เรียกว่า”บน”คนหรือเปล่า ไม่แน่ใจ แต่แก้ละนะ

พูดไป เพราะอยากให้ 3/10 ของครู รู้สึกว่า ความสำเร็จนี้ (เรียนจบ ม.3) มันก็มีผลต่อความรู้สึกของครู ถ้านักเรียนเรียนจบ ครูก็ดีใจ ยินดี อยากให้กำลังใจ

ต้องเล่านิด ว่า ก่อนพูดว่าจะให้ ครูไม่รู้ว่าเดือนมีนาคมนี้ ครูจะมีรายจ่ายเกินห้าหมื่น ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก ห้าหมื่น ซึ่งครูกินบุญเก่า (เงินเก็บ มันเจ็บปวดนะ เพราะมีเรื่องเข้ามาให้ทุกข์ใจ กังวล เครียด พอสมควร แต่โอเคว่า สามหมื่นสี่คือประกันของเรา เราเก็บเพื่ออนาคต “ดันมาเก็บเดือนเดียวกัน จำไม่ได้ไง ไม่ชอบเป็นหนี้ เห็นทวงมาก็รีบจ่าย” ก็ต้องประคองไม่ให้อีก 4 วันนี้ มีรายจ่ายที่โหดร้ายกว่านี้ เพราะถ้ารายจ่ายเพียว ๆ เราจ่ายเกินเงินเดือน 1 เดือน – เกินหมื่นห้า ซึ่งมันเกินเหตุ แต่เรารู้ว่ามันมีค่าอะไรบ้าง มีค่าความสบายใจด้วย)  แต่ครูก็ไปแลกแบงค์ 50 มาเตรียมของขวัญ เพราะมันคือหนึ่งความปรารถนาของครู อยากให้นักเรียนได้อ่านใบแนบ

  

ถ้าคิดได้ ต่อไปจะได้ตั้งใจเรียนมากกว่านี้ เพราะ ไม่ใช่เพื่อใครเลย เพื่อตัวนักเรียนเองล้วน ๆ

ไม่สงวนสิทธิ์วิธีการนี้ ใครอยากทำตาม จะดีใจมาก 

ต้องออมเงินไว้เพื่อการนี้ งวดหน้าจะได้ไม่รู้สึกช๊อต 

ปล.เราไม่รวยนะ แต่ที่ทำหลายอย่างเหล่านี้เพราะเรามีการตั้งความปรารถนาบางอย่างในใจ 

ถ้ารัก เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาต่อเรา โปรดจงกระทำตนให้เป็นคนที่มีจิตใจที่เข้มแข็ง และทำตามสามข้อที่เราเขียน เราเองก็บอกตัวเองเหมือนกัน หลายครั้งไม่มีรางวัลให้แบบนี้ แต่สิ่งดี ๆ ที่ได้ทำ จะนำรางวัลที่ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยก็มาสู่ใจ 

ขอให้เข้มแข็ง ที่จะทำสิ่งที่ถูกที่ดีงาม

อย่าอ่อนไหว อ่อนแอ สิ่งชั่วร้ายจะชักจูงลงสู่ความตกต่ำได้ง่าย

บอกตัวเองทุกวัน

เราต้องเป็นคนที่เข้มแข็ง เพื่อทำความดีและทำประโยชน์ให้กับสังคม ความเข้มแข็งจะทำให้ภัยอันตรายไม่สามารถกร้ำกรายเราได้

จงมีจิตใจที่เข้มแข็ง

โฆษณา

หนังสือที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน

อยากให้เห็นชัด ๆ ชอบมาก อยากซื้อเข้าห้องสมุดเยอะ ๆ แต่ถ้าไม่งี้ จะซื้อให้เด็กยืมอ่าน หรือซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด อยากให้พ่อแม่เด็กซื้อให้ลูก ที่ขึ้น ม.3 ม.6 เข้ามหาวิทยาลัย ได้อ่าน จริง ๆ ให้อ่านตั้งแต่ ป.6 ก็ดี ให้อ่านซ้ำทุกปีด้วย กันลืมถูกใจ · · เลิกติดตามโพสต์ · แชร์ · แก้ไข · 1 มกราคม ผ่าน โทรศัพท์มือถือ

