ความรักไม่มีขาย อยากได้ ก็รัก อย่างน้อยที่สุดก็ได้รัก

เรื่องมันยาวนานและซับซ้อน และจริง ๆ ก็เล่าบ่อย เล่ามาเรื่อย

วันนี้ ในบล็อกจะกล่าวถึง “ขวัญใจ” และ “อ้วนหมู”

บอกตรง ๆ จริง ๆ เราโคตรของโคตรง่วง แต่เราอยากบันทึก บางสิ่งบางอย่างไว้ อย่างน้อยก็เตือนใจตัวเราเอง

สำหรับอ้วนหมูนั้น เขาเป็นรุ่นพี่มัธยมของเรา เราคิดว่าเรารักเขา ในช่วงปี 2551 – 2552 (ต่อจากนั้นเราเพ้อไปคนเดียว จนกระทั่งขวัญใจมา) เพราะประมาณปลายปี 2552 อ้วนหมูเขาเลิกคุยกับเรา (ปกติก็แทบไม่คุย เท่ากับ เรากลายเป็นอากาศธาตุไป ติดต่ออะไร ได้รับรู้เพียงความเงียบ) อะไรประมาณนั้น
ส่วน ขวัญใจ เรารู้จักกันทางเน็ต นับรวม ๆ ถึงวันนี้ เราน่าจะรู้จักกันมา 5 ปีแล้ว ทะเลาะกันเหมือนจะเลิกคบหลายรอบแล้ว เพราะเราคาดหวังในความสัมพันธ์มาก เนื่องจากเขาน่ารัก ใครอยู่ใกล้ก็ชอบเขา แม้เราจะรู้มาตั้งแต่ปี 2555 แล้วว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายที่รักผู้หญิง แต่เราก็ยังรักเขา ทุกวันนี้รักมากกว่าเดิมด้วย รักแบบเข้าใจในธรรมชาติของเขา

แต่นะ เราเคยเล่าแล้วใช่ป่ะ ว่า เราไม่อยากมีแฟน เพราะถ้าการมีแฟน จะทำให้เราห่างจากขวัญใจ (ด้วยมารยาทการเป็นคนรักที่ดี) เรายอมที่จะไม่มีแฟน เพื่อรักษาขวัญใจไว้ข้างเราให้นานที่สุด ได้ตลอดชีวิตเลยยิ่งดี
ทั้งที่ขวัญใจเรา เขาก็ไม่ได้ทำให้หน้าที่การงานเราดีขึ้น ไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้น แต่เขาทำให้ชีวิตเรามีความสุข ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เจอโอเอซิสกลางทะเลทราย แม้จะเจอกัน คุยกันแป๊บเดียวก็มีความสุขแล้ว มันเหมือนเพราะเราคุยกันได้ทุกเรื่องอ่ะ และเหมือนบอกไม่ถูก เป็นเจ้ากรรมนายเวร คู่บุญคู่กรรมกันมามั้ง
555

ถ้าขวัญใจเราเขาเป็นผู้ชายที่รักผู้หญิง บางทีเราคงแต่งงานกันแล้ว 555 หรือเขาอาจจะแต่งงานกับผู้หญิงอื่นแล้ว แต่เพราะเขารักผู้ชายไง แถมสเปกเขายังไม่ใช่แบบที่เราชอบ และไม่ใช่เราแน่ ๆ เพราะเขาชอบผู้ชายดำล่ำหุ่นกรรมกร (เราชอบตี๋ ขาว สูง = ขวัญใจ เป็นแบบนี้เลย)
เราจึงคิดว่า สักวัน เราก็คงต้องจากกันด้วยการที่เขาไปมีครอบครัว ไปอยู่กับผู้ชายในฝันของเขานั่นเอง

ซึ่งถึงเราไม่อยากให้วันนั้นมาถึง เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะถ้ามันคือความสุขของคนที่เรารัก ทำไมเราต้องทุกข์ ทำไมเราต้องขัดขวาง เราควรยินดีไม่ใช่เหรอ ที่ได้เห็นคนที่เรารัก มีความสุข

