ถ้าไม่อยากเรียน ก็ต้องไปทำงาน

ทุกระดับการศึกษาเลยค่ะ

แด่นักเรียนที่รัก

สิ่งนึงที่จะทำให้คนรอบข้างโอเค ถ้าหากคุณจะไม่เรียนในระบบ

ก็คือไปทำงานซะ

พวกที่มาเรียนในระบบ แต่ไม่เรียน ตกรวด ๆ 10 วิชา 20 วิชาเนี่ย ออกไปทำงาน ให้พบตัวเองเลย ว่าชอบเป็นช่างแต่งรถ ชอบขายของ ชอบแต่งตัวสวย ชอบทำสวน ชอบเป็นนายหน้า ทำให้มันได้รายได้มา ถ้าพ่อแม่ดุ ลงเรียน กศน.ไปด้วย ไม่ลำบาก แบมแบม Got7 ยังเรียน กศน.เลย เท่จะตาย

อย่าอยู่ในระบบทั้งที่ไม่อยากอยู่

ทุกคนล้วนเป็นอัจฉริยะในแบบของตน อยากให้มีแนวคิดแบบฝรั่ง ที่ว่าบางทีทำงานก่อน ค่อนกลับมาเรียน เถ้าแก่หลายคนก็ไม่เรียน

คือ อย่างน้อย ก็ดีกว่า มีชื่อในระบบแต่ไม่เรียน

เอาเวลาไปพัฒนาตนเองในทางที่ชอบดีกว่า

แด่นักเรียนที่ตก 10 วิชาขึ้นไป ที่ครูเป็นห่วง เฮ้อ

เพราะการเรียนในระบบ ไม่ใช่กิจกรรมที่ทำเพื่อฆ่าเวลาได้

เอาประสบการณ์มาแชร์

จากไปตอบที่นี่มา

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1045393765661271&id=967501376783844

ตอนนี้ครูคิดได้ 2 อย่าง

1. ถ้าเหมือนซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ดาราสุดหล่อ เขาจะบอกว่า จาก https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1045393765661271&id=967501376783844

2. ถ้าคิดแบบ พี่โน้ต พูดป่าวก็ไม่รู้นะ แต่พี่โจอี้บอยไม่ได้พูดแน่นอน ขอเอารูปในเน็ตมาค่ะ

ครูถึงไลฟ์สด ชวนขายลูกชิ้นปิ้งน่ะ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=344980869704882&id=1791313207806063

โพสต์นี้แหละคือเหตุผล

อย่าเรียนไปวัน ๆ เลยลูก มันไม่มีทางประสบความสำเร็จหรอก หาตัวเองให้เจอว่าชอบทำอะไร แล้วพยายามฝึกฝนสิ่งที่ชอบให้เป็นงาน เป็นรายได้ให้จงได้ แต่ถ้างานนั้นต้องเรียน เช่นเป็นหมอในรพ. เป็นครูในรร. ก็ต้องตั้งใจเรียนนะลูก

โฆษณา

เป็นครูสอนครั้งแรก เตรียมอะไรบ้าง จากหลาย ๆ โพสต์

https://web.facebook.com/kruamteachcomputer/posts/2296177033986342?__tn__=-R

 

เจอมา เข้าใจค่ะเข้าใจ
ไม่มีอะไรพูดเยอะ คนที่เคยผ่านมา จะเข้าใจได้ดี (ขนาดครูเรียนจบ กศ.บ. มานะ มันจะมีมุมนี้ทุกคน ยกเว้นพวกมือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำ) ไปลองอ่านเล่นได้นักเรียน (สำหรับคนที่อยากเป็นครู หรือคนที่สนใจ)
ส่วนคอมเม้นต์ไม่ดี ก็แค่ปล่อยผ่าน อย่าไปให้ค่า มันคือเรื่องปกติที่ต้องเจอในสังคมอยู่แล้ว https://www.facebook.com/1554756168153380/posts/2017236485238677/

 

อีกที่ค่ะ อยากชวนอ่านคอมเมนต์ที่เป็นประโยชน์ค่ะ https://www.facebook.com/218503268201212/posts/2471586856226164/

 

อีกที่ค่ะ https://www.facebook.com/133353990015054/posts/2688833444467083/

ของเก่านะคะ แต่พอดีจะลบบล็อก blogger ที่ไม่ได้ใช้แล้ว ทิ้งไปบ้าง เลยเอามาแปะไว้ที่นี่ น่าจะพอมีประโยชน์บ้างค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

วิธีออกข้อสอบอัตนัยวิชาคอมพิวเตอร์ ข้อสอบ EIS

วิธีออกข้อสอบอัตนัยวิชาคอมพิวเตอร์ ข้อสอบ EIS

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า โรงเรียนเราไม่ได้มีเด็กเก่ง เด็กไม่ได้อ่านภาษาอังกฤษออกทุกคน

ฉะนั้น การออกข้อสอบอัตนัย โดยมีคำตอบตายตัว (ที่เรียกว่า คำตอบเป็นปรนัย) จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลย เพราะเหมือนฆ่าเด็กซ้ำ จากที่ก็ตอบ ก ข ค ไม่ได้เพราะเจอคำถามที่ตัวเองไม่ได้เก็งมา อะไรแบบนี้
ส่วนตัว เราจะชอบออกข้อสอบที่ตอบได้กว้าง ๆ เลย

เช่น ถามว่า จากการเรียนวิชานี้ นักเรียนได้ความรู้อะไรบ้าง
คือเด็กตอบอะไรมา ถ้าเกี่ยวกับวิชา ก็คือถูกหมด

หรือ ถามว่า ในหัวข้อนั้นนี้ สิ่งนั้นนี้ มีประโยชน์อย่างไร
คือมันตอบเป็นข้อ ๆ ได้ ถ้าเขาเข้าใจ

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ต้องสอนศัพท์เดฺ็กด้วย
มีการให้เด็กรู้ว่า รูปประโยคแบบนี้ ถามอะไร แปลว่าอะไร

เพราะที่ผ่านมา ครูต้องใช้ภาษาอังกฤษ แต่ไม่ได้บังคับว่าเด็กต้องตอบเป็นภาษาอังกฤษ

มองหาทางสายกลางว่าเขาจะคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษในวิชาเราได้อย่างไร

หาทางกันต่อไปค่ะ

นี่กะว่าจะแต่งคำถามภาษาอังกฤษ มาฝากสัก 100 คำถาม แต่ตอนนี้บอกเลย ยังไม่มีปัญญา จะพยายามค่ะ จะหาทางเอามาฝากให้ได้

