ล้านเรื่องจะเขียน ฝากไว้

จริงมีเยอะ
แต่จำไม่ได้
1. ถ้าอยากขายของ ทำหลายแบบก็ได้ จะได้ขายได้มากกว่าเดิม เด็กมีกำลังซื้อ โบว์อ่ะ ทำหลายแบบเลยก็ได้ เชื่อเหอะเงินเข้าเพียบ พูดจริง

2. การทำให้ใครตกใจนั้นบาปมาก เมื่อบ่าย เราถูกเด็กผู้ชาย ม.3 มาข้างหลัง ตอนเราเก็บซีดีใส่ตู้ มันมาจะเอ๋ ใกล้มาก แบบเราหันมาเจอเลย เราตกใจกรี๊ดดังที่สุดในชีวิตแล้วมั้ง คือ รู้สึกว่าเจอผี ยังไงยังงั้น ในทิศเดียวกันนั้นที่เราเคยมองจากจอคอมแล้วเจอเด็กญสองคนยืนแบบจะเข้าห้อง เห็นในจอ แต่พอหันมากลับไม่มีใคร ถอดปลั๊กคอม วิ่ง กระเจิง (เราอยู่คนเดียว ณ ตอนนั้น กำลังจะไปคุมเด็กเข้าแถว)
ก็หลอน
ต่อไปคงหลอนตรงนั้นตลอดแน่

เพราะกรี๊ดเสร็จ เราด่าเด็กแบบเสียงหลง ไม่เป็นคำ จำไม่ได้ ไม่ขำ เดินรีบเข้าห้อง เราน้ำตาไหล (คือไม่ได้สำออย ไม่อยากให้หัวหน้าหรือใครเห็นด้วย แต่มันสุดกลั้น) เรารู้สึกว่า การตกใจแบบนี้ มันน่ากลัวช๊อคตาย (ขวัญหนีดีฝ่อ) มากกว่าการที่เราเคยตกจากรถเมล์เกือบตายซะอีก

อย่าทำให้ใครตกใจ โดยเฉพาะคนที่คุณรัก หรืออยากเล่นด้วย ถ้าเขาตาย คุณอาจจะรู้สึกมากกว่ารู้สึกผิด และไม่มีโอกาสขอโทษ

บอกตรง ๆ เด็กคนนี้ เราไม่คุยด้วยอีกแน่นอน เราไม่สบายใจกับพฤติกรรมแบบนี้ เพื่อนเรายังไม่เคย”กล้า”ทำให้เราตกใจแบบนี้เลย มันเกินไปจริง ๆ

เด็กมันเดินมาขอโทษนะ
อภัย เพราะไม่อยากมีเวรมีกรรมต่อกัน แต่ไม่ขอเสวนา บอกเลยไม่สนิท เราวางตัวกับเด็กแบบเป็นกันเอง แต่ไม่สนิท และไม่คิดให้เด็ก (หรือไอ้อีหน้าไหน) ยุ่งวุ่นวายกับการตกใจของเรา ถ้าเราตายด้วยเหตุแบบนี้ เราไม่สามารถบอกได้ว่าความเลวร้ายอะไรจะเกิดขึ้นกับคนทำ คุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าถ้าทำคนอื่นตกใจ จะเกิดผลกระทบยังไงกับเขา หรือคุณเอง หากมีคนคิดแบบเรา มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ฉะนั้น อย่าทำให้เขาตกใจ เว้นเสียแต่ว่า คุณอยากให้เขาเกลียด รังเกียจ ไม่อยากพบหน้า คุณไปตลอดชีวิต

้จำไว้ เราไม่ได้พูดเล่น อย่าเล่นกับความตกใจของใคร

3. เรื่องการบังคับทำกิจกรรม
เช่นไปนอกสถานที่ แล้วไม่ได้ส่งถึงบ้าน เช่นไปงานกีฬาสัมพันธ์ ถามจริง นึกว่ากูชอบเต้นมากรึไง
ตอบ ไม่ชอบ
แค่ทำตามหน้าที่
ถ้าต้องทำ ระหว่างเล่นกีฬา เต้น ร้องเชียร์ จะเลือกเต้น เพราะชีวิตกูไม่เคยชอบการแข่งขัน แข่งกีฬาก็บอกได้เลยว่าจะไปแพ้ เพราะไม่ชอบ (เต้นแอโรบิค โยคะ แกว่งมือ นี่ทำเพื่อออกกำลัง) ร้องเพลงขอบาย เราจะร้องแต่เพลงที่เราแต่ง เพลงงานที่ร้องหมู่แบบถวายพระพร ไม่ได้ร้องบ่อย ร้องเพลงเพื่อสอนร้อง นอกนั้นไม่ร้อง เสียดายเสียง เนื่องจากเป็นคนที่หลอดลมกับหลอดอาหารมันเป็นไรไม่ทราบ เราติดเชื้อและไอหนักไวมาก โดยเฉพาะเวลาที่ตะโกน กูยังไม่อยากตายเข้าใจป่ะ กูไม่ชอบตะโกน จบป่ะ แม่ง เลยต้องเลือกเต้น เพื่อเซฟเสียง แต่ทำไมกูต้องไปเต้นด้วย ในเมื่อคนอื่นยังเลือกได้ว่าจะไปหรือไม่ไปก็ได้ กูขอสิทธิ์บ้าง กูไกล กูไม่มีรถขับ กูไม่รบกวนญาติ เพราะญาติกูจะไม่ไป และที่สำคัญคือ “กูไม่อยากไป” กูไม่ชอบ กูชอบเลิกงานแล้วกลับบ้าน จบป่ะ
กูเหนื่อย กูไม่เคยชอบปาร์ตี้ เห็นกูเต้นมันส์บางคนหาว่ากูผีเข้า (ไม่เคยเต้นท่าแรด กูไม่นิยม) แต่จริง ๆ กู แค่เดอะโชว์มัสโกออน เคยมองหน้ากูตอนเต้นป่ะ กูยิ้มเจื่อน ๆ จะตายห่า กูแค่ทำตามหน้าที่ เมื่อ “ทุกคน” ต้องมีหน้าที่

แต่ถ้า ไม่ใช่ทุกคน ทำไมกูถึงไม่มีทางเลือก คิดจะหา”ภาระ”หน้าที่ให้กู ถามกูสักคำ?!