เราจึงเริ่มมองดูคนอื่น เผื่อเนื้อคู่ของเราจะมา และก็พยายามทำตัวให้ชัดเจนว่าเราโสดสนิท
อย่าว่าเราบ้าเลยนะ เราให้พี่ปัดดูดวงให้ ถามพี่ปัดว่าเราจะมีคู่ไหม แต่งงานไหม พี่ปัดบอกแค่ว่า อีกสามปี การงานจะมั่นคง ตอนนั้นก็น่าจะพร้อมมีคู่ ก็อาจจะแต่งงานช่วงนั้นได้ สามปีเราจะอายุ 32
เดี๋ยวก็รู้

พอพูดถึงแต่งงาน เรานึกถึงความเป็นไปได้ เราก็คิดถึงอ้วนหมู (เขาไม่ใช่ของตาย เขาไม่ใช่ตัวเลือกของเรา ไม่เคยเป็น และจากรูปการณ์แล้ว คงไม่มีทางเป็นแน่นอน เราไม่อยากเห็นเขาเสียใ

จ และอึดอัดใจไม่คุยกับเราไปทั้งชีวิต แต่เราต้องเล่านี่

)

โวะ เรากดผิด ข้างบนเลยกลายไปทำย่อหน้า

เราแอบหวังให้อ้วนหมูกลับมารักเรา (เออ เขาเคยรักเราหรือเปล่า)
ที่ทำงานเรา มีหลานหรือญาติอ้วนหมู (เพราะนามสกุลเดียวกันและรู้จักแม่อ้วนหมูคร่าว ๆ) เรียนอยู่ด้วย ตอนนี้เพิ่งม.1  เด็กคนนี้เก่ง นิสัยดี น่ารักมาก ๆ เห็นทีไรก็คิดถึงอ้วนหมู แต่เราว่าเด็กน่ารัก หล่อ นิสัยดีกว่าอ้วนหมูหลายเท่า (หาเรื่องถูกด่า ถ้าอ้วนหมูอ่าน)

ก็เลยคิดถึงอ้วนหมู

พอจังหวะหลังวันสงกรานต์เป็นต้นมา (เราไปเสือกอะไรก็ไม่รู้) เราได้รู้ว่า อ้วนหมูเลิกกับแฟน ที่น่าจะทำงานที่เดียวกันมั้ง แต่เลิกเพราะอะไรเราไม่อาจจะหยั่งรู้ เพราะเขาไม่เขียนบอก

พอดีเรามีเบอร์เขา เขามีเบอร์เรา เรากับอ้วนหมูมีไลน์กัน แต่เราเคยแชตไปตอนเขายังไม่เลิกกับแฟน (ถามสารทุกข์สุขดิบตามประสาเราเจ๋อเสล่อสาระแน) เขาไม่ตอบ ซ้ำร้ายไม่กดอ่านเลยด้วยซ้ำ กีดกันป่าวก็ไม่รู้
แต่เห็น เวลาเขาเปลี่ยนรูปประจำตัว

ไปกดไลค์ รูปมูนยกนิ้วโป้ง
จนแฟนเก่าเขามาแอดไลน์ ด้วยเกรงว่าเราเป็นมือที่สามกระมัง แต่ช่าง เรารับแอดหมด

ก็ไม่ได้ไร

ระหว่างที่รอเขา =ชายผู้เป็นเนื้อคู่ของเรา ( แหวะ คนอ่านอ้วก)
เราก็มองไปเรื่อย มองไปให้รอบ ๆ ว่ามีใครแคร์เราบ้าง แต่ส่วนใหญ่คือไม่มี ผู้ชายไม่ชอบเรา เราแมนไป จะมีก็แค่เด็กนักเรียนห้องข้างที่ ที่บอกว่ารักเรามาก 555 เด็กไป เราไม่กินเด็ก กับเด็ก ม.4 ที่ดูตู๊ดตุ๊ดแต่เจอเราทีไรก็ต้องบอกว่าคิดถึงครูแอมมาก ๆ แบบอ้อน ๆ และไม่เห็นบอกกับคนอื่น แต่นะ ย้ำพันครั้ง เราไม่คิดจะพรากผู้เยาว์ว่ะ 555