เขียนมาตั้งสามอันแล้ว แต่ลืมย้ำว่า PLC คืออะไร

ขออ้างอิงนะคะ
http://thawin09.blogspot.com/2017/02/plc.html

plc คือการรวมกลุ่มจัดการความรู้ของครู เป็นการรวมตัวกันจัดการความรู้ของครู เป็น km ครู เป็นกลไกช่วยสนับสนุนให้ครูสร้างความรู้ขึ้นใช้ทำหน้าที่ครูและนำความรู้ไปใช้ทำหน้าที่ครู  เพื่อให้ศิษย์เกิดการเรียนรู้ชนิด “รู้จริง” (mastery)

ข้างบนคือยกจากท่านที่อ้างอิงมาค่ะ บางทีเราไม่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็อาจสรุปอะไรเองไม่ได้ เพราะนักวิชาการเชื่อเช่นนั้น แต่ส่วนตัวแล้ว เรานึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เราเกิดการเรียนรู้ แม้แต่ความผิดพลาดที่ไม่ถึงตาย

สรุปสั้น ๆ เลยว่า PLC ก็คือ KM  นะคะ
เข้าใจง่าย ๆ ได้เลยว่าการจัดการความรู้ (ไม่ให้ความรู้ที่เรามี ตายไปกับเรา โดยไม่มีการส่งต่อ บางคนหวงความรู้มากเลย ไม่รู้จะขี้งกไปไหน)
ไม่ต้องไปตีความสามตลบให้เข้าใจให้ยาก เพราะบางคนก็ยังไม่เข้าใจ
ส่วนตัวบอกเลยว่า PLC ก็คือการบอกเล่าวิธีการแก้ปัญหาที่เราใช้ หรือสิ่งที่เรารู้ หรือสิ่งที่เราทำจริง แล้วมันดีจริง ในความคิดของเรา หรือความคิดคนอื่นด้วย ที่เราเห็นแล้วว่าเราน่าจะบอกต่อเอาไว้ในโซเซียล (หรือที่อื่นที่เข้าถึงได้ในวงกว้าง อินเทอร์เน็ตนี่กว้างที่สุดแล้วแหละ) ให้คนในวิชาชีพเดียวกัน (ที่ค้นกูเกิลมาเจอ) หรือ ใครจะทำตาม ได้เอาไปใช้ประโยชน์ได้ต่อ สิ่งที่เราบันทึกไว้ ถ้ามันจะช่วยให้เขาเหนื่อยน้อยลง เราก็รู้สึกยินดีนะ ไม่ควรเขียนขาย หรือค้ากำไรเลยด้วย เพราะเรื่องแบบนี้ อาจไม่ใช่เราคิดได้คนแรก มันคือสิ่งที่อาจจะมีมานานแล้วในโลก ทุกคนควรได้รู้  เพราะในหลาย ๆ ครั้ง การทำงาน ก็ไม่ควรต้องเริ่มทำจาก 0 เสมอไปหนิ

ถ้าเจอกัลยาณมิตรที่ดี เช่น เพื่อนร่วมงานใจดี หนังสือดี แหล่งความรู้ดี ๆ แค่นี้ ชีวิตก็ดีขึ้นได้แล้ว
อาจจะเริ่มจาก 5 6 7  ได้เลยก็ได้ เพราะขั้น 0 1 2 3 4 เราได้รู้แล้วจากการบอกต่อของผู้รู้

ฉะนั้น เมื่อเรามีความคิดที่ดี แก้ปัญหาได้จริง ก็มาเล่า

มาเล่าง่าย ๆ แบบนี้แหละ

ไม่ต้องวิชาการ มีแบบฟอร์มมากมายหรอก น่ารำคาญ เก็บไว้ให้พวกวิชาเกินเขาใช้เถอะ ประเทศชาติไม่พัฒนาเพราะห่วงอะไรแบบนี้ เปลืองกระดาษ เปลืองหมึกกันไปเท่าไร กับคำว่าแบบฟอร์ม ไม่ได้นอกเรื่องนะคะ มีความเกี่ยวกับอยู่บ้างแหละ เอาว่า เล่าเท่าที่รู้ เล่าให้ง่าย ใช้ได้จริง คนที่ได้เรียนรู้จากคุณ ถึงเขาไม่มาขอบคุณคุณ แต่เชื่อเถอะว่าลึก ๆ เขามีความสุขที่ได้รับความรู้จากคุณ

การแก้ปัญหาไม่มีชิ้นงานในกิจกรรมชุมนุม

การแก้ปัญหาไม่มีชิ้นงานในกิจกรรมชุมนุม

ชุมนุมห้องสมุดโรงเรียน
เป็นชุมนุมที่ลงมือทำงานในห้อง จัดตู้ แบกโต๊ะ (เวลามีงาน)
เด็กในชุมนุมเยอะก็จริง แต่เป็นเด็กห้องครูเอง เพราะกันมันไปเรียนชุมนุมอื่นแล้วมัน มผ 555
เชื่อมั่นมาก ว่านักเรียนตัวเองไม่มีความรับผิดชอบ

แต่พอมาอยู่ หลัก ๆ ก็ได้แต่งานแบกหาม ใช้แรงงาน จัดโต๊ะ จัดตู้ เก็บหนังสือ

เลยไม่มีชิ้นงาน

สั่งชิ้นงานไป ก็เหมือนสั่งขี้มูก
คือคำว่าชุมนุม จริง ๆ ก็ไม่อยากให้เด็กเครียดนะ อยากให้รู้สึกผ่อนคลายมากกว่า

เลยมานั่งคิด ๆ ว่าจะใช้มาตรการยังไงดี ที่จะสร้างขึ้นมาเป็นกฎเกณฑ์การ ได้ ผ่าน กิจกรรมชุมนุมนี้

1. ไหน ๆ อยู่กับห้องสมุดแล้ว ก็ต้องตอบคำถามนี้มีรางวัล (ทำมาแล้ว ตลอดทั้งเทอมแล้ว 555 เพราะเด็กอื่นไม่ตอบ)

