เรื่องสรุป -1- นิทานเรื่องแมวผู้จองเวร

วันที่คิด : 22 มิถุนายน 2553
แรงบันดาลใจ : แม่ใช้แต่งนิทาน
มาโพสต์ทำไม : อยากให้ไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอ่าน

กะว่าวันนี้พิมพ์เรื่องโดยสรุป
วันไหนว่าง ๆ จะมาเขียนบทละครให้
เราเขียนที่นี่ เพื่อเป็นที่เผยแพร่นิทาน สำหรับเอาไปเล่นละครในกิจกรรมวันต่าง ๆ ก็ได้
เราตั้งใจ ตั้งแต่หลายเดือนที่แล้ว ว่าจะให้ลูกศิษย์ เข้ามาอ่านเล่น

จะพยายามแต่งนิทานไม่ให้เหมือนใึคร ชอบไม่ชอบด่า เอ้ย ติชม ได้ค่ะ ยินดีน้อมรับ
————————————————————————————แมวกับหมูเป็นเพื่อนรักกัน
ทั้งคู่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชายป่า
ถ้าแมวหรือหมู มีขนมหรือสิ่งของ ก็นำมาแบ่งกันเสมอ
เพราะทั้งคู่มีน้ำใจต่อกัน
ดูแลช่วยเหลือกันมาตลอด ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ๆ
และทุก ๆ วัน กิจกรรมที่ทั้งคู่จะต้องทำด้วยกัน คือ
การวิ่งออกกำลังกายที่ทุ่งหญ้า
เพราะหมูอยากลดความอ้วน
ส่วนแมวก็อยากมีร่างกายแข็งแรงไว้ไปสู้กับหมา!
และถ้าเบื่อวิ่ง ก็ยังสามารถเล่นซ่อนแอบในพงหญ้าได้อีกด้วย
ทั้งคู่้ชอบเล่นที่พงหญ้ามาก ๆ

อยู่มาวันหนึ่ง หมูมาถึงพงหญ้าก่อนแมว
ขณะรอแมว หมูจึงวิ่งเล่นไปพลาง ๆ
แต่ในขณะที่หมูกำลังวิ่งเหยาะ ๆ อยู่นั้น
ก็บังเอิญไปเหยียบหางงูเห่า
งูเห่าตกใจ จึงฉกเ้ข้าที่ขาหมู (อันแสนโอชา กร๊าก นอกเรื่อง)
และแล้ว เจ้าหมูผู้น่าสงสารทนพิษงูไม่ไหว ก็ตายไป

“เป็นเพราะความประมาทแท้ ๆ
ที่เจ้าพวกนี้ดันเลือกที่จะมาเล่น ในที่รก ๆ แบบนี้” (คนแต่งอยากรำพึงรำพัน – ให้คนบรรยายพูดก็ได้)

พอแมวมาถึง หาหมูไม่เจอ ก็ตะโกนเรียก
แมวตะโกนเรียกหมูอยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ
แมวจึงเดินหาในบริเวณนั้น
แล้วมันก็ต้องปล่อยโหออกมา เมื่อมันพบว่า
หมูเพื่อนรักของมัน ได้ตายจากมันไปซะแล้ว
เมื่อมันมองรอบตัวหมูที่นอนแน่นิ่ง
มันพบรอยเขี้ยวของอสรพิษ
“แก บังอาจฆ่าเพื่อนของฉัน” แมวคำราม
(ว่าแต่แมวคำรามเป็นไหมเนี่ย)

ด้วยความแค้น และอยากแก้แค้นให้เพื่อนรัก
แมวบุกไปยังรังงูเห่า
แล้วมันก็กระโจนกัดงูเห่าตัวแรกที่พบทันที
โดยที่ไม่สนใจว่างูตัวนั้น จะเป็นตัวเดียวกับที่ฆ่าหมูเพื่อนรักของมันหรือไม่
งูเห่าโชคร้ายตัวนั้นตายทันที
มันดีใจที่ได้แก้แค้นให้หมู
แต่หารู้ไม่ว่า มันได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหาศาล

เพียงเสี้ยววินาที มันถูกงูทั้งรังรุมฉก รุมกัด จนเละไปทั้งตัว

สุดท้าย เจ้าแมวผู้แสนโง่เขลา ก็ต้องตายตามเจ้าหมูเพื่อนรักของมันไป การแก้แค้นที่มันตัดสินใจทำนั้น นอกจากจะไม่ทำให้หมูฟื้นคืนชีพได้แล้ว กลับทำให้ตัวมันเองต้องพบจุดจบในแบบเดียวกัน (แต่น่าสยองกว่าเยอะ)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
เวร ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
หากยังเลือกที่จะจองเวร ก็จะต้องพบจุดจบแบบเจ้าแมวในเรื่องนี้
……………………
เอซัง ฟังแล้ว บอกว่า นิทานบ้าอะไรวะ

ก็งี้แหละ นิทานเรา ไม่ใช่สอนแต่ด้านสวยงาม เราชอบให้มันมีแง่คิดในมุมลบด้วย

นี่ เราตั้งว่าแมวกับหมู ไม่มีเหตุผลอะไรแอบแฝงเลยนะ แบบว่า ตอนแรกเรากะวาดรูปด้วยไง และเราวาดเป็นแต่แมวกับหมู (ก๊าก…) และนิทานเราคงมีแต่แมวกับหมูทุกเรื่องถ้าเป็นไปได้ คุณผู้อ่านจะเปลี่ยนเป็นสัตว์อื่นก็ได้ ถ้าชอบอานะ แต่ที่สำคัญคือต้องเข้ากับเนื้อหาในเรื่อง เช่น เปลี่ยนหมูเป็นอีแร้ง คงจะไม่เข้า เพราะว่าอีแร้งมันคงไม่มาวิ่งเล่นในพงหญ้า ก๊าก…

ไปและ อย่างที่บอก ยังไง จะทำบทละครมาให้ด้วย ถ้ามีอารมณ์ แต่ถ้าไม่มีอารมณ์ ก็เอาไปแต่เรื่องสรุปแบบนี้แหละ เราจะคิดสตอกไว้เยอะ ๆ เรื่องไหน เอว่าไม่ติดเรทบ้า จะวาดเป็นนิทานไปเสนอสำนักพิมพ์ แต่ที่แน่ ๆ เราหวังว่าที่นี่คงจะเป็นที่เผื่อ ๆ ให้กับคนที่ต้องคิดละครด่วนไปเล่นตามแคมป์ได้บ้าง พลาง ๆ ตามที่เราบอกไว้แล้ว ว่าเรากะให้ลูกศิษย์เรามาเลือกไปเล่นตอนเข้าค่ายลูกเสือ 555

โครงเรื่อง ถ้าไปเหมือนใคร ต้องขออภัย แต่ด้วยสัตย์จริง เราไม่เคยลอกนิทานใคร เพราะเกิดมาไม่เคยคิดอยากตามความคิดใคร นิทานเราต้องฮาแบบแดก ๆ หน่อย ๆ ก๊าก… (ประสาทนิด ๆ โรคจิตหน่อย ๆ เหมือนคนแต่ง – คนอ่านคงแอบแซว ก๊ากกกกก) ต่อไปตามดูได้ที่ tag นิทาน นะ เพราะบางทีอาจจะยังรีวิวหนังสือด้วย ชอบที่นี่อ่ะ มันลิมิตคนอ่านได้ (ถ้าเราอยาก เล่นง่าย ๆ เราจะใช้เบอร์มือถือเราสักเบอร์เป็นรหัสผ่าน ก๊าก… แต่คงไม่ทำบ่อย เราชอบให้คนได้อ่านงานเขียนของเรา)

