เหตุการณ์เข็มทิ่มขา ตามนี้

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

เหนื่อยหลายเรื่อง ทุกข์ใจ ไม่สบายใจ ตามนั้น

โฆษณา

เราร้องไห้กี่ครั้งแล้วนะ และร้องทำไม

ทั้งชีวิต เราคงร้องไห้เป็นพันครั้งแล้ว
แต่ตั้งแต่ทำงานที่นี่ (เอาว่าทำงานเป็นครูมาดีกว่า) เราร้องไห้เยอะมาก
เพราะอาจจะงี่เง่าแหละ
เราไม่ชอบกฎเกณฑ์ ตัวเราเองก็ไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์ แต่เราก็ไม่แหกกฎ เพราะเราไม่ชอบถูกลงโทษ

ไม่เล่าเยอะดีกว่า ขี้เกียจ
แต่เราบอกได้เลย ว่า ส่วนใหญ่ถ้าเสียงดัง แล้วเราต้องการหยุดเสียงที่ดังด้วยการแว๊ดใส่ เราจะร้องไห้ทันที เพราะมันจะแน่น อึดอัด จะตาย เค้น เส้นเลือดในสมองแตก

ต่อไปเราจะไม่แว๊ดแล้ว ไม่ฟังก็ตีเลย

วันนี้ เด็กห้องเราเห็นเราร้องไห้ บางคนก็ยังดูมีความสุขดี (วัน ๆ สมองมันคิดแต่เล่นเกม เบื่อ) หลายคนขอร้องไม่ให้ลาออก แต่นะ ถึงเราลาออก เราก็ยังคุยกับเด็ก ๆ ได้

แค่ไม่อยากรับผิดชอบ ในเรื่องที่บางทีก็มากเกินไป

ด้วยความเคารพ พ่อแม่ที่คาดหวัง ให้ครูควบคุมลูกตัวเอง คืออะไรที่ล้มเหลว

ถ้ามีลูก จงสอนลูก และพยายามอย่าไปยุ่งกับครู เพราะในครูที่แรงคุณอาจถูกด่ากระเจิง ในรายที่ไม่แรง อาจเหมือนเรา เหนื่อย วางลง ดูแลให้ไม่ไหว บางทีอะไรหลาย ๆ อย่างก็มีความซับซ้อนกว่านั้น

แต่บอกได้เลย เราร้องไห้ในห้องทำงานหลายครั้งแล้ว ห้องมันไม่เอื้อต่อการเรียนเลย ทุกอย่างเลย (ถ้าไม่รวมที่บ้าน 1 ปีที่ผ่านมา เราร้องหน้าตึกสะเทือนใจไม่อยากเป็นสิ่งที่ต้องเป็น ร้องที่ตราดถูกทิ้งไอ้สามคนเอากุญแจห้องไปทิ้งให้กูต้องเต้นอยู่คนเดียว นอกนั้นไม่เคยร้องที่อื่น ร้องแต่ที่ห้องทำงาน มันเป็นห้องที่เราเหนื่อย เพราะควบคุมยาก เราควบคุมอะไรไม่ได้เลย)

แต่ต่อไปจะไม่แว๊ดแล้ว เหนื่อย

อย่าบีบคั้นตัวเองจนร้องไห้ เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตก

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อควบคุมใคร เราเกิดมาเพื่อแนะว่า ที่ดีกว่า น่าจะเป็นอย่างไร ใครไม่เชื่อก็แล้วแต่เขา เราเตือนแล้ว

ด้วยความหวังดี

น้ำตา

เป็นเมื่อวานไปซะแล้ว

ตอนเราโฮมรูม เราถือโทรโข่งแหกปาก แล้วเราก็ตะโกนให้เด็กหยุดคุย เพราะมีเรื่องแจ้งเยอะมาก เดี๋ยวไม่รู้เรื่องกัน ก็ยังคุยแข่งตลอด เหมือนเราเป็นอากาศธาตุ เราเหลืออดมาก ร้องไห้ออกมาเลย (เป็นครูห้ามร้องไห้ต่อหน้าเด็ก แต่นี่ขอร้องในฐานะ”คนที่ต้องมาอดทนกับเรื่องที่บางทีก็เยอะเกินจะทนนะ”)

เราเห็นครูบางคนเขาตีแรงมากเลยนะ ก็อยากจะทำบ้าง แต่จากสารรูปเราแล้ว ตีไป เราก็เหนื่อยเปล่า แถมดีไม่ดีเจอผู้ปกครองประสาทไม่สั่งสอนลูกมาเอาเรื่องอีก และที่แน่ ๆ ครูที่ตีเด็ก เด็กก็เรียกอีไอ้ทั้งนั้น ได้ยินมาจนรำคาญ เนี่ยเราไม่ตี ไม่รู้จะโดนเรียกว่าอะไร แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายทุกคนหรอก เด็กดี ๆ ก็มี เพียงแต่พูดมาก มากจน ตกลงจะมาเรียนไหม ถ้าไม่เรียนก็อยู่บ้านคุยกันให้หนำใจเหอะ พ่อแม่ช่วยสั่งสอนลูกหน่อยว่า เวลาเรียนก็ฟังครู เวลาเล่นก็เล่น เวลากินก็กิน เวลานอนก็นอน หัดรู้จักกาลเทศะด้วย ไม่งั้นก็จะไม่ได้อะไรเลย