2. ไหน ๆ อยู่กับห้องสมุดแล้ว ต้องได้อ่านหนังสือมากกว่า สั่งทำของตกแต่งบอร์ด หรือหนังสือเล่มเล็ก หรือนามบัตร ใบปลิว โบชัว  ขอคนละ 3 งาน งานห้ามซ้ำ งานต้องดีมีคุณภาพ ส่งหลังสอบปลายภาคได้ แต่ต้องก่อนครูส่งปพ.กิจกรรม  ส่งทันก็ผ่าน 555
อย่างว่าแหละ ต้องการชิ้นงาน หลัก ๆ เราจะมีตัวอย่างของตกแต่งจากบอร์ดอยู่แล้ว เด็กทำตามได้เลย
หนังสือเล่มเล็กก็สอนทำ  นามบัตรก็มีตัวอย่างที่แจก  ไม่น่าลำบาก ของไม่มี ครูมี ส่วนใหญ่จะให้ใช้ของเหลือใช้ แกนทิชชู เป็นการช่วยกันคิดและทำให้สิ่งที่ไม่มีค่าแล้ว ให้กลับมามีค่า ถ้าทำได้

3. (เทอมนี้ไม่ได้สั่งตั้งแต่ต้น เพิ่งคิดได้) การเข้าคาบเรียน สำคัญที่สุด ถ้ามาสายเกิน 15 นาที สองครั้งถือว่าขาดเรียน และถ้าขาดคาบเรียน แม้แต่ 1 คาบ ก็จะไม่ให้ผ่าน เพราะเมื่อเลือกแล้วที่จะเรียนชุมนุมนี้ ก็ต้องมา  ถ้าไม่มาเรียน ป่วย โดด หรืออยากไปทำกิจกรรมอื่น ต้องเอาชิ้นงาน (ข้อ 2. ) มาบรรณาการ จะล่วงหน้า หรือตามหลังมาก็ได้  555  นี่พูดจริง  ((ครูจะเช็คชื่อละเอียดทุกคาบ และประกาศเลย ใครขาดกี่คาบ เอาของบรรณาการมาชดเชย นั่งทำในห้องสมุดเลยก็ได้ ครูมีของให้ อยากให้รู้คุณค่าของการมาเข้าเรียน))
เพราะว่าวันก่อน มีแข่งอย่างอื่น เด็กขอไปดู ก็อยากให้ไป แต่แอบคิดนิดนึง ว่าบางทีถ้าเขาไม่เกิดการและเปลี่ยนบ้าง เขาจะไม่รู้จักเรื่องของการให้ความสำคัญกับอะไรที่ควรให้ความสำคัญ
เขาอยู่ชุมนุมนี้  น่าจะให้ความสำคัญกับชุมนุมก่อน ฉะนั้น ถ้าทำอะไรให้ชุมนุมได้ก่อนแล้ว จึงจะขอต่อรองได้
นั่นจึงเกิดการแลกเปลี่ยนนี้ขึ้นมา นั่นคือ ส่งชิ้นงานชุมนุมแล้ว จึงจะขอไปทำกิจกรรมอื่นได้

อะไรแบบนี้เป็นต้น

ก็ไม่อยากให้เป็นภาระนักเรียนนะคะ

แต่หลายอย่าง ต้องทำ

เราก็ค่อย ๆ เรียนรู้ ปรับไปด้วยกัน

ไม่อยากให้ตึงเปรี๊ยะไปทุกอย่าง แต่ก็ไม่อยากปล่อยปละละเลยจนเกินไปเหมือนกัน

การเก็บคะแนนเก็บระหว่างภาค

การเก็บคะแนนเก็บระหว่างภาค

ควรให้ทำงานในคาบ ใช้การส่งงานเป็นการเช็คชื่อไปด้วย บังคับกลาย ๆ ให้ทำ งานไม่ควรยาก ควรน้อยข้อ

หรืออาจจะให้แบบเผื่อ ๆ ไปเลย คาบละ 5 คะแนน ไรงี้  อาจจะเก็บจากงานแบบนี้ 20 คะแนน

เรียน 8 คาบก่อนสอบ เจอโดนแย่งเวลาไปทำกิจกรรมบ้าง โดนคนอื่นกินเวลาบ้าง

เผื่อเด็กได้ส่งสัก 6 ครั้ง ครั้งละ 5 คะแนน ก็จะเป็น 30 คะแนน  แต่เราเลือกเก็บแบบนี้ แค่ 20 คะแนน
ฉะนั้น ถ้าเด็กส่งไม่ครบ 2 ครั้ง หรือไม่มา 2 ครั้ง ก็ยังมีสิทธิ์ได้ 20 คะแนนเต็ม

คือเป็นให้คุณค่ากับการมาเรียน

และอีก 10 คะแนน หาเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชามาเก็บ อาจเป็นชิ้นงาน

อย่าง 10 คะแนนของก่อนกลางภาคเรา จะใช้การยืมหนังสือ (ได้สองงาน งานคุณลักษณะ และสารสนเทศมีความเกี่ยวข้องกับการสืบค้น ห้องสมุด) ยืมครบ 10 เต็ม (เล่มละ 1 คะแนน)
อย่าง 10 คะแนนของหลังกลางภาคเรา จะใช้การเก็บสมุด ดูคุณภาพการจด แค่มีส่งให้ 5 คะแนน จดดีเอาไป 10 เต็ม

คะแนนชิ้นงาน ดูตามคุณภาพ

ให้คุณค่าจากคุณภาพ

นักเรียนให้คุณค่ากับวิชาครู ครูก็เห็นคุณค่าในตัวนักเรียน

ไม่มีอะไรซับซ้อน

เด็กคะแนนน้อย ไม่ใช่ครูสอนไม่ได้ เพราะเกณฑ์ของครู เอื้อครบแล้ว มีบางส่วนเท่านั้นที่ยึดที่คุณภาพงาน

ปัญหา นักเรียนไม่ยอมทำงานซ่อมส่ง

ปัญหา นักเรียนไม่ยอมทำงานซ่อมมาส่ง

ครูหลายคนเจอปัญหานี้
เพราะนักเรียนเรียนหลายวิชา และครูที่ใจร้ายมาก ๆ ก็มักจะลงโทษรุนแรง นักเรียนกลัว ก็จะรีบไปทำงานให้วิชาเหล่านั้นก่อน

วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ การให้ซ่อมในห้องเรียน ทำอะไรที่มันได้ความรู้ และจบในห้อง อย่างเรา จะใช้ใบงาน ที่ไม่มากข้อ มีตัวอย่างการตอบ มีคำถาม ช่องคำตอบพร้อม แค่นักเรียนตอบ ส่ง รับคะแนน แบบนี้จบ ไม่เบียดบังเวลาในชีวิตของนักเรียน เพราะถ้าครูแต่ละคนห่วงว่าเด็กจะแก้งานไม่คุ้มคะแนน สั่งกันมากมาย บางคนให้ลอกหลายจบ บางคนให้ทำงานอลังการเวอร์วังจะเอางานเด็กไปโชว์ว่างั้น เด็กจะต้องแบกรับงานมากมายมหาศาล บางคนก็ไปจ้าง รบกวนพ่อแม่มานั่งทำงานแก้ ซึ่งไม่น่าจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ น่าจะทำให้รู้สึกแย่กันทุกฝ่ายมากกว่า  (แต่ไม่มีใครโวย เด็กบางคนก็กลัว กลัวมากจนไม่กล้าทำอะไร นอกจากทำตาม ๆ กันไป ซึ่งน่าแปลก ที่เด็กเลือกจะทำในวิชาที่ตัวเองกลัว ไม่ทำวิชาครูใจดี เพราะอาจคิดว่าครูจะใจดี แจกคะแนน หรืออย่างน้อย ความใจดี ก็ไม่ทำให้เด็กรู้สึกอยากจะรีบทำงานส่ง เพราะไม่มีสิ่งเร้า ไม่มีแรงกระตุ้น แรงผลัก แรงถีบ)

สิ่งที่จะเป็นคติประจำใจครูคือ หาวิธีการที่ให้เด็กเกิดแรงบันดาลใจในการเรียน โดยใช้เวลาในคาบให้คุ้มค่า ไม่กินเวลาเด็ก ไม่เบียดบังเวลาของวิชาครูคนอื่น เพราะแต่ละคนล้วนมีหน้าที่ที่ต้องทำ บริหารจัดการเวลาของตนเองให้ได้

ส่วนตัว เราจะยึดแบบนี้ตลอดไป ไม่สนใจ ให้ทำเยอะ ๆ ก็ตายเปล่า เด็กจะเกลียดวิชาเปล่า ๆ

ตอนสอนอาจต้องเน้นย้ำสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าเด็กไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ เด็กก็จะตอบสอบไม่ได้อยู่ดี

เทรนน้อง ฉบับที่ 1

น้องมาบรรจุบรรณารักษ์

พอดียังไม่ว่างสอนน้อง ต้องทำเว็บ 3 งาน เลยรวมลิงค์ให้น้องก่อน

 

ทำเก็บไว้เลย ต่อไปมีใครมาใหม่อีกก็จะส่ง link นี้ให้ไปเลย

1.

หน้าเว็บโปรแกรมห้องสมุด แบบยืมหนังสือเล่ม ๆ คือเว็บนี้จ้า
http://lb.pwschool.ac.th/

จะใช้ลงทะเบียนหนังสือ พิมพ์ทะเบียน

และจัดการเรื่องการยืมคืนหนังสือ เดี๋ยวตอนลงมือทำจริง พี่จะบอกรหัสอีกทีจ้า

จะมีรหัสสำหรับ เด็กเจ้าหน้าที่ ยืมคืน แต่ล็อกอินค้างไว่้ที่สองเครื่องยืมคืนแล้ว ไม่ให้เด็กรู้ ป้องกันเด็กเอาไปปั่นสถิติให้กัน

กับรหัสแอดมิน ไว้จัดการข้อมูลทุกอย่าง รวมถึงลงทะเบียนหนังสือ

ลองดูคร่าว ๆ ไปก่อน แต่พี่จะไม่อัพเดทพวกข่าวสารทางนี้แล้ว

หน้ากฎเกณฑ์ที่อยากให้อ่าน บางอย่างเปลี่ยนแล้ว แต่พี่ยังไม่ว่างไปลบ แต่ส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิมมาตั้งแต่ต้น

http://lb.pwschool.ac.th/index.php?r=newsCms/detail&id=65

บางลิงค์เสีย กดไม่ได้ หนูลองอ่านจากหน้านี้แทน
http://lb.pwschool.ac.th/index.php?r=site/page&view=rule

http://lb.pwschool.ac.th/index.php?r=newsCms

ลองอ่านดูจ้า

 

2. หน้าโชว์สถิติหนังสือ กับเวลาพี่ประกาศแจ้งเด็ก พี่จะทำที่หน้านี้ เพราะมันใส่ข้อมูลได้มากกว่า

http://pwschoollibrary.wordpress.com

เดี๋ยวตอนทำ พี่จะบอกรหัส เข้าใช้งานจ้า ลองดูคร่าว ๆ ก่อน

จะมีประกาศต่าง ๆ ที่พี่อยากเก็บด้วย ลองอ่านทุกหน้า (เมนูด้านบน) ลองดู

แต่เดิมเว็บนี้จะใช้โชว์สถิติ พี่จะอัพเดททุกวัน คือก๊อปจากระบบมาวาง

แต่ตอนหลังมีอีบุ๊คด้วย ข้อมูลเยอะมาก ลงไม่ไหว

 

3. เว็บจัดการอีบุ๊ค

http://pwschool.vlcloud3.net/

เดี๋ยวพี่จะสอนวิธีการเพิ่มสมาชิก

และการทำอีบุ๊คเล่ม ๆ เพิ่มให้

เว็บนี้ใช้อ่านอีบุ๊คได้ แต่ได้แค่ 20 หน้าแรกของเล่ม

ถ้าจะอ่านทั้งเล่ม ต้องโหลดแอพ

วิธีการยืมอีบุ๊ค

http://pwschool.vlcloud3.net/news/detail/360558

 

4. เว็บที่ใช้นับสถิติ ทั้งสองอย่าง

ทั้งหนังสือเล่ม และ อีบุ๊ค

http://gg.gg/pwlb2561
พี่ย่อลิ้งค์ มันคือ กูเกิลชีตของพี่ ถ้าต่อไปหนูทำด้วย จะแชร์ชีต ใช้งานร่วมกันจ้า เข้าหน้าด้วยจีเมล

เดี๋ยวพี่ค่อยอธิบายการนับสถิติให้วันหลัง

จริง ๆ มันมีไฟล์นี้ https://pwschoollibrary.wordpress.com/fileexcel2561/

คือมันหลายขั้นตอนพอสมควร

 

5. เว็บโรงเรียน

http://www.pwschool.ac.th/

เข้าไปดูข่าว

ดู ลิงค์น่ารู้

ลิ่งค์ที่ 2 มี SGS

https://sgs.bopp-obec.info/menu/tblNews/ShowTblNewsTable.aspx

เวลาเอาชื่อนักเรียน พี่จะเอาจากตรงนี้จ้า (แต่ทำแค่ตอนเปิดเทอม) SGS หนูต้องรอรหัสก่อน

