แง่คิดที่น่าเอาไปสอนลูกหลาน (ตัวเองทำให้ได้ก่อนด้วย) ดีจริง ๆ ค่ะ “ทุกวันนี้โลกวุ่นวายไม่ใช่เพราะคนไม่มีการศึกษา แต่เพราะคนนิสัยไม่ดี และมีการศึกษาเยอะต่างหาก”

 

ประสบการณ์ขอขมาเจ้ากรรมนายเวรและบทขอขมาอโหสิกรรม

ปกติเป็นคนที่สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนจะท่องเฉพาะบท “นโมตัสสะ ฯลฯ” กราบ 3 ครั้งแล้วนอนเลย แต่เมื่อก่อนปีใหม่ได้หนังสือสวดมนต์มาก็เลยได้สวด
บทขอขมาอโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวร ตอนสวดครั้งแรกก็ไม่คิดอะไรมาก คิดแค่ว่าเป็นบทที่น่าสวดดี

หลังจากสวดเสร็จคืนนั้นฝันเห็นผู้หญิงใส่ชุดสีชมพูแดง มานั่งคุยด้วยเธอบอกว่าเมื่อก่อนโกรธเรามาก แต่มาวันนี้ไม่โกรธแล้ว พอเราตื่นขึ้นมาเรารู้สึกว่าอิ่มเอมใจ
แบบอธิบายไม่ถูก คุยกับแม่ แม่ว่าคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขามาอโหสิกรรมให้

ก็เลยไปเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง เพื่อนก็เลยขอให้ส่งบทสวดบทนั้นให้ พอเพื่อนเราสวด เธอก็ฝันเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ บอกเธอว่า เขากำลังจะไปเกิด เธอบอกว่าเธอ
รู้สึกดีมาก ๆ

ก็เลยอยากจะแชร์บทสวดมนต์ให้เพื่อนๆ เผื่อใครสนใจอยากจะสวด

บทอธิฐานขออโหสิกรรม

กายะกัมมัง วะจีกัมมัง มะโนกัมมัง สัญจิจจะกัมมัง
อะสัญจิจจะกัมมัง ขะมันตุ เม อะโหสิกัมมัง ภะวะตุ เม

กรรมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด ทั้งโดยตั้งใจก็ดี
ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ในภพชาติใดก็ตาม ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโปรดยกโทษ ให้เป็นอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า
อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย

แม้แต่กรรมใดที่ใคร ๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน
ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้นกลับมีเมตตาจิต คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไป

ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้า พร้อมทั้งครอบครัว ตลอดจนวงศาคณาญาติ ผู้่มีอุปการคุณของข้าพเจ้า
พ้นจากความทุกข์ยากลำบากเข็ญใจ ความทุกข์อย่าได้ใกล้ ความเจ็บไข้อย่าได้มี ขอให้มีความสุขสวัสดีมีชัย
เสนียดจัญไร และอุปัทวันตรายทั้งหลาย จงเสื่อมสิ้นหายไป นึกคิดปรารถนาสิ่งใด ที่เป็นไปโดยชอบ ประกอบด้วยธรรมด้วย
ขอให้สิ่งนั้น จงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จเทอญ.

นิพพานัง ปัจจะโย โหตุ

*******แบ่งปันบุญกุศลนี้ให้คนที่คุณรัก*******
ฝากกดไลค์ให้เพจด้วยนะคะ

……………………………………………………………

 

https://www.facebook.com/peacefuldeath2011/photos/a.285226691489084.79183.250414464970307/749929378352144/?type=1

 

10 วิธีปรับชีวิตให้ดีขึ้น
———————–

1. สัมผัสธรรมชาติ
การสัมผัสธรรมชาติช่วยให้เกิดความสร้างสรรค์ พัฒนาความจำ ธรรมชาติช่วยคุณได้มากทีเดียว

2. ออกกำลังกาย
เราก็รู้ดีว่าออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี แต่น้อยคนนักจะทำอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายจะทำให้คุณฉลาดขึ้น มีความสุขขึ้นหลับง่ายขึ้น รู้สึกดีกับร่างกายตัวเอได้งมากขึ้น

งานวิจัยจากฮาร์วาร์ดที่ติดตามชายกลุ่มหนึ่งอย่างต่อเนื่องพบว่า การออกกำลังกายคือความลับที่ทำให้คนมีชีวิตที่ดีเลยทีเดียว

3. ใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว
เพื่อนและครอบครัวคือขุมทรัพย์แห่งความสุข มีคนประเมินว่าหากเปรียบเป็นตัวเงิน มันมีค่าถึงกว่า 4 ล้านบาทต่อปี!

