ทุกคนมีเจตจำนงอิสระ อยากให้อ่าน

เจตจำนงอิสระนี่มาจากวิชาปรัชญา ที่เราเรียนสมัย ป.ตรี ปี 2
เราเชื่อว่าทุกคนมีเจตจำนงอิสระ แต่สำนึกของคุณ จะทำให้คุณเลือกทำสิ่งใด แค่นั้นเอง

วันนี้เราคุมสอบ
เราเบื่อเด็กคุยไม่ได้มีความเกรงใจว่ามันคือห้องสอบ
เลยด่าไปชุดใหญ่ ปวดหัวเลย
เด็กแรง ๆ บอกว่า “ครูแอม ทำไมครูแอมไม่ด่าหยาบ ๆ อีเหี้ย ไอ้ห่า @#$%^&^&* อะไรไปเลย
ครูด่าไม่น่ากลัว ไม่มันส์เลย ไม่มีใครรู้สึกหรอก”

เราตอบไปว่า ครูไม่ชอบแบบนั้น ครูก็เลยไม่พูด

เรายอมรับ เวลาเราเล่าเรื่องเรา แบบเล่าเอาฮา เรามีใช้ กู มึง ห่าเหว เยอะไป
แต่ถ้าด่าคนซึ่งหน้า เราไม่ใช้ เราว่ามันหยาบคายเกิน และไม่ให้เกียรติความเป็นคนของคนอื่น
ยังไงก็คนเหมือนกัน
เรามีสมองคิดได้ ไม่ชอบอะไร ก็ไม่ควรทำใส่คนอื่น

เราเล่าให้เด็กนักเรียนฟังอีกว่า “รู้ไหมทำไมครูต้องแขวนป้ายชื่อมาทุกวัน”
เด็กตอบว่า โรงเรียนบังคับ
เราตอบว่า “เปล่า”
เพราะครูคนอื่นไม่ใส่ ก็เห็นอยู่
แต่เราใส่ เพราะโรงเรียนบังคับให้นักเรียนแขวนป้ายชื่อ แต่นักเรียนก็ไม่แขวนกัน
เราก็แค่จะทำให้นักเรียนเห็นว่า ครูเองก็ยังแขวน แขวนทุกวัน และแขวนตลอดเวลา ขึ้นรถลงเรือเดินตลาด เราก็ใส่ จนเพื่อนร่วมงานแซว ก็ไม่ได้ใส่ใจ
โรงเรียนไม่ให้เด็กใส่ต่างหู เราก็ไม่ใส่
เราจะได้สอนเด็กได้เต็มปากเต็มคำ
เราจะบอกเด็กเสมอว่า อยู่ในโรงเรียน ก็รักษากฎด้วย
แต่นอกโรงเรียน จะบ้าบอแค่ไหน เชิญ รู้ว่าทุกคนมีสมองเป็นของตนเอง ก็น่าจะเลือกสิ่งที่ดี ๆ ให้ชีวิตเองได้ แต่ในโรงเรียนขอให้รักษากฎเพราะที่นี่มีกฎ ที่ต่าง ๆ ก็ย่อมมีกฎ ต้องรู้แล้วทำตามด้วย จะได้อยู่ได้อย่างไม่มีปัญหา
(เราเข้าใจเรื่องระบบ ดังนั้นถ้าเราไม่อยู่ที่ใด แปลว่าเราไม่สะดวกใจกับระบบนั้น ไม่เห็นมีอะไรมากมาย)
นะ

สอนแบบผู้ใหญ่ แต่นะ กับเด็กคงไม่ได้ผล
ไม่เป็นไร เราก็จะสอนของเราแบบนี้ เดี๋ยวอาจจะมาเล่าที่นี่
แล้วบอกได้เลย มันก็คือการบอกเล่า
ถ้าหากคุณทำตามแล้วคุณดี มีคนชื่นชม ขอให้คุณภูมิใจ ว่าเจตจำนงอิสระของคุณก็ทำงาน
เราไม่ลำเลิกหรอกว่าคุณได้ดีเพราะเรา ไม่ต้องห่วง (หลายคนแคร์ แต่เราไม่เคยแคร์ เราึคิดเสมอว่า คนจะดี เขาดีด้วยตัวเขาเอง สิ่งแวดล้อมอาจจะช่วย แต่ลึก ๆ คือ เขาดีเพราะเขาเอง ถ้าเขาพูดเองว่าใครทำให้เขาดี ก็ค่อยเชื่อตามนั้น แต่ถ้าใครอ้างว่าทำให้เขาดี ไม่ต้องสนใจ ไม่มีใครทำให้เขาดีได้ นอกจากตัวเขาเองเลือกที่จะทำดี ทุกคนมีเจตจำนงอิสระ คุณเลือกเองได้)
ทำให้ดีไปเหอะ ความดีเป็นของคุณ อยู่้ที่คุณ เกิดกับคุณ