 

เราซื้อหนังสือเล่มงานไม่ประจำฯ1 ตอนวันที่ 9 เดือน 8 ปี 56 // เราซื้อเล่ม2 อิสระเราฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง บอกตรง ๆ เราไม่ใช่หนอนหนังสือ ไม่ชอบอ่านหนังสือเลยด้วยซ้ำ (ถ้าไม่ได้ตามหาอะไรบางอย่าง จะไม่อ่านเลย ไม่ชอบอ่านหนังสือที่ไม่มีคำตอบ หรือเราไม่มีคำถาม) แต่เราชอบหนังสือสองเล่มนี้มาก ๆ คือแบบอ่านแล้วโดนทุกหน้า เช่นหน้าที่จะโพสต์ในลำดับต่อไปถูกใจ · · เลิกติดตามโพสต์ · แชร์ · แก้ไข · 1 มกราคม ผ่าน iOS

ป๋าแชร์ในไลน์ เราอ่านแล้วร้องไห้

.บันทึกช่วยจำของ“เหลียงจี้จาง”“เหลียงจี้จาง”เป็นพิธีกรดังของ TVB ในฮ่องกง และเป็นนักเขียนด้วย  บันทึกช่วยจำที่เขาเขียนให้ลูก ได้รับการเผยแพร่เป็นวงกว้าง นอกจากแสดงถึงความห่วงหาอาทรที่พ่อมีต่อลูกเฉกเช่นคุณพ่อทั่วๆไป มุมมองของเขาบางเรื่อง(แบบสังคมฮ่องกง) แม้บางคนจะเคยประสบมาบ้าง เหมือนกัน
อ่านแล้วก็ยังอดไม่ได้ เลยถ่ายทอดสู่กันฟัง…

ลูกรัก..ที่พ่อเขียนบันทึกช่วยจำฉบับนี้ให้ลูก มีเหตุผลอยู่ 3 ประการ คือ

1. สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง  จะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าใดไม่มีใครบอกได้ พ่อจึงคิดว่าบางเรื่องพ่อน่าจะสั่งเสียไว้แต่เนิ่นๆ ย่อมจะดีกว่า

2. เพราะพ่อเป็นพ่อของลูก ถ้าพ่อไม่บอกลูก ไม่มีใครหรอกที่เขาจะบอกลูกแบบที่พ่อบอก

3. สิ่งที่พ่อบันทึกไว้นี้ ล้วนเป็นประสบการณ์อันแสนเจ็บปวดที่พ่อได้เรียนรู้มามันจะทำให้ลูกไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนรู้มันอีกในชีวิตของลูก ขอให้จำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไว้ให้ดี

1. คนที่ไม่ดีต่อเรา ไม่ต้องไปใส่ใจนัก ในชีวิตคนเราไม่มีใครมีหน้าที่ที่จะต้องมาดีต่อเรา ยกเว้นพ่อกับแม่ของลูก สำหรับคนที่ดีกับลูก นอกจากลูกต้องหวงแหนและขอบคุณเขาแล้วยังต้องคอยระวังตัวไว้ด้วย เพราะคนเราทุกคน ทำอะไรย่อม มีจุดประสงค์
เขาทำดีกับลูกใช่ว่าเขาจะทำเพราะชอบลูกเสมอไป ลูกต้องตระหนักจุดนี้ให้ดี อย่าเพิ่งรับเขาเป็นเพื่อนเร็วเกินไป (น่ากลัวไหม)

