เมื่อรู้สึกว่ามีวิญญาณ อยู่ที่ตึกที่ทำงาน (ความเชื่อส่วนบุคคล) และทุกที่มีวิญญาณหมดแหละค่ะ เชื่อเถอะ

อ่านแล้ว อยากให้ไปทำบุญ และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เขานะคะ
เราไม่ค่อยได้ตักบาตร แต่กะจะแผ่เมตตาให้

ส่วนตัวเราจะไหว้ตลอด ไหว้ขอ ว่าเรากลัวผีมาก ถ้าปรากฏตัวให้เราเห็น
เราอาจจะชอคตาย และไม่มีโอกาสได้ทำบุญให้ เพราะมีแต่คนเท่านั้นละมั้ง ที่ทำบุญได้
ดังนั้นแค่เรารู้สึกกลัว เราจะแผ่เมตตาให้ และไปทำบุญให้ เวลาเรากรวดน้ำ
เราแผ่ให้เจ้ากรรมนายเวรและผู้ที่อยากรับ (แต่คงต้องทำบ่อย เพราะนะ คงเยอะ)

ทุกที่มีผี

สุดแต่ว่า เขาจะมาให้เห็นหรือไม่

ประมาณกลางเทอม 1 อานะ

เอาว่าเราเคยเจอจากในจอเครื่องออลอินวันทัชสกรีน ที่ถูกใครเปิดเว็บแคมไว้ไม่รู้
จอเว็บแคมโอเค เราเดินผ่านรอบแรกก็เห็นแค่เรา แต่พอเดินมาจะมาปิด
เราเห็นเป็นเด็กผู้หญิงสองคน อยู่หลังเราไปทางจะเข้าประตูห้องทำงาน
เห็นในจอ แต่พอหันไปมอง จะถามว่าจะเอาอะไร (คือเราอยู่ในห้องคนเดียวแล้ว ทุกคนไปเข้าแถว
เราอาจเคยเล่า) แต่กลับไม่มีคน เราเลยหันมาชักปลั๊กวิ่งออกไปเข้าแถวเลย
ใจยังงง ๆ

จนกระทั่งเด็กม.4 (ไอ้วุฒิ) เจอเด็กผู้หญิงผมยาวนั่งในห้องซ้อมมารยาท
แต่เราเจอเด็กผมสั้น ชุดม.ต้นนะ สองคนเลย แต่อีกคนจำไม่ได้ว่าผมสั้นผมยาว มันไม่อยากจำอ่ะ
มันหลอน แต่ดูเรียบร้อย

ล่าสุด เมื่อวันที่แปดเดือนนี้ป่าวไม่แน่ใจ อบต. มาจัดงานวันสตรี  อาจเกินวันที่แปด
แต่มีพระมาสวด
เด็กห้องเรา (ภันทธษา – หลิน) เดินสวนกับเด็กคนนึง ที่เดินตามอาจารย์ที่มาขอกุญแจห้องชั้นบน
หลินถามเราว่าครูแอม เด็กคนนั้นเป็นใคร เราก็มองอยู่ มันจะเด็กคนไหนล่ะ (เอ้ย วันที่พุธที่ 12 หรือ พฤที่ 13 มากกว่าอ่ะ)
ไม่มีนะ มีแต่อาจารย์ผู้ชายเดินคนเดียว
เท่านั้นเราก็รู้แล้วว่าเด็กเรามันเห็น เพราะคนนี้ กับอีกคน (เล็ก) ห้องเราเห็นหลายคนตอนไปค่าย ร้องกันจนครูที่ปรึุกษา
(เรานี่แหละ) หลอนตามมาก ๆ แต่เข้าใจเลยนะ ว่าต้องปลอบเด็ก และจุดไฟกำลังใจ ไม่งั้นมันจะแย่เอานะ

แล้วหลินก็เล่าเรื่องเห็นคนชุดขาวบนหลังคาโดม ซึ่งตรงกับมีบางท่านเคยเล่า
*****ซึ่งเราย้ำแล้วนะ ว่าทุกที่มีผี มีวิญญาณหมด สุดแต่ว่าใครจะสื่อได้ และถ้าคุณกลัว เราขอให้คุณ โปรดไปทำบุญ
ตักบาตร แผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศลให้พวกเขา มันจะดีต่อทุกฝ่าย
เด็กเรามันมองเห็น และเห็นนานแล้ว มีสองคนหลินกับเล็กเนี่ยแหละ เห็นแบบน่าเป็นห่วง
เพราะว่ามันกลัวมาก  ตัวสั่นหงึก ๆ

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เราให้เด็กเรามาช่วยจัดชั้น ตู้หนังสือ ย้ายตู้ หัวหน้าเราจะทำห้องคอมใหม่
((ทำตรงโซนที่เรากลัวมากเลยอ่ะ เป็นจุด มังกร ของห้อง ที่แรง (ตามความเชื่อเรานะ)
คือถ้าแบ่งพื้นที่อาคารเป็นสี่ส่วนเท่ากัน คือส่วนหลังขวาอ่ะ
แต่จริง ๆ เราก็กลัวหลายที่ เพราะตู้สูง ๆ มันบัง กลัวทั้งคนร้าย คนแกล้ง กลัวบรื๋ย
เรียกว่าขวัญหนีดีฝ่อได้

แต่เราคิดว่า เรามาทำงาน เรามาพัฒนา เรามาทำประโยชน์ ไม่น่าจะต้องกลัวจนเสียการงาน
เพราะที่ไหนก็มีผีหมดแหละ
เราไปทำงานนั่งคนเดียวทั้งตึกบ่อยไปนะ ก็ไหว้ทุกสิ่งอย่าง เพื่อความเคารพ และความสบายใจของเรา))

ก็จัด ๆ ยกหนังสือ ยกตู้ ยกข้าวของ คนอยู่เพียบเลย ตามนี้
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10152075423142987&set=a.10150568427562987.385543.744907986&type=1&stream_ref=10

โหลดจากมือถือ


เด็กห้องแอม เหลือ3 ห้อง4 มาช่วย 2 คน ห้อง 6 มา 2 คน

ถูกใจ · · หยุดการแจ้งเตือน · แชร์ · แก้ไข · 28 มีนาคม

 

บางช่วงมี ม.6 มาช่วย ยกตู้ด้วย
แต่ตอนม.หกไปแล้ว
เออลืมเล่า ตอนเช้าเราร่วมพิธีปัจฉิมทำ บนหอประชุม
เราล็อกประตูทางเข้าตึกกันเลย เพราะไม่มีใครอยู่
เล็กบอกหลิน ว่าเห็นมีเด็กเดินก้มหน้า กลาง ๆ ห้องสมุด แต่ประตูล็อกไง ก็เลยไม่ได้เข้าไปดูว่ามีเด็กจริง ๆ หรือเปล่า
หน้าห้องมันนั่งกันสามสี่คนมั้ง ห้องเราสองคน ที่เหลือเป็นเด็กห้องอื่น เพื่อนเด็กห้องเรา

พอเข้ามา ตอนจัดเมื่อย ๆ ไอ้หลินมันดันไปนั่งโซฟา ก็นั่งกันเพียบนะ เอาว่าทั้งห้อง สิบกว่าคน กระจายตามจุดต่าง ๆ
เราออกจากส่วนออฟฟิสพอดี
ได้เห็นหน้าหลินพอดี มันหน้าเหวอและวิ่งมาทางเรา แต่แบบมันเลยเราไปเข้าออฟฟิส ไอ้เล็กวิ่งตาม
เราเอามือคว้าตัวหลินไว้ ให้เกาะหน้าประตูห้อง
หลินก็ร้องว่า ครู หนูเห็น ๆ เขานั่งอยู่ข้างตู้หนังสือ ถามรายละเอียดได้ความว่า เห็นนั่งก้มหน้ากอดเข่า
เห็นครึ่งตัวเพราะตู้บัง แล้วจากนั้นเด็กผู้ชาย ม.3 ก็เห็น (อาจเป็นอุปปาทานหมู่ แต่เราก็กลัว และไม่ลบหลู่)

สรุปมันหลายรอบมากอ่ะ จนหัวหน้าเราไหว้ แล้วก็รีบจัด และกลับบ้านกันตั้งแต่สามโมง
ก็นะ
รู้แค่ว่า จะพยายามแผ่เมตตาให้

เออ ลืมเล่า
วันนี้เราเลยไปหาพี่ปัด
ไปถามพี่ปัด เพราะเราอยากรู้ว่าเด็กพวกนี้ (คาดว่าไม่น่ามีคนเดียว)
เป็นใคร และเขาต้องการอะไร
ตอนแรกพี่ปัดไม่ดูให้ บอกว่าอย่าไปยุ่งเลย (ออกแนวรำคาญเรา ไรงี้)
พอตอนหลังไป
พี่ปัดให้พูดไป 1 คำ เราพูดคำว่าขาว
พี่ปัดก็บอกว่า มี วิญญาณ จริง ๆ ไม่ใช่เด็ก ๆ โตแล้ว
เราก็บอกว่า คือ ที่เราเห็นเป็นเด็กม.ต้น
สรุปเลยนะ พี่ปัดบอกว่า ตึกที่เราทำงานนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ทำให้วิญญาณมีพลังงานมาก
(ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ายังไงอ่ะ)
และด้วยสถานที่ เป็นอาคารตั้งบนน้ำ มีลักษณะเป็นหยิน จะมีวิญญาณมาอยู่
คือประมาณนี้
เราถามว่าเป็นใคร พี่ปัดบอกว่า เป็นเด็กที่จมน้ำตาย (นานมากแล้ว)
เราได้เคยถามหัวหน้าเรา หัวหน้าเราบอกว่าเป็นเด็กผู้ชาย
เท่าที่มีเด็กตาย เป็นเด็กผู้ชายทั้งนั้น
เราเลยถามว่าเขาต้องการอะไรหรือเปล่า อยากให้ทำบุญหรือเปล่า
พี่ปัดก็บอกว่าอยู่แล้ว ก็คือต้องทำบุญให้
แต่พี่ปัดบอกว่า ไม่มีอะไร

ก็นะ เราก็ทำตัวเหมือนปกติ แค่จะพยายามตักบาตรให้บ่อยขึ้น จะได้กรวดน้ำ
ใครอ่านแล้ว เราไม่ได้ส่งจดหมายลูกโซ่นะ
แค่อยากว่า ถ้ามีเวลา ไปตักบาตร ทำบุญอะไรก็ได้
สวดมนต์ แผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณที่ยังไม่ได้ไปเกิด
ทำอย่างน้อย ก็ได้กับจิตใจของเราเต็ม ๆ

จริง ๆ คนที่เรารู้จัก มีหลายคนนะที่มองเห็นวิญญาณ มองเห็นผี
แต่เราไม่อยากเจอหรอก รู้แค่ว่าเรารู้แล้วว่าโลกอีกมิติ มีแน่นอน และเขาทำบุญไม่ได้หรอกนะ
ดังนั้นก็ทำบุญ แผ่เมตตา อุทิศส่วนบุญให้เขาด้วยแล้วกัน
เราเชื่อว่าบุญเหล่านี้ จะส่งผลทางด้านดีให้กับทุกคนที่ทำ

ปล.เจอแม่เล็กที่ตลาด บอกแม่เล็กไปแล้วว่าให้พาเล็กไปทำบุญอีก เพราะเมื่อวันศุกร์เพิ่งเจอ
แม่เล็กบอกว่า สัปดาห์ก่อนเพิ่งพาไป
แต่แม่เขารู้ว่าลูกเขาเห็นอะไรแบบนี้
ไม่ต้องเห็นก็เชื่อได้นะคะ ทำบุญอุทิศไปทั่วทุกทิศแหละค่ะ จิตใจจะเป็นสุข

เราก็ทำงานที่นี่มานานแล้วนะ เกินปีครึ่ง ถ้ากลัวมาก ๆ ก็ทำบุญให้มาก ๆ แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลให้พวกเขา
เพราะคนละมิติกัน เป็นคนอ่ะ โชคดีที่สุดแล้วนะคะ ยังทำดี ทำบุญได้ หากไม่มีเวลา แค่อย่าทำเลวก็ยังดี
นอกนั้น “ขึ้นอยู่กับเวรกรรมที่เคยทำมา”

 

ถ้ากลัว ไหว้ขอแบบเราก็ได้ เราไม่สงวนลิขสิทธิ์ เี่ราว่าพวกเขาสัมผัสได้นะ อย่าลืมแผ่เมตตาบ่อย ๆ บางทีเราก็แผ่เมตตาให้ตัวเอง

Advertisements

วันนี้เจอเด็กห้องตัวเองแล้ว

ก็ยังเด็กอานะ ม.1

แต่มีคนนึง ไม่ได้จะบอกว่าไม่ชอบ แต่อยากจะบอกว่าเศร้า ที่เห็นเด็กสมัยนี้ กวนประสาทออกหน้าออกตา และเหมือนอ้างสิทธิเสรีภาพ คือ เศร้าใจ
เค้าพูดคำนึงว่า เหมือนที่มาเป็นครูเนี่ย เพราะว่าได้เงิน
เราก็บอกว่า ถ้าครูมองแค่เงิน คงไม่มาเป็นครูหรอก เพราะเงินเดือนครูนี่ไม่เยอะเลย

สะเทือนใจ และคิดว่าสักวันนึง เขาคงซาบซึ้งกับคำพูดแบบนี้ เหมือนที่วันนี้เรารู้สึก (เราไม่เล่ารายละเอียด เพราะมันไม่มีรายละเอียด เรารู้อย่างเดียวว่า ใครทำอะไร ก็ได้แบบนั้นแหละ

เรายอมรับ ตอนม.5 เราเคยว่าครูสอนภาษาอังกฤษเรา ว่าเขาคุมเด็กไม่ได้ ทำให้ทั้งห้องลอกกัน ยกเว้นเราที่ไม่ลอก แล้วเราได้คะแนนน้อย ครูเขาเหมือนจะไม่ชอบเราไปเลย ที่เราบังอาจไปว่าเขา (ลงเว็บบอร์ด แต่ไม่ออกชื่อ) ซึ่งวันนี้เราก็ซึ้งแล้ว เพราะเราเองก็คุมเด็กไม่ได้ ด้วยตัวที่ก็เล็กกว่าเด็ก เสียงที่ก็สวย(เสียงสวย)เกินที่จะด่ามันให้มันกลัว 

เหนื่อยใจ

แต่เมื่อโตขึ้น คุณจะรู้ว่า หลายครั้ง ชีวิตก็ไม่มีทางได้ในสิ่งที่ต้องการ และคนเราก็ไม่ได้สมหวังไปทุกอย่าง แต่การพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้มันผิดพลาดน้อยที่สุด จะดีกว่า ((ส่วนจะเจอพวกที่ชอบสร้างบาปสร้างเวรบ้าง ก็เป็นเวรกรรม ใครทำอะไรก็จะต้องได้รับเวรกรรมนั้น))

คิดแบบนี้ สบายใจ

เรารู้อย่างเดียว ว่า แม้ในคนที่เราเกลียดที่สุด เกลียดมาก ๆ เกลียดเหี้ย ๆ เลย (ขอหยาบคาย) แต่ด้วยหน้าที่แล้ว เราไม่เคยละเมิดสิทธิ์เขา เช่น สมัยเรียน ป.ตรี ไม่ชอบเพื่อนบางคนเอามาก ๆ เพราะเขาแย่ใส่เรา แต่เราก็ยังประกาศงานให้ทุกคน เพราะเราถือว่าเมื่อเราเลือกที่จะเป็นประชาสัมพันธ์ของเอก เราก็ต้องเป็นให้ดีที่สุด ส่วนเขาจะไม่ดีกับเรายังไง นั่นคือสันดานเลวของเขา ไม่ใช่สันดานเลวของเรา

เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ละเมิดสิทธิ์ ไม่เห็นแก่ตัว เพราะเวรกรรมมีจริง ยังไม่เห็นวันนี้ ไม่สำนึกวันนี้ก็ไม่เป็นไร ยังไงกรรมก็ติดตัวอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะตอบแทนมาในรูปแบบไหน คนที่รู้จักสิทธิและหน้าที่ และไม่บกพร่องในหน้าที่ เยี่ยมที่สุด ไม่ต้องมองคนอื่นหรอก มองแต่ตัวเองเถอะ