โฆษณา

ที่ว่าจะเขียนนิทาน ที่นี่

เหตุผลคือ
เมื่อช่วงจะเข้าค่ายลูกเสือ เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว
เราเห็นนักเรียน(ที่โรงเรียนแหละ) วิ่งมายืมนิทานตลอด ซึ่งยืมไป บางทีก็ลืมมาคืน (ไม่มีการทำบันทึกยืมคืน เพราะไม่ให้เด็กยืม)
เราเลยไม่อยากให้เด็กต้องมายืมนิทานที่ห้องสมุด ขี้เกียจไปตาม

เราจึงมาเขียนนิทานให้เลือกเลย
อยากเอาไปเล่นละครก็ตามสบายได้เลย (ไม่ว่ากัน เราแต่ง เราก็ได้ใช้สมองด้วย ฝึกมือ ต่อไปจะไปเป็นนักเขียนอาชีพแล้ว ก๊าก… เผื่อ ๆ เผื่อไปงั๊น)
ไม่ต้องยืม
ไม่ต้องพิมพ์ด้วย พิมพ์ให้เลย (ก็อยู่ในหน้าเว็บก็เป็น text แล้ว copy ไปเลย)

อ่ะ งวดนี้ ขอรีเพลย์ผลงานเดิม ที่มีอยู่แล้วกัน (มีสองเรื่อง ที่ทำสมัยป.ตรี)


จาก ที่นี่

เดี๋ยวว่าง ๆ พิมพ์เป็น text ให้ ในเครื่องไม่มีข้อมูลดิบแล้ว (ไปหมดแล้ว)

แล้วงวดต่อไปจะแต่งเรื่องใหม่มาให้อ่าน

อ่ะแถม จุ๊บให้มา
คลิปอาร์ต จุ๊บวาดเอง http://s832.photobucket.com/albums/zz241/joopfreeshare/free%20clipart/

วันนี้ยุ่ง ๆ อ่ะนะ งง ๆ

(อ่ะถอดข้อความนิทานในภาพออกมาหมดแล้ว อ่านเลย ขำ ตอนนั้นเราใช้ภาษาไม่ค่อยดีเลย [ตอนนี้ก็คงยังไม่ดีเหมือนกัน] แต่ก็ฮาดี)
1.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 7:05 PM (Edit)

นิทานเรื่อง
ของขวัญวันพ่อแห่งจักรวาล

เรื่อง-ภาพประกอบ : ประณิธี รัตนวิจิตร
Reply
2.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 7:08 PM (Edit)

เด็ก หญิงดาวจิ๋วมาอยู่ที่ดาวเม็กกะโลโปลิสกับพ่อดาวอ้วนแค่ 2 คน เพราะแม่ดาวศุกร์แม่ของดาวจิ๋วนั้น ต้องดูแลตากับยายที่ป่วยอยู่ที่ทางช้างเผือก

พ่อดาวอ้วนมีอาชีพเป็นยาม ต้องทำงานหนัก และมักจะกลับบ้านดึก ดาวจิ๋วจึงไม่ค่อยได้คุยกับพ่อบ่อยนัก แต่ดาวจิ๋วก็รักพ่อมาก
Reply
3.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 7:25 PM (Edit)

ช่วงนี้ใกล้ถึงวันพ่อแห่งจักรวาลแล้ว ดาวจิ๋วจึงอยากจะหาของขวัญพิเศษ ซึ่งจะต้องเป็นของที่พ่อดาวอ้วนอยากได้มากที่สุด

แต่ดาวจิ๋วไม่ได้ถามพ่อว่าพ่ออยากได้อะไร เพราะว่าพ่อกลับดึก และอีกอย่างหนึ่งก็คือ ดาวจิ๋วอยากให้พ่อดาวอ้วนประหลาดใจด้วย
Reply
4.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 8:42 PM (Edit)

ดาวจิ๋วเริ่มจากไปถามลุงดาวตกว่า ลุงดาวตกอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันพ่อแห่งจักรวาลมากที่สุด

ลุงดาวตกชอบดื่มของมึนเมา จึงตอบดาวจิ๋วไปว่า “ก็ต้องเป็นเหล้าสิ เหล้าอะไรก็ได้ ลุงกินได้หมดเลย”
Reply
5.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 8:44 PM (Edit)

