ต้องทำให้ตัวเองไม่เป็นคนไร้ค่า แล้วจะไม่เบื่อเลย

image

คือ เราเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองมากอ่ะนะ เมื่อวานเราเจอโพสต์นี้ เราเลยจำได้ว่าวันนั้นเรารู้สึกยังไง เราเลยแชร์

ก่อนอื่นถ้าใครมองเห็นว่าเราเป็นคนโชคดี มีบุญ สบาย ไม่ลำบาก เราอยากให้มองใหม่

เพราะที่เป็นอย่างนั้น มันมีเหตุผล มันมีที่มาแน่นอน ไม่ใช่ลอยมา

ที่เห็นเราทำบุญ เพราะเราอยากให้คนที่ลืม จำได้ว่าควรทำบุญ เผื่อจะโชคดี มีบุญ สุขสบาย ไม่ลำบาก แบบทำตาม เพราะทำบุญตักบาตรเนี่ย ยอมรับว่าทำตามเพื่อน (ตอนแม่ชวนญาติชวนก็ไม่ค่อยสนใจ เล็ก ๆ เราไม่ค่อยไหว้พระ) อย่างแก่ ๆ ตอนนี้เนี่ย เรามีเพื่อนที่เป็นนักแสดง ชื่อ พลอย เคยเรียนร้องเพลงด้วยกัน เขาใส่บาตรทุกวัน เขาบอกว่าชีวิตดี เลยยิ่งอยากทำบุญ ((แต่ส่วนตัวเราเองด้วย และพระ และในเน็ต ต่างบอกว่า พ่อแม่ คือพระอรหันต์ของลูก ถ้าเลี้ยงดูพ่อแม่ ชีวิตก็จะดี อันนี้จริงที่สุด))

ทำทาน

ทำหมด ที่ไม่รู้สึกลำบากใจและกาย

อย่างที่เราแชร์ ๆ คืออยากให้รู้ไง เผื่อใครจะทำตาม
+ ตักบาตรวันพระ (ช่วงปิดเทอมจะทำได้ เปิดเทอมไม่มีเวลา) แล้วก็หยอดตู้ค่าน้ำค่าไฟวัด
เราถูกทักเรื่องเติมน้ำมันตะเกียง เราก็เติม20฿ เทน้ำมัน ถึงชื่อวัดไม่ใช่ ไม่ได้ ไม่เป็นไร ถือว่าสะดวกที่ไหน ที่นั่นก็คือดีแล้ว

+ ซื้อของเข้าบ้านให้พ่อแม่ใช้ เราต้องบอกก่อนว่า เราเงินเดือนน้อยสุดในบ้าน เราให้ตังค์พ่อแม่ พ่อแม่ก็ไม่รับหรอก มีแต่จะให้เรา เราเลยดูแลของใช้ ไม่ให้ขาด หมด

+ ให้เงิน ย่า ยาย (ปู่ตายแล้ว ยังเสียใจเราเคยสัญญากับปู่ไว้ว่าจะขับรถพาปู่ไปเที่ยว แต่ปู่จากไปก่อน ยังไม่มีรถเลย เราเลยตั้งใจจะซื้อรถ 8ที่นั่ง เพื่อพาย่า พาม่า ไปเที่ยวได้สบาย ๆ ส่วนอากง หลง ๆ แล้วเลยไม่ให้ตังค์ กลัวหาย ไม่ได้ใช้) ชอบเวลาให้ตังค์ม่ากับย่า เห็นม่ากับย่ายิ้ม คงดีใจ หลานยังนึกถึง ไม่รู้เด็ก ๆ จะคิดได้ตอนแก่ ๆ แบบเราป่าว
คือถ้าเรายังมีทวด เราก็จะให้แน่ ๆ แต่ทวดไปก่อนหมดแล้ว

+ เราชอบให้ตังค์ เพราะเราชอบรับตังค์ แต่เราจะไม่ให้คนที่เบียดเบียนเรา เราสัมผัสได้ อย่าเบียดเบียนกันค่ะ https://www.facebook.com/pranitee/posts/10153676824382987