สำหรับเรา เราพยายามทำดีได้เพราะพ่อแม่พี่สาว ญาติมิตร และที่สำคัญมาก ๆ คือหนังสือธรรมะทุกเล่มโดยเฉพาะที่สอนเรื่องกฎแห่งกรรม

เราบ่น ไม่ได้หวังจะทำอะไรใคร เราแค่อยากให้เห็นโลกอีกมุม

ก่อนจะโทษคนอื่น คุณโทษตัวเองเป็นหรือยัง? จับผิดตัวเอง (ลูกหลานคุณเอง) กันบ้างหรือยัง

พ่อแม่สมัยนี้ มีปัญญาแต่ผลิตลูก ไม่มีปัญญาสอนให้รู้จักเอาตัวรอดในสังคมโดยไม่เดือดร้อนชาวบ้าน นิดหน่อยอะไรก็โทษครู คาดหวังกับครูเยอะไปมาก (เหมือนถูกหาเรื่องบ่อยมาก เราเบานะ กับที่ทำงาน เพราะเราเคยเจอชี้หน้าด่ามา เพราะพูดลอย ๆ ในเน็ต ฝ่ายนู้นร้อนตัวมารับเอง เราเลยเบาตลอด แต่เหมือนความที่เราเบา เราเลยถูกแรงตลอด เหมือนซวย เข้าใจป่ะ คนที่แรง ๆ มักไม่มีใครกล้าเหวี่ยง แหมขยันมาเหวี่ยงใส่กูกันจัง ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมเราถึงทนระบบไม่ได้ มันเหมือนเราไม่แรงพอ เราไม่ใช่แนวพี่ว๊าก ไง ไม่เคยเป็นพี่ว๊าก แสดงไม่ค่อยเป็น) เมื่อเย็นเจอสายนึง แต่เข้าใจ คือเด็กไม่ได้เอกสารบอกวันสอบ (เราก็ไม่ได้ มันหมด แต่เราไปถ่ายรูปที่ห้องก๊อปปี้ปรินท์) แบบไม่รู้อะไรเลย กลัวลูกตัวเองสอบตก เพราะถามอะไรก็ไม่รู้อะไรเลย // เอกสารไม่พอแจกไง เราอยากจะย้อนด่ากลับไปที่ต้นทางให้เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ด่าไปแล้วเอกสารมันจะมาเพิ่มไหมล่ะ แล้วทันไหมล่ะ สอบไปแล้ว1วัน ที่สำคัญแจกตั้งแต่นานแล้ว ไม่คิดหาทางจด หาทางซีรอก (เด็กสมัยนี้ดีแต่จิ้ม ๆ เครื่องมือสื่อสาร ไม่มีปัญญาคิดแก้ปัญหาแค่นี้ โง่มากอ่ะ ประเทศชาติไม่ต้องคิดพัฒนาอะไรแล้ว เด็กทำเป็นแค่เล่นเกม) เราบอกเด็กว่าให้จดไปเมื่อวันศุกร์ เราแหกปากพูดให้เองเลย เด็กก็ไม่รู้จดป่าว มันหลายคนอ่ะ คิดเป็นไหม ซีรอกเป็นไหม เราต้องจ่ายทุกอย่างให้เลยใช่ไหม โถอนาถ

มาฝึกการเอาตัวรอดแบบที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นกันดีกว่า ถ้าขยันจะมาเล่าเรื่อย ๆ

โฆษณา

หาทางทำตัวให้สมอายุ (แบบที่เดือดร้อนคนอื่นน้อยที่สุด)

หาทางทำตัวให้สมอายุ (แบบที่เดือดร้อนคนอื่นน้อยที่สุด)

พูดยาก
หลัง ๆ คิดว่ายิ่งกลับทำตัวไม่สมอายุมากขึ้น
เราคิดว่าเราเสียเวลากับการบ่น (ใส่คนอื่น เช่น แชต คุยทางเสียง คุยต่อหน้า ไรงี้) มากเกินไป ทั้งกับเรื่องของตัวเอง และเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง แต่แค่อยากทำตัวเป็นคนดี มีน้ำใจ ซึ่งบางทีมันไม่ใช่เลย เพราะว่างานการจะพาไม่เสร็จเอา คนเราเสียเวลามากเกินไปหรือเปล่า กับการยุ่งในเรื่องที่ไม่ได้เป็นคุณกับสังคม