บอกตรง ๆ จะหาว่าเราหยาบก็ได้ หลายคนไม่รู้จักตัวตนเราเลยด้วยซ้ำ เรานิ่งและน่าหลอนกว่าที่พวกเขาเห็นว่าเราบื้อๆใสๆกร๊ากๆ นั่นมันแค่การปรับตัวเพื่อความสะดวกในการเข้าหาผู้คน แต่เมื่อถึงจุดที่เราถูกเอาเปรียบ ที่เราไม่มีทางเลือกเหมือนคนอื่น เราพร้อมแสดงสันดานเดิมเสมอ

เพราะเราไม่จำเป็นต้องยอมรับทุกเรื่อง ชีวิตจริงไม่ใช่ชะตากรรม ถ้าพูดขอดี ๆ ก่อน ตามสิทธิ์ที่คนอื่นยังได้ แล้วไม่เป็นผล เราพร้อมแตกหัก และถ้าเราเสียสิทธิ์ เราก็พร้อมยอมรับว่าเราคือบุคคลชั้นสอง และนั่นแหละคือทางแยก สำหรับสังคมนี้ ไม่ใช่เราไม่แคร์ ไม่ง้อ เราแค่อยากชี้ให้เห็นว่า “สำหรับเรา ความยุติธรรม เสมอภาค มันสำคัญมาก” เราออกจากที่ทำงานเก่า เพราะเขาเอาเปรียบเรา ใช้งานเราเยอะมาก (ที่สำคัญคือกินเวลาเรา ซึ่งเราเกลียดมาก เพราะเราเรียนด้านสื่อมา มันมีทางเลือกตั้งเยอะ มึงจะกักตัวทำให้กูเสียเวลาทำไม กูอยู่ไหนกูก็ทำงานให้มึงได้ นึกถึงอะซิงโครนัส (ไม่ประสานเวลา) ดิ ห่า เรานี่แกร่ว เราอยู่ปิดประชุมมืดค่ำ มาเช้าตรู่เช้าเฝ้าเด็กอนุบาลสอง สายติว ใครลาป่วยเจ็บตาย กูแทน ส่งไปประชุมแทนผอ. อย่างงง ปิดงานหลักสูตร 11 เล่มอย่างวิกฤต  สุดท้ายกลับไม่ขึ้นเงินเดือนให้เรา น่าจะแค่คนเดียว
ด้วยเหตุว่าเราทำงานยังไม่ถึงปี เหี้ยป่ะ กูออกเลยค่ะ ณ จุดนั้น คิดตีน ๆ แบบนี้ ไร้ความยุติธรรม กูไม่เอาเป็นนายให้เสียสมองหรอกค่ะ)

นายเรา ถ้าจะเกิดวิกฤติกับเราน้อยสุดคือ เป็นแบบอย่างที่ดี แพลนงานชัดเจน ล่วงหน้า ให้มากที่สุดเท่าจะมากได้ มีปฏิทินงานแปะโชว์
เราไม่เหมาะกับงานที่มีคนมาคอยชี้เปลี่ยนนี่เปลี่ยนนู้น ยิบย่อย (พี่ปัดก็ดูดวงให้ ทายงี้เลย)
ถ้าเจองี้ เราอาจตอกเลยว่า “เยอะขนาดนี้ ทำเองง่ายกว่าไหม ไม่ต้องเสียเวลาพูดกับเวลาชี้นิ้วด้วย” 555
(เหมือนแซวแม่ แม่คนนึงอ่ะที่เป็นงี้ ขอโทษคร๊าบแม่ ทว่ามันคือความจริง คนหลายคนก็ไม่ชอบแบบนี้นะ จดที่จะแก้ ใส่กระดาษให้ชัดเจนดีกว่า)

ลามออกนอกเรื่องไปเยอะ แต่ยังลามได้อีก

เรื่องไปเที่ยว เราไม่ชอบ เราไม่เคยชอบเที่ยวตามกำหนดการที่จัดโดยคนอื่น เรายอมแค่ครอบครัว (บางที เรายังไม่ยอมครอบครัวเลย) เรื่องเที่ยวจบง่าย ๆ
เราไม่ไปแน่นอน (ถ้าให้ไปทำงาน โอเค ทำใจไปได้ เพราะถือว่า ไปดูเด็ก ยิ่งถ้าเด็กห้องเรา ยิ่งต้องดู ไม่ใช่เพราะพ่อแม่เขาฝาก แต่เราไปดูเพราะเราห่วงว่ามันจะไม่มีใครดูแล เป็นปากเป็นเสียงให้ เด็กดี ๆ ห้องเราก็มี เราก็รักเหมือนลูกหลาน)
เพราะหนึ่ง เราไม่เคยอยากเที่ยวมากมาย
เราไม่ชอบพฤติกรรมการเล่นการพนัน (เล่นไพ่) อาชีพนี้แปลกนะ จะต้องมีคนพรรค์นี้อยู่ เราไม่ได้ติดดีนะ แต่เราไม่เห็นว่าการเล่นไพ่มันจะดีมีประโยชน์ตรงไหน อีเหี้ย กูกลัวถ้าตรเรียกรถแล้ว จับพวกมึง คนอื่นที่ไม่เกี่ยวแต่อยู่รถเดียวกัน จะถูกลากพ่วงติดร่างแหไปด้วย ฉะนั้น เชิญพวกคุณมึงไปสำเริงสำราญ กันเถอะค่ะ กูขอบาย และไม่ต้องเสียดายแทนกูค่ะ กูไม่ไปกูยังไม่เสียดายเลย แล้วมึงจะมาเดือดร้อนแทนกูทำไม อย่ามโนค่ะ

นอกจากติดเรื่องที่ว่าแล้ว ยังมีเรื่องของการเซอไพรซ์ต่าง ๆ ซึ่งชอบมี ขอบอกค่ะ ว่ากูไม่นิยมการเซอรไพรซ์ทุกชนิดค่ะ ปีที่แล้วกูซึ้งค่ะ เพื่อนพี่น้องกู ทิ้งกู เอากุญแจห้องกูไปด้วย โดยบอกว่า “มึงชอบเต้น มึงเต้นคนเดียวเลย” ซึ่งนี่แหละค่ะ สาเหตุสำคัญที่กูไม่ไป กูจำได้ กูร้องไห้เยอะมากจนน้ำจะท่วมเกาะช้าง (พูดไปงั้น) แม้แต่คนใกล้ ยังทิ้งกู
ไม่เป็นไรค่ะ (กูไม่ทิ้งคนใกล้แน่นอนค่ะ) แต่ถ้ากูมีโอกาสเลี่ยงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้ กูย่อมเลือกที่จะเลี่ยงค่ะ เพื่อรักษาความรู้สึกของตัวเอง เวลาที่ถูกกะเกณฑ์จากแผนเซอรไพรซ์(ของผู้มีอำนาจสูงกว่า)ที่ทำให้กูเห็นน้ำใจของเพื่อนฝูงของกูเอง