ดาว จิ๋วคิดว่า เด็ก ป.5 อย่างเขา จะไปเอาเงินที่ไหน มาซื้อเหล้าให้พ่อ และเหล้าก็เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกาย กินแล้วจะยิ่งจน ยิ่งเครียด

ดังนั้นดาวจิ๋วจะไม่ซื้อเหล้าให้พ่อกินแน่ ๆ
Reply
6.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 8:46 PM (Edit)

ดาวจิ๋วไปถามน้าดาวหางที่เป็นพนักงานบริษัทว่า น้าดาวหางอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันพ่อแห่งจักรวาลมากที่สุด

น้าดาวหางตอบว่า “อยากได้รถยนต์สักคัน จะได้ไม่ต้องเดินไปทำงาน”
Reply
7.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 8:47 PM (Edit)

ดาว จิ๋วรู้สึกว่าผู้ใหญ่ที่เขาถามมาแต่ละคน ล้วนแต่อยากได้ของแพง ๆ ทั้งนั้น ดาวจิ๋วจึงเปลี่ยนใจไปถามเพื่อนที่โรงเรียนแทน เพราะเพื่อนน่าจะให้ในสิ่งที่เด็กอย่างเขา สามารถหามาให้พ่อได้แน่ ๆ
Reply
8.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 8:51 PM (Edit)

ดาวจิ๋วถามดาวลูกไก่ว่าจะให้ของขวัญอะไรกับพ่อในวันพ่อแห่งจักรวาลปีนี้

ดาวลูกไก่ตอบว่า “ฉันจะช่วยแม่ทำอาหารอร่อย ๆ ให้พ่อกิน”
Reply
9.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:01 PM (Edit)

ถึง แม่ดาวศุกร์จะไม่อยู่ ดาวจิ๋วก็ตัดสินใจทำอาหาร เพราะคิดว่าคงไม่ยากนัก ที่สำคัญคือดาวจิ๋วรู้ว่าพ่อชอบกินอะไร พ่อดาวอ้วนชอบกินข้าวผัดสูตรชาวโลกมากที่สุด
Reply
10.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:04 PM (Edit)

วัน พ่อแห่งจักรวาลมาถึงแล้ว ดาวจิ๋วไปจ่ายตลาดเพื่อจะซื้อของสดมาทำข้าวผัดสูตรชาวโลกให้พ่อกิน ดาวจิ๋วซื้อของสดมาเท่าที่เงินเก็บของดาวจิ๋วจะสามารถซื้อมาได้ ซึ่งก็ได้ของสดมาไม่มากนัก

เมื่อกลับถึงบ้าน ก็รีบลงมือผัดข้าว แต่แล้วข้าวผัดกลับไม่อร่อย ของสดที่ซื้อมาก็หมดแล้วด้วย

ดาวจิ๋วเสียใจมาก
Reply
11.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:11 PM (Edit)

ดาว จิ๋วนั่งรอพ่อดาวอ้วนจนถึงเที่ยงคืน พอพ่อกลับมาถึงบ้านก็ตกใจ เพราะเห็นดาวจิ๋วนั่งร้องไห้อยู่ ดาวจิ๋วสะอึกสะอื้นบอกกับพ่อว่า “วันนี้เป็นวันพ่อแห่งจักรวาล แต่ดาวจิ๋วกลับไม่มีของขวัญพิเศษให้พ่อเลย ดาวจิ๋วตั้งใจจะทำข้าวผัดสูตรชาวโลกให้พ่อ ก็ยังทำไม่ได้ มันไม่อร่อย พ่อคงไม่อยากกิน”
Reply
12.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:14 PM (Edit)

แต่แล้วพ่อดาวอ้วนกลับกินข้าวผัดสูตรชาวโลกฝีมือดาวจิ๋ว แม้รสชาติจะไม่อร่อย แต่พ่อก็กินจนหมด