เคยไหม ที่คุณอยากจะไปว่าคนอื่นที่เขาไม่ได้ดังใจคุณ หรือมีจุดบอดที่คุณอยากจะประจาน เพียงเพราะคุณเกิดอคติกับเขา โดยทีเมื่อทำไปแล้ว คุณเองก็ไม่ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เราว่าคนเราเสียเวลามากเกินไปแล้วแหละ
เอาเวลาไปทำอะไรที่ได้เงิน ได้ทอง (ที่ไม่ใช่การทำนาบนหลังคนอื่น เอาเปรียบคนอื่น รอคอยคาดหวังจากผลงานของคนอื่น มันเสียเวลา มันเลื่อนลอย มันหวังยาก)

สิ่งที่ทุกคนควรทำ คือ ทำงานของตัวเอง ในแบบที่ตัวเองชอบ และถนัด (ถ้าเราไม่ถนัด หรือรู้สึกอึดอัด ต่อไป ปฏิเสธไปเลย อย่าปล่อยให้มากองสุมบนหัวเรา งานการหลักเราก็จะเสีย งานการอื่นเราก็จะเสียตามไปด้วย การปฏิเสธแต่ทำให้งานไม่เสียหาย เป็นการแสดงความเป็นผู้ใหญ่ แม้อาจจะถูกด่าบ้าง จากคนที่ไม่เข้าใจ แต่ความรับผิดชอบอื่น ๆ ที่เราไม่บกพร่อง จะกอบกู้เราเอง ไม่ใช่จะกอบกู้ชื่อเสียงตนเองด้วยการจ้องจะฉุดให้คนอื่นตกต่ำตาม เสียเวลา เสียอารมณ์ มันเป็นวิถีของพวกที่ไม่มีอะไรดี ๆ ในตัวเอง มีแต่สมองกลวง ๆ และบาป — เฮ้อ อีนี่ก็ด่าอีก อย่าหาว่าด่าเลย ก็แค่พูดดักคอ และเท่ากับเป็นการด่าตัวเราเองด้วย ถ้าเราจะทำนิสัยแบบนั้นใส่คนอื่น ลองคิดดูนะ คิดดูในแง่ของความเป็นธรรม แล้วคุณจะเห็นด้วย เพราะหลายคนที่เราเจอมา คิดว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ถูกกระทำเสมอ แต่ตอนมึงทำคนอื่น มึงไม่เคยมองเห็นอ่ะ มันต้องคิดทุกด้าน)

ยกตัวอย่างนึง
ไม่บอกว่าเป็นใคร และที่ไหน
ประมาณว่า ตัวละครแรกคือ ก ต้องหาเงินไปใช้หนี้ให้บุพการี
ก จะไปรับจ๊อบ เพื่อให้มีเงินมากขึ้น
แต่หน่วยงานของ ก ต้องอยู่เช็คงานในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลักของหน่วยงาน
ทำให้กลับช้า ไปทำงานนอกไม่ได้
ก จึงต้องทน
ข ที่รู้จัก ก
มองว่าหน่วยงาน ก ใจร้าย ใจดำ
ที่ทำงานกัน จน ก ไม่สามารถไปรับจ๊อบได้

แต่ถ้าคิดกลับกันล่ะ ว่า ถ้า ข คือ เพื่อนในหน่วยงานของ ก
แล้ว ข ก็ต้องอยู่เย็น ๆ มืด ๆ เคลียร์งาน
แล้วหัวหน้าหน่วยงาน ปล่อยให้ ก ไปทำงานอื่นได้
แล้ว ข ต้องทำงานอยู่ เพราะไม่ได้คิดไปทำงานอื่น
ซึ่งยังไงก็ได้เงินเท่าขั้นที่ทำงาน ไม่ใช่อยู่เย็นแล้วได้เพิ่ม
ข จะด่า ก ไหมล่ะ
มึงอย่ามองแค่ว่าน่าสงสาร
มึงต้องมองอย่างยุติธรรมสิ พูดมาได้แบบโง่ ๆ (อ้าวอีนี่ เสือกใส่อารมณ์อีก)

คนบางคน สงสารคนที่ตกอยู่ในฐานะคล้าย ๆ กัน แต่ทำไมมึงไม่นึกถึงว่า ถ้ามึงเป็น
เพื่อนร่วมงานในหน่วยงานเขาบ้างละ แน่นอน มึงคงเลิกสงสารมันแม่นอน
เพราะ เอ็นดูเขา เอ็นเราก็ขาด

จงมองโลกอย่างยุติธรรมเถอะค่ะ
และถ้าไม่ได้เกี่ยวกับคุณ ก็ไม่ต้องไปเดือดรับทุกเรื่องก็ได้
เพราะเวลาที่คุณล้ม บางทีคนพวกนั้น เขาก็มาช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกค่ะ