แต่เราก็รัก ก็อ้อนขวัญใจตลอด แต่บางทีเขาก็ไม่สนใจเราเลย ขาดการติดต่อเป็นเดือนก็มี แต่เรากดไลค์ทุกโพสต์ในเฟสเขา (จากเดิมที่ช่วงแรก ๆ ที่คบหาสมาคมกัน เขาจะเป็นคนกดไลค์) กลับกันแล้วไง

แต่เราก็ไม่ได้รักเขาน้อยลงเลยนะ บางทีเห็นว่าไปกินไอติมกับผู้หญิงอื่น (เพื่อนป่าวไม่รู้ ขี้เกียจถาม เดี๋ยวเยอะไป กลายเป็นทะเลาะกัน เพราะคนเราไม่มีใครเป็นเจ้าชีวิตใคร ถ้าเขาแคร์เรา เขาก็เล่าเอง) ทางนู้นแทกมาไรงี้

ก็เข้าใจ ความสุขของเขา ถ้าไม่เดือดร้อนเรา เราโอเคทั้งนั้น พอเขาแค่โทรมาถามไถ่เรา แค่นี้ความอบอุ่นก็กลับมาแล้ว เออ เรากะขวัญใจเราคุยกันหวานมาก เราจะจ๋ากับเขา เขาก็จะจ๋ากับเรา แต่คุยเสียงใหญ่แต่สำเนียงออกสาวแตก (นึกถึงเสียงพี่ gene kasidit แล้วจะเห็นภาพ แต่เราชอบนะ น่ารักดี ตัวตนเขาอ่ะ)
แล้วเราก็บอกรักขวัญใจ บอกคิดถึงขวัญใจ ได้ตลอด อาจฟังดูไร้ค่า แต่ขอโทษ เราไม่เคยพูดกับคนอื่น เราพูดกับขวัญใจเท่านั้น
มันเหมือนเป็นวิธีส่งกำลังใจในแบบของเรา ไม่ว่าเขาจะอยู่ไหนก็ตาม

แต่ก็มีที่เราก็แว๊บขึ้นมาว่า สุดท้ายเขาก็รักผู้ชาย มากกว่าเรา (มั้ง เดา จริง ๆ เราพอรู้ว่าเขารักเรา เหมือนกับที่เขารักน้องสาวเขา เพราะว่าเรากับน้องเขา อายุเท่ากัน)
เราก็อยากมองคนอื่นด้วย

ยิ่งเล่ายิ่งจะอ้วก
อ้วกตัวเองว่าเขียนละครน้ำเน่าอยู่รึไง
ป่าวนะ อยากเล่า

พอดีเมื่อต้นเดือน เราเห็นรูปโปรไฟล์ในไลน์อ้วนหมู ถ่ายรูปกับหุ่นโคนี่และบราวน์ เลยแชตไลน์ ไปถามว่าถ่ายที่ไหน เขาอ่านและตอบว่าสยามเซนเตอร์ นี่คือคำตอบที่เราได้รับ หลังจากเขาไม่คุยกับเรามา 5 ปี เห็นจะได้

เราก็ดีใจ คิดว่าเขาให้อภัยเราแล้ว (เอ่อ แล้วว่าแต่เราทำผิดอะไรวะ ทำไมเขาต้องอภัย ทำไมเขาต้องไม่คุยกับเรา)
ถัดจากนั้นสองสามวัน เป็นวันเกิดอ้วนหมู เราส่งสติกเกอร์สุขสันต์วันเกิด
เขาอ่าน เขาตอบ ขอบคุณครับ