ส่วนเวลาอื่นก็ใช้ทำคะแนน

 

6. เพจห้องสมุด

https://www.facebook.com/PWschoolLibrary/
จะไ้ว้แจ้งข่าวห้องสมุด และลงรูปงานต่าง ๆ ที่พี่ถ่าย และพี่ปุ้ยเลขาผอ.ถ่าย

 

7. เพจโรงเรียน (เวลาหารูป หาจากนี่ กับเว็บ โรงเรียน)

https://www.facebook.com/pwschool.ac.th/

พี่เจอข่าวไร ใครฝากมา พี่ก็ลง (มีหลายเพจของครูโรงเรียนเรา ถ้าพี่รู้ แล้วเขาลงรูป พี่ก็จะแชร์มาเพจนี้ เป็นเพจที่หัวหน้าพี่ (หัวหน้าคอม) คนเก่า ทำไว้)

 

8. เว็บสติวเด้นท์แคร์ http://www.student.co.th/ เดี๋ยวหนูเป็นครูที่ปรึกษาก็น่าจะได้ใช้บ่อยขึ้น บางทีพี่เข้ามาดูรูปเด็ก มันจะเกี่ยวข้องกับบัตรนักเรียนจ้า (งานปกครอง หนูต้องรอรหัสก่อน)

vvสำหรับผู้ปกครอง

https://web.facebook.com/pranitee/posts/10155773476262987

vvสำหรับนักเรียน

https://web.facebook.com/pranitee/posts/10155778543452987

vvนักเรียนลาครู

https://web.facebook.com/pranitee/posts/10155940547687987

vvของครู ไว้หักคะแนนคนโดด

https://web.facebook.com/pranitee/posts/10155940554792987?__tn__=-R

 

 

9. เว็บ งานเจ้าหน้าที่ห้องสมุด พี่ทำให้เด็กดู แต่ไม่รู้มันได้ดูกันหรือเปล่า https://sites.google.com/site/pwlibvdo/vdo

 

10. ดูว่าเวลาส่งเกรดต้องมีอะไรมั่ง พี่แถมให้ พอดีมันเพิ่งหมาด ๆ 555

https://drive.google.com/drive/folders/1zlqmfP3_vxRuUVWounT13RFAp6S_FRrJ?usp=sharing

นโยบาย เด็กห้ามตกเกิน 4 %

เด็กตกห้ามได้อ่านคิดวิเคราห์3 พี่ให้ 1 (มี 5 ข้อ ให้ 1 หมด)

เด็กขาดสอบ ทั้งกลางภาค ปลายภาค ให้ Remark ว่า ร

เด็กตกปกครอง คุณลักษณะ 1 ในข้อ 3 (ในคุณลักษณะ 8 ข้อ)

เด็กตกห้องสมุด (ยืมไม่ผ่าน 10 เล่ม) ให้ 0 ในข้อ 4 (ในคุณลักษณะ 8 ข้อ)

คุณลักษณะในช่องอื่นที่ผ่าน ให้ 3

 

11.

vvแถมสัปดาห์ห้องสมุดครั้งที่ผ่านมา มีทุกกิจกรรม มีรายละเอียดทั้งหมด เดี๋ยวรอบหน้า หนูช่วยพี่คิด กิจกรรมจะเลิศกว่านี้ แน่นอน 😀

https://web.facebook.com/pranitee/posts/10155924561742987?__tn__=-R

vvวิธีทำไฟล์อีบุ๊ค

https://web.facebook.com/pranitee/posts/10155895715777987?__tn__=-R

vvเกี่ยวกับอีบุ๊ควิธียืมอีบุ๊ครวมปัญหาที่เด็กนักเรียนพบ

https://web.facebook.com/pranitee/videos/10155861357377987/

 

 

12.งานเว็บโรงเรียน เผื่อหนูอยากทำเป็นด้วย

แก้ไขหน้าบุคลากร

วิธีโพสต์ http://howtobykruam.blogspot.com/2017/06/blog-post_50.html

**********โปรดลงตามนี้ ไม่เช่นนั้น คนดู จะเซฟรูปที่โพสต์ไม่ได้ค่ะ

และอย่าโพสต์รูปเกิน 60 รูป (ปกติประมาณ 30 รูปพอค่ะ) เพราะถ้าเซฟเวอเต็มจะปัญหาหนักค่ะ เพราะตอนนี้ไม่ทราบคุณสมบัติเซิฟเวอร์เลย และคิดว่ารูปเด็ด ๆ 30 รูป คือโอเคแล้ว ถ้ามีอีก ควรแชร์ลิงค์มา เช่น อัลบั้มในเพจเฟซบุ๊ค

 

แต่ปกติ พี่จะทำ 5 งาน ในการทำข่าวโรงเรียน

คือ

1)อัพโหลดรูปขึ้นเพจ (ถ้ามีท่านอื่น ถ่ายรูปส่งข่าวมา และทำขั้นนี้ให้ แล้วส่ง link มาบอก จะดีใจมาก ลดงาน 1 ขั้น ปกติจะมีหลายท่านถ่ายรูป ไม่ใช่พี่ เพราะคนทำเว็บหลักมีคนเดียว แต่คนถ่ายรูปมีมากมาย ทุกคนมีสมาร์ทโฟน แถมหลายคนก็ทำเว็บเป็น อบรมแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำ และสำคัญที่สุดของที่สุดคือไม่มีคนส่งข่าว ให้ทราบด้วย ทำให้บางข่าวไม่ได้ลง เพราะพี่ไม่รู้ว่ามีงาน ถ้าท่านใดส่งข่าวส่งรูปมาให้พี่ ข่าวนั้นก็จะได้ลงเว็บเร็วมาก ๆ เพราะพี่ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาข่าว)
2)เซฟรูปลงมา (เฟซบุ๊คช่วยย่อขนาดรูปลงแล้ว ประหยัดที่โฮสต์ ซึ่งไม่แน่ใจว่าราคาเท่าไร เพราะแต่เดิมหัวหน้าเก่าพี่ทำไว้) เลือกเฉพาะภาพหมู่, ภาพป้ายชื่องาน, ภาพท่านผอ., ภาพท่านรอง, ภาพพิธีกร, ภาพเจ้าของงาน, ภาพนักเรียน, ภาพที่เห็นทั้งห้องโดยรวม, ภาพกิจกรรมที่เด่น ๆ (ไม่ลงภาพหน้าคนสวยงาม ไม่สื่อถึงงาน) บางงานรีบ ๆ ไม่เลือกรูปด้วย เจออัลบั้ม 400 500 รูป ก็เซฟ 30 รูปแรก เพราะเปิดเซฟไม่ไหว เปลืองเน็ต ถ้าเจ้าของงานส่งรูปมาให้ จะดีมาก ๆ เพราะได้รูปแบบที่เจ้าของงานต้องการ

