อยากออกแบบระบบ (ไม่เกี่ยวกับคอม เน็ต)

ระบบ เช่น ระบบการเข้าแถว หลากวิธีแก้ปัญหา
– มาร์กจุดที่พื้น ข้อเสียคือติดถาวร แต่อาจจุดเป็นสี ๆ ได้ กับเลขจุด คงไม่ถึงกับต้องเขียนเลขห้อง
– ตั้งป้ายบอกห้อง ยกเก็บได้
– ใช้เชือก มีปม ห่าง ๆ กัน เป็นการมาร์กจุด วางไว้หัวแถว เก็บก็ง่าย ม้วนเก็บ ตอนเช้าก็แค่แกะออกมา แต่ต้องมีการเขียนที่ปมด้วยว่าเป็นจุดที่เท่าไร

ใครมาก่อนก็ยืนตรงห้องตัวเองได้เลย

โดมควรมีรั้ว ใช้เชือกก็ยังดี
ปิดให้เหลือทางเข้าออกแค่ 2 ทาง มีครูยืนตรงทาง คุมการเข้าออกให้ง่ายขึ้น

ควรมีห้องน้ำอยู่ใกล้โดม เพื่อสะดวกเวลาคนมาเช่าจัดงาน และตอนเรียกเด็กรวม
ย้ำ รั้วสำคัญมาก

ควรมีร้านน้ำตั้งใกล้ ๆ ติดห้องปกครองเลยก็ได้
มันจะดีมาก เวลาเด็กจะเข้าห้องน้ำก็ยึดบัตรนักเรียนง่าย คุมตรงทางเข้าออก

วันนี้นึกออกประมาณนี้

Advertisements

ที่อยากให้ที่ทำงานปรับปรุง

งานใด ๆ ก็ตาม เวลาทำอะไร ให้มีใบเลขขั้นตอน ตามจุด มีเลขโชส์เลยว่านี่คือจุดหนึ่ง สอง สาม
ถ้ามีแปดจุด พอครบแปดจุด ก็คือรู้ว่ากลับบ้านได้ เพราะครบตามขั้นตอนในใบแล้ว

อยากให้คณะกรรมการนักเรียนมีปชอกแขน

อยากให้อย่าเอาครูอัตราจ้างมาเก็บเงิน มันเสี่ยง ต้องใช้หนี ไม่เป็นงาน คนสั่งแม่งคงบาปแหละ

ว่าง ๆ จะมาเขียนใหม่

คู่มือการเลี้ยงลูกให้ถูกธรรม

โอ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งปิดหน้านี้นะคะ อ่านก่อน ๆ ไม่มีอะไรโบราณหรือน่าเบื่อหรอกคะ เราจะพยายามสรุปสั้น ๆ ตามที่เราได้เข้าใจมา ลองอ่านกันดูนะคะ

หน้าปก
click to comment

– พูดถึงธรรมะ บางท่านอาจคิดว่า “น่าเบื่อโว้ยน่าเบื่อ ๆ”
– พูดถึงการเลี้ยงลูก บางท่านอาจคิดว่า “โอ้ย ฉันไม่มีลูกหรอกย่ะ ยังไม่มี ไม่คิดจะมี ชาตินี้คงไม่มี หรืออะไรก็ว่าไป”
แต่เอาน่า ลองอ่านผ่าน ๆ เผื่อ ๆ ไว้ อาจได้ใช้ดูแลน้อง หลาน หรือเด็กข้างบ้าน จะได้รู้ว่าควรดูแลยังไงให้เขามีธรรมะ มันไม่มีอะไรที่ยากลำบากหรอกค่ะ หากคุณเข้าใจแก่นที่แท้จริงของพุทธศาสนา

