สำหรับผ้าป่าด่วน ๆ มีเทคนิคฮา ๆ ที่อยากให้อ่านทุกตัวอักษร

เช่นผ้าป่าโดม
ไม่ต้องสนหรอกว่าใบฎีกาได้กี่ชื่อ สนที่ตัวเงินดีกว่าไหม ฎีกาห้องเราออกไป 165 เพราะเราขี้เกียจรอการก็อปปี้ปรินท์หรือซีรอก(ขี้เกียจเดินไปขอถ่ายเบื่อหน่าย)

น่าจะมีแผนกซีรอกใบชื่อผ้าป่าแบบด่วน เพราะบางทีชื่อมาไม่เยอะ สามสี่คน
เราปรินท์เองเลย บ้านเรามีของ เข้าเนื้อก็ช่าง แต่เราคงไม่ทำให้เสมอไป เราแค่อยากทำให้มันไวไวเท่าที่พอทำได้

ถ้าเราเป็นคนวางแผนการทำงานได้ เราจะจัดหน่วยงานปรินท์ทุกอย่างแบบด่วน ปรินท์น้อยโซนไหน ปรินท์มากโซนไหน แยกกันไปเลย มีคูปองให้สำหรับการทำงาน ทั้งปรินท์ทั้งซี ทุกคนต้องทำเองได้ ใส่รหัสพาสเวิร์ดตัวเองก่อนสั่งงาน แต่ถ้าเป็นงานแบบผ้าป่า ไม่ต้องใช้คูปอง ให้มีคนคุมแทน ทำให้เลย สั่งปุ๊บได้เลย มีหลาย ๆ เครื่องสแตนบาย ให้เกินได้อีก สิบใบไรงี้

ทุกอย่างต้องออกด่วนได้ภายในวันนั้น เข้าใจคนทำงานนะ เราเลยไม่รอ ฎีกาที่ก๊อปปี้ที่ทำงานแม้มีเท่านั้น แต่ก็ดีที่เงินมาแล้ว ว่ากันที่ตัวเงินที่มาแล้วดีกว่าไหม

ฎีกา+ซองตายก็มีเยอะไป (ไม่ได้เงินมา)
ซองเดียวถ้าญาติเยอะคนรู้จักแยะก็ได้เงินจำนวนมากได้ เช่น เราได้ฝากแม่ไปชวน เด็ก ร.ว.บ.ร่วมทำกุศล แม่เรี่ยไรมาให้ได้ตั้งพันสาม เห็นป่ะซองเดียวก็มีความหมาย
ซองกับฎีกากลาง และชื่อบางส่วน สำคัญมากกว่าการรอชื่อทั้งหมด ได้ชื่อเมื่อไรต้องรีบให้ซองเขาทันที รอไม่ได้

เราหาเท่าที่หาได้ ไม่มีการบังคับเด็กเลย เราใช้การส่ง SMS ชวนผู้ปกครองก่อน และบอกได้เลยว่าเด็กห้องเรา ส่วนใหญ่ฐานะไม่ดี แต่เราเน้นที่การให้เด็กไปชวนต่อ และเน้นที่ไว และที่สำคัญ เน้นการอัพเดทจำนวนเงินกับเด็ก เพราะประจักษ์มาแล้วว่า พอเราบอกเด็กว่า “นักเรียน…ตอนนี้ห้องเรากำลังจะส่งผ้าป่า 9988 บาท (สมมติ)” (บอกเด็กตอนโฮมรูมก่อนเดินไปส่งเงิน เพราะ ส่งเงินได้ทุกวันเลยไง แค่มีเงินก็ส่งได้ ในนามห้อง ย้ำว่าการเงินต้องเปิดรับเงินไวไว ตอนแรกเขายังไม่รับ เราแทบเอาเงินฝังดินก่อน เพราะได้เป็นหมื่นตั้งแต่อาทิตย์แรก แต่หลัง ๆ การส่งเงินของห้องเราก็แผ่วลง เพราะนี่แหละ ทำไว ได้เงินไว แต่เด็กมันก็ไม่ได้มาจากครอบครัวที่รวยหนิ) เด็กพอได้ยินเราบอกจำนวนเงิน เด็กบางคน ก็จะพูดขึ้นมาเลยว่า “ครูแอม หนูไม่ขอบเลขนี้ หนูให้อีก 12 บาทเลย จะได้เป็นหมื่นนึง” บอกกี่ครั้งก็จะมีเด็กเติมให้ทุกครั้ง ตอนนี้ส่งเงินไปแล้ว 17,340 บาท อาจไม่มากเท่าห้องรวย ๆ แต่เกินคาดแล้ว เพราะย้ำว่าเด็กห้องเราไม่ค่อยรวย