ความสัมพันธ์ที่ดีช่วยให้ชีวิตยืนยาวมากกว่าการออกกำลังกายเสียอีก แบ่งปันข่าวดีกับพวกเขา มอบความปรารถนาดีต่อเขา เหล่านี้จะทำให้คุณมีความสุขโดยทันที

4. แสดงความขอบคุณ
มันจะทำให้คุณมีความสุขและมีความสัมพันธ์ดีขึ้น ทั้งคุณและคนใกล้ชิดจะได้รับประโยชน์จากการแสดงความขอบคุณ

5. ฝึกสมาธิ
ฝึกสมาธิช่วยเพิ่มความสุข ทำให้สัมผัสได้ถึงความหมายของชีวิต คุณจะรู้สึกว่าคุณไม่โดดเดี่ยว

การฝึกสมาธิยังช่วยลดความโกรธ ความกังวล ความวิตก ความเหนื่อล้า ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องนับถือศาสนาใดๆ คุณก็ฝึกสมาธิได้ และจะได้รับประโยชน์จากสมาธิเช่นกัน

6. นอนให้เพียงพอ
อย่าแกล้งคิดไปเองเลยว่า คุณไม่เป็นไรถ้าจะนอนน้อย
ยิ่งคุณเหนื่อยก็จะทำให้คุณมีความสุขยากขึ้น ทำผิดศีลธรรมง่ายขึ้น ไม่สบายง่ายขึ้น
นอนเสียเถิด แล้วคุณจะตัดสินใจได้ดีขึ้น

การงีบก็ดีเหมือนกันนะ มันช่วยสร้างความกระชุมกระชวยในการทำงาน แถมยังลดอารมณ์ด้านลบได้ด้วย

7. ท้าทายตัวเอง
เรียนรู้ภาษาอื่นๆ ฝึกความสามารถทางดนตรี ทำในสิ่งที่คุณไม่คิดว่าจะทำได้ ทำอะไรบางอย่างที่ต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นอีกนิด เหล่านี้จะช่วยให้คุณมีสมองที่เฉียบคม

ท้าทายและลงมือทำดีตอนนี้เลยดีกว่า ก่อนที่จะเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรเลยในภายหลัง

8. หัวเราะ
คนที่มีอารมณ์ขันจะมีความเครียดน้อยกว่า มีภูมิคุ้มกันดีกว่า ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจ เวลาทำฟันก็ปวดน้อยกว่า (?) ชีวิตก็ดูจะยืนยาวกว่า การหัวเราะทุกวันก็เหมือนกินวิตามินทุกวัน การหัวเราะกับคนใกล้ชิดยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์อีกด้วย

9. สัมผัส
การสัมผัสช่วยลดความเครียด เพิ่มความเป็นทีมเดียวกัน การกอดทำให้คุณมีความสุขขึ้น เซ็กซ์อาจช่วยลดความเสี่ยงหัวใจวายและมะเร็ง อาจช่วยระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น และอาจช่วยยืดอายุให้ยาวขึ้น

10. มองโลกในแง่ดี
การมองโลกในแง่ดีช่วยให้คุณมีสุขภาพดีขึ้น มีความสุขขึ้น อายุยืนยาวขึ้น
ความมั่นใจมากกว่าปกติยังช่วยพัฒนาทักษะความสามารถของคุณอีกด้วย

ปัจจุบันกองทัพหันมาสอนให้ทหารของพวกเขามองโลกในแง่ดีเลยนะ

————————-
นี่คือสิบข้อที่คุณทำได้ทุกวัน ข้อไหนล่ะที่คุณสนใจเอาไปใช้ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเลย?