ก่อนอื่นขอเล่าก่อนว่า หนังสือเล่มนี้ เราได้มาจากลูกสาวผู้เรียบเรียง เพราะว่าลูกสาวผู้เรียบเรียงคือเพื่อนสนิทเราเอง
ผู้เรียบเรียงหนังสือนี้คือคุณแม่ของจุ๊บ ท่านเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ ที่เราขอสรุปสั้น ๆ ว่า โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ สอนเด็กโดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และมีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งโรงเรียนขึ้นมาเพื่อสืบสานปณิธาน ๓ ประการของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ คือ ๑) ทำตนให้เข้าถึงหัวใจศาสนาของตน ๒) นำตนออกจากอำนาจของวัตถุนิยม ๓) ทำความเข้าใจระหว่างศานา ซึ่งเราเชื่อว่า ผู้ใหญ่หลายคนที่ชอบบอกว่าตัวเองเป็นพทธศาสนิกชนนั้น ยังรู้จักหัวใจพระพุทธศาสนาน้อยกว่าเด็กอนุบาลของโรงเรียนนี้เลยด้วยซ้ำ

ธรรมะ ก็คือ ธรรมชาติ

ขอยกตัวอย่างข้อความในหนังสือเล่มนี้ อยากให้อ่านดู
ถ้าจะอ่าน ก็กด View full image (ด้านขวามือนะคะ จะแสดงรูปใหญ่)

ในกรณีที่เด็กทะเลาะหรือเถียงกัน
click to comment
click to comment

สิ่งที่พ่อแม่พึงระมัดระวังในการฝึกประสาทสัมผัสของลูก
click to comment

ใครอยากได้หนังสือเล่มนี้ ก็ติดต่อไปที่
click to comment

เราไม่ได้มาโฆษณาโรงเรียนหรอกนะคะ ถ้าหากใครพอจะติดตามบล็อกของเรามาบ้าง อาจจะเคยเห็นว่าเราโปรโมตโรงเรียนนี้จังเลย รับเงินมาเท่าไร อะไรทำนองนี้ ขอบอกตรงนี้เลยว่าเราไม่ได้รับเงินค่ะ และไม่เคยรับจ้างด้วย เรากล่าวถึงโรงเรียนนี้จากความรู้สึกเห็นด้วยและศรัทธา เพราะตั้งแต่เรารู้จักจุ๊บมา (เป็นเพื่อนสนิท เรียนป.ตรีด้วยกัน) เราก็ทราบว่าที่บ้านจุ๊บมีโรงเรียนอนุบาล แต่ไม่ค่อยทราบรายละเอียดเพราะไม่ได้ใส่ใจ จนสองสามปีที่แล้วจุ๊บมาปรึกษาเรื่องทำเว็บ เราก็ได้เห็นข้อมูลโรงเรียนมาบ้าง ก็เีริ่มสนใจและรู้สึกว่าแปลกดี เพราะตอนเราเรียนอนุบาล เราก็ไม่ได้เรียนแบบนี้ (ก็เรียนแบบที่คุณ ๆ เรียนแหละค่ะ เรียน ๆ ท่อง ๆ จำ ๆ + โดนตีประจำ ไม่เข้าใจอะไรเลย?) ก็รับรู้มาแต่ก็ไม่ได้อะไร แบบว่าก็ต้องเข้าใจนะคะ ในหััวเรามีเรื่องเข้าออกวันละหลายล้านเรื่อง (เวอร์แล้ว!) จนเทอมนี้เรียนวีดิโอ เราตัดสินใจทำสารคดีเรื่องโรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ (เราคิดจะทำ ก่อนที่จะรู้ว่าโรงเรียนนี้ มีนิตยสารมาสัมภาษณ์ มีรายการมาถ่ายทำ ด้วยซ้ำ เพราะจริง ๆ เราจะทำเป็นสกู๊ปข่าว แต่อาจารย์ของเราบอกว่าเรื่องใหญ่มาก ทำสารคดีดีกว่า) พอมาทำสารคดี ได้นั่งคุยกับคุณแม่ ทำให้เราปิ๊งในหัวใจพุทธศาสนามาก ๆ คุณแม่อธิบายหลักธรรม (ที่เรียนวิชาพระพุทธไม่เข้าใจ) ได้ชัดเจนมาก ชัดเจนในภาษาปกติ เพราะเราบอกตรง ๆ ตอนเราเรียน เราไม่ชอบภาษาบาลีเลย เพราะเราแปลไม่ออกอ่ะ พอเป็นภาษาคนธรรมดา เราปิ๊งมาก ๆ บอกตรง ๆ ที่เรียน ๆ มา มาเข้าใจเพราะคุณแม่สรุปแหละ