จงมองให้เห็นเส้นทางที่แน่นอน แล้วทำเส้นทางที่แน่นอนให้ดีที่สุดดีกว่า
เพราะคุณต้องกินข้าว ไม่ใช่กินอากาศ อิ่มทิพย์ได้
ทุกคนเขามีปัญญาดูแลตัวเองได้ ถ้าเขาเป็นคนดีมีสมองพอ

ส่วนตัวนะ
+ ต่อไปจะเลิกบ่น ใส่คนอื่น เพราะว่า คนพวกนั้นเขาไม่สมควรต้องมาแบกรับอารมณ์ของเรา คับข้องใจยังไง มานั่งเขียนบล็อก (กูไม่ได้ว่าง ขอให้รู้ไว้ว่าถ้าเขียนบล็อก ไม่ได้แปลว่าว่าง แต่แปลว่า กูอยากบ่น แต่กูไม่อยากทำให้คนที่กูบ่นใส่ เขาต้องเสียเวลาทำงาน ใครอยากมาอ่าน อยากเสียเวลามาอ่าน อันนี้ ขอบพระคุณที่อุตส่าห์เสียเวลามา อย่างน้อยคุณจะได้แง่คิดไป เพราะเราคงไม่ด่าแบบปากตลาดชาติชั่ว เราตั้งใจจะด่าแบบ แฝงแง่คิด ที่น่าจะดีกว่า น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า แต่ถ้าไม่เห็นประโยชน์ ก็ปิดไป ย้ำ “เราจะไม่บ่นใส่คน ให้คนเสียเวลา และถ้าเราถามอะไรใครไป แล้วเขาไม่ตอบ เราก็จะไม่เสียใจ ไม่โกรธ เพราะว่า บางทีเขาอาจเอาเวลาที่จะต้องเสียไปกับเรา ไปทำเรื่องที่มีประโยชน์กับมวลมนุษยชาติมากกว่าการมาทนฟังเราบ่นก็ได้” จงมองโลกในแง่ดี แบบที่ไม่เดือดร้อนตัวเอง)
+ ต่อไปเราจะเลิกหวังพึ่งคนอื่น มีอะไรทำเอง ถ้าทำไม่ได้ ก็ไปเรียน ไปจ้างโปรเฟชชั่นนอลเอา ทุกคนกินข้าว ไม่ได้อิ่มทิพย์ ไม่มีใครหรอกที่ยินดีทำเพื่อคุณโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน (ยกเว้นพ่อแม่)

เมื่อคิดได้ในหลาย ๆ เรื่อง คุณจะเป็นคนที่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นน้อยลง
บางที การเอาเวลาไปลงมือทำอะไรอย่างจริงจังด้วยตนเอง (ไม่รู้ก็ไปเรียนเพิ่ม) น่าจะมีประโยชน์กว่าการนั่งรอวาสนา หรือนั่งด่าชาวบ้าน ((เตือนสติตัวข้าเอง ข้าต้องกินข้าว ไม่ได้อิ่มทิพย์))

ปล.เออ แล้วไอ้อีเพื่อนในเฟสบุ๊ค กูรำคาญเกมมาก ไม่ต้องมาชวน ((แอบด่าในนี้ แต่ที่จริงไม่ได้ด่าไปให้ใครเสียอารมณ์)) วิธีการง่ายมาก คือ เราบล็อกเกมนั้น และบล็อกการเชิญเกมจากคนคนนั้น จบ ไม่ต้องด่าใคร ถ้ามีสมอง เราจะหาทางลดความวุ่นวายในชีวิตลงได้ อะไรวุ่นวาย น่าเบื่อ น่ารำคาญนัก จงปล่อยวาง งานที่ทำแล้วได้ตังค์แน่นอนมี มึงจงทำ (เราด่าตัวเอง)

เออ เอาบล็อก actmyage มาทำ link เพื่อให้อ่านว่า เอาเวลาที่อยากด่าให้คนอื่นฟัง ไปเขียนบล็อกแนวนี้ดีกว่านะ (เพราะ ช่วงนี้คนปรับทุกข์กับกูเยอะจัง กูก็เหนื่อยว่ะ ขอวางห่างทุกคนเลยแล้วกัน เพื่อนเก่าเพื่อนใหม่เพื่อนซี้เพื่อนซั้ว วางหมดแล้วนะ เพราะ งานกูไม่เสร็จ กูเพลีย ระบายลงบล็อกกันไปเหอะค่ะ จะได้ไม่เป็นภาระของเพื่อนฝูง รบกวนกูมาก กูถือว่าทำบาปนะคะ กูจะรีบทำงานเก็บเงิน)