เราชอบให้ท่านที่มีประสบการณ์ เขียนอะไรแบบนี้ไว้ ตย.ก่อนไปทัศนศึกษา (ถ้าคุณมีประสบการณ์ ที่ไม่อยากให้เกิดปัญหาซ้ำรอย โปรดเขียน และแชร์ต่อ ได้บุญค่ะ)

เจอมาจาก

10.ข้อแนะนำก่อนไปทัศนศึกษา…

(ก่อนที่จะกลายเป็นทัศนศึกษา”เลือด”)

1.สำรวจความต้องการแล้วเลือกสถานที่ที่เหมาะสม

2.ศึกษาเส้นทางที่เหมาะสมไม่อันตราย

3.เลือกรถที่มีสภาพดีไม่ใช่คันที่ราคาถูกแต่ไม่มีคุณภาพ

4.ทำประกันชีวิต

5.เตรียมเบอร์โทรฉุกเฉิน

6.เตรียมยาที่ใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

7.จำกัดความเร็วในการขับขี่

8.เช็คสภาพรถทุกครั้งที่มีสัญญาณที่ไม่ดี

9.ห้ามผู้ขับขี่ดื่มแอลกอฮอล์

10.ไม่ควรเปิดเพลงดังจนเกินไปเพราะจะไปทำลายสมาธิของผู้ขับได้

หมายเหตุ.ติดป้ายข้อความด้านหน้ารถและท้ายรถด้วยว่า”รถทัศนศึกษาโรงเรียน…”

…..เครดิต…..แอดมิน…

Advertisements

รักผู้ชายแบบนี้

รักผู้ชายแบบนี้อ่ะ

http://www.kiitdoo.com/8-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%86-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%88/

ไม่ใช่โหมดบ้าผู้ชายนะ แต่บอกเลยว่ารักผู้ชายแบบนี้มากกกกกกกกกก

ไม่มีอะไรจะเขียนแล้วมั้ง คนอ่านคิด

ชอบ) How to วางแผนเที่ยวนอกด้วยตัวเอง หมื่นเดียวก็เที่ยวได้! | Dek-D.com

http://www.dek-d.com/studyabroad/33830/

ชอบมาก ๆ เราชอบ how to แบบนี้

ขอให้เขียนแบบนี้กันเยอะ ๆ

เราชอบให้คนทำ How to แบบนี้กันเยอะ ๆ

http://home.sanook.com/2593/25-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%99-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/

ดีอ่ะ
มันเป็นการสอนให้ทำเป็น แม้บางอันจะพับยากไปหน่อย

ทุกอย่างเป็นครูได้
คนที่สอนเรา ให้เราทำเป็น ทำได้ ทำถูก ทุกคนเหล่านั้น คือครูของเรา

สร้างบล็อกไว้ระบายกันค่ะ

เอามาฝากอีกจ้า แอมทำสอนเด็ก เผื่อใครอยากลองสร้างเว็บฟรีของตัวเอง
ดาวน์โหลดได้เลย ที่ https://drive.google.com/file/d/0B-dol3kflyo8UjJuaVFSa2NqaFU/view?usp=sharing บล็อกตัวอย่างที่ใช้สอนคือ http://kaitomgreygrey.wordpress.com/ (บล็อกไข่ต้มเกร๋เกร๋ของครูแอม)

ว่าด้วยการซักผ้าของเรา

ทุกอย่างนี้เป็นพฤติกรรมส่วนตัว เลียนแบบได้ แต่ถ้าไม่อยากเลียนแบบก็จะขอบคุณมากถ้าไม่ด่า 555 ((ค้นพบวิธีการนี้ ตอนเริ่มมาทำงานที่ปัจจุบันแหละ เนื่องจากซักผ้าชนกันทุกคน จนหาที่ตากผ้าไม่ได้ เราเลยคิดวิธีการซักผ้าคนละวัน ทำแบบนี้มาเป็นเวลาปีกว่าแล้ว และจะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ตราบที่ยังมีเครื่องซักผ้าที่ปั่นแห้งได้ และพัดลม ทุกท่านก็ทำได้ค่ะ ใช้เวลารวม ๆ กดสั่งซักไป เดินไปเดินมา ประมาณสองชม. ก็ได้ตากแล้ว ตากลมห้าชม.ก็พอจะแห้งแล้ว พร้อมใส่))

เราเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบนี้
เราทำงานจันทร์ถึงศุกร์ ตื่นนอนตีห้าสี่สิบห้า เพื่อทำภารกิจ แล้วไปที่ทำงานประมาณหกโมงครึ่ง (เปิดห้องสมุด) แล้วก็ออกจากที่ทำงาน ห้าโมงเย็น รอแม่ รอพี่ รอนู่นนี่ หาไรกิน อยู่ตลาด กลับบ้านประมาณ ใกล้ ๆ ทุ่ม หรือเทือก ๆ นั้น อาบน้ำสามสี่ทุ่ม แล้วนอนเลย
ระหว่างวัน อยู่ห้องแอร์ แต่ส่วนตัวไม่ชอบแอร์ รู้สึกป่วย แต่ก็นะ คือต่อให้อยู่กลางแดด เราก็จะซักผ้าแบบนี้ กร๊ากกก