ขอบคุณบทความจาก http://time.com/14047/what-10-things-should-you-do-every-day-to-improve-your-life/


………………………………………………………………………………………………………….

 

 

ประกาศ
กระผมกรรมการผู้จัดการบริษัท ดี เอช เอ สยามวาลา จำกัด ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า บริษัมฯมีนโยบายให้พนักงานทุกคนเล่นเฟซบุคได้อย่างเสรีในเวลางานและได้ผลตอบแทนดังนี้
1 up รูปทำงานหนัก ผมยุ่ง แต่ยิ้มแสดงความสุขได้เงินเดือนเพิ่ม 5%
2 พนักงานสาว up รูปสวยมาทำงานตอนเช้า เงินเดือนขึ้น 7% พนักงานชายไม่ต้องพยายาม
3 พนักงานเขียนชมสินค้าบริษัทเงินเดือนเพิ่ม 7%
4 พนักงานเขียนชมกรรมการผู้จัดการตลอดเวลาได้เงินเดือนเพิ่ม 12%
5 พนักงานที่ up รูปจัง นินทาเจ้านายในสเตตัส งานไม่เสร็จสักทีโดนตัดเงินเดือน 15% ทุกเดือนจนกว่าจะกลับใจ
6 พนักงานที่วันๆ ไม่เล่นเฟซบุ๊ค ตั้งใจทำเพื่อองค์กร ขยัน ซื่อสัตย์ ทั้งชีวิตเราจะดูแล เงินเดือนขึ้นไม่หยุดจนต้องบอกบริษัทฯว่าพอได้แล้วไม่มีที่เก็บเงิน
สุหฤท สยามเอ็มดีมากมากมาก

เลิกถูกใจ · · แชร์ · 29 สิงหาคม 2013

 

……………………………………………………………………………………..

 

คุณอนันต์ อัศวโภคินเขียน ไว้น่าอ่านมาก

ในขณะที่คนอื่น ๆ บอกว่าต้องเร่งยกระดับการศึกษาของชาติ แต่คุณอนันต์ตั้งคำถามว่า คนที่ประสบความสำเร็จ
จะต้องเรียนเก่งจริงหรือไม่ ?
ประเทศไทยเน้นเรื่องการศึกษามาก จนลืมเรื่องความสำคัญของการฝึก “นิสัย” คนไทยควรจะมีนิสัยอย่างไร จึงจะเจริญก้าวหน้าในชีวิต

คนที่มีนิสัยดีเหมือนเรามีเครื่องจักรที่ดีในตัวไม่ว่าไปทำอะไรก็จะดี

คุณอนันต์ เจ้าของแลนด์แอนด์เฮาส์ เล่าว่าเกิดมาในครอบครัวยากจนในบ้านมีคนมากถึง 31คน ถือเป็นสถานที่สำคัญฝึกนิสัยให้กับเขาจนทำให้มีวันนี้
นิสัยที่ดี ฝึกไม่ยาก
เริ่มจากที่บ้านใน 5 ห้อง

1. ห้องนอน :
ฝึกทำใจให้ว่าง ทำสมาธิ ล้างใจสะอาด นอนได้เต็มที่ และฝึกตื่นให้เป็นเวลา เก็บที่นอน เปิดหน้าต่างให้เคยชิน

“ถ้าเราเป็นคนไม่ตื่นตามเวลา ใช้ปุ่ม Snooze เพื่อที่จะตื่นมากด Snooze อีกที เราจะกลายเป็นคนที่ทำงานเสร็จนาทีสุดท้ายเสมอ”

2. ห้องน้ำ :
ฝึกการใช้น้ำอย่างประหยัด เกรงใจคนอื่น รักษาเวลา การฝึกล้างห้องน้ำให้เป็น จะช่วยฝึกให้เราไม่ดูถูกคน เป็นคนไม่เลือกงาน ไม่มีทิฐิ
“สมัยเด็ก บ้านผมไม่ได้มีฐานะ
แต่มีคนถึง 31 คน น้ำก็ต้องใช้ประหยัด เข้าห้องน้ำนานไม่ได้ เพราะคนอื่นก็ต้องใช้เหมือนกัน” “ผมล้างห้องน้ำมาจนโต ทำให้ทุกงานผม ห้องน้ำต้องสะอาด เสียอย่างเวลาขึ้นเครื่อง บางทีผมต้องเสีย 15 นาที เช็ดห้องน้ำจน สะอาด” “คนว่าผมสร้างห้างมาให้คนเข้าห้องน้ำ
ทั้ง Terminal 21 หรือ Fashion ก็ยอมรับครับตอนนี้มีคนมาเข้าห้องน้ำห้างผม วันละเป็นแสน”