มีงานหลักให้ช่วยกันอยู่แล้ว เรื่องเที่ยวกูยกให้ค่ะ กูไม่ไปเป็นตัวแย่งหารเงินค่ะ ยอมค่ะ ไม่คิดว่าขาดทุน
(มองเห็นความคิดติดลบของเรามากอ่ะ เรายอมรับ)

ขอไปแค่ทำงานร่วมกันพอค่ะ ไม่ขอเที่ยวร่วม

ปกติไม่ชอบเดินทางค่ะ เป็นพวกปวดขี้ไม่เป็นเวลา จบป่ะ ไม่อยากให้ทริปใครหมดสนุก

“มากคนมากความ”

ง่วงแล้ว ยังด่าไม่จบเลย
เฮ้อ เหนื่อย

พูดถึง

4. เอ็มวีที่เราอยากทำ ที่เมื่อวานว่าจะแต่งเพลง 555
มันมีว่า

เราไป ร.ว.บ. มา (เราจบมัธยมที่นี่) แล้วเราก็นั่งกับซุงกับแอพ นั่งกันสามคน มีนักศึกษาฝึกงาน(ที่ทำงานเรา แต่เหมือนเขาแวะมาร่วมงานด้วย) มานั่งด้านหน้า แล้วหันมาสวัสดีทางพวกเรา  แล้วตอนนั้นเราเล่นมือถืออยู่ น้องผู้ชายหล่อ ๆ ก็ยื่นมือมาขอจับมือเรา เราโคตรงง ให้จับทั้งมือถือ ซุงบอกว่าเขาพูดภาษาอังกฤษใส่เราแต่เราจำห่าอะไรไม่ได้เลย เพราะเรามัวแต่งง พอเขาลุกไปหวัดดีคนอื่นต่อมั้ง เราก็หันไปพูดกับแอพกับซุงว่า นั่งกันตั้งสามคน ทำไมจับมือกูคนเดียวล่ะเนี่ย งง
แอพก็บอกว่าเขาเป็นรุ่นน้องที่ ม.พี่แอมป่าว เราตอบว่าไม่น่ามี (เพราะเอ่อ มันไกลกันโขนะมศวกับพ.ว.เนี่ย) ก็งง จากนั้นกินขนมเสร็จ ขนมข้าวเหนียวสังขยากับขนมปังสังขยา เราเดินเอาห่อขนมไปทิ้ง ขาเดินกลับ เจอน้องผู้ชายและเพื่อนเขาอีก ทั้งกลุ่มทัก ไปแล้วนะคะนะครับอาจารย์สวัสดีค่ะครับ น้องผู้ชายคนนั้นด้วย แต่แล้วน้องผู้ชายคนนั้นคนเดียวก็ปรี่มาหาเรา พร้อมคราวนี้ เขายื่นมือมาจับมือเราได้แบบเต็ม ๆ (เพราะเราไม่ได้ถือโทรศัพท์ไป) จับมือเสร็จแล้ว แกก็เดินจากไป ทิ้งให้เราก็เดินงงกลับไปเล่าให้แอพกับซุงกับใหม่ฟังว่า ไอ้นี่มันใครวะ กร๊าก ซุงบอก พรุ่งนี้ขอเบอร์เลยนะ 55 แหม่ถ้าพี่ปัดบอกว่าเราจะได้กินเด็ก (คำนี้พี่ปัดทายพี่กิต 555) ก็น่าลุ้น กร๊ากกก พูดเล่น เราไม่กินเด็ก เราชอบคนแก่กว่าเรา หรืออย่างน้อยคือมีความคิดเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา ไม่งั้นคงคบยาก เรามันนิสัยไม่รู้จักโต (ไม่พยายามมีวุฒิภาวะ) หากไม่มีคนที่เราเคารพยำเกรงในความดีมีมาดสุขุมรอบคอบอบอุ่นจริงใจ เห็นว่าคงจะไปกันไม่รอด 555

สรุปไม่มีอะไรนะ แค่อะไรน่ารัก ๆ ผ่านมาให้เจอ เพราะวันนี้คุยกับพี่เอ(คอม)แล้ว พี่เอบอกว่านักศึกษาฝึกงานมาจากราชภัฎธนฯ คนนึงจบราชวินิต 555 มันเป็นรุ่นน้องเรา เราก็ไม่ทันแล้วล่ะแหม่ เราจบราชวินิตมา 11 ปีแล้วสส จำใครไม่ได้เท่าไร แต่ก็ยินดี ปกติ ไม่ค่อยอยากจับมือใคร
ปล.มีแต่ม.4 เพื่อนย้ายมาจากโรงเรียนอื่น ชื่อประจักษ์ อยู่คนละห้อง มาขอจับมือ (คือเขามาหาเพื่อนในห้องแหละ แต่พอจะออกจากห้อง เรานั่งติดประตูหน้า เขาจะต้องขอจับมือเรา จับมือทุกวัน ๆ เราก็ยื่นมือให้เขาจับทุกวัน ก็งง ๆ ไปเป็นเดือน จนเพื่อนถามว่า เป็นอะไร จับมือกันทำไม เราก็ไม่รู้ว่ะ เราเลยถามเขาไปว่า ขอจับมือเราทำไม ก็จำไม่ได้ว่าตอบว่าอะไร แต่หลังจากนั้น ก็ไม่มีการจับมือระหว่างเราสองคนอีกเลย
ถามว่าเราชอบไหม ก็เหมือนไม่ชอบ เพราะตอนนั้นเราชอบรุ่นพี่ (คนที่ติงานรีมิกซ์ของวงประพรหมของเรากะพี่กิตคนฉวยซะยับเยิน 555 มุขนี้พี่กิตเข้าใจคนเดียว กร๊ากกก) แต่ก็ให้จับเป็นเทอมเลยมั้ง

แต่ตอนนั้นมือเรานุ่ม เพื่อนผู้หญิงก็ชอบจับ ทว่าตอนนี้มือแข็งแตกเหนียวเหี่ยวแล้ว เพราะ เราอยากมีเส้นเนื้อคู่ชัด ๆ เราเลยล้างขัดให้มือแตก เส้นจะได้เพิ่มชัด ๆ กร๊ากก

