ “เราจำเป็นต้องทำงานนี้จริงหรือไม” มันช่วยในการตัดสินใจได้นะ มีการบริหารจัดการแบบญี่ปุ่น แบบนู้นนี้นั้น สนุกดี (ลืมบอก เราสอบรามตัวนี้ หนเดียวผ่าน แต่ไม่มีความหมายแล้ว เพราะเราไม่เรียนละ เออ มีความหมายดีกว่า มีทีทำให้เราหาหนังสือแนวนี้มาอ่าน จากเดิมที่ไม่เคยอยากแตะ)

8. การลาออกครั้งสุดท้าย : ภานุมาศ ทองธนากุล
เป็นหนังสือที่แค่ชื่อก็กินขาด เราคั่นหน้านี้ไว้ คั่นไว้เมื่อไร จำไม่ได้
“ชีวิตเรายังมี
– วิชาสุขภาพดี
– วิชาทำให้พ่อแม่มีความสุข
– วิชาครอบครัวรักกัน
– วิชาเพื่อนที่ดี
– วิชาสงบสุข
– วิชาผจญภัย
– วิชาความเข้าใจโลก
รวมไปถึง
– วิชาทำเพื่อส่วนรวม
ที่ต้องเรียนไปพร้อม ๆ กันด้วย
ผมไม่อยากเป็นคนที่สอบได้ A ในวิชาทำมาหากิน
แต่ได้ F ในวิชาบังคับตัวอื่น”
เอาว่ากินใจทั้งเล่มอ่ะ

9. งานไม่ประจำทำเงินกว่า (แถม งานไม่ประจำทำเงินกว่า2 อิสระเรา ราคาเท่าไร) : วิสูตร แสงอรุณเลิศ
ชื่อเรื่องก็โดนแล้ว เราชอบคุณวิสูตรมาก ๆ ตรงที่เป็นนักแต่งเพลง จบโทวิศวะ โอ้ย หลายเรื่องที่ดูแล้วแจ๋วว่ะ อ่านหนังสือสองเล่มนี้แล้วบอกเลยว่า เขาเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ พอดีตามเพจเขาด้วย มีอะไรชวนคิดตลอด ชอบมาก ๆ อยากเป็นเหมือนเขาได้บ้าง

10. อยากรวยผมช่วยคุณได้ : มงคล ลุสัมฤทธิ์
ตอนแรกก็อยากอ่านเพราะคุณวิสูตรแกเป็นบก.เล่ม พอซื้อมา งงตัวเองว่า ฉันซื้อหนังสือผิดหรือเปล่า นึกว่าแนวหุ้น เพราะถ้าแนวหุ้นนี้เกลียดมาก ไม่ชอบ แต่อ่านจนจบ ป่าวเลย เป็นเรื่องการบริหาร การวางแผนทางการเงิน เหมาะกับคนที่อยากรวย (เรายังทำไม่ได้ เป็นเรื่องที่เราว่าเรายังต้องศึกษาอีกมาก หลายอย่างมีความเสี่ยง ฝากไปเรื่อย ๆ ก่อนดีละ ดีกว่าไม่มีตังค์แล้วกู้มาส่งเดช ต้องขอเงินคนอื่นมาลงทุน อย่างนี้อันตราย สำหรับคนที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจถือว่าอันตรายมาก ๆ)

แถมได้ไหมอ่ะ 10 มันน้อยไป
ขอแถมแนว กับ เล่มที่ 11
จริง ๆ เราชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา และจิตวิทยาประยุกต์มาก ๆ (ไม่ใช่ชอบจำทฤษฎีนะเว้ย แค่อยากเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับจิตใจ และพฤติกรรม แต่หนังสือมันกองอยู่ในชั้น หยิบยาก จำชื่อคนแต่งไม่ได้ หนังสือที่ยกมา หยิบง่ายใกล้มือกว่า)

กับเล่มที่ 11 คือ คู่มือบทสวดมนต์ ฉบับสมบูรณ์
ชอบมากที่แถมซีดี แม้มีอยู่ไม่กี่แทร็ก ไม่กี่บท แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี
เราไม่ได้อ่าน ไม่ได้สวดเองหรอก เราชอบเปิดฟัง (เป็น mp3 เอาเข้ามือถือเก่า) เหมือนมีพระมาสวดให้เรา เพราะเรารู้ตัวว่าเราเป็นคนที่ีมีความเครียดสูงมาก โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับพฤติกรรมงี่เง่า การบังคับ กฎเกณฑ์ที่จุกจิกละเอียดถี่ยิบที่ไม่มีที่ไหนเขาทำกัน การกะเกณฑ์ที่ไม่มีเหตุผล เสียเวลาไร้ประโยชน์ ไรงี้ มันไม่ใช่ตัวตนเรา เราเป็นคนที่ชอบความคิดสร้างสรรค์ ที่สมเหตุสมผล และอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง (สร้างสรรค์นะ ไม่ใช่สร้างภาพ แต่งตัวเลข) ฉะนั้นเวลาที่เราเครียดจากสิ่งที่กล่าวไป เราจะเปิดบทสวดมนต์ ถ้าหลับไปก็หลับ เคยเปิดหนังสือจะสวดตามนะ แต่แบบ ก็หลับ (คือชอบหนังสือที่แถมซีดีแค่นั้นแหละ ดีใจตรงนี้) ถ้าสวดเองได้ อาจจะดีกว่านี้ ทุกวันนี้ถ้านึกอยากสวด ก็ทำได้แค่แผ่เมตตา