3. ห้องแต่งตัว :
ฝึกให้รู้จักตัดใจ เสื้อผ้าไม่ใส่ต้องทิ้ง เสียสละให้คนอื่น ใช้สิ่งของต่าง ๆ อย่างพอดีตัว “ไม่ใช่จะใช้ชีวิตแย่ ๆ แต่เท้ามีแค่สองข้าง จะมีรองเท้ามากมายทำไม อะไรไม่ได้ใส่เกิน 2
เดือนเอาไปบริจาคเอื้อ เฟื้อเผื่อแผ่”

4. ห้องกินข้าว :
ฝึกการทานอาหาร นั่งพร้อมหน้ากัน รู้จักแบ่งปัน ตักข้าวแล้วต้องกินให้ หมด ดังนั้นต้องตักให้ พอดีตัวและตักให้พ่อแม่หรือคนอื่นก่อน
“ไข่พะโล้ 2 ฟอง นั่งกัน 4 คน เราต้องแบ่งกันคนละครึ่งฟอง และตัดให้แม่ก่อน จนติดนิสัยให้คนอื่นก่อน เช่นเวลาเข้าออกลิฟต์”

5. ห้องทำงาน :
ฝึกจัดลำดับความสำคัญ อย่าให้มีอะไรรกบนโต๊ะทำงาน กระดาษที่กองเต็มโต๊ะ บอกนิสัยไม่ตัดสินใจ หรือไม่มั่นคงทางใจ กลัวไม่มีข้อมูล “เวลาผมเจอใครกระดาษกองเต็มโต๊ะ ผมคิดเลยว่าคนนี้ไม่กล้าตัดสินใจ หรือ Insecure กลัวขาดข้อมูล ทั้งที่มันมีในมือถือหมดแล้ว” “ห้องทำงานผมไม่มีกระดาษบนโต๊ะ ไม่มีโทรศัพท์เพราะใช้มือถือ ไม่มีคอมพ์เพราะใช้แท็บเล็ต ตอนนี้มีห้องไว้โชว์ว่าว่างเปล่า”

5 ห้องนี้จะฝึกให้เรา รักษาความสะอาด มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา สุภาพ และฝึกสมาธิให้ใจสะอาด
“คนเรียนเก่งไม่ใช่คนเก่งเสมอไป แต่คนเก่งมักมีนิสัยสร้างความเจริญก้าวหน้าเรื่องนี้อย่าสอนแต่ในห้องเรียน เริ่มจากที่บ้าน”

“ทุกวันนี้โลกวุ่นวายไม่ใช่เพราะคนไม่มีการศึกษา แต่เพราะคนนิสัยไม่ดี และมีการศึกษาเยอะต่างหาก”

คุณอนันต์ ยังเล่าว่าในปี 40 เกือบล้มละลาย ขาดทุน 3-4 หมื่นล้าน เพราะกู้เป็นเงินดอลลาร์ แต่รายได้เป็นเงินบาท ต้องไปเจรจากับเจ้าหนี้ ..ตอนเจรจากับเจ้าหนี้ คุณอนันต์ยังยิ้มได้ตลอด เพราะนึกถึงสมัยเด็กบ้านยากจน ต้องยืมของเล่น ข้างบ้าน ซึ่งคนที่หน้าตา หมองเศร้าคือเด็กท่ีเรายืมของคนนั้นไม่ใช่เรา
สุหฤท สยามอนันต์

 
……………………………………………………………………………………………
 
 

“ให้แต่กำลังใจ ก็เหมือนจุดเทียนเพื่อรอให้มันดับ
ทำไมไม่บอกวิธีการ บอกแหล่งหาเงินทุน บอกมาเลยว่าทำไง?”