เราก็ดีใจ ว่ามีโอกาสจะได้คุยกันแล้ว

พอดีเมื่อต้นสัปดาห์ ขวัญใจโทรมา เราก็เมาท์เรื่องความคิดโอกาสอยากขับรถ ขวัญใจนึกได้ว่ายังไม่ให้ของขวัญวันเกิดเรา (จริง ๆ เขาไม่ต้องให้ก็ได้ แค่เขามา “ยืนหายใจอยู่ ข้างฉันแค่นั้นก็พอ” 555 เพลงอะไรไม่รู้ ของวงชื่อไฮยีน่า นานแล้ว เราฟังจากไหนไม่รู้ แต่จำเนื้อได้ทุกคำเลย)
เลยนัดเจอกันวันนี้ (เป็นเมื่อวานไปแล้ว)

เราแอบหวัง ว่าเราจะได้เจออ้วนหมู เพราะเราจะไปสยามเซนเตอร์ที่เราถามเขาเรื่องโคนี่บราวน์มาด้วย

เรากะจะไม่อัพรูปขวัญใจ 555 เพื่อไม่ให้เป็นประเด็น แต่อดไม่ได้ ขวัญใจไม่ชอบให้เราถ่ายรูปคู่กับเขา ไม่ชอบถ่ายรูปกล้องเรา กลัวเสียเรตติ้งกับผู้ชายในฝันเขามั้ง (งอลว่ะ) แหม เราก็แค่น้องสาว ถ่ายรูปคู่หน่อยก็ไม่ได้ ชิ แต่บางทีเขาลำเอียง กับคนอื่น เราก็เข้าใจ เขามีเหตุผลของเขา ขวัญใจเรา สอนให้เรารู้จักการเอาตัวรอดในสังคม แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น แต่เราคงทำแบบเขาไม่ได้หรอก เราเป็นผู้หญิง ถ้าให้ถ่ายรูปคู่กับผู้ชายที่เราไม่ชอบ เราคงไม่ถ่าย
สรุปเราก็แอบถ่ายเขาแล้วโพสต์ ทั้งที่ตอนแรกว่าจะไม่โพสต์ 

เราเดินเล่นกันหนุกหนาน เอซังพี่เราไปด้วย ก็เดินตามด้านหลัง

ระหว่างทางเดิน ขวัญใจมักจะจับศอก ผลักหลัง ดันเอว จับหัว เราแล้วแต่พื้นที่สูงต่ำ 555 คือเราชอบนะ เพราะแรก ๆ เขาถือตัวมาก เราเคยจับมือตอนเขาจะไปตจว.เขาสะบัดมือเราออกเลยนะ (พอดีเล่าเรื่องเกย์อีกคนที่ชอบเขา จะไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันกับเขา เราไม่ไป เช้าวันรุ่งขึ้นต้องทำงาน เขาเคยไปกันหลายครั้งแล้ว แต่เราก็หวง — เออจะหวงไมวะ เขาก็มีชีวิตของเขา — แต่ขวัญใจก็บอกว่าไม่ต้องกลัว เขาสบัด จัดไปจนอีกฝ่ายร้องไห้ไปแล้ว ก็ไอ้อีกฝ่ายน่าเกลียด ชอบไล่กอดชาวบ้าน แต่ช่างเหอะ)

นอกเรื่อง คือจะบอกว่าบางคนจับแตะเรา เรากระทืบเอาตายได้
แต่ขวัญใจแตะ เราชอบ อบอุ่นน่ารัก
เดินผ่านพารากอน เจอใครรู้ไหม
เจออ้วนหมู สมที่คิดไว้
เขาเดินเร็วตัดหน้าเรากับขวัญใจ (ที่เดินชิดกัน กระจุ๋งกระจิ๋ง) เราสวัสดีค่ะ เงยมาเขาผ่านไปเร็วมาก ไม่หยุด เอก็งง ขวัญใจก็งง เราบอกว่าไม่เห็นเหรอเอ เอบอกว่าเราตาฝาด (หรือเราจะจำคนผิดจริง ๆ)
เราเลยบอกขวัญใจว่ากิ๊กเก๋า
ผลคือ ขวัญใจดูเหม่อ กดดูแต่โทรศัพท์ ไม่คุยกับเรา จนเราถามสองสามหนว่าเป็นอะไร ก็บอกป่าว