+ เราเลี้ยงข้าวคนที่น่ารักได้ แต่คงไม่ใช่ทุกวัน มันจะมีโอกาสของมันอยู่

+ ไหว้ศาลพระภูมิ เจ้าที่ ไหว้แล้วก็มีไปยืนเล่าความทุกข์ (สองหนละ คนเดินผ่านหน้าบ้านคงว่าเราบ้า) จนกว่าจะสบายใจ แต่ก็รู้สึกว่าท่านอาจรำคาญ
ผีสางนางไม้ เราก็พูด (เขาไม่ตอบนะ ถ้าตอบก็วิ่ง)
เราจะทำบุญแล้วระลึกถึง และบอกว่า ถ้าอยากอยู่สบาย อย่ามารบกวนกัน อย่ามาให้ตกใจ เพราะถ้าเราตกใจตาย เราจะทำบุญให้ไม่ได้ จบเลย บางทีคนมีวิชาอาจส่งลูกน้องมาแกล้ง เราเชื่อเรื่องพวกนี้ เราจะบอกเลยว่าถ้ามาทำร้ายเรา มาทำให้เราแย่ เราจะไม่ทำบุญให้ ต้องมาทำให้เราดีขึ้น ๆ สิ เราถึงมีแรงช่วย มีแรงทำบุญต่อ คนก็เช่นกันนะ ข้อนี้

+ ทำทาน (ไม่ใช่ทุกคน) เช่น ลุงขอทานบนสะพานลอย ใหม่เคยคุย ลุงแกเป็นทหาร เราเจอก็ให้แกบ้าง ถือว่าช่วยกัน

+ บริจาค ตามโอกาส แต่ที่ให้ประจำคือทุน EDF, มูลนิธิเด็ก และพวกผ้าป่าโรงเรียน เพราะเรามีความคิดว่า ถ้าเราไม่ชอบการเรียนในระบบ ก็ขอให้เราได้ช่วยให้คนอื่นได้เรียน ได้มีโรงเรียนที่ดี https://www.facebook.com/pranitee/posts/10153678812997987

+ แบ่งของกินให้สัตว์ เราไม่ค่อยเอาของกินที่ยังกินได้ทิ้งขยะ เราจะหาที่ที่เหมาะสมให้เพื่อนเราได้กิน (สัตว์ก็เพื่อนกันหมด คุยกับมันไปเรื่อย จะว่าบ้าก็เหอะ 555) ตะกี้มีไส้กรอกสองอัน กินไม่ไหว เลยไปเดินหาหมา ไม่เจอหมา เลยให้ปลาในบ่อห้องสมุด ดีใจเห็นมันกิน พอหันกลับมา เจอหมา แต่ไม่ทันละน้องหมา (เรากลัวหมานะ แต่ถ้ามีหนมก็แบ่งให้อ่ะ อยากมีเพื่อน)

+ ใครชวนบำรุงอะไร ทำได้ก็ทำ

กลับไปที่เรื่องรูปข้างบน
เราอยากเป็นในสิ่งที่อยากเป็น พอไม่ได้เป็น เราก็พาล https://www.facebook.com/pranitee/posts/10153676517212987 ชีวิตเลยไม่ประสบความสำเร็จหลายอย่างติด ๆ เคยพูดว่าอยากตาย แต่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย เพราะแค่เอาดีในทางที่อยากไม่ได้ (อยากเป็นแบบพวกไมเคิล แจคสัน เดอะบีทเทิล ฝันสูงมากชั้น) มันเลยแบบผิดหวัง จนแบบป๋ากับแม่ด่า (ทั้งที่ตอนเรียน เรียนเก่งนะเราอ่ะ แต่แบบขี้เกียจไง ไม่ชอบระบบหลายอย่าง เลยทิ้ง) 

แต่การตายไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา เลยไม่ตายหรอก เคยจะตายหลายรอบแล้วด้วย รู้เลย มันทรมานมาก อยู่เพื่อต่อสู้ดีกว่า

ถ้าอยากดึงตัวเองออกมาจากความรู้สึกแย่ เริ่มจากทำบุญทำทานก็ได้ เก็บขยะในบ้าน (เป็นประเภท) ไปวางให้คนอื่นเอาไปขายก็ได้ https://www.facebook.com/pranitee/posts/10153680354252987

