หาทางทำตัวให้สมอายุ (แบบที่เดือดร้อนคนอื่นน้อยที่สุด)

หาทางทำตัวให้สมอายุ (แบบที่เดือดร้อนคนอื่นน้อยที่สุด)

พูดยาก
หลัง ๆ คิดว่ายิ่งกลับทำตัวไม่สมอายุมากขึ้น
เราคิดว่าเราเสียเวลากับการบ่น (ใส่คนอื่น เช่น แชต คุยทางเสียง คุยต่อหน้า ไรงี้) มากเกินไป ทั้งกับเรื่องของตัวเอง และเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง แต่แค่อยากทำตัวเป็นคนดี มีน้ำใจ ซึ่งบางทีมันไม่ใช่เลย เพราะว่างานการจะพาไม่เสร็จเอา คนเราเสียเวลามากเกินไปหรือเปล่า กับการยุ่งในเรื่องที่ไม่ได้เป็นคุณกับสังคม

เคยไหม ที่คุณอยากจะไปว่าคนอื่นที่เขาไม่ได้ดังใจคุณ หรือมีจุดบอดที่คุณอยากจะประจาน เพียงเพราะคุณเกิดอคติกับเขา โดยทีเมื่อทำไปแล้ว คุณเองก็ไม่ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เราว่าคนเราเสียเวลามากเกินไปแล้วแหละ
เอาเวลาไปทำอะไรที่ได้เงิน ได้ทอง (ที่ไม่ใช่การทำนาบนหลังคนอื่น เอาเปรียบคนอื่น รอคอยคาดหวังจากผลงานของคนอื่น มันเสียเวลา มันเลื่อนลอย มันหวังยาก)

สิ่งที่ทุกคนควรทำ คือ ทำงานของตัวเอง ในแบบที่ตัวเองชอบ และถนัด (ถ้าเราไม่ถนัด หรือรู้สึกอึดอัด ต่อไป ปฏิเสธไปเลย อย่าปล่อยให้มากองสุมบนหัวเรา งานการหลักเราก็จะเสีย งานการอื่นเราก็จะเสียตามไปด้วย การปฏิเสธแต่ทำให้งานไม่เสียหาย เป็นการแสดงความเป็นผู้ใหญ่ แม้อาจจะถูกด่าบ้าง จากคนที่ไม่เข้าใจ แต่ความรับผิดชอบอื่น ๆ ที่เราไม่บกพร่อง จะกอบกู้เราเอง ไม่ใช่จะกอบกู้ชื่อเสียงตนเองด้วยการจ้องจะฉุดให้คนอื่นตกต่ำตาม เสียเวลา เสียอารมณ์ มันเป็นวิถีของพวกที่ไม่มีอะไรดี ๆ ในตัวเอง มีแต่สมองกลวง ๆ และบาป — เฮ้อ อีนี่ก็ด่าอีก อย่าหาว่าด่าเลย ก็แค่พูดดักคอ และเท่ากับเป็นการด่าตัวเราเองด้วย ถ้าเราจะทำนิสัยแบบนั้นใส่คนอื่น ลองคิดดูนะ คิดดูในแง่ของความเป็นธรรม แล้วคุณจะเห็นด้วย เพราะหลายคนที่เราเจอมา คิดว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ถูกกระทำเสมอ แต่ตอนมึงทำคนอื่น มึงไม่เคยมองเห็นอ่ะ มันต้องคิดทุกด้าน)

ยกตัวอย่างนึง
ไม่บอกว่าเป็นใคร และที่ไหน
ประมาณว่า ตัวละครแรกคือ ก ต้องหาเงินไปใช้หนี้ให้บุพการี
ก จะไปรับจ๊อบ เพื่อให้มีเงินมากขึ้น
แต่หน่วยงานของ ก ต้องอยู่เช็คงานในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลักของหน่วยงาน
ทำให้กลับช้า ไปทำงานนอกไม่ได้
ก จึงต้องทน
ข ที่รู้จัก ก
มองว่าหน่วยงาน ก ใจร้าย ใจดำ
ที่ทำงานกัน จน ก ไม่สามารถไปรับจ๊อบได้

แต่ถ้าคิดกลับกันล่ะ ว่า ถ้า ข คือ เพื่อนในหน่วยงานของ ก
แล้ว ข ก็ต้องอยู่เย็น ๆ มืด ๆ เคลียร์งาน
แล้วหัวหน้าหน่วยงาน ปล่อยให้ ก ไปทำงานอื่นได้
แล้ว ข ต้องทำงานอยู่ เพราะไม่ได้คิดไปทำงานอื่น
ซึ่งยังไงก็ได้เงินเท่าขั้นที่ทำงาน ไม่ใช่อยู่เย็นแล้วได้เพิ่ม
ข จะด่า ก ไหมล่ะ
มึงอย่ามองแค่ว่าน่าสงสาร
มึงต้องมองอย่างยุติธรรมสิ พูดมาได้แบบโง่ ๆ (อ้าวอีนี่ เสือกใส่อารมณ์อีก)