3)โพสต์ที่เว็บ ร.ร. (ไม่เกิน 30 รูป ต่อ 1 งาน วิธีการตาม**********)

4)โพสต์ที่เว็บเขต http://202.29.215.172/sec6/e-networks/

5)รวมภาพให้ท่านผอ. ส่งไลน์ หน้าตางานแบบนี้ https://drive.google.com/drive/folders/1e0xooEH9YQ575EqXu42WWhuk78Q6NTy0?usp=sharing

 

*****ไฟล์เกี่ยวกับครูผู้ช่วย  รกมาก ๆ

https://drive.google.com/drive/folders/0B1-Td16_ri7GSDhQMmZNZWR0eWM?usp=sharing

ล็อกอินทุกอย่างพี่จะให้จด พี่จะไม่พิมพ์ผ่านทางนี้ 555

คิดงานอื่น ๆ ได้เลย แนะนำ เสนองานได้เลยจ้า เดี๋ยวรวมให้เรื่อย ๆ ขอพี่คิดก่อน

 

การจับเวลา เวลาพรีเซนต์อะไรสักอย่าง

ยกตัวอย่างนะคะ จากเหตุการณ์จริง

ในวันนิเทศกลุ่มสาระ

เราได้รับหน้าที่จับเวลา

กลุ่มนึง ห้ามพรีเซนต์เกิน 10 นาที

โดยเราจะเริ่มเตือนด้วยการชูมือบอก เมื่อผ่านไปแล้ว 5 นาที, 6,7,8,9 พอ 10 จะกดออดดังยาว10วิ

แล้วกลุ่มที่งานเขาเยอะ เขาก็พูดต่อ ไม่ได้แคร์เวลา

แล้วก็ชนะอยู่ดี ได้รางวัลอยู่ดี แถมให้เป็นรายหัวด้วย เช่น กลุ่มมี 10 คน ได้คนละ 200 ก็เท่ากับได้ 2000 บาท

ก็เลยแอบเซ็ง

ว่างี้ จะจับเวลาทำไม เมื่อการจับเวลาไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกอยากตรงต่อเวลาเลย

เราเลยคิดงี้

(คุยกับ หน.เก่าด้วย พี่แกจะเป็นหัวหน้าตลอดกาล เพราะเป็นหัวหน้าที่เราพูดได้ทุกเรื่องจริง ๆ)

ว่า

ควรงี้ดิ

(ผู้บริหารน่าจะชอบด้วย ประหยัดตังค์ไง ถ้าพรีเซนต์เกินเวลา)

ใช้เวลาพรีเซนต์เกินมา 1 วินาที – 1นาที หัก 20 บาท

1 นาที 1 วินาที – 2 นาที หักอีก 30 บาท (อัตราก้าวหน้า 555)

2 นาที 1 วินาที – 3 นาที หักอีก 50 บาท

3 นาที 1 วินาที – 4 นาที หักอีก 50 บาท (ไม่ขึ้นละ)

4 นาที 1 วินาที – 5 นาที หักอีก 50 บาท หมดแล้ว 200 บาท

คือกลุ่มนี้จะพูดพรีเซนต์เกินก็ได้ เอาที่สบายใจเลย แต่จะชนะโดยที่ไม่มีเงินรางวัลเลยสักบาทเดียว

เรื่องนี้สอนอะไรบ้าง

สอนว่า ช่วยเคารพเวลาด้วย

ช่วยทำให้มันศักดิ์สิทธิ์ด้วย

คิดว่า ผู้บริหารต้องชอบ เพราะเวลาที่เกิน คือค่ารางวัลที่ถูกลง ทุกอย่างรวมการซักถาม

หากกลุ่มไหน งานมาก พูดมาก แนะนำให้อัดวีดิโอ แล้วโชว์ในไลน์ก่อนวันจริง ให้ทุกท่านได้ดูแบบฉบับลองเพลย์ไปเลย อย่างน้อยพอในวันจริง ก็พูดสั้น ๆ ได้เลย

รับรอง ทุกคนจะรู้จักคำว่า รักษาเวลา

จะเขียนเป็น SWOT วิชาการ แต่ไม่มีใบให้เขียน สุดท้ายเลยไม่ได้เขียน

จงสอนให้ทุกคนรู้จักรักษาเวลา

ฝากถึงคนที่เป็นลูกน้อง ทุกคนควรอ่าน ระวังไว้

แปะ เดี๋ยวจะลงบล็อก กันลืม
คือ
ครูเจอมา อยากเอามาฝาก
ครูก็เคยเป็นคนใหม่ในงาน
เป็นคนไม่รู้งาน
รับคำสั่งงาน
ก็เคยแก้ตัวที่ทำไม่ได้
เลยยังไม่ทำ

พอมาปัจจุบัน เหมือนมีลูกน้อง
อยากมาเตือนด้วยความหวังดีว่า
ถ้าทำไม่ได้ ให้เงียบ
อย่าแก้ตัว
เพราะฟังแล้ว ไม่โอเคมาก ๆ
เวลาทำงาน ความรับผิดชอบ คือสิ่งสำคัญ ทุกคนมีเหตุสุดวิสัยได้ แต่ต้องหาทางแก้ปัญหา
ไม่ใช่บอกหัวหน้าคุณให้ใจเย็น เดี๋ยวทำ รอเดี๋ยว เดี๋ยวทำ ที่ยังไม่ทำ เพราะติดนู่น นี่ นั่น อุปกรณ์ยังไม่มา อุปกรณ์อยู่บ้าน