2.ไม่มีคนที่ทดแทนกันไม่ได้ และไม่มีสิ่งใดที่ต้องมีให้ได้ถ้าเข้าใจจุดนี้ หากวันใด คนข้างกายของลูกไม่ต้องการลูกอีกต่อไป หรือวันใดที่ลูกต้องเสียสิ่งที่รักที่สุดไป ลูกจะได้เข้าใจว่า นี่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรเลย

3. ชีวิตนี้แสนสั้น หากลูกยังใช้ชีวิตอย่างไม่เห็นคุณค่า พรุ่งนี้ลูกจะพบว่าชีวิตจะหลุดลอยไปไกลยิ่งขึ้น ดังนั้น
ยิ่งรู้จักถนอมชีวิตเร็วเท่าใดเวลาที่ลูกจะได้รับความสุขจากชีวิตก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นหาความสุขเสียแต่วันนี้ ดีกว่านั่งหวังให้มีอายุยืนนาน

4. ในโลกนี้ไม่มีเรื่องรักนิรันด์กาล ความรักเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบ โดยความรู้สึกนี้ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและอารมณ์ หากสิ่งที่ลูกรักมากที่สุดจากลูกไป ขอให้รอคอยอย่างอดทน ให้เวลาช่วยชะล้าง ให้จิตใจค่อยๆตกตะกอน แล้วความทุกข์ของลูกจะค่อยๆจางหายไป..  อย่าวาดหวังความรักให้สวยเกินไป และอย่าซ้ำเติมการอกหักให้ทุกข์เกินเหตุ

5. แม้ว่าคนหลายคนที่ประสบความสำเร็จในโลกนี้ไม่ได้เรียนมาสูง แต่ไม่ได้หมายความว่า  หากไม่ขยันเรียน แล้วจะได้ดี ความรู้คืออาวุธ คนเราอาจสู้แล้วรวย  แต่ไม่มีทางรวยได้ หากปราศจากอาวุธสู้.. จำไว้

6. พ่อจะไม่ขอให้ลูกเลี้ยงดูครึ่งชีวิตหลังของพ่อ เพราะพ่อก็จะไม่เลี้ยงดูครึ่งชีวิตหลังของลูกเช่นกัน  เมื่อลูกโตพอจนเป็นอิสระได้แล้ว พ่อก็หมดหน้าที่แล้วเช่นกัน หลังจากนั้นไป  ลูกจะนั่งรถเมล์หรือจะนั่งรถเบ๊นซ์ จะกินหูฉลามหรือจะกินบะหมี่ยำๆ ลูกต้องเลือก เอง

7. ต้องทำดีต่อผู้อื่น แต่อย่าหวังว่าผู้อื่นต้องทำดีต่อเรา เราปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร มิได้หมายความว่าผู้อื่นก็จะปฏิบัติตอบต่อเราในแบบเดียวกัน.. ลูกต้องเข้าใจในข้อนี้  จะได้ไม่หาทุกข์ใส่ตัวโดยไม่จำเป็น

8. พ่อซื้อล๊อตเตอรี่มาตลอดชีวิต ยังยากจนเหมือนเดิม แม้แต่รางวัลเลขท้ายยังไม่เคยถูกเลย นี่เป็นบทพิสูจน์ว่า คนเราจะเจริญก้าวหน้าได้ ต้องขยันขันแข็งอย่างเดียวเท่านั้น  ในโลกนี้ไม่มีมื้อเที่ยงที่ไม่ต้องเสียตังค์ (No free lunch)

9. ญาติ มิตร หรือสหาย ล้วนเป็นกันชาตินี้ชาติเดียว ฉะนั้น จงหวนแหนโอกาสที่ได้อยู่ด้วยกันและแสนมีค่านี้ เพราะในชาติหน้า ไม่ว่าท่านจะรักใครหรือชังใคร ท่านก็จะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก
(หมายเหตุ ถึงพบกันก็ไม่รู้)(noodles)