คนบางคน สงสารคนที่ตกอยู่ในฐานะคล้าย ๆ กัน แต่ทำไมมึงไม่นึกถึงว่า ถ้ามึงเป็น
เพื่อนร่วมงานในหน่วยงานเขาบ้างละ แน่นอน มึงคงเลิกสงสารมันแม่นอน
เพราะ เอ็นดูเขา เอ็นเราก็ขาด

จงมองโลกอย่างยุติธรรมเถอะค่ะ
และถ้าไม่ได้เกี่ยวกับคุณ ก็ไม่ต้องไปเดือดรับทุกเรื่องก็ได้
เพราะเวลาที่คุณล้ม บางทีคนพวกนั้น เขาก็มาช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกค่ะ

จงมองให้เห็นเส้นทางที่แน่นอน แล้วทำเส้นทางที่แน่นอนให้ดีที่สุดดีกว่า
เพราะคุณต้องกินข้าว ไม่ใช่กินอากาศ อิ่มทิพย์ได้
ทุกคนเขามีปัญญาดูแลตัวเองได้ ถ้าเขาเป็นคนดีมีสมองพอ

ส่วนตัวนะ
+ ต่อไปจะเลิกบ่น ใส่คนอื่น เพราะว่า คนพวกนั้นเขาไม่สมควรต้องมาแบกรับอารมณ์ของเรา คับข้องใจยังไง มานั่งเขียนบล็อก (กูไม่ได้ว่าง ขอให้รู้ไว้ว่าถ้าเขียนบล็อก ไม่ได้แปลว่าว่าง แต่แปลว่า กูอยากบ่น แต่กูไม่อยากทำให้คนที่กูบ่นใส่ เขาต้องเสียเวลาทำงาน ใครอยากมาอ่าน อยากเสียเวลามาอ่าน อันนี้ ขอบพระคุณที่อุตส่าห์เสียเวลามา อย่างน้อยคุณจะได้แง่คิดไป เพราะเราคงไม่ด่าแบบปากตลาดชาติชั่ว เราตั้งใจจะด่าแบบ แฝงแง่คิด ที่น่าจะดีกว่า น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า แต่ถ้าไม่เห็นประโยชน์ ก็ปิดไป ย้ำ “เราจะไม่บ่นใส่คน ให้คนเสียเวลา และถ้าเราถามอะไรใครไป แล้วเขาไม่ตอบ เราก็จะไม่เสียใจ ไม่โกรธ เพราะว่า บางทีเขาอาจเอาเวลาที่จะต้องเสียไปกับเรา ไปทำเรื่องที่มีประโยชน์กับมวลมนุษยชาติมากกว่าการมาทนฟังเราบ่นก็ได้” จงมองโลกในแง่ดี แบบที่ไม่เดือดร้อนตัวเอง)
+ ต่อไปเราจะเลิกหวังพึ่งคนอื่น มีอะไรทำเอง ถ้าทำไม่ได้ ก็ไปเรียน ไปจ้างโปรเฟชชั่นนอลเอา ทุกคนกินข้าว ไม่ได้อิ่มทิพย์ ไม่มีใครหรอกที่ยินดีทำเพื่อคุณโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน (ยกเว้นพ่อแม่)

เมื่อคิดได้ในหลาย ๆ เรื่อง คุณจะเป็นคนที่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นน้อยลง
บางที การเอาเวลาไปลงมือทำอะไรอย่างจริงจังด้วยตนเอง (ไม่รู้ก็ไปเรียนเพิ่ม) น่าจะมีประโยชน์กว่าการนั่งรอวาสนา หรือนั่งด่าชาวบ้าน ((เตือนสติตัวข้าเอง ข้าต้องกินข้าว ไม่ได้อิ่มทิพย์))

ปล.เออ แล้วไอ้อีเพื่อนในเฟสบุ๊ค กูรำคาญเกมมาก ไม่ต้องมาชวน ((แอบด่าในนี้ แต่ที่จริงไม่ได้ด่าไปให้ใครเสียอารมณ์)) วิธีการง่ายมาก คือ เราบล็อกเกมนั้น และบล็อกการเชิญเกมจากคนคนนั้น จบ ไม่ต้องด่าใคร ถ้ามีสมอง เราจะหาทางลดความวุ่นวายในชีวิตลงได้ อะไรวุ่นวาย น่าเบื่อ น่ารำคาญนัก จงปล่อยวาง งานที่ทำแล้วได้ตังค์แน่นอนมี มึงจงทำ (เราด่าตัวเอง)