อยากได้ความโชคดี ต้องสร้างโชคดีให้คนอื่นก่อน แล้วตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองต่อไป

ไม่ค่อยเบื่อแล้วตอนนี้ มีแต่ลนลานหน่อย ๆ ไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลัง ลิสต์ไว้เยอะ

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด สู้ ๆ

มีความสุขนะเวลาได้ทำอะไรที่มันมีประโยชน์ ในเวลาที่ใจพร้อมทำ ต้องเริ่มจากใจ

โฆษณา

โปรดทำบุญทำทานด้วยเรื่องง่าย ๆ เหล่านี้ ไม่ต้องเสียตังค์สักบาท

ช่วงนี้เรามีเรื่องเครียดหลายเรื่อง เยอะมาก จนคิดว่าถ้าตัวจะระเบิดได้ คงระเบิดไปแล้ว

แต่อย่าเพิ่งระเบิด ยังไม่อยากตาย 555

เรื่องดี ๆ ก็มีเยอะนะ แต่คงไม่เล่า เดี๋ยวไม่เซอไพรซ์ 

คือบางทีทุกเรื่องที่ยังไม่เกิด จะดี จะแย่ มันก็ทำให้เครียด ๆ ขึ้นมาได้ตลอด

เราเลยมานั่งนึกว่า ระหว่างที่ยังไม่ถึงจุดที่ความเครียดจะคลี่คลาย เราจะทำยังไงกับชีวิตได้บ้าง ที่จะช่วยทำให้สมองลืมความเครียดได้สักครู่ (เพราะต้องไปโฟกัสสิ่งที่ทำ) ก็ยังดี

1. แผ่เมตตาในใจ สัพเพสัตตา… วิธีนี้ ได้มาจาก รศ.ดร.อรพรรณ พรสีมา ที่ปรึกษา ตอน ป.โท ของเรา ท่านแนะนำตั้งแต่ 2550 น่าเสียดายที่เราไม่จบเพราะความฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสาไม่มากพอ แต่การแผ่เมตตาที่ท่านสอนมา ยังช่วยเราได้เสมอ

2. หากแค่แผ่ ยังรู้สึกว่า ไม่ลืมความเครียด ให้ออกไปเก็บขยะ ขยะประเทศไทย ตามทาง ตามพื้น ตามที่ต่าง ๆ เยอะมาก ถ้ากลัวมือเน่า ก็เอาถุงมือใส่ เก็บไปทิ้งถังขยะ (พอดีวันนี้เห็นเขาแชร์ เรื่องไปดูดอกหญ้า แล้วทิ้งขยะไว้กัน คือ มันเหมาะมากกับยุคนี้ หลายวันก่อน ก็มี น้องผู้ชาย น้องผู้หญิง ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่มีอุดมการณ์เดียวกัน คือเก็บขยะที่ป่าอะไรสักอย่าง มันดีมาก เขาอาจเป็นเนื้อคู่กัน – เราก็คิดไปเรื่อย) ถ้าคิดไม่ออก จะไปเก็บขยะที่ไหน ที่อยากให้เก็บแล้วคนอื่นได้ประจักษ์ด้วย แนะนำว่าไปเก็บที่สะพานลอย สะพานลอยบางโฉลงนี่อย่างเน่าเลย ถ้ามาเก็บ ก็ขอให้รับคำขอบคุณจากเราไปด้วย เราอยากเก็บนะ แต่คือมันไม่ได้ชิลขนาดนั้น เราขึ้นสะพานลอยนั้นเมื่อเราอยากกลับบ้าน เหนื่อยงานแล้ว อยากกลับบ้าน (บอกไว้ เผื่อ ๆ ใครว่าง) ส่วนเราน่ะ เก็บในห้องสอบ เด็กไม่เก็บ ครูเก็บเอง ดูไว้ จะได้เห็นว่า “ครูก็ยังเก็บขยะ” 