บ่อยครั้งที่มีคนถามผมมาแบบนี้
ที่ผมเอาแต่โพสต์ให้กำลังใจจนไฟลุกท่วม
แต่ไม่บอกวิธีการ

ผมว่าเป็นคำถามที่ดีมาก
และผมจะตอบให้ฟัง

คนส่วนใหญ่มองหาวิธีการ
แต่มันอยู่ที่วิธีคิด
คนส่วนใหญ่ชอบเลียนแบบวิธีการของคนสำเร็จ
เค้าเล่นหุ้นรวย งั้นเล่นบ้าง
เค้าเล่นคอนโดรวย งั้นเล่นบ้าง
เค้าเขียนหนังสือรวย งั้นเขียนบ้าง
ประเด็นคือ ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิด “อย่าทำเลยครับ” ไม่สำเร็จหรอก

วิธีไปเชียงใหม่นั้นมีร้อยแปดวิธี
ผมไม่สามารถบอกวิธีที่เหมาะกับทุกคน
บางคนกลัวความสูง บางคนไม่มีเงินค่าตั๋วเครื่องบิน
บางคนชอบชมวิวระหว่างทาง บางคนอยากขับรถไปเอง
ผมบอกได้แค่ถ้าคุณอยากไปเชียงใหม่ “ใจคุณมันต้องได้”

แต่ผมเข้าใจนะ เมื่อก่อนผมก็เป็น
เฝ้าถามว่าวิธีการมันคืออะไร? งานดีๆ โอกาสดีๆ มันอยู่ที่ไหน?
วันนั้นผมไม่รู้คำตอบหรอก แต่วันนี้ผมรู้แล้ว
คำตอบคือ
“พัฒนาตัวเองให้คู่ควรกับสิ่งที่เราอยากได้
แล้วทุกอย่างที่เราต้องการ จะมาหาเราเอง”

ฟังดูน่าเบื่อนะครับ แต่คือเรื่องจริง
วันที่เรามีคุณสมบัติพร้อมแล้ว
สิ่งดีๆ โอกาสดีๆ คนดีๆ งานดีๆ เงินดีๆ
จะเข้ามาให้คุณเลือกแบบไม่มีวันหมด
จะไม่รับก็ไม่ได้ ใช้เงินกันแทบไม่ทัน

ปัญหาก็คือ การพัฒนาตัวเอง อย่างเช่น
อ่านหนังสือ เข้าสัมมนา ดูวิดีโอความรู้
คบเพื่อนดี ฝึกฝนวิชาเก่า หาวิชาใหม่
ของพวกนี้มัน “ใช้เวลา”
และคนส่วนใหญ่ก็ใจร้อน อยากรวยเร็วๆ อยากสำเร็จเร็วๆ

สิ่งเดียวที่จะทำให้ระหว่างทางของการฝึกฝนไม่ล้มเลิกซะก่อน
ก็คือ “แรงบันดาลใจ”

ไม่มีสบู่ก้อนไหน อาบครั้งเดียวแล้วสะอาดไปทั้งเดือน
ไม่มีข้าวมื้อไหน กินแล้วอิ่มไปทั้งเดือน
เราจึงต้องกินใหม่ อาบน้ำใหม่กันทุกวัน

ผมไม่มีวิธีการไปถึงเชียงใหม่ให้ทุกคน
แต่ถ้าคุณอยากไปเชียงใหม่ ผมมีแรงบันดาลใจมอบให้ทุกวัน
เพราะเราจะไปด้วยกัน

“พัฒนาตัวเองให้คู่ควรกับสิ่งที่เราอยากได้
แล้วทุกอย่างที่เราต้องการ จะมาหาเราเอง”

ถ้าระหว่างทาง เทียนดับ ก็จุดใหม่
ผมจะช่วยจุดให้
แต่ดีที่สุด วันนึง…คุณต้องจุดด้วยตัวเอง
และนั่นจะเป็นเทียนแห่งแรงบันดาลใจที่คงทนที่สุด

ไปด้วยกันนะครับ

ไว้มาเก็บใหม่ค่ะ

Advertisements