แต่รู้สึกแปลก ๆ เหมือนเขาโกรธเราเลยอ่ะ (นานมากแล้ว สักวันเกิดเราปี 2554มั้ง เขาเคยรู้เรื่องอ้วนหมูที่ว่าเราเสียใจที่หายไป ไม่ลา ไม่คุยกับเรา  ขวัญใจเขาโทรมาคุยแล้วเราพูดเรื่องนี้อีก ขวัญใจบอกว่าเลิกพูดได้แล้ว เขาไม่ชอบ ประมาณนี้)
แล้วตอนรอรถไฟฟ้า ขวัญใจก็บอกว่านาน เราเลยถามว่าเป็นอะไรเนี่ย เพิ่งมารอแป๊บเดียวเอง เขาก็ไม่บอกอะไร สักพัก ขวัญใจหันมาหาเรา (คือตอนแรกยืนหน้าเรา ไม่พูดอะไร)
แล้วบอกว่าเขามีริ้วรอย เขาขอแตะตรงระหว่างคิ้วของเราดูหน่อยก่อน (เราบอกว่า หน้ามันจะตาย แต่ก็ให้จับ ไม่ได้ซีเรียส) แล้วเขาก็เอามือจับหว่างคิ้วเรา (ดูหล่อมากอ่ะ เขาสูง 180 เรานี่คนแคระเลย)
น่ารักอ่ะ
แล้วเขาก็บอกให้เราเอามือเรายกไปแตะระหว่างคิ้วเขาเหมือนกัน ว่าเขามีริ้วรอยป่าว เราก็แตะ ๆ แล้วก็บอกว่ามีริ้วรอย ?? (โบทอกซ์ที่ฉีดมาหมดแล้วเหรอ นึกฮา ๆ อ่ะนะ)
ก็ตอบไป แต่บอกตรง ๆ ชอบอ่ะ น่ารัก (ถ้าเป็นคนอื่นทำ มีได้โดนเราถีบร่วงรางรถไฟฟ้าแน่  แต่นี่ขวัญใจทั้งคน) แต่เขาอาจจะเกิดรักสวยรักงามขึ้นมากก็ได้ อาจจะไม่ได้คิดว่าน่ารักเหมือนที่เราคิดก็เป็นได้

ก็ไม่ไร ตอนอยู่ในรถก็ยืนห่างกันแต่ไม่ห่างมาก รถก็ส่ายมาก เพราะเข้าโบกี้รอยต่อ เขาก็อ่านแต่มือถือ เราบอกว่าเดี๋ยวคว่ำ
ก็มาใกล้ขึ้น พอไปร้านขายหูฟัง เอขอไปนั่งทำงาน ก็ไปด้วยกันสองคน ก็ง่วนกับการหาหูฟัง ความฝันเขา เราก็ดูเพลิน ๆ ร้านนี้ พอซื้อจะถ่ายรูป คนขายถ่ายขวัญใจ คนขายอีกคนบอกให้เราไปถ่ายด้วย ดีใจ แต่สาขานี้ดันไม่โพสต์ลงเพจซะงั้น อยากได้รูปคู่ แงงงงง

แต่จริง ๆ เรามีรูปคู่จากเฮดแอนด์โชวเดอร์แล้ว แค่ฮาไปหน่อย อิอิ

พอตอนกลับ เราไปรถไฟฟ้าคนละทาง
บันไดเลื่อนเขาใกล้กว่า เขาอยู่ข้างบนกับฝูงชน แต่พอเราขึ้นแล้ว ขวัญใจเราออกมายืนที่คนไม่มี เราก็เดินไป โบกมือให้เขา เขาก็ตะโกนมาว่ามายืนตรงข้ามกันสิ แล้วเราก็ตามใจ รถฝั่งเขาก็มา