สิ่งที่ตอนนี้ควรทำที่สุด คือ ขึ้นป้ายจำนวนเงินของแต่ละห้อง ไว้หน้าเสาธง ให้เด็กแข่งกัน มาเติมเงินนิดหน่อย ๆ เพื่อให้ห้องตัวเองมียอดเงินทำบุญมากกว่าห้องคู่แข่ง 555

เจตนาเราไม่มีอะไร แค่อยากชี้ให้เห็นว่า “ตัวเงินที่ได้มาจริง ๆ ต่างหากที่เป็นเป้าหมายที่สำคัญสุด หาใช่จำนวนรายชื่อไม่ และความเร็วในการแจกซองก็สำคัญมาก สุดท้ายคือการติดตามซองที่จะต้องห้ามขี้เกียจห้ามลืมไม่ต้องกลัวคนทำบุญด่าว่าทวงอยู่ได้ 555 เพื่อที่จะได้หมดหนี้สักที การไม่มีหนี้เป็นความสุขที่สุดของทุกคน (หนี้ร่วมกัน ถ้าได้ใช้ประโยชน์เช่นหนนี้ก็ยังเป็นโดม ก็คือสิ่งที่ทุกคนควรร่วมกันปลดหนี้) อย่าให้พูดมาก คันปากอยากพูดหลายเรื่อง แต่ไม่มีประโยชน์ เสียเวลากินข้าว

ดูภาพการปรินท์ที่บ้านเราเอง หมึกหมด เขย่า ๆ ปรินท์ต่อ ถ้าหมดสุดๆ ก็คงไม่มีน้ำใจเผื่อแผ่แล้ว แล้วแต่ความพอใจ (น่าจะมีโควต้าคูปองปรินท์ เหมือน อัสสัม พี่เราบอกว่าอัสสัม มีกำหนดเลย หัวหน้าหมวดได้ 5000 แผ่นไรงี้ ต้องใส่รหัสแต่ละคนลงไป เครื่องถึงจะทำงานได้ 555 ไรงี้ – ที่ทำงานเรารอก๊อปปี้ปรินท์ก็ได้ แต่ก็ข้ามวัน ใบสองใบนี่เกรงจะถูกด่า ไปขอซีรอกก็ไม่อยาก มันเหมือนเครื่องของหน่วยงานไหน เราไปใช้นี่เหมือนบุคคลชั้นล่าง กล้าพูดว่าข้าราชการบางคนยังใจไม่สปอตเท่าเราเลย ส่วนตัวเราเน้นเร็วและเรื่องน้อย เราเบื่อระบบที่เรื่องมาก เราจึงไม่เหมาะกับหน่วยงานราชการเลย (ที่แม้มีระบบการตรวจสอบมากมาย แต่ก็ยังเกิดการคดโกงได้) แต่เราก็ทำในหน่วยงานอยู่ เพราะเราเป็นคนมีเหตุมีผลมากพอ ทุกอย่างกลั่นกรองแล้ว แม้บ่นเยอะไปนิด
ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย เงินบาทล้วนมีความหมาย ชวนทุกคนมาช่วยกันปลดหนี้ร่วมกัน