ตลกบ้างไหมเนี่ย

แต่เรื่องจริงหมดนะ ใครชอบอาไปแต่งเพลงก็ได้นะ อยากให้มีเพลงแบบนี้

ถ้าเป็นธรรมเนียมฝรั่งคงไม่มีความหมาสมากมายเพราะเขาจับมือกันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่พอเป็นคนไทย ลูกครึ่งจีน มันเลยดูน่าจะมีความหมายนะ
แอพมันโพสต์เม้นร้องเพลง เมื่อดวงใจมีรัก ดั่งเจ้านกโผบิน บินไปไกลแสนไกล ให้โพสต์เรา 555

บางทีมันอาจจะเป็นความรักก็ได้นะ กร๊ากกก เอาเหอะ มีคนรักก็ดีกว่ามีคนเกลียดละวะ

ปล.ใครอ่านแล้ว จะเล่นมุกนี้กับเรา ช่วยบอกเราด้วย เราจะได้ไม่ต้องนั่งแปล
นั่งตีความ 555

จริง ๆ มีอีกหลายเรื่อง
(มึงไปเก็บกดมาจากไหนคะ)

มีปรับเงินเด็ก

มีเด็กติดในตึก

มีซื้อแอพดูดวง

เอาซื้อแอพดูดวง ซื้อมหาหมอดูฟอร์แอนดรอยกด์มา 800 บาท เจตนา คืออยากหาแหล่งดูดวง จำได้ว่าพี่ปัดเคยพูดถึงแอพนี้ ว่าพี่ปัดรู้จักเจ้าของโปรแกรม ต่อไปพี่ปัดย้าย (เขียนย้ายไปเทพศิรินทร์) เราจะได้มีเพื่อนคู่คิดอยู่ เพราะทุกวันนี้ มีอะไรในใจก็จะเข้าหาแต่พี่ปัด
เท่าที่ดู ตรงกับที่พี่ปัดดูให้เราเลยนะ ทว่าหลายส่วน ไม่มีการแปลชัด ๆ อ่านเลขแล้วแปลไม่ได้ ก็นะ ถ้าโอกาสมีคงได้เรียนรู้
แต่ดวงไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต การกระทำสำคัญกว่า เพราะเราแอบดูดวงคนรู้จัก บางอันออกมาก็ไม่ตรงนะ การกระทำ กรรม จะเป็นตัวขับเคลื่อนที่รุนแรงกว่าเยอะ แต่แปดร้อยนี้ ก็ทำให้เราสนุก และได้แบ่งความสนุกโดยการดูดวงให้กับเพื่อนฝูงได้ อิอิ

เด็กติดอยู่ในห้องสมุด เมื่อเย็น เอาว่า ถูกเหวี่ยง แต่อย่างน้อย อยากให้เด็ก หรือใครก็ตาม ตระหนักด้วยว่า ควรไปหลังจากเขาเปิดทำการสักสามสิบนาที และออกก่อนเขาปิดทำการสักสามสิบนาที ไม่ใช่แช่จนเขาออกจากหน่วยงาน ลงกลอนล็อกประตูแล้วยังไม่รู้เรื่อง
หลอนนะ
จงอย่าอยู่ชิล ๆ ในที่ที่ปิดประตูลงกลอนโดยคนอื่น ระวังจะถูกขัง ออกไม่ได้ ตายแบบเรื่องเล่าหลอน ๆ สมัยประถม ยันมหาวิทยาลัย ตอนนี้ก็ยังกลัว

เฮ้อ

อีกสิบนาทีตีสอง

เรื่องสุดท้ายที่คิดได้ค่ะ
เราควบคุมเด็กห้องท้าย ๆ ยังกะลิฝ ((เช่น ม.1/12 )) ด้วยการปรับตังค์
(สำหรับ ม.1 ทำตั้งแต่เทอมแรกไม่ได้นะ เสี่ยงถูกเด็กเอาเรื่อง เพราะยังไม่รู้จักเราดีพอ)

โดยเทอม 1 แค่เก็บเงินห้องชิล ๆ จ่ายมั่งไม่จ่ายมั่งก็จดไว้
ให้เงินค่ากิจกรรม เช่นพานไหว้ครู
ตอนจะสอบกลางภาค บอกเลย ถ้าคะแนนเก็บ คะแนนกลางภาค ปลายภาค ดี แค่ไม่สอบตก ไม่ติด ร มผ มส วิชาอะไร ก็ให้วิชาละ 5 บาท
พอเกรดออก ก็เช็คเด็ก

จ่ายเงินสดให้เด็กที่ทำได้ คนละ 20 บาท
อีก 55 บาท (เทอม1 เด็กเราเรียน 15 วิชา) เป็นเงินห้อง เท่ากับว่าเด็กรับผิดชอบการเรียนได้ จะได้เงิน ไม่ต้องถูกเก็บเงินห้อง เพื่อให้เห็นเลยว่า รับผิดชอบหน้าที่ความเป็นนักเรียนได้ ก็ได้รางวัลแน่นอน เหมือนโตขึ้น ทำงานดีก็ได้เงินเพิ่มแน่นอน

คนติดวิชาไม่ผ่าน ต้องจ่ายเงินห้อง 60 บาท ถึงจะมีสิทธิ์ รับรางวัลแบบนี้ในเทอมสอง
ใครไม่จ่าย อดทุกอย่าง

จ่ายไม่ครบก็อด

นอกนั้น มีการปรับ ผิดกฎ
พูดคำหยาบให้ครูได้ยิน
ใส่เสื้อผิด เช่น วันใส่นักเรียนแต่ดันใส่ชุดพละมา
มาเข้าแถวไม่ทัน (แต่เดิมเคยมาทัน)
ทะเลาะกัน
เล่นมือถือให้ครูเห็น
ยืมหนังสือไม่ได้ตามเกณฑ์

และถ้าเด็กไม่ยอมจ่าย วันรุ่งขึ้นค่าปรับจะคูณสอง

ถ้าไม่ยอมจ่ายจริง ๆ ตัดทุกสิทธิ์ที่พึงได้จากครู

และกลับกัน ใครยืมหนังสือครบสิบเล่มแล้ว ได้เงิน 20 บาท ( เงินห้องที่มาจากหลายทางนั่นแหละ ให้ควักเงินเราคงไม่ไหว)