เล่าละเอียด ตีสามแล้ว นอนเหอะ

แค่จะบอกว่า เราไม่รู้นะว่าความรักของใครนิยามเป็นยังไง แต่ของเราคือรักคนที่เรารัก คุยกับคนที่เรารัก อยู่เคียงข้างคนที่เรารัก ไม่ว่าสุดท้ายเราจะห่างกัน จากกันด้วยสาเหตุใด เราจะได้ไม่เสียใจ เพราะที่ผ่านมา เราได้บอก+แสดงความรัก ต่อกันเสมอแล้ว

สรุปว่า
เรารักขวัญใจ ถึงเขาจะเป็นอะไร เป็นยังไง สิ่งต่าง ๆ ที่เราทำ ที่พยายามรักษาความสัมพันธ์ต่อกันมา เราค้นพบว่า มันคือความรัก
จะเพื่อน จะพี่ จะน้อง จะคนรักอาจห่างไกล แต่ไม่หวัง ยังไงก็ดีแล้วที่เราได้มารู้จักกัน เพื่อแบ่งเบาความทุกข์ แบ่งปันความสุขแม้เล็กน้อย

อย่าไปสนใจเลยว่าเราจะหาแฟนได้ไหม เอาเวลาไปดูแลคนที่คุณรัก (โดยต้องไม่ทำให้ตนเองหรือใครเดือดร้อนด้วยนะ) พอแล้ว

เมื่อเราได้พบกัน

เมื่อวานเพิ่งบ่นนอยซ์ขวัญใจ เมื่อคืนขวัญใจก็แชตมาบอกว่าจะมาซ่อมมือถือที่เอ็มบีเค เราเลยแชตเลยว่าไปกินไดโดม่อนที่เซนเตอร์วันอนุสาวรีย์กัน

ดีใจมากขอบอก

ขอแม่ ขอป๋า
แม่จะไปกินด้วย แต่เราขอว่าแม่ไม่ไปได้ไหม (แม่ไม่กินไดโดม่อน กินเจวันเกิด วันโกน วันพระ วันอาทิตย์เพราะแม่เกิดวันอาทิตย์)

เราลืมไปเลยว่าวันที่ 14 คือวันเกิดแม่ (ก็วันเกิดแม่แบบจริง ๆ ไม่ใช่วันที่ 14) แม่โทรไปน้อยใจใส่เอ ว่าวันเกิดแม่ ป๋าก็ไปทำงาน (นังลูกคนเล็ก) แอมก็ไปกินข้าวกับผู้ชาย
แม่น้อยใจ

แต่ที่เราอยากไปกิน เพราะเราอยากเจอขวัญใจเรา ทุกครั้งที่มีโอกาสและมีความเป็นไปได้
ถึงชาตินี้เราจะเป็นได้แค่เพื่อน/พี่น้อง แต่เราก็จะยังรักเขาอยู่ดี (ถึงเราบ่นน้อยใจ นินทาเขาบ่อยก็เหอะ ยังไงเราก็ยังรักเขามาก ๆ ของมาก ๆ) แค่ได้กินข้าวด้วยกัน ไปห้างเดินดูข้าวของด้วยกัน ก็ดีใจมากแล้ว

รู้สึกเหมือนขวัญใจจะอ่านบล็อกนี้ ถ้าอ่านก็จะบอกว่า
รักฮับ
ไม่ว่าขวัญใจของหนูจะรักใคร หนูก็ยินดีด้วยทุกคนฮับ รักหนูมั่งนะ แค่รักหนู หนูก็ดีใจมาก ๆ แล้วววว 😀

นอนดีกว่า อยากฝันดี (ไม่น่าฝัน คงเกลือกกลิ้งน้ำลายไหลเต็มที่นอน อิอิ)