คนที่มีสิทธิ์ประเมินการทำงานของคุณ เขาไม่ฟังเหตุผลด้วยใจอารีย์หรอก (ครูเพิ่งเก็ต เพราะเดิมครูไม่เคยเป็นนายคน) เขาจะมองว่า
1. ไม่มีอุปกรณ์นั้น แล้วอุปกรณ์อื่นที่มี มันทำได้ไหม หาเครื่องที่ทำงานทำไหม?
2. คุณพยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองมากน้อยแค่ไหน ได้พยายามหรือยัง ขอเลขคนอื่นใช้ไหม? ขอก่อน เผื่อเขาให้ ขอหรือยัง ถ้าไม่ขอ ใครจะให้ อยู่ดี ๆ ให้เราให้ เราก็ไม่ให้นะ ได้ตามเรื่องหรือยัง (บอกเลย ถ้าครูใช้เน็ต รร. คงไม่ได้งานเว็บหรอก เน็ตตัวเอง มือถือตัวเอง ลองเองทั้งนั้น คนเรามันต้องแก้ปัญหาตลอดเวลา ถึงจะเป็นคนที่เขานับว่า “เป็นคนที่ใช้ได้ รับผิดชอบ” อย่างน้อยก็ไม่ส่งผลกระทบคนอื่น เคยเป็นนักข่าว รู้ความจำเป็นของบางงาน เสียสละ ไรงี้)

อย่ามองว่าหัวหน้าคุณใจร้าย เพราะหัวหน้าคุณย่อมต้องปะทะเรื่องอื่นมากกว่าคุณ ฉะนั้น ถ้าทำไม่ได้ “จงเงียบ” และรีบคิดหาทางทำให้ได้ ไม่เช่นนั้น ก็ไม่ต้องทำงานนั้น (ผลกระทบ ถูกขึ้นบัญชี ไม่มีความรับผิดชอบงานนั้น)

นี่ได้มองจากมุมของการเป็นหัวหน้า มาแล้วจากการได้เป็นหัวหน้าบางเรื่อง (คนหลายคน เริ่มหลายงานจาก 0 เลยนะ เรานี่ตลอด เราจึงใจดีแจกจ่าย บางคนมองเหมือนหน้าที่เราเนอะ ที่ต้องแจกจ่าย จริง ๆ สิ่งเหล่านั้น คือน้ำใจ เราอยากให้เขาไม่ต้องเสียเวลาเหมือนเรา ไม่ใช่ทำอะไรไม่ได้ บอกให้เราใจเย็น แล้วก็แก้ตัว มันไม่โอเค มองเห็นเลยว่าแบบ ไม่พูดดีกว่านะ)

กลับมาที่เรื่องน้ำใจ ควรมีแต่พอเหมาะ เพราะนี่คือการทำงาน ไม่ใช่โรงทาน บางคนมองไม่เห็นน้ำใจ มองว่านี่คือสิ่งที่เราสมควรทำให้เขา หน้าที่เราซะงั้น (คำว่าขอบคุณ ขอโทษ เป็นคำที่มีคุณค่าต่อสังคมมาก ควรฝึกพูดให้ติดปาก และรับผิดชอบสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ให้มากกว่าแก้ตัว)

ครูมาบอกเล่าให้นักเรียนรู้ว่า เวลานักเรียนได้รับโอกาส นักเรียนต้องรีบทำให้สำเร็จ เพราะทุกโอกาส มันมีหลายอย่างแฝงอยู่ อย่าขยันพูดแก้ตัว

เราต้องพยายามให้ถึงที่สุด ไม่ใช่ประวิงเวลา จะกลายเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ครูเจอมาแล้ว ครูซึ้งมาแล้ว ครูจึงอยากเล่า

มันเป็นมุมมองที่มาเตือน อย่ามองว่าด่าใครเลย

ชีวิตการทำงาน มันซับซ้อนกว่าตอนเรียนเยอะมาก อะไรป้องกันความขุ่นข้องหมองใจได้ ครูก็อยากมาบอกเล่าไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับนักเรียนบ้าง ไม่มากก็น้อย

#จะไปก๊อบลงบล็อก

บันทึกพาเด็กไปแข่งศิลปะหัตถกรรมระดับภาค

บันทึกไปแข่งระดับภาค (หรืออะแดปได้ตามใจชอบ ได้ทุกระดับชั้นสิ่งอันที่ท่านต้องการ เอาไปสร้างเอ็มวีก็ได้นะ 55)

1. ควรมี โน้ตบุ๊ค ที่มีแบต ติดตัวไว้ตลอด (โน้ตบุ๊ค รร. อันที่เราไม่มีแบต แบตพัง ปลั๊กพัง แต่ยังใช้ได้อยู่ เราถอดปลั๊กเครื่องที่บ้านมา – ของในกำกับเรา มีค่าทุกชิ้น ยากที่จะทิ้ง 55)

2. ‎มีแผ่นซีดีเปล่าติดตัวเยอะ ๆ

3. ‎1,2ข้างต้น ถ้าไม่ใช้เองยังอาจช่วยคนอื่นได้

4. ‎ตอนระดับเขตอยากได้ ปรินเตอร์ที่มีแบต ไว้ยกไปปริ้นท์ที่ไหนก็ได้ (จะเล่าทำไมไม่รุ้ #อยากได้)

5. ‎ที่ต้องโทษ คือตัวเราเองหนักมาก ๆ คือ เราอุตส่าห์รู้จากน้องแบงค์เมื่อสองวันก่อนว่า เครื่องคอมในที่ใช้แข่งขัน ไม่มีโปรแกรมอะไรลงในเครื่องให้เลย เด็กต้องเตรียมไปเอง ก็ได้บอกเด็ก ๆ ไปหมดแล้ว เมื่อคืนเจมส์นั่งไรท์โปรแกรม (ทำให้รู้ว่าโน้ตบุ๊ครร. ที่เราใช้ ไรท์แผ่นดีวีดีไม่ได้ ไรท์ได้แต่ซีดี) แต่ของนัทกับแฟรง บอกไม่ต้องใช้ไร ใช้โน้ตแพดอย่างเดียว ก็วางใจไป (คือเราไม่ได้อ่านละเอียด และไม่เหงาด้วยเพราะมีเพื่อนร่วมชะตากรรมเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้ว่า ไม่อ่านเหมือนกัน 55)