พ่อบอกกับดาวจิ๋วว่า “พ่อชอบของขวัญพิเศษของดาวจิ๋วมาก ไม่ได้หมายถึงข้าวผัดที่ไม่อร่อย แต่หมายถึงความตั้งใจทำอะไรเพื่อพ่อ พ่อขอบใจมากนะลูก”
Reply
13.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:19 PM (Edit)

ดาว จิ๋วจึงถามพ่อว่า “พ่อจ๊ะ ของขวัญที่พ่ออยากได้มากที่สุดคืออะไรจ๊ะพ่อ” พ่อตอบว่า “พ่อไม่เคยต้องการสิ่งของมีค่าใด ๆ เลย เพียงแค่ดาวจิ๋วเป็นเด็กดี มีความกตัญญู ตั้งใจเรียนหนังสือ เชื่อฟังพ่อกับแม่ นี่แหละคือของขวัญที่พ่อแม่ต้องการมากที่สุด ซึ่งดาวจิ๋วก็ให้ของขวัญนี้กับพ่อแม่มาตลอดแล้วล่้ะลูก”
Reply
14.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:31 PM (Edit)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ลูก ๆ ทุกคนสามารถให้ของขวัญที่พ่อกับแม่อยากได้มากที่สุดได้ทุก ๆ วัน
โดยการเป็นเด็กดี มีความกตัญญู ตั้งใจเรียนหนังสือ เชื่อฟังพ่อกับแม่
Reply
15.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:33 PM (Edit)

เรื่องที่สอง

นิทานเรื่อง
มีอะไรอยู่ในหมอน

เรื่อง – ภาพประกอบ : ประณิธี รัตนวิจิตร
Reply
16.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:34 PM (Edit)

คุณแม่ซื้อหมอนใบใหม่ให้แอนไว้หนุนนอนในรถ
Reply
17.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:42 PM (Edit)

เช้า นี้คุณแม่ต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ แอนจึงมานอนหลับต่อในรถ โดยนอนหนุนหมอนที่คุณแม่ซื้อให้เมื่อวาน แอนหลับสบายมาก ๆ เพราะหมอนใบนี้มีนุ่นที่นุ่มมาก
Reply
18.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:45 PM (Edit)

เมื่อ คุณแม่ส่งแอนที่โรงเรียนแล้ว ก็ไปประชุมต่อ แต่ขณะที่ประชุมอยู่ คุณแม่ก็รู้ว่าลืมเอกสารสำคัญไว้ที่บ้าน จึงขับรถกลับไปเอาเอกสารนั้น
Reply
19.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:47 PM (Edit)

หมู่ บ้านในเวลากลางวันจะเงียบมาก เพราะทุกคนต่างไปทำงาน พอมาถึงบ้าน คุณแม่ก็จอดรถไว้ที่หน้าประตู แล้วเข้าไปในบ้าน โดยที่ยังติดเครื่องทิ้งไว้
Reply
20.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:50 PM (Edit)

ชาย คนหนึ่งอาศัยอยู่ปากซอย เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงรีบไปเปิดรถ แล้วทำการขโมยของเพราะเขาติดหนี้พนันอยู่ แต่เนื่องจากไม่มีถุงหรืออะไรที่พอจะซ่อนของไปได้ จึงหยิบหมอนมาด้วย จากนั้นก็เอาของที่ขโมยใส่ลงไปในหมอน แล้วรีบวิ่งกลับบ้าน
Reply
21.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:53 PM (Edit)

ชาย ผู้ที่เป็นขโมยรีบกลับบ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงหน้าบ้านของเขา เจ้าหน้าที่ก็มาส่งใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปาพอดี เขาตกใจแต่ก็รีบรับไว้ แล้วรีบไขกุญแจเข้าบ้าน แต่ขณะที่ถือใบแจ้งหนี้ เขาไขกุญแจไม่ถนัด เขาจึงยัดใบแจ้งหนี้ ใส่ไว้ในหมอนแล้วจึงไขประตูเข้าบ้านไป
Reply
22.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:54 PM (Edit)