ใครตอบคำถามตั้งใจฟังครูสอน แปร๊บ ๆ อาจมีรางวัลเป็นเงินให้ แต่ไม่บ่อย

คุมการจ่ายให้ได้ มีตามหนี้
ทำตัวดีมีลดหนี้ครั้งละห้าบาท (ก็เราไม่ได้บ้า อยากเก็บเงินเด็ก แค่หาทางฝึกนิสัยแค่นั้น เงินก็เป็นส่วนได้ เวลาเรียกเก็บเงินห้องเด็กดีไม่เคยต้องควัก เงินห้องออกเลยชิลดี วันไหนเด็กแสดงความเยอะ เราเก็บได้ถึง 95 บาท วันเดียวนะ คนละห้าบาทไง)

เวลาเด็กมันเริ่มชินกับการปรับที่ปรับจริง ก็จะทำให้สั่งได้ง่ายขึ้นนิด คือ พอไม่ทำอะไร บอกเลยจะปรับตังค์ ก็จะว่องไวขึ้นเลย

และถ้าหมดเทอม (เออเราทำบัญชีตลอดนะ แค่จดเลขเงินเข้าออกดูยอดคงเหลือ)
ใครไม่ตก เอาจำนวนคน แล้วหารเงินที่เหลือ แจกเฉลี่ยคืนเลย

เรามีของแจกเด็กในห้องบ่อย ๆ ด้วยไง ก็จะสอนเด็กว่า ไม่ได้สอนใ้ห้แก่เงินแต่สอนให้รู้ว่า
ถ้าทำตามหน้าที่ได้ ก็จะมีสิ่งดี ๆ ตามมา เราไม่ได้รวยนะ แต่เราแบ่งเงินมาทำตรงนี้ได้แหลัะ เพระพนี่และคือความสุขของเราอย่างนึง

จบ

โฆษณา

ติดดูดวง

จริง ๆ แอมก็ไม่ได้ติดดูดวงมากมายหรอก
แต่ช่วงนี้แอมหดหู่กับชีวิตมาก

เพราะการเป็นครูนั้น ทำให้แอมต้องแหกปากมาก สมัยเรียนหนังสือแอมไม่เคยตะคอกตะโกน ไม่เคยเป็นพี่ว๊ากเลย (เป็นแต่พี่สันทนาการ เต้น ๆ สอนร้องเพลงคณะ เพลงมหาวิทยาลัย กับพี่พยาบาล)

 

แต่มาเป็นครู ทั้งบ่น ทั้งด่า และโกรธโมโหได้ทั้งวัน (เพราะเด็กบางคนมันก็กวนส้นตีนมาก — ขออภัย คำอื่น กลัวไม่ชัด) เสียงแอมจะขาด แอมกำลังจะตาย แต่แอมจะตายมากกว่านั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างในชีวิต ซึ่งช่างเหอะ
แต่วันนี้แอมเจออีกกรณี ที่แอมสุดจะทน
เสื่อมศรัทธา เบื่อหน่าย
คงไม่ออกชื่อว่าเป็นใคร แต่ขอให้รู้ว่าถ้าอ่านแล้วร้อนตัวก็ช่วยไม่ได้ เพราะผิดคำพูดเองอ่ะ

เมื่อเช้า แอมได้เจอ น้องที่มาบรรจุใหม่ น้องมาหาเองเลย มีครูห้องข้าง ๆ พามาฝาก บอกว่าเป็นที่ปรึกษาร่วมกับแอม แอมก็งง ๆ แต่ก็ถามอายุ แล้วก็บอกว่า เดี๋ยวพี่ให้แนะนำตัวกับเด็ก ก็แนะนำตัวไป เราก็บอกน้องว่าเอกสารไม่เป็นไร พี่ทำเอง แต่พี่รบกวนให้น้องไปเยี่ยมบ้านเด็กหน่อย ไปเท่าไรก็ได้ตามสะดวกน้อง แต่พี่ไม่ไปเพราะพี่ไม่สะดวก หน่วยงานพี่ทำงานถึง 5 โมงเย็น (ทำตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง หกโมงเช้า) ถ้าน้องเลิกสอนสามโมง สะดวกก็พาเด็กไปส่งบ้านแล้วก็เยี่ยมบ้าน ประมาณนี้ กับดูเรื่องระเบียบแถวแล้วกัน เราก็คุยกับน้องเขาคร่าว ๆ ประมาณนี้
แล้วก็บอกว่าไปทำอะไรได้เลย เดี๋ยวพี่ดูเด็กต่อเอง น้องเขาก็ถามที่ไปเอาใบรายชื่อ เราก็บอก ก็แยกกัน
ก็หัวปั่นกับเด็กต่อ เพราะเร่งมันตอบสุดฤทธิ์ ใบระบบดูแลนักเรียน 5 ชุด บ้าบอคอแตก บางคนก็นะ ไม่ยอมส่งสักที ให้กี่ทีก็หาย (เด็กกลุ่มมีปัญหา พยายามเข้าใจนะ แต่ขอให้รู้ไว้เลย ว่าพวกแกบั่นทอนครูมาก บั่นทอนมาก) ห้องเราเด็กดีเยอะ แต่เด็กที่ไม่น่ารักมันบั่นทอนเหี้ย ๆ เลยให้ตายดิ แต่ต่อหน้าเราเด็กเราไม่เคยก้าวร้าวใส่เรา (รำคาญตอนมันกองรวมกันทั้งห้อง คุยระเบิด กับตอนไปเรียนคาบอื่น ที่มันโดด บางทีเจ้าของวิชาเขาควรพิจารณาตัวเองนะ ไม่ใช่มาโทษครูที่ปรึกษา เพราะว่าอะไร เพราะว่าคาบเรามันมา มันน่าคิดไหมล่ะ? แต่เช้า ๆ บางคนมันมาสาย ก็ไม่รู้จะทำยังไง เราต้องไปรับมันที่บ้านด้วยไหม?? อย่าหาว่ากวนตีน เราแค่รู้สึกว่าบางทีมันใช่ความผิดของเราไหม????)