เสาร์อาทิตย์ ถ้าไม่โดนงานที่ทำงาน หรือนัดไปห้างกับเพื่อน กับที่บ้าน ก็อยู่บ้านอืด ๆ ทั้งวัน เดินหน้าบ้านบ้างแล้วแต่อารมณ์

เราจะซักผ้าทุกคืนวันอังคาร และ คืนวันศุกร์
(เหตุผลคือ ผ้ามันจะพอ ๆ กันอยู่ และคืนวันจันทร์ เราเพิ่งไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ เราจะเผื่อเวลาไว้พัก ๆ คืนวันพุธ คืนพฤหัสบดี คือสวรรค์ นอนไวถ้าไม่มีอะไรด่วน)
คืนเสาร์ รีดเสื้อผ้าทำงานให้คุณป๋า คืนวันอาทิตย์ชิล ๆ หรือถ้าเหนื่อย ๆ อะไรวันเสาร์ บางทีก็มารีดคืนวันอาทิตย์ แต่ส่วนตัวเราจะรีดของเราคือเสื้อโรงเรียนใส่วันพฤตัวเดียว เพราะมันยับมาก นอกนั้นไม่รีด เราไม่ชอบการรีดผ้า (แต่รีดให้ป๋าได้ เพราะเวลารีดผ้าป๋า คือเวลาฟังเพลงไปด้วยของเรานั่นเอง เนื่องจากไม่ต้องใช้สมองมาก จึงทำสองอย่างพร้อมกันได้) การรีดผ้าก็เหมือนการแต่งหน้า ไม่ยั่งยืน รีดแล้วก็ยับอีก แต่งหน้าแล้วก็ต้องล้างออก แต่งทำไม เสียเวลา

แต่อาบน้ำ เท่ากับซักผ้า เป็นการทำให้สุขภาพดี ทำถูกตามสุขลักษณะ บอกไม่ถูกนะ แต่ส่วนตัว ไม่เคยถือสาคนไม่รีดผ้า คนไม่แต่งหน้า ไม่ทำผม เพราะถ้าเขาสะอาดสะอ้านอยู่ ดูไม่เป็นพวกผิดปกติ ก็คือถูกสุขลักษณะ โอเคแล้ว จะเสียเวลากับเรื่องที่ไม่จีรังทำไม?

(แต่ถ้าพวกทาครีมกันแดด เราก็ทานะ กลัวหน้าจะเยินกว่านี้แล้วคนจะมองว่าป่วย หรือแย่ขนาดไม่ดูแลตัวเอง แต่ผมเผิมพยายามปรับปรุงทรงอยู่ แต่ไม่มีทางทำแบบเวอร์ ๆ หรอก หลอกตัวเอง เราไม่ชอบอะไรพรรค์นั้น)