เราร้องไม่นานหรอก บอกเลย ตั้งแต่ทำงานที่นี่ เคยร้องไห้แค่สองครั้ง คือวันที่สองที่ไปทำงาน เจอป้าตุ๋ย คุยเรื่องแม่ เลยร้องไห้ แค่นั้น (ไม่ได้โดนว่า หรืออะไร มีคนเห็นเยอะ เข้าใจว่าเราโดนว่า จริง ๆ แล้วคือแค่แม่ไม่ปล่อย และลึก ๆ เราเบื่อชะตากรรมแบบที่เราต้องร้องไห้วันนี้นั่นเอง) กับที่สองคือวันนี้ที่ร้องใส่เด็กเลย

(ไม่นับร้องเพราะถูกเพื่อนฝูงทิ้งให้เต้นลำพังที่เกาะช้าง และถ้าไม่รวมสามหนที่กล่าวมาตั้งแต่สิงหาคม 2556 เราไม่เคยร้องไห้เรื่องอื่น นอกจากทะเลาะกับแม่หรือป๋า(แต่กับป๋าไม่ค่อย)เพราะกรอบแบบแผนในชีวิตเยอะมาก แค่นั้น ภัยคุกคามจากไอ้อีอื่น ๆ ไม่เคยทำให้เราร้องไห้ มันไม่มีค่าขนาดนั้น)

เราเสียใจ ที่เราเสียเวลาดูแลเด็กในห้อง พยายามดูแล แต่เด็กก็ขยันคุยแข่งเหลือเกิน หมดแรง มันร้องไห้เพราะเหลืออด

พอสาย อ.มาลัย (เดาว่าอาจจะเห็นหรือไงไม่รู้) บอกว่า ใจเย็นกับเด็กหน่อย พยายามเป็นนางฟ้า เพราะเป็นนางยักษ์ไปก็เหนื่อย

พอคาบสุดท้าย คาบติว เด็กมาอยู่กับเราที่ห้องสมุด มันก็วิ่งเล่นกัน แต่พอดี มีครู ส่งเด็กห้อง 1/7 มาห้องสมุดด้วย ห้องจึงกลายเป็นสนามเด็กเล่นกลาย ๆ (ปวดกบาล) พี่หน่อยไปช่วยคุม 1/7 แต่ก็มีเด็ก 1/7 มาเล่นกับเด็ก 1/12 ห้องเรา

เรากำลังตามเช็คชุมนุม ค่าประกันอุบัติเหตุ เสื้อสีจ่ายเงิน ใบทะเบียน ธนาคาร ใบงานแนะแนวสั้น ๆ ของเรา ว่าเด็กอยากเป็นอะไร 3 อาชีพ เราอยากรู้ (ตามห่าเหวเยอะมาก) ก็พยายามพูดนิ่ม ๆ (เพราะหมดแรงตะคอกแล้ว) มีเด็ก 1/7 คนนึง ผู้ชายนะ เดินมาหาเจอวรวุธห้องเรา แล้วถามว่าครูคนนี้สอนอะไร เป็นใครไรงี้ เราก็ได้ยินด้วย เลยตอบเองเลยว่า ครูดูแลห้องสมุด และเป็นที่ปรึกษาของ 1/12 เด็กห้อง7คนนั้น หันไปบอกวรวุธอีกว่า โรงเรียนเรามีครูดี ๆ แบบนี้ด้วยเหรอ เรางงเลยถามไปว่า เฮ้ย ดีไงเหรอลูก คือดูตรงไหนถึงบอกว่าดี ระหว่างนั้นวรวุธ(จริง ๆ กวนโอ้ยมากอ่ะไอ้เจ้านี่ แต่ก็ยังพูดรู้เรื่องกว่าหลายคน)ก็พูดตอบด้วยว่า “เออ ครูเขาดีมากเลย เมื่อเช้าครูเขาก็ร้องไห้” เราก็แทรก “เฮ้ย ไปบอกเขาอีก” แต่นะขี้เกียจฟังต่อ เลยตามหาเด็กในห้องต่อ (อายเด็กมัน แหมบอกเพื่อนอีกว่าครูดี ครูร้องไห้ T.T) เลยเลยตามเลย

เด็กยุคนี้มองครูดีที่อะไร ครูที่ไม่ด่าคือครูดีใช่ไหม
ก็ถ้าเด็กตั้งใจฟัง ไม่คุยตอนครูพูด ครูบอก ครูสอน และพยายามทำงานตามครูสั่ง (ดี/ไม่ดีก็ค่อยว่ากัน) โรงเรียนจะมีครูดีเพียบเลย

แต่เราก็ดีใจนะที่ เด็กห้อง 7 คนนั้น พูดว่า โรงเรียนเรามีครูดี ๆ แบบนี้ด้วยเหรอ

ไม่ว่าจะพูดด้วยเหตุผลอะไร แต่มันทำให้เรารู้สึกว่าดีใจ ที่มีการมองแบบบวกเกิดขึ้นในชีวิต (ไม่ใช่ห่าเหวก็มองเราลบตลอด อะไรจะเยอะขนาดนั้น หลายคนแหละ ไม่อยากจะพูด เราควรจะคิดบวก ใครคิดลบก็ลบทุกอย่างแหละ)

นะ ว่าง ๆ จะหาอะไรมาเล่าอีก