ไม่ใช่เรื่องของความเชื่อหรือความศรัทธา (หรือความงมงาย) นะคะ

เราแค่พบเหตุและผล

และที่สำคัญ น้อง ๆ ที่โรงเรียนนี้ น่ารักมาก ๆ ไม่ได้ว่าเก่งฉลาดอะไรหรอกนะคะ แต่เท่าที่เราคุย ๆ น้องเขามีเหตุมีผล พูดรู้เรื่อง (เด็กอนุบาล) แม้จะจำชื่อเราไม่ได้ (หรือเรียกไม่ถูก) จำได้แต่เอกับบูมก็ตาม (ก๊าก… พอดีน้อง ๆ เขาเข้าใจว่าเราชื่อแอนท์อ่ะ คงเพราะเราพูดไม่ชัดนั่นเอง ฮือ…) น้องที่ดื้อก็มีนะคะ แต่คุณแม่จะเรียกมาคุยตัวต่อตัว พอถามน้องเขาแล้วน้องเขาก็ตอบได้นะคะ ว่าเขาทำไม่ดียังไง

มีสิ่งที่เราอยากบอกคือ
– เราว่าเราได้มีโอกาสที่ดีนะคะ เพราะ การดูงานโรงเรียนอนุบาลไม่ใช่เรื่องที่ทำง่าย อยากเข้าอยากออกเมื่อไรก็ได้นะคะ เพราะว่า เมื่อคุณเข้าไป มีผลต่อการเรียนการสอนค่ะ น้อง ๆ จะไม่เรียน จะตื่นตาตื่นใจกับคนที่มาขอดูงานจนไม่เป็นอันเรียน (ก็คนแหละค่ะ เวลามีคนมาดูงานหน่วยงานคุณ คุณยังมีสมาธิทำงานได้เหรอคะ อย่างน้อย ๆ ก็คงต้องแอบเหล่มองแล้วว่ามีสาวสวย ๆ หรือ หนุ่มหล่อ ๆ มาบ้างป่าว ก๊าก…)
– เราไม่ได้โปรโมตให้คนแห่มาเรียนที่นี่นะคะ เพราะ โปรโมตไปก็เท่านั้น โรงเรียนนี้รับนักเรียนจำกัดค่ะ เพราะว่า การเรียนการสอนที่เน้นการปฏิบัติ ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึง รับเยอะ ๆ ไปก็ไร้ประโยชน์ค่ะ

ถ้าจะมองว่าเป็นการโปรโมต ขอให้อ่านนี้แทนแล้วกัน
มาเป็นโรงเรียนอุดมคติ ๓ กันเถิด
click to comment
ยุทธศาสตร์ลอยธรรมะมาลัย
โรงเรียนอนุบาลที่ไหนสนใจ ก็น่าจะไปศึกษาธรรมะจากโรงเรียนนี้ เพื่อจะได้นำมาปรับใช้กับโรงเรียนของท่าน คนรุ่นหลังจะได้ดีกว่าคนรุ่นเรา ๆ (เราคิดแบบนี้อ่ะนะคะ เพราะคนรุ่นเรา ๆ มันก็เป็นไม้แก่ไปหมดแล้ว ก๊าก… บางคนอาจปรับได้ แต่บางคนก็อย่าไปคิดปรับเขาเลยค่ะ เพราะถ้าเขาไม่คิดจะปรับตัวเอง ก็คงหมดหนทางแล้ว!)