กว่าจะเข้าเรื่องซักผ้า คนออกนอกบล็อกหมดแล้ว 555555555555555

ขั้นตอนมีดังนี้
1) เราจะแยกเสื้อผ้าออกจาก ชุดชั้นในและชุดอยู่บ้าน=ชุดนอน ชุดนอนวันทำงานเราจะใส่ซ้ำสองวันเพราะเรานอนเลย ไม่ทันเน่า
2) โยนเสื่อผ้าลงเครื่องเลย แล้วซักน้ำเปล่า 1 รอบ ปล่อยน้ำออก ระหว่างนั้น เราจะซักมือด้วยสบู่ โดยซักชุดชั้นในและชุดอยู่บ้าน=ชุดนอน เนื่องจากชุดเหล่านี้จะติดตัวเราเลย จะเหม็นเหงื่อ แล้วล้าง ถ้าซักเสร็จไว้ ยังไม่ได้ปล่อยน้ำออกจากเครื่อง ก็โยนไปหมุนในซักน้ำเปล่าด้วย ((เอาว่าเราซักทุกอย่างของเรารวมกันหมด รอบละยี่สิบกว่าชิ้น)) เหตุผลที่เราต้องซักน้ำเปล่า เพราะว่าเราเข้าใจว่า (ไม่รู้เข้าใจผิดป่าว) ไขมันตามตัวติดเสื้อ เป็นโมเลกุลมีขั้ว ต้องเจอน้ำก่อนเจอแฟบ เพื่อให้น้ำไปละลายมันออกมาก่อนรอบนึง เำพราะ เคยซักป่ะ เอาเสื้อเน่า ๆ ไปโยนลงน้ำแฟบ เหม็นกว่าเดิมหลายเท่า เหมือนคราบก็ไม่ออก เหม็นแฟบเพิ่มอีก
3) พอปล่อยน้ำเปล่าออก ก็ซักน้ำแฟบ 1 รอบ (ใส่แฟบน้ำสองช้อน เราใช้แฟบน้ำคือออลสีฟ้า ชอบมาก นอกนั้นเฉย ๆ) แล้วพอเครื่องหยุดหมุนรอบแรก แช่นิ่ง ๆ ไว้เลย ครึ่งชม.
4) แล้วพอครึ่งชม. ก็มากดปุ่มซักอีกรอบ แล้วปั่นแห้งไปเลย เพื่อกำจัดน้ำแฟบออกจากเสื้อผ้าให้หมด
5) แล้วเติมน้ำเปล่า แล้วกดปุ่มซัก (ซักน้ำเปล่า)  แล้วปล่อยน้ำออก
6) เติมน้ำเปล่าอีก เพื่อซักน้ำเปล่าอีัก 1 รอบ (ถ้าอยากเิติมปรับผ้านุ่มก็เติมรอบนี้เลย) แต่ส่วนใหญ่เราจะไม่เติม เพราะเราจะแย่ เนื่องจากเราตากผ้าหน้าห้องนอนเรา (มันเหม็นมากกว่า เคยเป็นอาการหายใจไม่ออก จนจะตายเอา ต้องคลานออกมาจากห้อง เพราะใกล้วูบเห็นดาวเห็นเดือนรำไร ๆ และราวเสื้อผ้าระโยงระยางกั้นห้องปิดทางเดินออกไม่ได้ เลยต้องทุลักทุเลคลานออกมา หาคนช่วย)
7) พอซักน้ำล้างแฟบออก ครบสองรอบแล้ว ก็กดปั่นแห้งไปเลย เอาให้แห้งสุด ๆ
8) ปั่นแห้งแล้ว เอามาตาก โดยใช้ราวที่ซื้อมาจากโลตัสนานแล้ว 399 บาทหรือไงจำไม่ได้ว่ะ มันพับได้ ตอนไม่ใช้เราก็พับวางไว้หน้าห้องแหละ และมีราวเชือก ตอกตะปูติดที่ขอบห้องด้วย เราเอาไว้ตากผ้าขนหนูอาบน้ำของเรา แต่วันไหนตากผ้า ผ้าขนหนูจะถูกอัปเปหิไปแขวนที่จะสูงไปถึงไหน (ชั้นวางของสูง9ชั้น สตอกของพวกสบู่ยาสีฟันแพบยาสระผมฟองน้ำสกอตไบรต์ตาสามัญประจำบ้านฯลฯ) ข้าง ๆ หน้าห้องแทน
9) พอตากหน้าห้องแบบนี้ แน่นอน เป่าพัดลมค่ะ ทั้งคืน ห้าหกชม.ก็แห้งแล้ว เสื้อผ้าเราจะได้ไม่ต้องมีแมลงมาเกาะ ไม่เจอรถขยะ ไม่ต้องวิ่งไปเก็บ ไม่เจอฝนตก แต่ด้วยความเคารพ ปัจจุบันไม่ค่อยพ้น อีฝนแม่งดัดจริตมารั่วหน้าห้องอีก แต่ไม่บ่อย ทำใจ แต่นะ พื้นปาเก้หน้าห้องเราออกแนวยับเยิน พอสมควร ทว่ามันมีหลายปัจจัย นอกจากเราตากผ้าชื้น(น้ำไม่หยดนะ)แล้ว ก็คือหน้าห้องเราติดกับหน้าห้องน้ำไง พื้นหน้าห้องน้ำก็พังเหมือนกัน

จบแล้วการซักผ้าฮา ๆ ของเรา
ฝนจะตกยังไง (ถ้ารั่วก็ช่างแหละั ผ้าไม่ถึงกับซก)
เราก็ยังตากผ้าได้ ทุกวันนี้เรามีความสุขมากกับการตากผ้าในบ้าน
ถ้าออกแบบเอง จะสร้างห้องตากผ้า
ทว่าการที่ผ้าไม่เจอแดด เราก็อดดมกลิ่นแดดไปเหมือนกัน และกลัวเรื่องเชื้อราด้วย ทว่าตัวไหนใส่ติดตัวก็แขวนให้ลมจ่อเต็ม ๆ เลย เสื้อผ้าเราไม่เหม็นนะ ไม่มีกลิ่นอะไรเท่าไร แฟบก็ไม่ค่อยเหลือความหอม พัดลมเบอร์สองพัดทุกอย่างกระเด็นหายไปหมด 555555555555555555

ไม่สงวนลิขสิทธิ์

ดูรูปกันอีกครั้ง (ไม่ได้อายเล๊ย — อายเหมือนกัน แต่อยากเล่ามากกว่า)
https://iampranitee.wordpress.com/2013/09/03/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87/