เมื่อเข้าบ้าน ชายหัวขโมยก็ยกหมอนเทออก แล้วกระเป๋าถือที่ขโมยมาก็ร่วงลงพื้น เขาเปิดหาเงินที่มีในกระเป๋า แล้วรีบเอาไปจ่ายหนี้พนัน
Reply
23.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:56 PM (Edit)

เมื่อ คุณแม่หาเอกสารเจอแล้ว ก็เดินกลับมาที่รถ แต่ไม่ทันสังเกตว่ากระเป๋าถือและหมอนหายไป เพราะไม่มีร่องรอยการรื้อค้น แต่ก็รู้ตัวเมื่อถึงบริษัทแล้ว คุณแม่นึกไม่ออกว่ากระเป๋าหายไปได้อย่างไร
Reply
24.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:57 PM (Edit)

ชาย ที่เป็นขโมย มีลูกชาย 1 คน ซึ่งเมื่อเด็กชายคนนี้กลับจากโีรงเรียน เข้าบ้านมาแล้วไม่เห็นพ่อ ก็เลยนอนหลับหนุนหมอนนุ่มใบนั้นอย่างสบายใจ ทั้งที่เหงื่อโทรมตัว เหงื่อจึงไหลเปียกชุ่มไปทั้งหมอน
Reply
25.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 9:58 PM (Edit)

ตอน เย็นคุณแม่ไปรับแอน พอแอนขึ้นรถแล้วไม่เห็นหมอนก็แปลกใจ คุณแม่จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แอนฟัง พอฟังจบ แอนก็ร้องไห้ เพราะเสียดายที่หมอนถูกขโมยไป
Reply
26.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 10:01 PM (Edit)

เมื่อ ชายหัวขโมยกลับมาถึงบ้าน เห็นว่าลูกชายอาบน้ำอยู่ จึงรู้สึกอยากนอนพักสักครู่ ก่อนที่จะไปหาอะไรให้ลูกกิน แต่เมื่อเอนลงนอนหนุนหมอนใบนั้น เขาก็ได้กลิ่นเหงื่อของลูกชาย ที่น่าสะอิดสะเอียน ก็เกิดความโมโห เขาจึงเตะหมอนกระเด็นออกนอกรั้วไป
Reply
27.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 10:03 PM (Edit)

เมื่อ รถของคุณแม่กับแอนผ่านบ้านนั้น แอนก็จำได้ทันที ว่าหมอนสกปรกที่ตกอยู่ที่พื้นถนนคือหมอนของเธอ แอนจึงลงไปเก็บหมอนโดยไม่รังเกียจ แล้วนำกลับไปซักที่บ้าน
Reply
28.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 10:05 PM (Edit)

ขณะที่แอนกำลังจะถอดปลอกหมอน เพื่อที่จะนำไปซัก ก็มีกระดาษใบเล็ก ๆ ร่วงออกมาจากปลอกหมอน แอนจึงรีบเอา(นำ) ไปให้แม่ดู
Reply
29.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 10:06 PM (Edit)

หลัง จากที่คุณแม่เห็นว่าเป็นใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปา คุณแม่ก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาทันทีว่านี่อาจจะเป็นของคนที่ขโมยกระเป๋าคุณแม่ไป คุณแม่จึงโทรศัพท์ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ
Reply
30.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 10:08 PM (Edit)

เมื่อ ตำรวจไปบ้านเลขที่ตามในใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปา ก็พบหลักฐานคือกระเป๋าถือของคุณแม่แอน ชายหัวขโมยจึงถูกตำรวจจับเข้าคุก ปัญหาเรื่องนี้คลี่คลายได้เพราะหมอนแท้ ๆ
Reply
31.
iampranitee said, on January 26, 2010 at 10:09 PM (Edit)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การขโมยของเป็นสิ่งที่ผิด เมื่อขโมยของผู้อื่นมา ก็จะถูกตำรวจจับและต้องติดคุก
Reply