พอเคลียร์ใบกรอก ได้ครบ แต่ตอบไม่ครบ เรารอโทรไปถามแม่เด็กเอง 2 ราย (นอกนั้นก็กรอกมั่วบ้างอะไรบ้าง ก็ปล่อย ๆ ไป เอาแค่ครบทุกช่อง เหนื่อย)

เราตามไปห้องเด็ก เพราะว่าจะตามไปเซ็นเล่มเช็ครายคาบ พอดีหัวหน้าห้อง (เพิ่งตั้งใหม่ คนเก่าเกินเยียวยา มันไม่มีความรับผิดชอบ) ไม่มา รองหัวหน้าไม่มา เป็นอีสุกอีใส เลขาห้องไม่มา ไปงานบวช สรุป ไม่มีคนทำงานประจำมาเลย ต้องเดินตามเล่ม ตามเซนเอง (เราอาจจะผิดที่ไม่ได้สอนให้เด็กทำเป็นทั้งห้อง โอเคจบ เมื่อหยุดพร้อมกันทุกคนก็คือโอเค เราซวยไป 555)
ก็พอตามไป เด็กก็คุย ห้องระเบิด ครูวิชานั้นไม่มา คงติดประชุม (เราว่าที่ทำงานเราคนน้อยไปนะ ประชุมที ไม่มีคนแทน เด็กไม่ได้เรียน)

เราไปยืนนับเงินทำบุญหล่อเทียน บอกเด็กร่วมกันสาธุ แล้วก็ไปส่งเงิน
แต่ในระหว่างนั้น เราก็รู้แล้วว่าเด็กในห้องคนนึงไข้ขึ้น ตานี่แดงเลย กลัวมันเป็นไข้เลือดออก ให้เพื่อนพาไปห้องพยาบาล ก็ไม่มีครูประจำ (รู้อยู่ จ้างพยาบาลดีไหม มันใช่หน้าที่ครูำพาไปโรงพยาบาลไหม แม้โรงพยาบาลจะอยู่ข้าง ๆ ก็เหอะ แต่มันเข้าท่าไหม โรงเรียนอื่น เขายังมีครูพยาบาลประจำเลย เขาไม่นั่งหลับหรอก อย่างน้อยก็รับเรื่อง รอดูอาการได้) พอติดต่อแล้ว เราแยกเด็กมาอยู่ที่ห้องทำงานเรา รอแม่เด็กมารับ เอาว่าเราหัวหมุน

พอเราไปหน้าโรงเรียน ส่งเอกสารโฮมรูม เรากล่าวคำขอบคุณผู้ใหญ่ ที่ท่านเคยบอกว่าท่านจะให้ครูบรรจุใหม่พละ มาเป็นที่ปรึกษาร่วม ขอบคุณ ว่าเจอน้องเขาแล้ว คุยกันแล้ว ผู้ใหญ่บอกเราว่า ยังไม่ใช่ ยังไม่พิจารณา ขอพิจารณาก่อน เรานี่เดือดในใจ (ออกมาบ้างแหละความเดือด) พูดแบบแปลว่าอะไร ไม่ให้ใช่ไหม อยากจะได้คำขอบคุณคืนมาก ก็เขาบอกเราเองตั้งแต่ตอนเราโดนเรียกเข้าห้องปกครองบ่อย ๆ ในช่วงเปิดเทอมใหม่ ๆ เลยว่าเขาจะให้ครูใหม่มาช่วยเรา เราต้องการครูข้าราชการมาช่วยเรา เพราะ “ไม่มีโรงเรียนรัฐบาลขนาดใหญ่มาตรฐานที่ไหนหรอกที่ให้ครูอัตราจ้างเป็นที่ปรึกษาคนเดียว” ถ้ามีก็โรงเรียนไร้มาตรฐาน เหตุผลคือ ครูอัตราจ้างนั้นแทบจะเหมือนทาสในหน่วยงานราชการแล้ว และความมั่นคงน้อยกว่า มีอะไร อาจถูกไล่ออกง่ายเลย ไม่เหมือนข้าราชการ ตีเด็ก เขาก็ไม่กลัวกัน เราไม่ตีั เพราะเรากลัว ไม่ได้กลัวโดนออกหรอก (ถ้ามันถึงวันนั้นมันก็ต้องปล่อยวางเพราะหลายครั้งสุดจะทน) แต่กลัวสร้างความเดือนร้อนให้หน่วยงานไม่มีคนทำงานก่อนวันอันควร

สิ่งที่เรารู้คือ ผู้ใหญ่ที่ไม่รักษาคำพูดนั้น แย่ แย่มาก หมดสิ้นความศรัทธา ที่เราก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว

ทุกวันนี้พยายามตามเอกสาร เอกสาร เอกสาร ทุกอย่างที่เราต้องไปเกี่ยวข้องให้มันไม่มีปัญหา แต่เรื่องอื่น ๆ บางทีเราไม่ไหวแล้ว เพราะเราแทบไม่มีเวลานั่งหายใจทิ้งบ้างเลย เครียดจนหลายครั้งอยากตาย เรากลับบ้านมาร้องไห้แทบทุกวัน แต่เราก็ยังต้องทน ด้วยเหตุผลที่หลายคนก็ไม่จำเป็นต้องรู้