25560914-191504.jpg

25560914-191511.jpg

25560914-191517.jpg

หาทางทำตัวให้สมอายุ (แบบที่เดือดร้อนคนอื่นน้อยที่สุด)

หาทางทำตัวให้สมอายุ (แบบที่เดือดร้อนคนอื่นน้อยที่สุด)

พูดยาก
หลัง ๆ คิดว่ายิ่งกลับทำตัวไม่สมอายุมากขึ้น
เราคิดว่าเราเสียเวลากับการบ่น (ใส่คนอื่น เช่น แชต คุยทางเสียง คุยต่อหน้า ไรงี้) มากเกินไป ทั้งกับเรื่องของตัวเอง และเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง แต่แค่อยากทำตัวเป็นคนดี มีน้ำใจ ซึ่งบางทีมันไม่ใช่เลย เพราะว่างานการจะพาไม่เสร็จเอา คนเราเสียเวลามากเกินไปหรือเปล่า กับการยุ่งในเรื่องที่ไม่ได้เป็นคุณกับสังคม

เคยไหม ที่คุณอยากจะไปว่าคนอื่นที่เขาไม่ได้ดังใจคุณ หรือมีจุดบอดที่คุณอยากจะประจาน เพียงเพราะคุณเกิดอคติกับเขา โดยทีเมื่อทำไปแล้ว คุณเองก็ไม่ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เราว่าคนเราเสียเวลามากเกินไปแล้วแหละ
เอาเวลาไปทำอะไรที่ได้เงิน ได้ทอง (ที่ไม่ใช่การทำนาบนหลังคนอื่น เอาเปรียบคนอื่น รอคอยคาดหวังจากผลงานของคนอื่น มันเสียเวลา มันเลื่อนลอย มันหวังยาก)

สิ่งที่ทุกคนควรทำ คือ ทำงานของตัวเอง ในแบบที่ตัวเองชอบ และถนัด (ถ้าเราไม่ถนัด หรือรู้สึกอึดอัด ต่อไป ปฏิเสธไปเลย อย่าปล่อยให้มากองสุมบนหัวเรา งานการหลักเราก็จะเสีย งานการอื่นเราก็จะเสียตามไปด้วย การปฏิเสธแต่ทำให้งานไม่เสียหาย เป็นการแสดงความเป็นผู้ใหญ่ แม้อาจจะถูกด่าบ้าง จากคนที่ไม่เข้าใจ แต่ความรับผิดชอบอื่น ๆ ที่เราไม่บกพร่อง จะกอบกู้เราเอง ไม่ใช่จะกอบกู้ชื่อเสียงตนเองด้วยการจ้องจะฉุดให้คนอื่นตกต่ำตาม เสียเวลา เสียอารมณ์ มันเป็นวิถีของพวกที่ไม่มีอะไรดี ๆ ในตัวเอง มีแต่สมองกลวง ๆ และบาป — เฮ้อ อีนี่ก็ด่าอีก อย่าหาว่าด่าเลย ก็แค่พูดดักคอ และเท่ากับเป็นการด่าตัวเราเองด้วย ถ้าเราจะทำนิสัยแบบนั้นใส่คนอื่น ลองคิดดูนะ คิดดูในแง่ของความเป็นธรรม แล้วคุณจะเห็นด้วย เพราะหลายคนที่เราเจอมา คิดว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ถูกกระทำเสมอ แต่ตอนมึงทำคนอื่น มึงไม่เคยมองเห็นอ่ะ มันต้องคิดทุกด้าน)

ยกตัวอย่างนึง
ไม่บอกว่าเป็นใคร และที่ไหน
ประมาณว่า ตัวละครแรกคือ ก ต้องหาเงินไปใช้หนี้ให้บุพการี
ก จะไปรับจ๊อบ เพื่อให้มีเงินมากขึ้น
แต่หน่วยงานของ ก ต้องอยู่เช็คงานในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลักของหน่วยงาน
ทำให้กลับช้า ไปทำงานนอกไม่ได้
ก จึงต้องทน
ข ที่รู้จัก ก
มองว่าหน่วยงาน ก ใจร้าย ใจดำ
ที่ทำงานกัน จน ก ไม่สามารถไปรับจ๊อบได้