3. เก็บขยะที่ยังสามารถขายของเก่าได้ ไปวางให้คนอื่นเก็บเอาไปขาย เช่น ขวดน้ำ ขวดแก้ว กล่องลัง เราไม่สะดวกขายเอง เพราะรถรับซื้อมาวันธรรมดา เราทำงาน เราเลยรวบรวม ไปวางข้างถังขยะเยื้องหน้าบ้านเรา อาทิตย์ละครั้งไรงี้ ไม่อะไรมาก แค่อยากให้บ้านสะอาด คนอื่น(เพื่อนบ้าน)มีรายได้อีกนิด ๆ หน่อย ๆ เป็นการแยกขยะ นำขยะกลับไปใช้ใหม่ด้วย ช่วยโลก

4. เขียนบันทึกรักการอ่าน เราไม่รู้ว่าใครจะคิดยังไง แต่ทุกครั้งที่เราเครียดมาก ๆ (งานเร่งไฟลนก้น) ถ้ามันรู้สึกแย่จริง ๆ เราจะหยุดทุกอย่าง แล้วไปเขียนบันทึกรักการอ่าน (หนังสือเราเยอะ หาในบ้านได้) เราจะลอกวิธีการทำอะไรสักอย่างแบบย่อ ได้สักเรื่องก็รู้สึกดีขึ้น คงติดที่ว่า คนไทยอ่านหนังสือปีละแปดบรรทัดมั้ง เราจะเถียงได้เต็มปากว่า ชั้นนี่แหละ อ่านได้มากกว่านั้นแน่ เพราะเราเครียดถี่มาก 555

5. ทำงานบ้าน แบบไม่ต้องรอให้พ่อแม่ผู้ปกครองสั่ง ลองทำดู ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง ให้จดทุกครั้งที่ถูกสั่ง ถ้าจดเสมอ ๆ ต่อไปก็ลงมือทำก่อนโดนสั่ง โดนด่า 
“เวลาว่าง อาจไม่มี ก็ไม่ต้องรอให้มีเวลาว่างก่อนหรอก เหมือนหลายอย่างที่เราทำ เราก็ไม่ได้ทำตอนเราว่าง เราอยากจะบอกว่า เราทำหลายอย่าง ที่หลายครั้งก็ไร้สาระ ไม่ใช่เพราะเราว่างมาก>>>ตามที่หลายคนเข้าใจ แต่เราทำเพราะว่าเรารู้สึกว่าเราต้องทำ หลายอย่างมันช่วยให้เราลืมความเครียดได้ หลายอย่างทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้น เราจึงต้องทำ ทำคั่นเวลาที่ไฟกำลังลนก้นนั่นแหละ” (แต่ที่เราทำ เราคิดแล้วว่าไม่เบียดเบียนใครนะ ทว่าหากใครรู้สึกว่าเราเบียดเบียนเอาเปรียบใครอยู่ ก็ช่วยมาบอก เราจะได้จดไว้ ต่อ ๆ ไปจะได้ไม่ทำการเบียดเบียนเอาเปรียบใครอีก)

แต่ถ้าในบริบทของชีวิตคุณ คุณต้องเสียตังค์ เช่น จะบันทึกรักการอ่าน แต่คุณไม่มีหนังสือ ต้องซื้อ ก็ไม่ต้องทำ จงทำที่ไม่เสียตังค์ละกันค่ะ

ยังมีอีกเยอะ ไว้เขียนในโอกาสต่อ ๆ ไป เราต้องไปทำงานทำการบ้างแล้ว ไม่งั้นอาจเครียดกว่านี้ (การเขียนบล็อกก็เป็นการลดความเครียดอีกวิธีนึง จะพยายามเขียนเรื่องที่มีแง่คิดดี ๆ แล้วกัน)
สู้จ้าาาาา เพื่อทุกเรื่อง ทุกสิ่ง ทุกคนที่เกี่ยวข้อง หนูรักทุกคน และทำเพื่อทุกคน เป็นแรงใจให้ด้วยนะคะ สู้โว้ยยยย

เมื่อรู้สึกว่ามีวิญญาณ อยู่ที่ตึกที่ทำงาน (ความเชื่อส่วนบุคคล) และทุกที่มีวิญญาณหมดแหละค่ะ เชื่อเถอะ

อ่านแล้ว อยากให้ไปทำบุญ และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เขานะคะ
เราไม่ค่อยได้ตักบาตร แต่กะจะแผ่เมตตาให้