6. ‎ไม่ระบุละกัน ไม่มีการอัพโหลดขึ้นเซิฟเวอร์ผ่านเอฟทีพี แต่โชคดีฟังปุ๊บ กรี๊ดปั๊บ แม้เราเคยทำ นานเป็นทศวรรษละ เรียกว่า รู้จักแต่ไม่สนิท (คือความรู้เรื่องคอมเราหางอึ่ง ยอมรับ) กรรมการถาม นร.ว่า จะอัพขึ้นเซิฟเวอร์ด้วยอะไร ไปหาแผ่นมา เด็กวิ่งตามหาเรา ที่เดินเล่นหน้าตึกด้วยความสเบยใจ กรี๊ดในใจดังมาก เพราะ โน้ตบุ๊คในรถตู้ แผ่นเปล่าดันให้เจมเก็บไว้ (ฝากน้องแมกซ์ไปซื้อแผ่นเมื่อวาน ได้หลายแผ่นอยู่ เมื่อคืนเจมบอกว่า ให้แผ่นเปล่าครูแอม กันงงกับแผ่นโปรแกรม เราบอก เอ็งเอาไว้เลย ครูมีปากกาเขียนซีดี ให้เขียนที่แผ่นที่มีโปรแกรมเลย คือเรามีหลายอย่างที่เราจดไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยไว้ แต่นะ ก็ยังไม่พอ…) นึกถึงแต่ไฟลซิลล่า (ไม่เคยใช้ด้วย พอดีกูเกิล) โทรหาพี่คนขับ จะไปเอาโน้ตบุ๊ค และตามหาซื้อแผ่นซีดี แผ่นหมด ไม่มีขายในร้านที่มีใต้ตึก เลยเดินเข้าห้องแข่งจะไปลองคุยกับกรรมการ (รร.ที่เจอปัญหาแบบเรามีเพียบ ออหน้าห้องแข่ง พอดีเราพูดว่าครูจะไปซื้อซีดีเปล่า คุณครูท่านหนึ่ง พาไปหาคุณครูสวนกุหลาบนนฯ (ขอบคุณมากค่ะ เขามีแจคเกตเหมือนกัน เลยรู้ รร.) บอกว่า รร.นี้เขาเหมามาสองแผ่นสุดท้าย เหลือแผ่นนึง และให้รอไรท์เครื่องนั้นเลย เราขอซื้อต่อ เขาให้ฟรี ขอขอบคุณคุณครูที่ไรท์ และคุณครูเจ้าของโน้ตบุ๊คด้วยค่ะ ขอให้บุญกุศลส่งให้เจริญรุ่งเรือง แบบโล่งมาก เอาซีดีโปรแกรมให้สองหน่อ รอต่อแถวเข้าแข่ง

7. ‎สักพัก คือแบบยังมีรร.อีกมากมายที่ไม่ได้มีแผ่นโปรแกรม ท่านกรรมการผู้ชาย ดูสุขุมมีอายุ เลยบอกว่า ขอประกาศชี้แจงครับ ว่า ให้เข้าแข่งเลย เพราะมีหลายรร.ที่มีปัญหาเรื่องไม่เตรียมแผ่น ทางกรรมการจะเอาแผ่นไฟซิลล่าแจกให้

โล่ง

อ่ะ เลยจดมา

ใครจะมองว่าเราเป็นปัญหา หรืออะไร เราก็ไม่รู้ว่ะ แต่เราอยากเล่า ให้เผื่อ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ที่มาเล่า คืออยากให้รู้ ประวัติศาสตร์จะได้ไม่ซ้ำรอย

แต่เรารู้สึกมีความสุขนะ ดีใจว่ะ

555

ป.ล.เราชั่วโมงบินยังน้อยนะ แต่เราจะเก็บมาเล่าทุกครั้ง หวังว่าคนอ่านจะได้รับรู้ และป้องกันปัญหาแนวนี้ ไรงี้

ที่ประมาทไม่อ่านไรมาเลย เพราะ เจ้าสองคน (เจม กับ นัท) เคยแข่งระดับภาคแล้ว เมื่อปีที่แล้ว

ส่วนตัวนึกขอบคุณทุกท่านที่เตือนปัญหาส่งมา ท่านที่ช่วยให้ปัญหาเบาบาง ท่านที่เล่าปัญหา และทางแก้ปัญหา

โอ้ยอยากร้องไห้ ดีใจ โคตรเกิดการเรียนรู้

ป.ล.2 ระหว่างที่เราตามหานัท นัทมาเข้าห้องน้ำ ตอนรอเข้าแข่ง เราผ่านโครงงานของการงาน ได้ยินเสียงของแตก สะเทือนใจแทนมาก ๆ ได้ยินคนที่นั่งแถวนั้นบอกว่า สงสัยอดแข่ง เราก็ไม่ได้เดินไปดูหรอก (คือตามเด็กก็ร้อนใจอ่ะเนอะ ตกส้วมป่าว ไรงี้) แต่รู้เลยว่าเจ้าของเสียงที่แตก คงรันทดมาก กว่าจะมาถึงจุดนี้ มันไม่ง่ายว่ะ

สู้ต่อไป แล้วยังไงจะมาเล่าให้ฟัง

#ประณิธีที่สมัยเรียนไม่เคยแข่งอะไรเลยเพราะปวดขี้บ่อย

#ไม่ชอบการแข่งขันอะไรเลยสักอย่าง

#ชอบนอนอืด

แต่

#ไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

จดปัญหามาเล่าได้ ทางแก้ปัญหามาเล่าได้ ถ้ามันจะลดปัญหาได้ ก็จะพยายามทำมาเล่าฮา ๆ

ถึงเราไม่แข่งไรเลย แต่เราก็รู้แหละว่าชีวิตคือการต่อสู้ อิอิ

ไว้เจอไรอีกจะมาเล่าใหม่ (เต็มกูเกิลคีพละ)

เราคิดอย่างนึงว่า อะไรที่ส่งผลต่อการพัฒนาอะไรก็ตาม หากเดิมเราไม่รู้ ถ้าสักวันมีโอกาสได้รู้คือดีหมด

ขนาดเมื่อเช้า พี่คนขับเลี้ยวผิด

พี่หยินเลยบอกเส้นทางจากจีพีเอส เราหลับครอก ๆ

ถ้าเราไม่เคยขับรถหลงทาง เราอาจหงุดหงิด (เหมือนเด็กบางหมู่ในยุคนี้ คนบางกลุ่มในยุคนี้ หัวร้อนไวมาก ปากเปราะ พูดจาไม่นึกถึงใจเขาใจเรา) แต่พอดี เรานี่สุดยอด ป้าแห่งการขับรถหลงทาง เราเข้าใจพี่เขาเลย ถ้าเราขับมาเองคงหลงแปดล้านตลบ

คนที่ไม่เคยทำอะไรผิด คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย

และคนที่ช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นทำผิด (แบบบอกกันดี ๆ นะ ไม่เอาจิกกัดด่าแขวะเสริมแรงทางลบหรือลงโทษ – พูดดักเฉย ๆ ) คือคนที่เรานับถือมาก ๆ และเราก็มั่นใจว่าโลกก็นับถือคนที่ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อะไรเช่นนี้

เอิก ๆ ผ่านไป แข่งผ่านไปละหนึ่งชม.