มันมีหลายเรื่อง แต่ไม่อยากจะเสียเวลาเล่า

เมื่อเย็นแม่เด็กโทรมาหลายคน เออ ต้องเล่า ๆ เล่าอันนี้ก่อน คือที่ทำงานมีคอนเสิร์ต แล้วสามโมงครึ่งเลิกเรียน เด็กก็จะกลับ ผู้ใหญ่ที่ว่าก็ไม่ให้กลับ เข้าใจแหละ เรื่องของมารยาทและหน้าตา แต่ว่าเด็กหัวหน้าห้องคนเก่าของเรา วิ่งมาหาเราพร้อมเด็กในห้องอีกคน มันจะกลับบ้าน กลับรถรับส่ง (อีกคนบ้านใกล้แต่อยากกลับ) เรารู้ว่ามันกลับรถรับส่ง ก็เลยถามว่า “ถ้าไม่ทันรถ ต้องขอยืมเงินครูอีกใช่ไหม” “ใช่แล้วครู” (บ้านอยู่ในซอยวัดศรี ลึก คราวก่อนขอไป  70 แต่เราให้แบงค์ร้อยไป ติดหนี้เราหลายอยู่ ใช้แล้วบ้าง แต่ยังไม่หมด เรื่องไม่ทันรถก็หลายครั้งแล้ว กิจกรรมมันเยอะ โรงเรียนนี้ แถมเป็นกิจกรรมที่ “ไม่บอก เวลา ล่วงหน้า ไม่เข้าใจว่าไม่รู้จักมีกำหนดการกันเลยหรือไง ระบบแย่ หรืออะไรแย่) เราเลยบอกว่างั้นตามครูมา ครูพาไปส่งที่รถเลย เดินออกประตูข้างเลย (อ้าว ช่วยไม่ได้ ก็เปิดประตูไว้เอง ช่วงนี้มีก่อสร้าง) เราพาเด็กออกเลย (ครูบางคนยังหนีกลับทางนี้เลย) เด็กบอกว่ามีกล้องวงจรปิดนะครู เราก็บอกว่า มีอะไรเดี๋ยวรับผิดชอบเอง เพราะ ก็ไม่รู้จะทำไง เมื่อถ้าเอ็งตกรถรับส่ง เอ็งก็ต้องขอยืมเงินครูกลับบ้าน แล้วปกครองช่วยอะไรครูไหม เขาจะช่วยจ่ายค่ารถให้เด็กแทนเราไหมล่ะ?????????? (เราเป็นเด็กรถรับส่งมาก่อน สมัยเรียนราชวินิตบางแก้ว เราไม่เคยอยู่เย็น อยากด่าก็ด่า ก็กูไม่ได้หนีเรียน กะอีแค่กูกลับตรงเวลา มันคงไม่มีใครตาย เพื่อนฝูงโกรธไม่แคร์ ชดเชยด้วยการของานไปทำ ไม่อยู่เย็น คนเราโต ๆ มีสมองกันแล้ว ไม่น่าที่จะคิดไม่ได้ ว่าความจำเป็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก็กลับตรงเวลา ไม่ได้หนีเรียน ทำไมต้องบังคับให้อยู่ เราเป็นเด็กอยู่เย็นตอนม.6ม.เดียวเพราะกลับกับแม่แล้ว แม่เลิกเย็นทำงานเคลียร์งาน ก็ชิล ๆ แต่คือตอนขึ้นรถรับส่ง ไม่มีใครสั่งเราอยู่เย็นได้ เพราะ เราไม่ยอม เราจะขอชดเชยอะไรได้ก็ชดเชย เช่น ยอมออกเงินค่ารายงานมากกว่า ยอมทำรายงานเยอะหน้ากว่า เป็นต้น – อย่าคิดว่าคนอื่นจะว่าง สะดวก ยังไงก็ได้ เหมือนตัวเองไปซะหมด “คนเรามีสิทธิ์ไม่เหมือนกัน ถ้าไม่ได้ส่งผลเสียต่อตัวเองและต่อใครและโดยรวมๆ” อยู่ด้วยกันตลอด ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำงานได้ดีกว่า จะทำให้ภาพรวมดูดี ไม่ใช่เลยอ่ะ)
สรุปช่างเหอะ ก็ตามนี้

เรากลับมาจากส่งเด็กที่รถรับส่ง จอดในแถววัดใกล้โรงเรียน
ก็มาห้อง โดนบางท่านว่า แต่เราไม่สนใจ อ้าวถ้าเด็กเราตกรถ เขาจ่ายแทนเราไหม?
เด็กเราไม่ได้หนีเีรียน? มันคือเวลาเลิกเรียนแล้ว!
พอมานั่งพิมพ์งาน โอยแม่เด็กโทรมา ถามว่าทำไมลูกยังไม่กลับ
ก็บอกไปว่า โรงเรียนมีคอนเสิร์ต เพิ่งปล่อยเด็ก
แม่เด็กก็โอเค
แต่รายนึง ถามว่าลูกมาเรียนไหม เราตอบว่าไม่มา
แล้วเราถึงว่าลูกเขาสูบบุหรี่ (เราไม่ได้แจ้ง เพราะว่าเรื่องไปปกครอง ไม่ผ่านเราแล้ว
เราก็เข้าใจว่าปกครองแจ้งผู้ปกครองแล้ว) แม่เขาเหมือนจะตกใจมาก
เขาเครียดมาก ((เด็กคนนี้ยังไม่ใช่คนที่สร้างปัญหามากสุดในห้องนะ
มีอีกเยอะ ที่เราก็ช่วยอะไรไม่ไหวแล้ว อย่าว่าเราบ้า ครูคนอื่นเขาก็ด่ามา
รู้ว่าเราคุมเด็กไม่ค่อยได้ แล้วส่งตัวแสบมาให้เราทำ ??? อะไร
เด็กดีห้องเราเยอะนะ แต่ที่แสบ แสบมาก เอาว่าเราถูกด่าอ่ะ
ถูกด่าที่เป็นครูที่ปรึกษาเด็กแสบ จิตตกมากอ่ะ แต่พยายามปล่อยวาง
เรารู้ตัว เราไม่ใช่คนที่โหดจนเด็กกลัว ทำใจ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น
แต่อย่างน้อย เราก็ไม่กลับคำพูด เหมือนคนบางคน))
เอาว่าเราต้องฟัง ต้องพูด (แนะนำไม่ถูก) เหมือนปลอบแม่เด็ก
เรื่องค่อนข้างซีเรียส เอาว่าถ้าเราว่าง เราอาจนั่งแต่งเพลงไป ร้องไห้ไปได้เลย
(สมเพชตัวเอง กับความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ โถ คุณพ่อคุณแม่ยังเอาไม่อยู่
แล้วครูที่เด็กหาได้กลัวไม่แบบหนู จะทำอะไรได้มาก เราทำได้แค่พยายามให้เด็กรู้สึกว่า
เราเป็นที่พึ่งให้เขาได้ ไม่มากก็น้อย แต่ให้มาหา ให้อยากมาหา มากกว่าอยากหนี
แต่เราเปลี่ยนสันดานเด็กไม่ได้หรอก ยากกกกกกกกก)

หดหู่ สรุป อุตส่าห์ว่าง เราก็ทำงานไม่เสร็จ เพิ่งมานั่งทำตะกี้

พอเหอะ

วันนี้ขอสรุปว่า
จงอย่างเป็นคนที่ “ไม่รักษาคำพูด”
เพราะมันแย่!

กับหัดมองอะไรอย่างเข้าใจความเป็นจริงของสรรพสิ่ง
การบังคับทุกอย่าง ไม่สามารถดลบันดาลให้เกิดความเต็มใจได้

พูดยาก
คนฝึกน้อย คนถูกฝึกเยอะ ก็งี้
งานเยอะ คนน้อย ก็งี้
คนเอาเปรียบเห็นแก่ตัวเยอะ ก็งี้
ยังคิดเลย ไม่ให้มา เพราะจะกักไว้คีย์งานของหน่วยงานตัวเองหรือเปล่า
ทำไมไม่จ้างฟรีแลนซ์มาคีย์
พูดยาก
แต่บอกตรง ๆ คนไม่รักษาคำพูด ทำเราหมดสิ้นความเคารพศรัทธานับถือ

จะให้กลับมา ก็ต้องรักษาคำพูด

โปรยหัวดูดวง แต่ยังไม่เล่าดูดวงเลย
เรากดเน็ตได้ http://astro.meemodel.com/tarotdaily.php?id=46

ไพ่ที่ท่านจับได้คือไพ่

THE TEN OF CUPS

คำทำนายสำหรับวันนี้

อิจฉาคุณจัง ทุกอย่างลงตัวดีมาก ไม่ใช่เรื่องทางวัตถุ แต่เป็นเรื่องของจิตใจ ใช่เลย?.