ส่วนตัวเราจะไหว้ตลอด ไหว้ขอ ว่าเรากลัวผีมาก ถ้าปรากฏตัวให้เราเห็น
เราอาจจะชอคตาย และไม่มีโอกาสได้ทำบุญให้ เพราะมีแต่คนเท่านั้นละมั้ง ที่ทำบุญได้
ดังนั้นแค่เรารู้สึกกลัว เราจะแผ่เมตตาให้ และไปทำบุญให้ เวลาเรากรวดน้ำ
เราแผ่ให้เจ้ากรรมนายเวรและผู้ที่อยากรับ (แต่คงต้องทำบ่อย เพราะนะ คงเยอะ)

ทุกที่มีผี

สุดแต่ว่า เขาจะมาให้เห็นหรือไม่

ประมาณกลางเทอม 1 อานะ

เอาว่าเราเคยเจอจากในจอเครื่องออลอินวันทัชสกรีน ที่ถูกใครเปิดเว็บแคมไว้ไม่รู้
จอเว็บแคมโอเค เราเดินผ่านรอบแรกก็เห็นแค่เรา แต่พอเดินมาจะมาปิด
เราเห็นเป็นเด็กผู้หญิงสองคน อยู่หลังเราไปทางจะเข้าประตูห้องทำงาน
เห็นในจอ แต่พอหันไปมอง จะถามว่าจะเอาอะไร (คือเราอยู่ในห้องคนเดียวแล้ว ทุกคนไปเข้าแถว
เราอาจเคยเล่า) แต่กลับไม่มีคน เราเลยหันมาชักปลั๊กวิ่งออกไปเข้าแถวเลย
ใจยังงง ๆ

จนกระทั่งเด็กม.4 (ไอ้วุฒิ) เจอเด็กผู้หญิงผมยาวนั่งในห้องซ้อมมารยาท
แต่เราเจอเด็กผมสั้น ชุดม.ต้นนะ สองคนเลย แต่อีกคนจำไม่ได้ว่าผมสั้นผมยาว มันไม่อยากจำอ่ะ
มันหลอน แต่ดูเรียบร้อย

ล่าสุด เมื่อวันที่แปดเดือนนี้ป่าวไม่แน่ใจ อบต. มาจัดงานวันสตรี  อาจเกินวันที่แปด
แต่มีพระมาสวด
เด็กห้องเรา (ภันทธษา – หลิน) เดินสวนกับเด็กคนนึง ที่เดินตามอาจารย์ที่มาขอกุญแจห้องชั้นบน
หลินถามเราว่าครูแอม เด็กคนนั้นเป็นใคร เราก็มองอยู่ มันจะเด็กคนไหนล่ะ (เอ้ย วันที่พุธที่ 12 หรือ พฤที่ 13 มากกว่าอ่ะ)
ไม่มีนะ มีแต่อาจารย์ผู้ชายเดินคนเดียว
เท่านั้นเราก็รู้แล้วว่าเด็กเรามันเห็น เพราะคนนี้ กับอีกคน (เล็ก) ห้องเราเห็นหลายคนตอนไปค่าย ร้องกันจนครูที่ปรึุกษา
(เรานี่แหละ) หลอนตามมาก ๆ แต่เข้าใจเลยนะ ว่าต้องปลอบเด็ก และจุดไฟกำลังใจ ไม่งั้นมันจะแย่เอานะ

แล้วหลินก็เล่าเรื่องเห็นคนชุดขาวบนหลังคาโดม ซึ่งตรงกับมีบางท่านเคยเล่า
*****ซึ่งเราย้ำแล้วนะ ว่าทุกที่มีผี มีวิญญาณหมด สุดแต่ว่าใครจะสื่อได้ และถ้าคุณกลัว เราขอให้คุณ โปรดไปทำบุญ
ตักบาตร แผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศลให้พวกเขา มันจะดีต่อทุกฝ่าย
เด็กเรามันมองเห็น และเห็นนานแล้ว มีสองคนหลินกับเล็กเนี่ยแหละ เห็นแบบน่าเป็นห่วง
เพราะว่ามันกลัวมาก  ตัวสั่นหงึก ๆ