แต่ถ้าคิดกลับกันล่ะ ว่า ถ้า ข คือ เพื่อนในหน่วยงานของ ก
แล้ว ข ก็ต้องอยู่เย็น ๆ มืด ๆ เคลียร์งาน
แล้วหัวหน้าหน่วยงาน ปล่อยให้ ก ไปทำงานอื่นได้
แล้ว ข ต้องทำงานอยู่ เพราะไม่ได้คิดไปทำงานอื่น
ซึ่งยังไงก็ได้เงินเท่าขั้นที่ทำงาน ไม่ใช่อยู่เย็นแล้วได้เพิ่ม
ข จะด่า ก ไหมล่ะ
มึงอย่ามองแค่ว่าน่าสงสาร
มึงต้องมองอย่างยุติธรรมสิ พูดมาได้แบบโง่ ๆ (อ้าวอีนี่ เสือกใส่อารมณ์อีก)

คนบางคน สงสารคนที่ตกอยู่ในฐานะคล้าย ๆ กัน แต่ทำไมมึงไม่นึกถึงว่า ถ้ามึงเป็น
เพื่อนร่วมงานในหน่วยงานเขาบ้างละ แน่นอน มึงคงเลิกสงสารมันแม่นอน
เพราะ เอ็นดูเขา เอ็นเราก็ขาด

จงมองโลกอย่างยุติธรรมเถอะค่ะ
และถ้าไม่ได้เกี่ยวกับคุณ ก็ไม่ต้องไปเดือดรับทุกเรื่องก็ได้
เพราะเวลาที่คุณล้ม บางทีคนพวกนั้น เขาก็มาช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกค่ะ

จงมองให้เห็นเส้นทางที่แน่นอน แล้วทำเส้นทางที่แน่นอนให้ดีที่สุดดีกว่า
เพราะคุณต้องกินข้าว ไม่ใช่กินอากาศ อิ่มทิพย์ได้
ทุกคนเขามีปัญญาดูแลตัวเองได้ ถ้าเขาเป็นคนดีมีสมองพอ

ส่วนตัวนะ
+ ต่อไปจะเลิกบ่น ใส่คนอื่น เพราะว่า คนพวกนั้นเขาไม่สมควรต้องมาแบกรับอารมณ์ของเรา คับข้องใจยังไง มานั่งเขียนบล็อก (กูไม่ได้ว่าง ขอให้รู้ไว้ว่าถ้าเขียนบล็อก ไม่ได้แปลว่าว่าง แต่แปลว่า กูอยากบ่น แต่กูไม่อยากทำให้คนที่กูบ่นใส่ เขาต้องเสียเวลาทำงาน ใครอยากมาอ่าน อยากเสียเวลามาอ่าน อันนี้ ขอบพระคุณที่อุตส่าห์เสียเวลามา อย่างน้อยคุณจะได้แง่คิดไป เพราะเราคงไม่ด่าแบบปากตลาดชาติชั่ว เราตั้งใจจะด่าแบบ แฝงแง่คิด ที่น่าจะดีกว่า น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า แต่ถ้าไม่เห็นประโยชน์ ก็ปิดไป ย้ำ “เราจะไม่บ่นใส่คน ให้คนเสียเวลา และถ้าเราถามอะไรใครไป แล้วเขาไม่ตอบ เราก็จะไม่เสียใจ ไม่โกรธ เพราะว่า บางทีเขาอาจเอาเวลาที่จะต้องเสียไปกับเรา ไปทำเรื่องที่มีประโยชน์กับมวลมนุษยชาติมากกว่าการมาทนฟังเราบ่นก็ได้” จงมองโลกในแง่ดี แบบที่ไม่เดือดร้อนตัวเอง)
+ ต่อไปเราจะเลิกหวังพึ่งคนอื่น มีอะไรทำเอง ถ้าทำไม่ได้ ก็ไปเรียน ไปจ้างโปรเฟชชั่นนอลเอา ทุกคนกินข้าว ไม่ได้อิ่มทิพย์ ไม่มีใครหรอกที่ยินดีทำเพื่อคุณโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน (ยกเว้นพ่อแม่)