 

จะตรงไหมล่ะ ตอนนี้เราจิตใจย่ำแย่มาก
(ถ้าอดทนได้นี่ไม่เขียนเลยนะ ที่เห็นเงียบ ๆ งานเพียบนะจ๊ะ เครียดจนขี้เข้อไม่เป็นเวลา ไม่ปกติแล้ว)
เพราะเราทำงานเช้า ออกแนวเฝ้าห้อง เวลาเรื่องเข้า เข้าแม่งแปดทิศ
เคยลงเครื่องคืน เด็กมาขอใช้คอม (ก็ติดต่อเรา) วันนั้นพอดีน้องในห้องไม่มา เด็กหนังสือหาย เด็กเรามาเอาแทบเลตที่โดนยึดคืน เด็กเราลืมเอากระเป๋าตังค์มาแม่ฝากไว้ที่เรา เด็กมาถามหาหนังสือ เข้ามาพร้อมกัน ถามจริง กูจะหันหน้าไปทางไหนก่อนดีค่ะ ไอ้คืนหนังสือก็คาที่มือก็ แถวยาวไปแปดวา เด็กเจ้าหน้าที่ไม่มา สรุป ก็รอไปเหอะ กูมีแค่ 2 มือ จบไหม จบ

จิดตก พยายามปล่อยวาง แต่อยากจะบอกว่า ไม่ได้ว่างมากมาย พยายามเคลียร์ทุกอย่างอยู่ เผื่อทนระบบไม่ได้ จะได้ไม่เป็นภาระของคนข้างหลัง

แต่จะพยายามทน เราบอกได้เลยว่าเรารักเด็กดี ๆ ห้องเรามาก ๆ พูดแล้วอยากร้องไห้

เรื่องดูดวงช่างเหอะ ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน

เราจะอดทนต่อไป เพื่อสักวันหนึ่ง เราจะได้พบกับ
ความขี้เกียจ ที่จะนำมาสู่สิ่งยิ่งใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อจิตใจของมวลมนุษยชาติ
http://www.youtube.com/watch?v=imIT_5KJgNQ

ขอให้ทุกท่าน มีความสุข และห่างไกลจากคนที่ไม่รักษาสัจจะ
ขอบคุณที่อ่าน
ใครอยากเอาเรื่องราวไปเขียนนิยาย เชิญ อนุญาต
2:05 แล้ว (ตีสอง)
นอนแล้ว สรุปไม่ได้คีย์งาน ไม่ได้สแกนงาน นอนเหอะ จะได้ไม่เป็นภาระของคนข้างหลัง
เราจะดูแลสภาพจิตใจของเราให้ดีกว่านี้ เพื่อร่างกายที่จะต้องอยู่ดูแลตัวเองและคนที่เราีรัก (ที่รักตัวเอง ดูแลตัวเอง) ไปอีกนาน

สู้ ๆ ค่ะ ขออีกเรื่อง ขอให้ทุกท่านเป็นแบบอย่างที่ดี นำเรื่องไม่ดีมาเป็นอุททาหรณ์
ดูแลคนที่ท่านรักด้วย การปลูกฝังให้เขาดูแลตัวเอง ทำได้เอง ไม่เดือดร้อนใคร
และจงรักษาสัจจะ

เครียด อยากได้ห้องแบบนี้ (มันเป็นไปไม่ได้ มันคืออุดมคติ ณ เวลานี้)

ห้องปิดที่ ใช้เก้าอี้เลกเชอร์ (แน่น โยกไม่ได้) จัดเรียงเหมือนห้องสอบ ในห้องไม่ต้องกว้างมาก สำหรับเด็กไม่เกิน 30 คน (เป็นไปไม่ได้อย่างแรง กร๊ากกก) ใ้ห้นักเรียนนั่งเรียงตามเลขที่ ไม่มีบังกัน เพราะว่าพื้นลาดขึ้น (เหมือนหอประชุม  อัฒจรรย์ไรงี้)
แล้วประตูทางเข้าออกมีแค่ 1 ทาง อยู่ข้่างหลังนักเรียนเวลานักเรียนเรียน มีกระดานให้เขียน

มันเป็นไปไม่ได้ แต่เราปรารถนา

ตอนนี้มีสิ่งอยากเขียนเยอะมาก แต่เราอยากนอน เราเครียดมาก เครียดจนไม่ปวดอึ (ทั้งที่กินอย่างกับปอบลง) มา 2 วันแล้ว อาการหนักแล้ว ไม่ดีเลย แต่เครียด ยอมรับว่าเครียดชิบหาย

จะอดทน
มีเรื่องหลายเรื่องสะเทือนใจ นี่ถ้าไม่ต้องทำงาน (และเราสามารถกว่านี้) เราจะไปเขียนนิยายขาย บางทีเข้ืาใจคนเขียนละครนะ เขาอาจจะเจอเรื่องแบบนั้นมา แต่ไม่รู้จะเล่าต่อยังไง ที่ไม่ให้คนจับได้ว่าเป็นเรื่องจริงที่เขารับรู้หรือเกี่ยวข้อง โดยการยำมันลงไปในบทที่ตัวเองเขียน แต่เอาเหอะ ไม่ได้ว่างขนาดนั้น หลายเรื่องสะเทือนใจ แต่ทำห่าอะไรไม่ได้ นอกจากดู (หลายเคส ไม่ใช่เคสเดียว หลาย หลาย หลาย เคส)
บอกเลย นะเวลานี้ ดีใจมากแล้วที่ไม่มีแฟน ไม่มีลูก ไม่มีผัว มีแต่ครอบครัวดั้งเดิม มันแบ่งปันง่ายดี

ปลดปล่อยมันซะ ไม่งั้นถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาลแน่ (ทำใจกับเด็กมากทุกวันนี้ ปวดหัว )
อดทนต่อไป