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เราให้เด็กเรามาช่วยจัดชั้น ตู้หนังสือ ย้ายตู้ หัวหน้าเราจะทำห้องคอมใหม่
((ทำตรงโซนที่เรากลัวมากเลยอ่ะ เป็นจุด มังกร ของห้อง ที่แรง (ตามความเชื่อเรานะ)
คือถ้าแบ่งพื้นที่อาคารเป็นสี่ส่วนเท่ากัน คือส่วนหลังขวาอ่ะ
แต่จริง ๆ เราก็กลัวหลายที่ เพราะตู้สูง ๆ มันบัง กลัวทั้งคนร้าย คนแกล้ง กลัวบรื๋ย
เรียกว่าขวัญหนีดีฝ่อได้

แต่เราคิดว่า เรามาทำงาน เรามาพัฒนา เรามาทำประโยชน์ ไม่น่าจะต้องกลัวจนเสียการงาน
เพราะที่ไหนก็มีผีหมดแหละ
เราไปทำงานนั่งคนเดียวทั้งตึกบ่อยไปนะ ก็ไหว้ทุกสิ่งอย่าง เพื่อความเคารพ และความสบายใจของเรา))

ก็จัด ๆ ยกหนังสือ ยกตู้ ยกข้าวของ คนอยู่เพียบเลย ตามนี้
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10152075423142987&set=a.10150568427562987.385543.744907986&type=1&stream_ref=10

โหลดจากมือถือ


เด็กห้องแอม เหลือ3 ห้อง4 มาช่วย 2 คน ห้อง 6 มา 2 คน

ถูกใจ · · หยุดการแจ้งเตือน · แชร์ · แก้ไข · 28 มีนาคม

 

บางช่วงมี ม.6 มาช่วย ยกตู้ด้วย
แต่ตอนม.หกไปแล้ว
เออลืมเล่า ตอนเช้าเราร่วมพิธีปัจฉิมทำ บนหอประชุม
เราล็อกประตูทางเข้าตึกกันเลย เพราะไม่มีใครอยู่
เล็กบอกหลิน ว่าเห็นมีเด็กเดินก้มหน้า กลาง ๆ ห้องสมุด แต่ประตูล็อกไง ก็เลยไม่ได้เข้าไปดูว่ามีเด็กจริง ๆ หรือเปล่า
หน้าห้องมันนั่งกันสามสี่คนมั้ง ห้องเราสองคน ที่เหลือเป็นเด็กห้องอื่น เพื่อนเด็กห้องเรา

พอเข้ามา ตอนจัดเมื่อย ๆ ไอ้หลินมันดันไปนั่งโซฟา ก็นั่งกันเพียบนะ เอาว่าทั้งห้อง สิบกว่าคน กระจายตามจุดต่าง ๆ
เราออกจากส่วนออฟฟิสพอดี
ได้เห็นหน้าหลินพอดี มันหน้าเหวอและวิ่งมาทางเรา แต่แบบมันเลยเราไปเข้าออฟฟิส ไอ้เล็กวิ่งตาม
เราเอามือคว้าตัวหลินไว้ ให้เกาะหน้าประตูห้อง
หลินก็ร้องว่า ครู หนูเห็น ๆ เขานั่งอยู่ข้างตู้หนังสือ ถามรายละเอียดได้ความว่า เห็นนั่งก้มหน้ากอดเข่า
เห็นครึ่งตัวเพราะตู้บัง แล้วจากนั้นเด็กผู้ชาย ม.3 ก็เห็น (อาจเป็นอุปปาทานหมู่ แต่เราก็กลัว และไม่ลบหลู่)

สรุปมันหลายรอบมากอ่ะ จนหัวหน้าเราไหว้ แล้วก็รีบจัด และกลับบ้านกันตั้งแต่สามโมง
ก็นะ
รู้แค่ว่า จะพยายามแผ่เมตตาให้