ขอบอกจริง ๆ ว่าเราไม่ได้เป็นพวกคลั่งศาสนา เพราะตั้งแต่เด็ก ๆ เราก็ไม่เชื่อและไม่นับถือศาสนาด้วย (แม้จะมีเขียนไว้ในทะเบียนบ้าน ก็ตาม แต่ก็เท่านั้น พระไม่ไหว้ ไม่สวดมนต์ ไม่อะไรทั้งสิ้น ถ้าที่บ้านเขาไม่บังคับ แต่ถ้าสั่งให้ทำอะไรก็ทำตามนะ เพียงทำไปงั้น ๆ ไม่เข้าใจว่าทำทำไมกัน มาเริ่มเข้าใจเอาตอนจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย) เพราะเราไม่เคยรู้ว่าหัวใจพระพุทธศาสนา เป็นยังไงกันแน่
คนส่วนใหญ่อาจจะรู้อยู่ว่าหัวใจพระพุทธศาสนา คือ หลักโอวาทปาติโมกข์ (ศีล สมาธิ ปัญญา) แต่คุณเข้าใจหลักนี้แค่ไหนกัน? เพราะที่ผ่านมา เราไม่เข้าใจหรอก-แต่ท่องได้ เอิ๊ก ๆ แต่ ณ ตอนนี้ เราคิดว่าเข้าใจมากกว่าเดิมแล้วนะ
เราคงไม่ได้รอบรู้ในศาสนามากกว่าเดิมนัก แต่เราก็รู้ว่าสติเราอยู่ตรงไหน และ
เราก็ยังนับถือศาสนาในลักษณะเดิมนะ แต่คิดว่ามีความเข้าใจเพิ่มขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญที่สุดคือ
เรามองเห็นว่าความเป็นวิทยาศาสตร์ของพุทธศานา น่าจะช่วยให้คุณผู้อ่านใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้นับถือศาสนาพุทธเลยก็ตาม

ขออภัยถ้าเขียนยาวไป แต่ถ้าคุณอ่านจนจบ ก็ขอขอบคุณมาก ที่อ่านในสิ่งที่เราอยากบอกเล่า

เล่มหน้า จะรีวิวเล่มนี้
click to comment
เราซื้อเมื่อวันที่ ๑ ที่ผ่านมา (หนังสือคุณแม่ ได้มาวันที่ ๒) แต่เราอ่านหนังสือคุณแม่จบก่อน เลยเอามารีวิวก่อน
หนังสือคุณแอชตัน27 เป็นเล่มที่เราวางไม่ได้เลย (เราอ่านวันที่ ๓ ตอนก่อนนอน ใกล้เที่ยงคืน กะอ่านเล่นสัก ๒ บท แต่ทำไปทำมาอ่านถึงตีสอง เอิ๊ก ๆ จบเล่มเลย ถือเป็นหนังสือที่อธิบายธรรมด้วยภาษาคนธรรมดา เราชอบมากเลยอ่ะค่ะ อยากให้คุณหามาอ่านกันจัง บางทีเราอาจจะไม่รีวิวหรอก เอาว่าคุณหามาอ่านกันเองดีกว่า เพราะถ้าคุณได้อ่านแล้ว คุณจะรู้สึกว่า “ดีนะที่ซื้อหนังสือมา อยากอ่านเมื่อไรก็หยิบอ่านได้เลย” คุณคงไม่อ่านหนังสือเล่มนี้หนเดียวแน่นอน เชื่อเราเถอะค่ะ 😀

ปล. ขออภัยค่ะ ที่ภาพประกอบนั้นมาจากการถ่ายหนังสือที่วางบนตัก ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเราหาที่วางไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ห้องนี้มันรกและโต๊ะคอมค่อนข้างมืด เลยต้องวางบนตักแทน ทำให้ดูไม่ค่อยดีนัก แต่อยากโพสต์จริง ๆ ค่ะ เลยรีบ ๆ ถ่าย (กลัวไม่มีเวลาโพสต์ เดี๋ยวต้องทำงานวีดิโออีกยาว – จริง ๆ กลัวลืมด้วยว่าจะเขียนว่าอะไร พอดีไม่ได้จด เล่าสด เอิ๊ก ๆ)