ใครอ่านหนังสืออะไรก็อ่านไปเหอะ แต่ส่วนตัวอยากให้หาหนังสือ How to อ่านแล้วทำ หรือคนที่เขียนหนังสือก็อยากให้เขียนเป็น How to ไม่ต้องเยอะแยะยั้วะเยี๊ยะ เขียนให้คนทำตามได้ ก็ประเสริฐละ

ไม่ tag แล้วกัน ใครอยากเขียน เขียนเลย แล้วถือว่าเรา tag ก็ได้
ง่วงนอน

เราซื้อมาตอนคิดจะลาออกจากงาน

image

แต่บอกเลย
วันนี้เอามาแจกเด็กแล้ว เหตุผลคือ
เราจะไม่ทำในสิ่งที่เราไม่กิน

เราไม่กินเค้ก คุกกี้ ขนมฝรั่งอบ ไม่ชอบ กินแล้วปวดอึแบบปวดไม่สบายท้อง

แต่ตำราสวยงาม ให้เด็กได้ศึกษา

มาดูส่วนประกอบของเพลงแบบที่เจอโดยบังเอิญ

เมื่อวานแอมนั่งรับคืนหนังสือ
มีเด็กม.6เท่ ๆ (แต่ไม่สเปก เพราะแอมเจอสเปกแอมละ 555 น่าเสี ยดาย เด็กกว่า 15 ปี ไม่อยากพรากผู้เยาว์ กร๊ากกกกก ฮา ๆ นะ แต่เด็กที่ว่านิสัยเริดจริง ๆ ทว่าแอมมีศีลธรรมสูงส่งกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์) ที่วันคริสต์มาสเต้นคัฟเวอร์ ก็ทักไปว่าวันก่อนเต้นป่าวลูก เด็กก็บอกว่าใช่
ก็คืนหนังสือผ่านไป
ก้มมองหนังสือ ว่าอ่านแนวไหน
โอ้ หนังสือสอนภาษาอังกฤษ

โอ้ ด้วยเพลง

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

ปกระบุว่า220บาท

แต่ประเด็นคือ แอมชอบตรงคีย์ ไทม์ มิวสิค เวิร์ด แบกกราวน์ … จุดมุ่งหมายของการเอาเพลงมาสอน (นั่นแปลว่าคนแต่งเพลงต้องคิดก่อน ว่า จุดมุ่งหมายของเพลงที่คุณแต่ง มันเพื่ออะไร ขอร้อง โต้ตอบ เปรียบเทียบ ฯลฯ)

หนุกดีค่ะ
ใครชอบ ก็ไปหาอ่าน เผื่อเอาไว้สอนภาษาให้เด็ก ๆ ได้ค่ะ

แต่ถ้าใครรักการแต่งเพลง ก็ลงมือแต่งเพลงซะค่ะ

หนังสือที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน

อยากให้เห็นชัด ๆ ชอบมาก อยากซื้อเข้าห้องสมุดเยอะ ๆ แต่ถ้าไม่งี้ จะซื้อให้เด็กยืมอ่าน หรือซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด อยากให้พ่อแม่เด็กซื้อให้ลูก ที่ขึ้น ม.3 ม.6 เข้ามหาวิทยาลัย ได้อ่าน จริง ๆ ให้อ่านตั้งแต่ ป.6 ก็ดี ให้อ่านซ้ำทุกปีด้วย กันลืมถูกใจ · · เลิกติดตามโพสต์ · แชร์ · แก้ไข · 1 มกราคม ผ่าน โทรศัพท์มือถือ

 

เราซื้อหนังสือเล่มงานไม่ประจำฯ1 ตอนวันที่ 9 เดือน 8 ปี 56 // เราซื้อเล่ม2 อิสระเราฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง บอกตรง ๆ เราไม่ใช่หนอนหนังสือ ไม่ชอบอ่านหนังสือเลยด้วยซ้ำ (ถ้าไม่ได้ตามหาอะไรบางอย่าง จะไม่อ่านเลย ไม่ชอบอ่านหนังสือที่ไม่มีคำตอบ หรือเราไม่มีคำถาม) แต่เราชอบหนังสือสองเล่มนี้มาก ๆ คือแบบอ่านแล้วโดนทุกหน้า เช่นหน้าที่จะโพสต์ในลำดับต่อไปถูกใจ · · เลิกติดตามโพสต์ · แชร์ · แก้ไข · 1 มกราคม ผ่าน iOS