เออ ลืมเล่า
วันนี้เราเลยไปหาพี่ปัด
ไปถามพี่ปัด เพราะเราอยากรู้ว่าเด็กพวกนี้ (คาดว่าไม่น่ามีคนเดียว)
เป็นใคร และเขาต้องการอะไร
ตอนแรกพี่ปัดไม่ดูให้ บอกว่าอย่าไปยุ่งเลย (ออกแนวรำคาญเรา ไรงี้)
พอตอนหลังไป
พี่ปัดให้พูดไป 1 คำ เราพูดคำว่าขาว
พี่ปัดก็บอกว่า มี วิญญาณ จริง ๆ ไม่ใช่เด็ก ๆ โตแล้ว
เราก็บอกว่า คือ ที่เราเห็นเป็นเด็กม.ต้น
สรุปเลยนะ พี่ปัดบอกว่า ตึกที่เราทำงานนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ทำให้วิญญาณมีพลังงานมาก
(ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ายังไงอ่ะ)
และด้วยสถานที่ เป็นอาคารตั้งบนน้ำ มีลักษณะเป็นหยิน จะมีวิญญาณมาอยู่
คือประมาณนี้
เราถามว่าเป็นใคร พี่ปัดบอกว่า เป็นเด็กที่จมน้ำตาย (นานมากแล้ว)
เราได้เคยถามหัวหน้าเรา หัวหน้าเราบอกว่าเป็นเด็กผู้ชาย
เท่าที่มีเด็กตาย เป็นเด็กผู้ชายทั้งนั้น
เราเลยถามว่าเขาต้องการอะไรหรือเปล่า อยากให้ทำบุญหรือเปล่า
พี่ปัดก็บอกว่าอยู่แล้ว ก็คือต้องทำบุญให้
แต่พี่ปัดบอกว่า ไม่มีอะไร

ก็นะ เราก็ทำตัวเหมือนปกติ แค่จะพยายามตักบาตรให้บ่อยขึ้น จะได้กรวดน้ำ
ใครอ่านแล้ว เราไม่ได้ส่งจดหมายลูกโซ่นะ
แค่อยากว่า ถ้ามีเวลา ไปตักบาตร ทำบุญอะไรก็ได้
สวดมนต์ แผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณที่ยังไม่ได้ไปเกิด
ทำอย่างน้อย ก็ได้กับจิตใจของเราเต็ม ๆ

จริง ๆ คนที่เรารู้จัก มีหลายคนนะที่มองเห็นวิญญาณ มองเห็นผี
แต่เราไม่อยากเจอหรอก รู้แค่ว่าเรารู้แล้วว่าโลกอีกมิติ มีแน่นอน และเขาทำบุญไม่ได้หรอกนะ
ดังนั้นก็ทำบุญ แผ่เมตตา อุทิศส่วนบุญให้เขาด้วยแล้วกัน
เราเชื่อว่าบุญเหล่านี้ จะส่งผลทางด้านดีให้กับทุกคนที่ทำ

ปล.เจอแม่เล็กที่ตลาด บอกแม่เล็กไปแล้วว่าให้พาเล็กไปทำบุญอีก เพราะเมื่อวันศุกร์เพิ่งเจอ
แม่เล็กบอกว่า สัปดาห์ก่อนเพิ่งพาไป
แต่แม่เขารู้ว่าลูกเขาเห็นอะไรแบบนี้
ไม่ต้องเห็นก็เชื่อได้นะคะ ทำบุญอุทิศไปทั่วทุกทิศแหละค่ะ จิตใจจะเป็นสุข

เราก็ทำงานที่นี่มานานแล้วนะ เกินปีครึ่ง ถ้ากลัวมาก ๆ ก็ทำบุญให้มาก ๆ แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลให้พวกเขา
เพราะคนละมิติกัน เป็นคนอ่ะ โชคดีที่สุดแล้วนะคะ ยังทำดี ทำบุญได้ หากไม่มีเวลา แค่อย่าทำเลวก็ยังดี
นอกนั้น “ขึ้นอยู่กับเวรกรรมที่เคยทำมา”

 

ถ้ากลัว ไหว้ขอแบบเราก็ได้ เราไม่สงวนลิขสิทธิ์ เี่ราว่าพวกเขาสัมผัสได้นะ อย่าลืมแผ่เมตตาบ่อย ๆ บางทีเราก็แผ่เมตตาให้ตัวเอง