เมื่อคิดได้ในหลาย ๆ เรื่อง คุณจะเป็นคนที่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นน้อยลง
บางที การเอาเวลาไปลงมือทำอะไรอย่างจริงจังด้วยตนเอง (ไม่รู้ก็ไปเรียนเพิ่ม) น่าจะมีประโยชน์กว่าการนั่งรอวาสนา หรือนั่งด่าชาวบ้าน ((เตือนสติตัวข้าเอง ข้าต้องกินข้าว ไม่ได้อิ่มทิพย์))

ปล.เออ แล้วไอ้อีเพื่อนในเฟสบุ๊ค กูรำคาญเกมมาก ไม่ต้องมาชวน ((แอบด่าในนี้ แต่ที่จริงไม่ได้ด่าไปให้ใครเสียอารมณ์)) วิธีการง่ายมาก คือ เราบล็อกเกมนั้น และบล็อกการเชิญเกมจากคนคนนั้น จบ ไม่ต้องด่าใคร ถ้ามีสมอง เราจะหาทางลดความวุ่นวายในชีวิตลงได้ อะไรวุ่นวาย น่าเบื่อ น่ารำคาญนัก จงปล่อยวาง งานที่ทำแล้วได้ตังค์แน่นอนมี มึงจงทำ (เราด่าตัวเอง)

เออ เอาบล็อก actmyage มาทำ link เพื่อให้อ่านว่า เอาเวลาที่อยากด่าให้คนอื่นฟัง ไปเขียนบล็อกแนวนี้ดีกว่านะ (เพราะ ช่วงนี้คนปรับทุกข์กับกูเยอะจัง กูก็เหนื่อยว่ะ ขอวางห่างทุกคนเลยแล้วกัน เพื่อนเก่าเพื่อนใหม่เพื่อนซี้เพื่อนซั้ว วางหมดแล้วนะ เพราะ งานกูไม่เสร็จ กูเพลีย ระบายลงบล็อกกันไปเหอะค่ะ จะได้ไม่เป็นภาระของเพื่อนฝูง รบกวนกูมาก กูถือว่าทำบาปนะคะ กูจะรีบทำงานเก็บเงิน)

เฟรนด์เราคงงงว่าเราเป็นไร เราแค่จะยกตัวอย่างอะไรที่น่าจะมีประโยชน์อ่ะ จริง ๆ นะ

เราได้แชร์ วีดิโอเต้น ๆ ไว้หลายอัน
เหตุผลคือ เรานึกถึงไง เมื่อตอนเต้นเชียร์ แล้วไม่ได้ซ้อม ก็เต้นคนละทิศคนละทาง เราเลยคิดว่าจริง ๆ ทุกที่ น่าจะมีการคิดท่าเต้นประจำสถาบัน เป็นท่าเบสิก เต้นวนไปมาทุกเพลงได้เลย

ก็แค่คิดท่า
แล้วอัดวีดิโอไว้ ท่าที่ 1 2 3 … ก็ว่าไป
คนอยากเต้นเป็นก็มาดู คนไม่อยากเต้น แต่อยากรู้ก็มาดูได้
ใครอยากก๊อปก็ตามใจ แต่อย่างน้อย ถ้าทุกคนดู แล้วเต้นแบบด่วน ๆ ก็บอกได้เลยว่า เต้นท่า 1 ไป 8 รอบ ท่า 2 ไป 4 รอบ ท่า 3 ไป 2 รอบ อะไรแบบนี้ 555 คิดไว้ 10 ท่าพอและ กร๊ากกก