เรื่องโบสต์ถูกฟ้าผ่า (แปะ ๆ เผื่อคนอ่านชอบ อิอิ)

‎(เล่ายาวมาก แต่หนุก อยากให้อ่านให้จบ)พอดีวันนี้ไปทอดกฐินมาใช่ป่ะ เลยได้ยิน พี่เอ๋ (มือขวาของตั๊วอี้) เล่าเรื่องจริง แต่ที่ไหน เราฟังไม่ทัน ว่า เคยมีวัดนึง ทอดกฐินเพื่อหาเงินสร้างโบสถ์ สร้างกี่ครั้ง ก็ถูกฟ้าผ่าโบสถ์พังตลอด จนทางพระตั้งไปสืบหาว่าเพราะอะไร จนได้รู้ว่า มีกรรมการคนนึง ไม่ยอมรับเงิน 50 สตางค์ ที่ยายคนนึงจะร่วมทำบุญ โดยมองว่าเป็นเงินน้อย เหมือนกรรมการคนนั้นไปดูถูกยาย ว่าจน ให้แค่นี้ เลยไม่รับ แล้วพอดียายก็เสียชีวิตไป ก่อนยายตายคงได้สาปแช่งไว้ ทำให้โบสถ์มีอันเป็นไป จนกรรมการคนนั้นไปขอขมา(ที่วัดที่ตั้งศพมั้ง)แหละ โบสถ์ถึงไม่ถูกฟ้าผ่าอีก

ไม่รู้นะ ใครเชื่อ ไม่เชื่อ เราคงไม่สนใจ (นานาจิตตัง)
แต่เราเชื่อมาก และคิดว่าไม่ดีอ่ะ ยายเองก็คงเป็นบาปในส่วนของยายด้วย ที่ไปสาปแช่ง และกรรมการก็บาปที่ทำให้วัดต้องถูกแช่ง ก็นะ ใครทำอะไรก็มีกรรมติดตัวไป คือเราค่อนข้างเชือว่า พลังอำนาจลึกลับมีจริงอ่ะ เหอะ ๆ

อย่างล่าสุด ที่เรากลับไปหายใจไม่ออกตอนนอน (จะตาย) เราก็ไปมองเรื่องเวรกรรม บวกกับเมื่อวานพ่อเราพูดว่าปู่โดนของ เราก็ถามว่ารู้ได้ไงอ่ะ ป๋าบอกว่าย่าไปถามคนทรงมา เราก็บอกป๋าว่าเราอยากไปหาคนทรง (เราเชื่อ แต่ไม่ใช่งมงายนะ เล็ก ๆ ก็ไปหาคนทรงกับแม่บ่อย ๆ เป็นยายท่านนึง ท่านแบบเป็นร่างทรงจนอายุเกือบร้อย ท่านเสียไปแล้ว) แต่พอเราบอกงั้น ป๋าบอกว่า ไปถวายสังฆทานไป ((พ่อเราคงไม่อยากให้เรามีความคิดชุดนั้น แต่นะ ทุกคนมีความเชื่อ พ่อเราก็เชื่อปู่ย่า ซึ่งก็ปกติอ่ะ ยุคสมัยต่างไป))

แต่ยังไงเราก็เชื่อเรื่องกรรมอ่ะ และชอบอ่าน ชอบแชร์เรื่องเกี่ยวกับธรรมะ อดีตชาติ เวรกรรม ฯลฯ มันทำให้จิตใจพยายามมุ่งหาธรรมะดีอ่ะ

เอาว่าถ้ามีโอกาสก็คงถวายสังฆทาน จะจัดชุดสังฆทานเอง พอดีวันนี้ไปทอดกฐิน เลยไม่ได้ทำบุญอย่างอื่น

เล่าเนี่ยเพราะทำงานเสร็จแล้วอีก 1 อย่าง (ยังมีอีกหลายอย่าง 555) รวมทั้งซ้อมร้องเพลง กร๊ากกกกก เลิศ อิอิ หิวข้าว ไปกินข้าวดีกว่า แล้วค่อยทำงานต่อ (พรุ่งนี้จะทำบอร์ดให้เสร็จ อย่างน้อยต้องขึ้นบอร์ดที่ 2)

Like · · Unfollow Post · Share