เออ เอาบล็อก actmyage มาทำ link เพื่อให้อ่านว่า เอาเวลาที่อยากด่าให้คนอื่นฟัง ไปเขียนบล็อกแนวนี้ดีกว่านะ (เพราะ ช่วงนี้คนปรับทุกข์กับกูเยอะจัง กูก็เหนื่อยว่ะ ขอวางห่างทุกคนเลยแล้วกัน เพื่อนเก่าเพื่อนใหม่เพื่อนซี้เพื่อนซั้ว วางหมดแล้วนะ เพราะ งานกูไม่เสร็จ กูเพลีย ระบายลงบล็อกกันไปเหอะค่ะ จะได้ไม่เป็นภาระของเพื่อนฝูง รบกวนกูมาก กูถือว่าทำบาปนะคะ กูจะรีบทำงานเก็บเงิน)

สำหรับเอนทรี่ก่อน เมื่อกี้ (ที่เขียนในรถตอนขากลับจากค่าย)

คงไม่ใส่รายละเอียด ขี้เกียจ

แต่อยากจะบอกว่า คนที่มีความเชื่อใดก็ตาม อย่าคิดว่าคนอื่นจะรู้เหมือนคุณ และจะต้องเชื่อเหมือนคุณ เพราะว่าคนเรามีอะไรให้เชื่อตั้งมากมาย

ดังนั้น ถ้ามีข้อห้ามอะไร กรุณาติดป้ายตัวเท่าควาย หรือล้อมบริเวณหวงห้ามไว้ เอาอะไรกั้นไว้ จะได้ไม่ต้องคอยดู คอยห้าม คอยมาว่าคนที่ไม่รู้ แล้วว่าเหมือนเขาอยากจะทำผิดความเชื่อนักแหละ ทั้งที่คนเขาไม่รู้ เพราะไม่มีความเชื่อชุดเดียวกับคุณ

กรุณา อย่าทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก

เราเป็นคนที่เรื่องมาก แต่เวลาอยู่ในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ควบคุมยาก เราปล่อยวางมากนะ เพราะคนเรา ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ ในส่วนที่เป็นสิทธิ์ของเรา เราก็เต็มที่เหมือนกัน ทว่าเราเป็นคนชอบทำป้าย เราชอบประกาศ เราไม่ค่อยคิดเอาเองเออเองว่าคนอื่นจะรู้เหมือนเรา

รู้แล้วรู้อีก บอกซ้ำซาก ก็ยังดีกว่าไม่บอกอะไร แล้วเดาเอาเองว่าเขาจะรู้ (เอือมมากอ่ะคนจำพวกนี้ แต่ที่เอือมมากกว่าพวกนี้ คือ พวกที่ต่อหน้าอย่าง ลับหลังอีกอย่าง น่ารำคาญมาก ทำให้สังคมล้าหลังไม่พัฒนา เพราะมัวแต่ต้องตามแก้ปัญหาของอีพวกนี้ แบบอีชั้นจะไปรู้กับอีพวกคุณไหมว่าจะให้ทำไร เหนื่อย) นี่คือสาเหตุนึงที่เราชอบทำป้ายบอก ติดป้ายไปทั่ว ชอบป่าวประกาศมาก ๆ เราอยากให้ทุกคนรู้ในสิ่งที่เรารู้ บางทีมันอาจจะมีประโยชน์ มากกว่าที่ (คนผู้มองไม่เห็นประโยชน์) คิด

ถ้าบอกเราล่วงหน้าน่ะ (ถ้าไม่ต้องเสียเงินเสียทอง เราจัดให้ ถ้าต้องเสียเงินทอง ซื้อชุด ซื้อบ้าบอคอแตก เราอาจจะไม่จัดให้ทันที เพราะเราไม่มีเงิน เข้าใจป่ะ ถ้าให้ฟรีเลย มีเหรอที่อีชั้นจะไม่ปฏิบัติตาม อีชั้นเป็นคนที่ตามน้ำเหมือนกันนะคะ อีชั้นไม่ขวางคลอง แต่ที่ไม่ทำเพราะอีชั้นไม่มี อีชั้นขัดสน เข้าใจ๊) ไม่มีหรอกที่เราจะไม่ทำ เราบอกแล้ว เห็นเราแรง แต่เราก็ไม่ชอบให้ใครด่าเรา เราไม่อยากให้เขามีกรรม เราก็ไม่อยากมีกรรม ไม่ชอบเป็นตัวประหลาด เพราะลำพังที่เป็นอยู่ก็ประหลาดมากพอแล้ว (เป็นคนเลือดกรุ๊ปเอบี ก็อยากจะปกติเหมือนคนอื่นเขานะ แต่แบบ ยากอ่ะ รู้ตัวว่าประหลาดนะ แต่ก็ชอบเป็นแบบนี้ แต่เราเอางานเอาการในส่วนของเรา เรารับรอง ถ้าหนีไม่พ้น ก็ไม่คิดจะต่อต้านหรอก เหนื่อยเปล่า ๆ เราปล่อยวางมากกว่าที่คนอื่นคิด เยอะ บางทีเราก็ไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ สมองกลวง)