ประมาณนี้

ส่วนอะ แคป เป ล่า ที่ ยกตัวอย่างมา คือ อยากแนะนำ (ส่วนตัวเราร้องอะแคปเปล่าไม่ได้หรอก แต่เราร้องคอรัสได้) ให้นักเรียนฝึกไว้ หรือผู้ใหญ่ก็ได้ รวมตัวกันอย่างน้อย 2 คน (มันก็จะไม่เป็นอแคปเปล่าว่ะ) เอาว่า4-5 คนแล้วกัน แล้ว จะใช้ทำมาหากินได้เลย 555 เวลาโดนเรียกออกไปโชว์ ไม่ต้องมีชุด ไม่ต้องมีบท ไม่ต้องมีอุปกรณ์ แค่ซ้อมบ้างอะไรบ้าง ก็โชว์ได้ ถ้ามีเพื่อนฝึก เราเอาแน่ เรายอมเป็นร้องหลัก ร้องคอรัส ถ้าฝึกเก่ง ๆ จะยอมเป็นกลอง เป็นกีตาร์ คงฮาน่าดู ดูตาไมค์ อะไรนั่น เราชอบมาก

แต่ถ้าขยันแบกกีตาร์ ก็ร้องแบบคริสตินก็ได้ เพราะมาก ชอบ

ส่วนตัวเราว่าโชว์ร้องเพลง ถ้าร้องเพราะ (ควรยืนร้อง ไม่ใช่ไปนั่งงม ๆ อะไรร้อง ดูไม่เข้าท่า) มันเป็นอะไรที่ทำให้ประทับใจได้ง่ายมาก ไม่ต้องเตรียมเสื้อผ้าฉากเฉิกเลย

แนะนำจริง ๆ

ไปแล้ว

วันนี้ ขอคิดแค่นี้

ไปซักผ้าแล้ว 555

ปล.ลืม พี่หน่อยบอกว่า ถ้าเอาครูพิเศษ (อัตราจ้าง อย่างเรา แต่เราอยู่หน่วยงานเราอยู่แล้ว) มาช่วยซ่อมหนังสือ พี่หน่อยก็ต้องสอนงานอีก ซึ่งพี่หน่อยก็ไม่ค่อยมีเวลา (ที่นี่คนทำงานก็ทำตาย คนไม่ทำ ไม่เห็นไปด่า มาด่าคนทำงาน บริหารแปลก ๆ) เราเลยอยากถ่ายวีดิโอตอนพี่หน่อยซ่อมหนังสือ เพราะเราก็ซ่อมไม่เป็น (งานเอกสารเยอะ ยังไม่มีเวลาศึกษา) ถ้ามีวีดิโอ ก็จะได้ดูขั้นตอน และทำได้ (มีอะไรให้อ้างอิงได้) อยากทำวีดิโอมาก ๆ (งานตัวเองยังไม่เสร็จ) อยากช่วยพี่หน่อยซ่อมหนังสือด้วย อยากทำเป็นทุกงาน จะได้สอนต่อได้

งานต่าง ๆ ที่เรามีหน้าที่ เราจะจด จะสร้างเล่มคู่มือ เราจะสอน เราจะสร้างระบบของเรา ที่ชัดเจน บอกล่วงหน้า ตรวจสอบได้ ไม่ใช่นึกอยากจะเอาตอนนี้ ก็จะเอา ใครจะทำให้ได้วะ จริงป่ะ

ผู้นำ ทุกคนดีกว่า ควรวางแผนล่วงหน้า และใช้คนแบบบอกล่วงหน้า เพราะคนที่จัดการได้ดี ล้วนทำงานตามขั้นตอน เพราะเราอยู่ร่วมสังคมเดียวกัน และทุกคน “มีงาน” ทว่าจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง